เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15-37 ช่วยเหลือ

ตอนที่ 15-37 ช่วยเหลือ

ตอนที่ 15-37 ช่วยเหลือ


กระแสวังวนในถ้ำยังคงหมุนวนต่อไป พลังดูดที่ทรงพลังครอบคลุมพื้นที่ใกล้รอยแยกทั้งหมด

สำหรับลินลี่ย์และพวกสี่คนที่อยู่ด้านนอกรอยแยก พวกเขามองดูปากอ้าตาค้าง เจนกินและเทพแท้อีกสามคนถูกกลืนเข้าไปในถ้ำ ไม่สามารถต่อต้านได้แม้แต่น้อย นี่เป็นภาพที่น่าตกใจ

ลินลี่ย์จ้องมองไปที่กระแสวังวน หน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

ตาของโอลิเวอร์หรี่แคบและเขาพูดเบาๆ “ลินลี่ย์! ตอนนี้ดูเหมือนว่าถ้ำไม่ได้ใช้พลังงานเต็มที่และเมื่อครู่นี้ มีชั้นอะเมทิสต์หนาแน่นอยู่ในรอยแยก แล้วจู่ๆ ก็เกิดพลังงานดึงดูดได้อย่างไร?

ลินลี่ย์รู้สึกตะลึงและตกใจเช่นกัน “นี่คือแดนนรก ถ้าข้าใช้พลังเงาพิศวงโจมตีเต็มกำลัง ข้าก็สามารถทำให้มิติในแดนนรกกระเพื่อมได้.. แต่พลังดูดง่ายๆ ของถ้ำนี่ก่อให้เกิดพลังวังวน นี่คือพลังดูดกลืน...”

เมื่อดาบฟันลงรอยแยกมิติก็จะปรากฏมุ่งเน้นไปที่ดาบ

พลังดูดง่ายๆ ซึ่งส่งผลในกระแสวังวน..พลังดึงดูดนี้น่ากลัวมาก

“เป็นไปได้ว่าแม้แต่เทพชั้นสูงก็คงไม่สามารถต้านพลังดึงดูดนี้” ลินลี่ย์รำพึงกับตนเอง

“เฮ้, พี่ใหญ่ ทำไมถึงมีอะเมทิสต์มากมายอยู่ในรอยแยกนั้นเล่า?” บีบีพูดอย่างงงงวย “นอกจากนี้ ยังมีอะเมทิสต์น้อยที่ฝังลงไปในผนังรอยแยก อะเมทิสต์ทั้งหมดนั้นมาจากไหน?” บีบีและคนอื่นไม่เห็นตอนที่ถ้ำพ่นอะเมทิสต์ออกมา

“ออกไปอยู่ห่างๆ จากสถานที่นี้เถอะ” เดเลียกล่าวพลางเม้มริมฝีปาก “ข้ารู้สึกว่าที่นี่แปลกประหลาดเกินไป”

“พูดถูกแล้ว ออกไปห่างๆ ก็ดีเหมือนกัน”

ลินลี่ย์พาเดเลียและคนอื่นออกมาห่างจากรอยแยก แต่หลังจากเดินออกมาห่างหลายสิบเมตรกลุ่มของลินลี่ย์ก็หยุด ลินลี่ย์หันไปมองที่รอยแยก พลางขมวดคิ้วกล่าว “หือ? แรงดึงดูดหายไปได้อย่างไร?”

“ใช่แล้ว ไม่มีเสียงอีกต่อไปแล้ว” บีบีหันกลับไปมองตรงๆ และเคลื่อนไปใกล้รอยแยก จากนั้นหันหน้ามาทางลินลี่ย์และพูดด้วยความประหลาดใจ “พี่ใหญ่ รีบมาดู แรงดึงดูดในรอยแยกหมดแล้ว มันสงบอีกแล้ว”

ตาของลินลี่ย์ เดเลียและโอลิเวอร์ยังคงมีความประหลาดใจ และพวกเขาเข้าไปใกล้เช่นกัน

อันที่จริง...

รอยแยกขนาดใหญ่เงียบสงบและดูเหมือนธรรมดามาก ถ้าพวกเขาไม่เคยเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาก่อนนั้น กลุ่มของลินลี่ย์คงไม่สงสัยเลยว่ารอยแยกนี่จะมีอันตราย

“เหมือนกับว่าไม่มีอันตรายอยู่ที่นี่เลย” เดเลียพูดหลังจากมองดูชั่วขณะ

“ครืนนน..” ทันใดนั้นเสียงเหมือนกับสัตว์ร้ายคำราม เสียงหวีดหวิวน่ากลัวดังขึ้น ขณะเดียวกันประกายแสงสีม่วงพ่นออกมาเป็นกลุ่มหนาแน่นจากช่องของถ้ำ กลุ่มอะเมทิสต์หนาแน่นพ่นออกไปทุกตำแหน่ง

บางส่วนพ่นขึ้นท้องฟ้า บางส่วนพ่นเป็นแนวขนาน ประกายแสงสีม่วงนับไม่ถ้วนหายลับไปในหมอกขาวด้านบน

อย่างไรก็ตามอะเมทิสต์จำนวนมากมายเฉียดผ่านผนังด้านข้างขณะที่พ่นออกมา เพราะผนังแต่ละด้านแคบมากจึงกระทบรอยแยกสองข้าง และจากนั้นเสียงโลหะเสียดสีดังขึ้นขณะอะเมทิสต์มากมายกระแทกอัดเข้าไปในรอยแยก

ครู่ต่อมา...

รอยแยกก็ปกคลุมไปด้วยชั้นอะเมทิสต์หนา

ฉากภาพที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ทำให้กลุ่มของลินลี่ย์ตกใจเช่นกัน ในไม่ช้าพวกเขาก็เริ่มเข้าใจหลายสิ่ง

“โอว..ข้าเข้าใจแล้ว เทพเหล่านั้นและเทียมเทพผู้เกี่ยวเกี่ยวอะเมทิสต์อยู่ชายขอบทะเลหมอก.. อะเมทิสต์เหล่านั้นปลิวออกมาจากถ้ำในลักษณะนี้นี่เอง” บีบีพูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น “มีอะเมทิสต์มากมายที่บินออกไปเป็นกลุ่ม ดูสิ รอยแยกเต็มไปด้วยชั้นอะเมทิสต์หนาแน่น

ลินลี่ย์ยังคงเงียบต่อไป

นับตั้งแต่พวกเขาเข้ามาในภูเขาอะเมทิสต์จากทะเลหมอกลินลี่ย์ได้รับบทเรียนจากพลังแรงโน้มถ่วงที่น่าประหลาดซึ่งเกิดขึ้นในเทือกเขาอะเมทิสต์ นี่เป็นพลังแรงโน้มถ่วงที่แม้แต่เทพแท้ยากจะต้านทาน แต่อะเมทิสต์เหล่านั้นสามารถทนและบินออกไปได้

พวกมันสามารถเจาะเกราะชีพจรคุ้มกันของเขา และนั่นหลังจากที่อะเมทิสต์บินออกไปเป็นเวลานานและความเร็วตกลงไปมาก

“มีความลับอะไรภายในภูเขาอะเมทิสต์นี้?” ลินลี่ย์มองดูถ้ำที่พ่นอะเมทิสต์ออกมาอย่างต่อเนื่อง “ไม่ว่าจะเป็นการพ่นออกหรือการกลืนเข้าไป พลังงานล้วนมหาศาล... ถ้าเป็นเทพชั้นสูงคงสามารถระเบิดพลังและยิงพลัง ด้วยพลังเช่นนั้น เขาคงเป็นผู้ไร้เทียมทานแน่นอน

ยอดฝีมือที่มีความสามารถในการระเบิดพลังเช่นนั้นสามารถทำได้ ด้วยการซัดอะเมทิสต์ตามปกติก็สามารถทะลวงศีรษะคู่ต่อสู้เป็นรูได้

“พวกเทพไม่มีพลังมหาศาลเช่นนั้นได้ แต่โลกเป็นเช่นนี้ มันคือสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ!” ลินลี่ย์ลอบถอนหายใจ

โอลิเวอร์ บีบีและเดเลียถอนหายใจด้วยความทึ่ง แต่ในขณะนี้จากที่ไกลมีเสียงคำรามด้วยความโกรธได้ยินชัด เสียงคำรามด้วยความโกรธนี้สำหรับกลุ่มของลินลี่ย์คุ้นเคยมาก เพราะ..เป็นเสียงคำรามด้วยความโกรธของอสูรอะเมทิสต์!

“อสูรอะเมทิสต์!” หน้าของลินลี่ย์เปลี่ยนไป พร้อมกับสีหน้าของอีกสี่คน ขณะเดียวกันเขาหันไปมองตำแหน่งที่เสียงดังขึ้น

จากที่ไกลมีสองร่างกำลังหนีอย่างยากลำบาก ขณะที่ข้างหลังของพวกเขามีอสูรอะเมทิสต์ตัวหนึ่งขนาดยาวสิบเมตร อสูรอะเมทิสต์คำรามต่อเนื่องและมันใช้กรงเล็บและเขี้ยวและเขาบนศีรษะของมันโจมตีอย่างบ้าคลั่ง สองคนที่กำลังหนีอยู่ในสภาวะคับขัน

“เป็นพวกเขาจริงๆ” ลินลี่ย์อดประหลาดใจไม่ได้

ทั้งสองคนคือเทพชั้นสูงซึ่งลินลี่ย์ได้พบก่อนหน้านั้นเมื่อตอนมาถึงภูเขาอะเมทิสต์ตอนแรก การ์แลนกับจาร์ร็อด

สตรีผมน้ำตาลการ์แลนและบุรุษผมเงินจาร์ร็อด ตอนนี้จาร์ร็อดอยู่ในสภาพทุลักทุเลอย่างหนัก พวกเขาโชคไม่ดี พวกเขากลับเผชิญอสูรอะเมทิสต์จริงๆ แต่แน่นอนพวกเขาโชคดีมาก ที่พบกับอสูรอะเมทิสต์เพียงตัวเดียวเท่านั้น

“โรววววว!” อสูรอะเมทิสต์อ้าปากกว้างงับท่อนล่างของการ์แลน

จาร์ร็อดตะโกนด้วยความโกรธ และกระบี่ยาวเพลิงดำในมือของเขาฟันลงที่ปากของอสูรอะเมทิสต์อย่างรุนแรง อสูรอะเมทิสต์แม้ว่าจะไม่กลัวพลังโจมตีกายภาพ แต่มันพบกับความเจ็บปวดเมื่ออาวุธศักดิ์สิทธิ์กระทบเข้าที่ปาก

อสูรอะเมทิสต์หุบปากทันที ขณะเดียวกันมันก้มหัวลงและใช้เขาที่หน้าผากขวิดใส่การ์แลน

“แคล้ง!” กระบี่เพลิงดำแทงเข้าไปในหน้าผากของอสูรอะเมทิสต์เพียงเล็กน้อย

“โรวววว!” อสูรอะเมทิสต์มีแต่จะคลั่งหนักขึ้น และตาทั้งสองของมันแดงฉานเป็นเปลวเพลิง มันขวิดใส่การ์แลนเร็วขึ้น “ชี่....” ขณะที่ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นเขาของมันฉีกฝ่าอากาศเกิดเสียงเสียดทานแสบหู อสูรอะเมทิสต์พยายามใช้เขาขวิดการ์แลนให้ศีรษะขาด

หน้าการ์แลนเปลี่ยนไปทันที

“ปัง!” ดาบสงครามปรากฏอยู่ในมือและฟันใส่หน้าผากของอสูรอะเมทิสต์อย่างดุดัน คนโจมตีคือจาร์ร็อดที่จับตัวการ์แลนและยืมแรงสะท้อนกลับจากการฟันนี้หนีไปด้วยความเร็วสูง

“หนีเร็วเข้า อย่าเสียเวลากับอสูรนั่น” จาร์ร็อดพูดทางใจ

“ข้ารู้ว่าเราไม่อาจเสียเวลาได้ แต่เจ้าก็รู้ว่าเจ้านั่นไวเพียงไหน ความเร็วของมันเร็วกว่าเรา ข้าไม่ต้องการเสียเวลากับมัน แต่มันกลับไล่ตอแยข้า” การ์แลนรู้สึกทั้งโกรธและจนใจ นางไม่สามารถหาจุดอ่อนของอสูรได้

จาร์ร็อดเองก็รู้สึกจนใจเช่นกัน

อสูรร้ายไม่กลัวพลังโจมตีวิญญาณ หรือพลังโจมตีกายภาพ และมันมีความเร็วมาก มีอสูรร้ายอย่างนี้ในโลกได้ยังไง? โลกช่างไม่สมดุลเอาเสียเลย อย่างไรก็ตาม โชคดีที่อสูรอะเมทิสต์นี้มีระดับปัญญาที่ต่ำ และไม่สามารถใช้เคล็ดความรู้ลึกลับของกฎธาตุได้

“โรวววว!”

ร่างสีม่วงเลือนรางพุ่งเข้าหาจาร์ร็อดและการ์แลน และทั้งสองรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ร้อนแรงของอสูรนี้แทบจะหายใจรดผิวพวกเขา

“อสูรอะเมทิสต์นี้รวดเร็วเหลือเกิน” จาร์ร็อดและการ์แลนรู้สึกจนปัญญา

ทันใดนั้นมีเสียงลมหวีดหวิวดังขึ้น

“หลบ!” จาร์ร็อดผลักการ์แลนทำให้ทั้งสองคนหลบไปในทิศทางที่แยกกัน

“ฉัวะ!” กรงเล็บที่รุนแรงฟันผ่านร่างของจาร์ร็อดและทันใดนั้นแขนของจาร์ร็อดขาดครึ่ง โลหิตฉีดพุ่งไปทุกที่ อสูรอะเมทิสต์เชิดหน้าและคำรามตื่นเต้น “โรวววว!” ขณะเดียวกันอสูรอะเมทิสต์กระโจนขึ้นไปในอากาศต้องการฉวยโอกาสฆ่าจาร์ร็อด

แขนซ้ายที่ขาดของจาร์ร็อดกำลังงอกอย่างรวดเร็ว

“แม่มันเถอะ สัตว์ประหลาดตัวนี้เร็วมากขนาดนี้ได้ยังไง” จาร์ร็อดอยากจะร้องไห้

เมื่อการ์แลนเห็นอย่างนี้ นางไม่ลังเลใจแม้แต่น้อยรีบเร่งมาข้างหน้าทันที และจาร์ร็อดเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงไปหาการ์แลน เมื่อทั้งสองคนผนึกพลัง พวกเขาก็สามารถประคองชีวิตได้อย่างยากลำบาก แต่ถ้าพวกเขาพยายามสู้เดี่ยว ถ้าหนึ่งในพวกเขาตาย อีกคนหนึ่งคงไม่สามารถอยู่รอดได้

“การ์แลน! เราจะทำยังไงดี? เจ้าสัตว์ประหลาดนี่สามารถรู้ความแตกต่างระหว่างตัวข้าและร่างเงาร่างมายาที่ข้าสร้างขึ้น หรือว่าข้าจะต้องยอมเสียงสละร่างแยกศักดิ์สิทธิ์?” จาร์ร็อดคุยผ่านทางสำนึกเทพ

“เว้นแต่ไม่มีทางเลือกอื่นเหลืออยู่เลย อย่าเพิ่งใช้วิชาที่จะต้องทำให้เจ้าเสียสละร่างแยกศักดิ์สิทธิ์เลย” การ์แลนตอบกลับ

ใช้วิชาร่างเงาร่างมายาต่อหน้าอสูรอะเมทิสต์เปล่าประโยชน์ อสูรอะเมทิสต์สามารถรู้ได้ถึงร่างเดิมจากท่ามกลางร่างแยกศักดิ์สิทธิ์เป็นร้อยร่าง นี่คือเรื่องที่นึกไม่ถึง

ดังนั้น, พูดโดยทั่วไป อสูรอะเมทิสต์ยากจะรับมือได้ และมีความลำบากมาก

“มีบางคนอยู่ที่นี่!” การ์แลนและจาร์ร็อดสังเกตเห็นคนทั้งสี่จากหางตา กลุ่มของลินลี่ย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นเดเลีย ตาพวกเขาทอประกายวูบทันที

“เป็นอสูรเทพชั้นสูงที่ชื่อเดเลีย!” การ์แลนและจาร์ร็อดดีใจ พวกเขาไม่ลังเลแม้แต่น้อยบินด้วยความเร็วสูงเข้าไปหากลุ่มของลินลี่ย์ เนื่องพวกเขาเห็นว่าถ้าอสูรเทพชั้นสูงร่วมกำลังกับพวกเขาสถานการณ์จะดีขึ้นมาก

“เดเลียผู้นี้ยังคงอยู่กับเทพแท้พวกนั้น เทพแท้เหล่านั้นโชคดีมากจริงๆ ที่ยังรอดอยู่ได้” การ์แลนและจาร์ร็อดคุยกันขณะที่ตรงไปหากลุ่มของลินลี่ย์ และอดคิดเรื่องนี้ไม่ได้

ความเร็วของการ์แลนและจาร์ร็อดด้อยกว่าอสูรอะเมทิสต์นั้น

ดังนั้นเมื่อวิ่งหนี พวกเขาจึงได้รับทุกข์ทรมานจากกรงเล็บอสูรร้ายอีกครั้ง ทำให้ร่างของการ์แลนและจาร์ร็อดเต็มไปด้วยรอยแผลและเลือด

“ช่างเจ็บปวด” บีบีพึมพำ

“บีบี, มาเถอะ เราไปไล่อสูรอะเมทิสต์ให้หนีไปเถอะ” ลินลี่ย์ชักชวน

ลินลี่ย์และบีบีแทบจะพุ่งไปข้างหน้าผ่านการ์แลนและจาร์ร็อดไปพร้อมกัน ทำให้ทั้งสองคนตกใจ “เทพแท้สองคนนี้หาเรื่องตายหรือนี่?” ขณะที่พวกเขาหลบผ่านมาได้ พวกเขาหันไปมอง...

พวกเขาเห็นกระบี่สีม่วงดูชั่วร้ายฟันผ่านอากาศและปะทะใส่เขาของอสูรอะเมทิสต์ตัดมันโดยตรง “ฉัวะ” มันตัดผ่านกะโหลกแข็งของอสูรอะเมทิสต์ ทำให้อสูรอะเมทิสต์เจ็บปวดร้องโหยหวน

ขณะเดียวกันนั้น...

“ฉัวะ!” มีดดำของบีบีแทงเข้าไปในหน้าอกของอสูรอะเมทิสต์ คว้านก้อนอะเมทิสต์ก้อนใหญ่ออกมา

อสูรอะเมทิสต์ได้รับเจ็บปวดมากมาย มันตวัดกรงเล็บใส่ศีรษะลินลี่ย์และบีบีข้างหน้าอย่างดุร้าย เหมือนกับว่าต้องการให้ศีรษะของลินลี่ย์และบีบีระเบิดกระจุย อย่างไรก็ตาม ลินลี่ย์และบีบีหลบหลีกทั้งคู่

มีเสียงตุ้บสองครา กรงเล็บยังคงตะปบลงที่ไหล่ของพวกเขาทั้งสอง

ร่างลินลี่ย์และบีบีสั่นสะท้านและพวกเขากระเด็นถอยหลังไปหลายเมตร

ดวงตาสีแดงของอสูรอเมทิสต์จ้องมองลินลี่ย์และบีบีอย่างประหลาดใจ ลินลี่ย์และบีบีไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อย กรงเล็บของอสูรอะเมทิสต์ไม่สามารถทิ้งรอยเสียหายบนเกล็ดมังกรของลินลี่ย์หรือร่างของบีบีได้เลย

อสูรอะเมทิสต์จ้องมองลินลี่ย์และบีบีอย่างสับสน จากนั้นมันคำรามและหมุนตัวหนีไปทันที

การ์แลนและจาร์ร็อดเทพชั้นสูงทั้งสองคนจ้องมองภาพข้างหน้าปากอ้าตาค้าง “เจ้าสัตว์ประหลาดนั่น...หนีไปหรือ?” พวกเขาไม่เคยได้ยินว่าอสูรอะเมทิสต์ถูกบังคับให้หนีมาก่อน เมื่อสู้กับอสูรอะเมทิสต์ มักจะเป็นเทพชั้นสูงที่อยู่ในสภาพย่ำแย่

ที่สำคัญร่างของคนอย่างลินลี่ย์และบีบีแข็งแกร่งเพียงไหน?

การ์แลนและจาร์ร็อดชำเลืองมอง ตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความทึ่ง พวกเขาไม่เคยเห็นพวกเทพแท้อยู่ในสายตา แต่เมื่อสักครู่นี้เทพแท้สองคนนี้บังคับให้อสูรอะเมทิสต์หนีไป

“ขอบคุณพวกเจ้าทั้งสองที่ช่วยเรา เราสองคนจะไม่ลืมบุญคุณที่พวกเจ้าทำกับเราในครั้งนี้” การ์แลนพูดอย่างจริงใจทันที

บีบีชำเลืองมองดูนางจากด้านข้าง และพึมพำอย่างไม่สบายใจ “ช่วยพวกเจ้า? พวกเจ้าเล่นวิ่งมาทางเรา ถ้าเราไม่ทำอะไร อสูรอะเมทิสต์คงเริ่มโจมตีเราต่อแน่”

การ์แลนและจาร์ร็อดอดหัวเราะแก้เก้อมิได้

เมื่อพวกเขาวิ่งมาทางกลุ่มของลินลี่ย์ พวกเขาหวังว่าเดเลียจะช่วยพวกเขา ที่สำคัญอสูรอะเมทิสต์จะโจมตีมนุษย์เมื่อพวกมันพบ โดยวิธีลากคนอื่นลงมาสู้ด้วยเมื่อเผชิญภัยคุกคาม เกี่ยวกับเรื่องนี้พวกเขารู้สึกผิด ทั้งการ์แลนและจาร์ร็อดรู้สึกเก้อเขิน

“เราก็ถูกบังคับให้ทำเช่นนั้น และไม่มีเงื่อนไขอื่น ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะไม่ตำหนิเรา” จาร์ร็อดรีบกล่าว

จาร์ร็อดและการ์แลนรู้ว่าในภูเขาอะเมทิสต์ ลินลี่ย์และบีบีจะมีประโยชน์มากกว่าเทพชั้นสูงเสียอีกเมื่ออยู่ในภูเขาอะเมทิสต์เหมือนกับพวกเขา จาร์ร็อดและการ์แลน ขณะที่คุยกันก็ลอบตรวจสอบไหล่ของลินลี่ย์และบีบี พวกเขาอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้

“ทั้งสองคนนี้ถูกอสูรอะเมทิสต์โจมตีโดยตรงก็ยังไม่ได้รับบาดเจ็บหรือนี่? พวกเขามีสภาพร่างกายแบบไหนกัน?”

จบบทที่ ตอนที่ 15-37 ช่วยเหลือ

คัดลอกลิงก์แล้ว