เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15-41 ติดอยู่ห้าร้อยปี

ตอนที่ 15-41 ติดอยู่ห้าร้อยปี

ตอนที่ 15-41 ติดอยู่ห้าร้อยปี


ภายในถ้ำในเทือกเขาอะเมทิสต์มีเพียงลินลี่ย์และอสูรอะเมทิสต์เด็กเท่านั้นที่ปรากฏอยู่

“เมื่อครู่ตอนที่ข้าเข้ามายังไม่มีใครอยู่ภายในถ้ำเลย  ข้ามั่นใจว่าอสูรอะเมทิสต์เด็กนี้ไม่มีอยู่แน่นอน แล้วเขามาปรากฏตัวได้โดยข้าไม่รู้สึกอะไรเลยได้ยังไง?” หัวใจของลินลี่ย์เต็มไปด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ  เขาไม่กล้าเชื่อว่านี่จะเป็นความจริง!

สิ่งที่เขาเผชิญอยู่ตอนนี้ก็คือผู้นำอสูรอะเมทิสต์นับไม่ถ้วนเหล่านั้น– อสูรอะเมทิสต์เด็ก

“ข้าจะทำยังไงดี?”  ลินลี่ย์ไตร่ตรองหาวิธีหนี

ผนังของถ้ำใหญ่เป็นเหมือนกับพื้นเช่นกันเปล่งรัศมีสีม่วงเลือนราง  ต่อให้เขาใช้เคล็ดเดินดินเขาก็ไม่สามารถผ่านม่านพลังนี้เข้าไปหลอมรวมกับพื้นศิลาได้

ไม่มีทางหนี!

“นี่, เจ้าเด็กน้อย!  เจ้ากำลังคิดอะไร?  เจ้ายังคิดหาทางหนีอีกหรือ?” ดวงตาของอสูรอะเมทิสต์กระจ่างกำลังจ้องมาทางลินลี่ย์  มุมปากของมันโค้งขึ้นเล็กน้อย  “ช่างเถอะ,  ขนาดเมื่อยอดฝีมือเทพชั้นสูงระดับที่เจ้ายกย่องให้เป็นอสูรเจ็ดดาวมาถึงนี่และอยู่ต่อหน้าข้า เขายังประพฤติตัวอย่างว่าง่าย!”  อสูรอะเมทิสต์เด็กเชิดศีรษะอย่างหยิ่งทระนง

ลินลี่ย์ลอบตกใจแม้แต่อสูรเจ็ดดาวก็ยังไม่ใช่คู่มือของอสูรอะเมทิสต์เด็กนี่หรือ?

“ข้าชื่อลินลี่ย์  ขอเรียนถาม ท่านเป็นใคร?”  มารยาทของลินลี่ย์อ่อนน้อมมาก

อสูรอะเมทิสต์กระแอมก่อนจากนั้นกล่าวต่อ“ฟังให้ดี ข้าชื่อรีสเจม ก่อนนี้เคยท่องเที่ยวไปในพิภพต่างๆ และข้ายังมีส่วนร่วมในสงครามในขุมนรกมาก่อน  ข้าเป็นแม่ทัพผู้ทรงพลังในขุมนรก!”

“แม่ทัพขุมนรก?”  ลินลี่ย์งงอย่างสิ้นเชิง

ขุมนรกคืออะไร?

เมื่อเขาอ่านหนังสือแนะนำภูมิศาสตร์แดนนรกลินลี่ย์ไม่เคยได้ยินสถานที่เรียกว่าขุมนรก

“เจ้าไม่รู้จักแม้กระทั่งขุมนรก?”  อสูรอะเมทิสต์เด็กจ้องมอง  จากนั้นเขาพยักหน้าเข้าใจ  “โอว..จริงสิ, เจ้าเป็นแค่เทพแท้ แม้แต่เทพชั้นสูงหลายคนก็ยังไม่รู้เรื่องสถานที่นั้นสมควรแล้วที่เจ้าไม่รู้จัก..ฮึ คุยกับเจ้าเสียเวลาเปล่าจริงๆ  เจ้าไม่รู้จักกระทั่งว่าแม่ทัพขุมนรกคืออะไรเฮ้อ!”

อสูรอะเมทิสต์น้อยไม่พอใจอย่างมาก

ลินลี่ย์ทำได้แต่เพียงฝืนยิ้ม  เขาไม่รู้เหตุผลที่อสูรอะเมทิสต์น้อยชื่อรีสเจมถึงพูดเรื่องเหล่านี้

“ตอนนี้, ข้าจะลงโทษเจ้ายังไงดี?”  อสูรอะเมทิสต์น้อยยืนขึ้น เขาใช้กรงเล็บน้อยเกาคางขณะที่เดินกลับไปกลับมาอยู่ในถ้ำแสดงอาการไตร่ตรองอย่างลึกซึ้ง  “เล่นเกมหินบดดีกว่าไหม?  เหมือนกับคนสุดท้ายที่ข้าบดขยี้จนตายไป?”

เมื่อได้ยินเช่นนี้  ลินลี่ย์ใจสั่นสะท้าน

เกมหินบดน่ะหรือ?  กระแทกจนตาย? ลินลี่ย์สามารถนึกภาพถึงสิ่งที่อสูรอะเมทิสต์น้อยสามารถทำได้

“ไม่, ไม่เข้าท่า”  ขณะที่เดินกลับไปกลับมาอสูรอะเมทิสต์น้อยยังคงพึมพำต่อเนื่อง เมื่อได้ยินเสียงอสูรอะเมทิสต์น้อยพึมพำ ใจของลินลี่ย์สงบมาก

“อสูรอะเมทิสต์น้อยรีสเจมผู้นี้เป็นคนน่ากลัวมีพลังอำนาจมหาศาลแต่ยังมีหัวใจเหมือนเด็ก” ใจของลินลี่ย์ตื่นเต้น เขาก้มดูพื้นและเห็นแสงสีม่วงเลือนรางครอบคลุม

นี่คือชั้นพลังงานที่รีสเจมคลุมพื้นไว้และผนังถ้ำไว้ แต่ลินลี่ย์ไม่สามารถต่อต้านแสงสีม่วงได้เลยแม้แต่น้อย จากตรงนี้ลินลี่ย์แน่ใจว่าพลังยิ่งใหญ่ของอสูรอะเมทิสต์น้อยนี้  นอกจากนี้...เขายังเห็นอสูรอะเมทิสต์น้อยโจมตีและฆ่าเทพชั้นสูงที่ทรงพลังกับตาตัวเอง

“ตอนนี้ข้ามีแต่เพียงร่างแยกธาตุดินอยู่ที่นี่ ข้าอ่อนแอเกินไป” ลินลี่ย์ลอบถอนหายใจ

พลังของมหาเทพและอาวุธของเขาอยู่ในร่างหลักทั้งหมด เขาไม่มีอาวุธอะไรสักอย่างอยู่บนร่างแยกธาตุดินของเขา  ปัจจุบันนี้ เขาไม่มีความสามารถในการสู้ตอบโต้แม้แต่น้อย

“อสูรอะเมทิสต์น้อยนี้...” ลินลี่ย์ตรวจสอบอสูรอะเมทิสต์น้อยนี้อย่างระมัดระวัง  เทียบกับอสูรอะเมทิสต์แล้ว  เขามีความคล้ายกันมาก  ตลอดทั้งร่างของเขาเป็นสีม่วง  และศีรษะของเขาและหลังปกคลุมไปด้วยหลาวหนามรวมแล้ว108 และขณะเดียวกันร่างของเขาเหมือนกับอสูรอะเมทิสต์ทั่วไป

อสูรอะเมทิสต์น้อยร่าเริงทันทีและเริ่มโดดโลดเต้นไปรอบๆ อย่างตื่นเต้น “ฮ่าฮ่า, ข้ามีวิธีแล้ว”

ทันใดนั้น...

หน้าของอสูรอะเมทิสต์น้อยชะงักค้าง  จากนั้นเขาขยับมุมปากบ่นพึมพำ“ข้ายังไม่ได้เล่นสนุกเลย” และจากนั้นอสูรอะเมทิสต์น้อยเงยหน้ามองดูลินลี่ย์สีหน้ากลายเป็นเย็นชา  “เด็กน้อย,ตอนนี้ข้ากำลังอารมณ์ไม่ดี ดังนั้นข้าต้องระบายอารมณ์กับเจ้า  ถ้าเจ้าไร้ประโยชน์เกินไป  ข้าจะฆ่าเจ้าซะ”

“ท่านรีสเจม, ท่านไม่สนใจกระทั่งอสูรเจ็ดดาวทำไมต้องมาลงมือกับข้าด้วยเล่า ข้าเป็นแค่เทพแท้ธรรมดาไม่ใช่หรือ?” ลินลี่ย์รู้สึกแย่ อสูรอะเมทิสต์น้อยมีท่าทีว่าไม่มีเจตนาดี

อสูรอะเมทิสต์น้อยแค่นเสียง  “เจ้าหุบปากซะ!ให้ตายเถอะถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าข้าถูกสั่งให้รั้งอยู่ในภูเขาอะเมทิสต์มานานปีก่อนจะได้รับอนุญาตให้ออกไป  ทำไมข้าจะต้องมาสนใจเทพแท้อย่างเจ้าด้วย?  ต่อให้เจ้าอ่อนแอไปบ้าง  แต่อย่างน้อยเจ้าก็ยังมีชีวิต  เจ้าสามารถเล่นกับข้าได้”  ขณะที่เขาพูดอสูรอะเมทิสต์น้อยพลิกกรงเล็บและปรากฏหินดำที่เปล่งคลื่นแสงสีม่วงลอยอยู่ข้างหน้าเขา

ลินลี่ย์อดตรวจสอบศิลาดำอย่างช่วยไม่ได้

ศิลาดำเล็กมากมีขนาดเพียงเท่านิ้วมือ  แต่เปล่งรังสีม่วงคลื่นที่แผ่ออกมาจากภายในนั้นไม่ธรรมดา

“ไป” อสูรอะเมทิสต์น้อยโบกอุ้งมือ

ทันใดนั้นศิลาดำลอยอยู่เหนือลินลี่ย์และจากนั้นแสงรัศมีพลังเทพสีม่วงฉายลงพื้นหลังจากนั้นฉายกลับมาที่ศิลาดำกลับไปกลับมาเหมือนโซ่  มีรังสีม่วงรวมทั้งหมด 108สายซึ่งเป็นพลังเทพทั้งนั้น

รังสี108 สายของพลังเทพสีม่วงฉายออกมาจากภายในศิลาดำก่อเป็นรูปวงกลมและเชื่อมโยงกับพื้นใต้เท้าลินลี่ย์ เส้นโค้งพลังเทพสีม่วงทั้ง 108กลายเป็นรูปโลกที่สมบูรณ์แบบขณะที่ลินลี่ย์อยู่ในใจกลางของรูปโลกนี้

“ฮ่าฮ่า มาเริ่มกัน”  อสูรอะเมทิสต์น้อยแสยะยิ้ม

ทันใดนั้นรังสีพลังเทพสีม่วงทั้ง 108 สายเริ่มฉายประกายและเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง และเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกได้ว่าเป็นรังสีพลังเทพทั้ง 108 สายอีกต่อไป ลินลี่ย์สามารถเห็นได้แต่เพียงว่าพื้นที่รอบตัวเขาเป็นรูปโลกสีม่วงขณะที่เขาเองถูกขังอยู่ภายใจ

“แครก...”

ภายในลูกโลกแสงสีม่วงราวกับว่ามีประกายไฟฟ้าทำให้แสงสีม่วงมีความสว่าง

พลังงานแปลกประหลาดชุดแล้วชุดเล่าถูกสร้างขึ้น

“อ๊าคคค!”  ลินลี่ย์ส่งเสียงครางและขดตัวกลมทันทีลอยอยู่ในใจกลางลูกโลกม่วง  พร้อมกับเสียง กร๊อบแปลกประหลาดผิวและกระดูกของลินลี่ย์ถูกบีบอัดอย่างหนัก ร่างของเขาคุดคู้เข้าหากัน

ลินลี่ย์สามารถรู้สึกได้ชัดว่าแสงสีม่วงสร้างพลัง‘ผลัก’ ทุกๆส่วนของแสงสีม่วงล้วนแต่สร้างพลังผลักทั้งนั้น  และมีผลต่อร่างกายของเขาโดยตรง

พลังผลักกดดันลงมาที่ตัวลินลี่ย์จากทุกด้าน

เหมือนกับว่าลินลี่ย์ถูกบีบอัดอย่างต่อเนื่องราวกับลูกกลมพยายามจะบีบเข้ามาจนตัวลินลี่ย์เองเหมือนกับลูกบอล พลังบีบอัดที่น่ากลัวนี้แฝงไปด้วยความเจ็บปวดเหลือทน

“รีสเจมผู้นี้..สภาพจิตเขามีปัญหาแน่นอน!”  ลินลี่ย์สบถในใจ

เขาพยายามเงยหน้ามองหินสีดำซึ่งอยู่ห่างเขาออกไปสองเมตรกำลังลอยอยู่ในกลางอากาศ  แหล่งแสงสีม่วงก็คือศิลาดำนั้น

“เด็กน้อย, เนื่องจากอารมณ์ข้ายังปกติไม่งั้นเจ้าคงตายไปแล้ว  อย่างไรก็ตามวันนี้ข้ายังรู้สึกใจดีมีเมตตาอยู่บ้าง” อสูรอะเมทิสต์น้อยจ้องมองลูกโลกแสงสีม่วงที่มีลินลี่ย์ถูกบีบอัดอยู่ภายใน  “ข้าเสริมพลังเทพให้กับศิลาดำนั่นน่าจะมีความสามารถในการสร้างสนามพลังโน้มถ่วงอยู่ได้หมื่นปี ถ้าภายในหมื่นปีเจ้าสามารถออกจากที่นั่นได้  ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า แต่ถ้าเจ้ารอจนกระทั่งพลังเทพหมดไปโดยเจ้าไม่สามารถออกมาได้  อย่างนั้นข้าจะ....”  อสูรอะเมทิสต์น้อยเหยียดกรงเล็บ “ฆ่าเจ้าซะ”

ภายในลูกโลกแสงสีม่วง

แม้ว่ากระดูกของเขาจะลั่นแทบจะแตกหักเพราะแรงกดดัน  ความทรมานสุดจะทนนี้ทำให้ทั่วทั้งตัวลินลี่ย์บิดแต่ลินลี่ย์ยังสามารถได้ยินคำพูดที่อสูรอะเมทิสต์น้อยพูดเอาไว้  ลินลี่ย์พยายามส่งเสียงทันที  “สนามพลังโน้มถ่วง?  นี่คือสนามพลังโน้มถ่วง?  เป็นไปไม่ได้!!!”  พลังผลักที่น่ากลัวแข็งกล้ารุนแรงจนลินลี่ย์เห็นว่ายากจะเอ่ยปากพูด

เพียงแต่ลินลี่ย์ไม่เข้าใจเลย เพราะเขาไม่เคยได้ยินสนามพลังโน้มถ่วงสามารถสร้างพลังผลักได้

สนามพลังโน้มถ่วงมีแต่แรงดึงดูดที่น่ากลัว

“ใช่แล้ว นี่คือสนามพลังโน้มถ่วงหนึ่งในหกเคล็ดกฎธรรมชาติธาตุดิน ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้สำหรับมัน!”  อสูรอะเมทิสต์น้อยแค่นเสียง  “แต่แน่นอนนี่คือสนามพลังโน้มถ่วงที่สร้างหลังจากผสานเคล็ดชีพจรโลกและเคล็ดสนามพลังโน้มถ่วงและยังมีการเพิ่มบางอย่างพิเศษเข้าไป  ข้าขอเตือนเจ้า.. ถ้าเจ้าต้องการหนีทั้งหมดที่เจ้าต้องทำให้ได้ก็คือ คว้าศิลาดำนั้นให้ได้

หลังจากพูดจบอสูรอะเมทิสต์น้อยหมอบลงกับพื้นจากนั้นเชิดหัวมองดูลินลี่ย์อีกครั้ง  “โอว, จริงสิ แม้ว่าจะเจ็บปวดก็ตาม  อย่าส่งเสียงรบกวน ถ้าเสียงดังจนปลุกข้า  ข้าจะฆ่าเจ้าซะ”

ลินลี่ย์ได้แต่ฝืนทนเจ็บตลอดทั้งตัวและไม่กล้าส่งเสียง

“แฮก!”  “แฮก!”.....

เสียงกรนเบาๆดังไปทั้งถ้ำ

ลินลี่ย์ตกอยู่ในอาการเจ็บปวดแสนสาหัส  พลังผลักไม่ได้อ่อนด้อยกว่าพลังดึงดูดจากภูเขาอะเมทิสต์  เมื่อแผ่ลามไปทั้งตัว  เขาเจ็บปวดหนักเจียนตาย นอกจากนี้นี่ไม่ใช่ร่างหลักของเขาที่สามารถแปลงร่างเป็นมังกรได้

เขาตกอยู่ในความเจ็บปวดแต่ก็ไม่ส่งเสียง..และอสูรอะเมทิสต์น้อยยังนอนหลับนิ่งอยู่กับที่!

“เขาแค่หยอกข้าเล่น!”  ลินลี่ย์สบถด่าในใจ  แต่ขณะต่อมาลินลี่ย์พยายามฝืนตนเองให้สงบ “สิ่งที่ข้าต้องทำในตอนนี้คือหลบหนีออกไปจากลูกโลกแสงสีม่วง  จะออกไปได้ข้าต้องได้ศิลาดำนั่นก่อน ”ลินลี่ย์เงยหน้าจ้องมองศิลาดำที่เปล่งแสงสีม่วง

“แต่แรงผลักนี้รุนแรงมาก ขณะที่ข้าถูกบีบอัดอยู่ในใจกลางลูกโลกแสงม่วง  ข้าไม่อาจเคลื่อนไหวได้แม้แต่น้อย”  ลินลี่ย์ฝืนหัวเราะ

จากนั้นลินลี่ย์กัดฟันดิ้นรนชูแขนขึ้น

“กร๊อบ!”  แรงผลักที่ทรงพลังจากเหนือแขนขวาของลินลี่ย์กดลงทันทีและอัดใส่ไหล่ของลินลี่ย์ทำให้กระดูกไหล่ทั้งสองและแขนแตก

“มาดูซิว่าแก่นธาตุดินจะใช้ได้หรือไม่”  ลินลี่ย์ลองอีกครั้ง

เขาพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าลินลี่ย์ทำทุกอย่างที่เขาคิด แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะพลังบีบอัดได้ซึ่งมีพลังรุนแรงมาก

“ดูเหมือนว่าข้าต้องใช้วิธีสุดท้าย”ลินลี่ย์ข่มใจตัวเองให้สงบ

ในการใช้เวทเมื่อคนเข้าใจวิชาเวทพลังแรงโน้มถ่วง ถ้าเขาตกลงไปในสนามพลังโน้มถ่วงคนอื่น ถ้าความเชี่ยวชาญของคู่ต่อสู้อ่อนกว่าเขาก็ยังสามารถลดพลังโน้มถ่วงได้

“พลังผลักนี้ทรงพลังมากเพราะอาศัยการหลอมรวมกับเคล็ดชีพจรโลกและเคล็ดพลังโน้มถ่วงเข้าด้วยกัน  จากนั้นถ้าข้าสามารถหลอมรวมเคล็ดความรู้ลึกลับทั้งสองข้าน่าจะสามารถลดแรงบีบอัดให้กลับเข้าไปในหินดำได้”ลินลี่ย์หลักจากคิดได้เช่นนี้แล้ว จึงพยายามไม่สนใจความเจ็บปวดทันทีและฝืนบังคับให้อยู่ในกฎธรรมชาติธาตุดิน

ลินลี่ย์เข้าใจเคล็ดสัจธรรมสนามพลังโน้มถ่วงแค่พื้นฐานเท่านัก

แต่เขาเชี่ยวชาญเคล็ดชีพจรโลก

ลินลี่ย์ตั้งใจรวบรวมสมาธิเริ่มเพ่งพยายามทำความเข้าใจวิธีหลอมรวมของเคล็ดลึกลับทั้งสองนี้ เพียงแต่เคล็ดสนามพลังโน้มถ่วงและเคล็ดชีพจรโลกเป็นเคล็ดความรู้ลึกลับที่ยากมากและเวลาที่ต้องใช้จะต้องยาวนานแน่นอน

ภายในเงื้อมภูเขากลวงเดเลีย บีบีและโอลิเวอร์อยู่ในสภาพตกใจ

“พี่ใหญ่!ร่างแยกธาตุดินของท่านถูกอสูรอะเมทิสต์น้อยจับได้หรือ?”  บีบีละล่ำละลักพูด “งั้น..เราจะทำยังไงดี?”

เดเลียทั้งกังวลและกระวนกระวายเช่นกัน

“ไม่มีอะไรที่ข้าทำได้”  ลินลี่ย์ส่ายศีรษะมองดูเดเลีย  “เดเลียเฉพาะตอนนี้ข้าไม่สามารถอยู่พร้อมกับเจ้าได้ ร่างหลักข้าจำเป็นต้องเพ่งสมาธิกับการรู้แจ้งกฎธรรมชาติธาตุดินและต้องทำงานหนักร่วมกับร่างแยกธาตุดิน

เดเลียพยักหน้าทันที

ร่างแยกของลินลี่ย์ตกอยู่ในสถานการณ์คับขันคุกคามถึงชีวิต  เดเลียจะเห็นแก่ตัวรั้งลินลี่ย์ให้อยู่ข้างกายนางตลอดเวลาได้ยังไง?

“หมื่นปีหรือ?” ลินลี่ย์ขำ “เป็นไปได้ไหมที่อสูรอะเมทิสต์น้อยนี้คิดว่าข้าไม่สามารถหลอมรวมเคล็ดความรู้ลึกลับทั้งสองได้  แม้จะภายในหมื่นปีก็ตาม?”

ร่างหลักของลินลี่ย์เริ่มฝึก ขณะเดียวกันก็ยังดูดซับแก่นพลังวิญญาณจากอะเมทิสต์เสริมพลังวิญญาณของเขาอย่างต่อเนื่อง

นี่เป็นเพราะวิญญาณของเขาทรงพลังมากเกินไป  ในแง่ความเร็วของการสร้างภาพในใจร่างหลักของลินลี่ย์จึงมีความเร็วมากกว่าร่างแยกธาตุดินเล็กน้อย  ร่างหลักและร่างแยกต่างร่วมเพ่งสมาธิถึงกฎธรรมชาติธาตุดินและสร้างภาพในใจ...

“หลอมรวมข้าจะหลอมรวมเคล็ดชีพจรโลกและเคล็ดสนามพลังโน้มถ่วงได้ยังไง?” ความเข้าใจเรื่องสนามพลังโน้มถ่วงของลินลี่ย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  แต่ขณะที่ลินลี่ย์หลอมรวม เขากลับไม่มีพื้นฐานแล้วจะทำให้สำเร็จได้ยังไง

………………… .

ภายในเงื้อมเขาแห่งนั้นเดเลียและบีบีมองดูลินลี่ย์อยู่ห่างๆเขานั่งอยู่ในท่าเข้าสมาธิ ทั้งสองคนต่างกังวล

“พี่ใหญ่ฝึกมาเกือบห้าร้อยปีแล้วทำไมเขายังไม่มีปฏิกิริยาอะไรแม้แต่น้อย?” บีบีกล่าว

“อย่าใจร้อน ลินลี่ย์จะทำได้สำเร็จแน่นอน”  ผ่านมาเกินห้าร้อยปี  แม้ว่าตอนแรกเดเลียจะแตกตื่นและกังวล  แต่ตอนนี้นางก็ยังกังวล เพียงนางสงบใจได้อยู่

นี่เป็นเพราะขณะที่ลินลี่ย์กล่าวว่าถ้าเขาโชคร้ายล้มเหลวจริงๆ อย่างมากก็สูญเสียร่างแยกธาตุดิน

จบบทที่ ตอนที่ 15-41 ติดอยู่ห้าร้อยปี

คัดลอกลิงก์แล้ว