เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15-24 รู้แจ้ง

ตอนที่ 15-24 รู้แจ้ง

ตอนที่ 15-24 รู้แจ้ง


ในท้องฟ้าที่มืดมิดแสงสลัวของดวงจันทร์สีม่วงเหมือนชั้นผ้าพันแผลคลุมแผ่นดิน  ในอากาศเหนือแนวภูเขาไฟเอลควินและแลร์มองต์กำลังควงอาวุธเผชิญหน้ากัน ด้านล่างพวกเขาเป็นกลุ่มของลินลี่ย์และแมวน้อยสีทองกำลังแหงนหน้ามอง

“ลินลี่ย์!  ใครจะชนะ?” เดเลียพูดเบาๆ

ลินลี่ย์แหงนหน้ามองดูทั้งสองคนในกลางอากาศ  “ยากจะบอกได้ ข้ามีความรู้สึกว่าเอลควินผู้นี้ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าเล็กน้อย  อย่างไรก็ตามไม่ว่ายังไงพลังโจมตีของแลร์มองต์น่าประหลาดจริงๆ”  ลินลี่ย์ไม่กระพริบตาแม้แต่น้อยเพราะกลัวจะพลาดบางอย่างไป

แมวน้อยสีทองฟูโซ่ลอยตัวอยู่กับที่กระดิกหางไปมาช้าๆขณะเงยหน้าขึ้นมองดู

“ข้า แลร์มองต์ในช่วงเวลานานนับปีไม่ถ้วนได้ท้าสู้กับอสูรหกดาวรวมแล้วสิบแปดคน และในแต่ละครั้ง ข้าชนะ!  นี่จะเป็นครั้งแรกที่ข้าท้าสู้กับอสูรเจ็ดดาว” แลร์มองต์ลอยตัวอยู่ในกลางอากาศและพูดด้วยน้ำเสียงแจ่มชัด ปกติแลร์มองต์จะมีสีหน้าเฉยเมยและดูเหมือนจะไม่สนใจอะไร

แต่ในขณะนี้สายตาของแลร์มองต์เป็นประกายเจิดจ้าเหมือนสายฟ้า เขาเต็มไปด้วยความตั้งใจจะสู้

ความตั้งใจสู้ของเอลควินก็เพิ่มขึ้นสูงเช่นกัน

“เฮอะ..พวกที่เจ้าเอาชนะมาได้ไม่มีอะไรมากไปกว่าอสูรหกดาว วันนี้...ข้าจะให้เจ้าได้รับรู้ความแตกต่างระหว่างอสูรหกดาวและอสูรเจ็ดดาว!”  ชุดยาวสีดำของเอลควินกระพือลม แส้ยาวสีดำในมือของเขาเคลื่อนไหวเหมือนอสรพิษที่คล่องแคล่ว

ภารกิจเจ็ดดาวเป็นภารกิจที่ยากที่สุดในปราสาทอสูร!

จากหนึ่งดาวไปสองดาว จากสองดาวไปสามดาวตลอดจนกระทั่งห้าดาวและหกดาว ความยากขึ้นของภารกิจยังไม่มากจนเกินไป  อย่างไรก็ตามความยากของภารกิจอสูรเจ็ดดาวจะกระโดดข้ามไปอีกขั้นยากอย่างยิ่ง นี่คือเหตุผลที่แม้จะผ่านมาในช่วงหลายปีในแดนนรกจำนวนอสูรเจ็ดดาวก็ยังมีเป็นจำนวนน้อย

แลร์มองต์แม้จะเอาชนะอสูรหกดาวได้ถึงสิบแปดคนก็ยังไม่สามารถเอาชนะเอลควินได้  แต่เมื่อว่ากันตามตรงเพราะเขาไม่แน่ใจว่านี่เป็นการท้าทายและน่าตื่นเต้นที่สุดหรือเปล่า

“ฮ่าฮ่า...” แลร์มองต์เริ่มหัวเราะลั่น

“แครก...”พลังกระบี่สีเทาที่น่ากลัวถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของแลร์มองต์  ในพริบตากระบี่มายาเล่มหนึ่งขนาดเกินร้อยเมตรปรากฏขึ้นขณะที่ตัวแลร์มองต์เองเป็นเหมือนใจกลางพลังของกระบี่ภาพมายานี้ พลังกระบี่ที่ดุร้ายรุนแรงทำให้มิติช่องว่างสะท้านไหว

“เจ้าฝึกมาสายวิถีทำลายล้างได้ในระดับสูงจริงๆ”

เอลควินถอนหายใจชื่นชม แต่หน้าของเขาไม่มีแววกังวลแม้แต่น้อย

“ครืนนน...” พื้นที่ภายในร้อยเมตรรอบตัวเอลควินเปลี่ยนเป็นสีดำทันที  ไม่มีร่องรอยแห่งแสงแม้แต่น้อย  ขณะเดียวกันพื้นที่ทั้งหมดเริ่มบิดเบี้ยวบิดเบือน  แม้แต่แสงของพระจันทร์ก็ยังถูกดูดหายไปในพื้นที่รอบตัวเอลควินระยะร้อยเมตรนี้

มีแต่ตัวเอลควินเองที่ยังปรากฏ

“ฮึ..จงใช้วิชาอะไรก็ได้ที่เจ้าภูมิใจออกมาเลยมิฉะนั้นเจ้าจะไม่มีโอกาสได้ใช้อีกหลังเจ้าตาย” เอลควินพูดอย่างใจเย็น

แลร์มองต์หัวเราะเบาๆ “อย่างนั้น... รับสิบสามกระบี่ของข้าก่อน!”

เขาปลดปล่อยพลังกระบี่ทันที.....

เงากระบี่วูบวาบและทันใดนั้นเงากระบี่ทั้งสิบสามปรากฏขึ้นกลางอากาศและเข้าโจมตีเหมือนกับมังกรร้ายสิบสามตัว ริ้วขาดในมิติปรากฏขณะที่เงากระบี่สิบสามสายแหวกอากาศเป็นแนวโค้งในตำแหน่งต่างกัน  แต่กระทบลงที่เอลควินพร้อมกัน

เงากระบี่ทั้งสิบสามรุนแรงเหลือเชื่อ เหมือนกับอสูรยักษ์กินคนที่พยายามสับฟันเอลควินให้แหลกราน

“เฮอะ”เอลควินเผชิญหน้ากับเงากระบี่ที่ดุร้ายรุนแรงทั้งสิบสามสาย เขาเพียงแต่แค่นเสียงอย่างใจเย็นขณะเดียวกันก็สะบัดแส้ยาวในมือเบาๆนี่ดูเหมือนแส้ดำยาวบางจะเริ่มร่ายรำและคล้ายกับว่าจะเปลี่ยนไปเป็นงูดำขนาดยักษ์

นอกจากนี้ งูดำยักษ์ยังแฝงไปด้วยหมอกมองดูคล้ายแถบผ้าไหมดำ

“แครก...”

แส้ดำกลายเป็นงูดำยักษ์ขนดรอบเหมือนกับถังยักษ์และงูยักษ์ซึ่งแฝงไปด้วยหมอกที่ดูเหมือนไหมขดรอบตัวเขาป้องกันพลังเงากระบี่โจมตี

“ปัง! ปัง!”  แถบเหมือนผ้าไหมสีดำร่วงลงทันทีเมื่อสัมผัสกับพลังกระบี่แต่เมื่อสลายไป หมอกดำก็กลับคืนรูปอีกครั้ง

มีแถบเหมือนไหมดำมากมาย และทันทีที่แตกสลายก็คืนสภาพเหมือนเดิมได้ไหม่

นอกจากนี้งูดำยักษ์นั้นป้องกันพลังโจมตีของเงากระบี่ทั้งสิบสามสายได้หมดในไม่ช้าเงากระบี่ทั้งสิบสามสายก็หายไป

ใช้อ่อนชนะแข็งกร้าวแม้ว่าเงากระบี่สิบสามสายจะคมเหลือเชื่อแต่ก็ยังร่วงลงพื้นหมด

“นั่นฝีมือดีที่สุดของเจ้าแล้วใช่ไหม?”  เอลควินพูดอย่างใจเย็น

“ยอดเยี่ยม!”  แลร์มองต์ตาเป็นประกาย “วิชานี้ของท่านแฝงด้วยเคล็ดความรู้ลึกลับกฎธาตุมืดอย่างน้อยสามประการ!  เอลควิน,ในบรรดาเคล็ดความรู้ลึกลับห้าอย่างของธาตุมืด ท่านหลอมรวมได้เท่าใดแล้ว?” แลร์มองต์เป็นยอดฝีมือเช่นกัน แค่เพียงมองเขาสามารถบอกได้ว่ามีเคล็ดความรู้ลึกลับแฝงอยู่ในพลังป้องกันของศัตรูเท่าใด

เอลควินหัวเราะเบาๆ “ทำไมข้าต้องบอกเจ้าด้วยเล่า? นั่นเป็นแค่การเปิดงานเท่านั้น พลังโจมตีเล็กน้อยของเจ้าไม่คู่ควรให้ข้าต้องใช้วิชาที่ดีที่สุดเข้าสู้!”

ลินลี่ย์มองดูการต่อสู้อย่างเงียบๆพยายามวิเคราะห์เคล็ดความรู้ลึกลับที่แฝงอยู่ในวิชาของเอลควิน  “หืม?แลร์มองต์กล่าวว่าวิชานี้แฝงไว้ด้วยเคล็ดความรู้ลึกลับสามอย่าง  นอกจาก ‘แก่นความมืด’ และ ‘ปีศาจ’สองเคล็ดความรู้ลึกลับ แล้วอีกเคล็ดหนึ่งคืออะไร?” มองจากผิวเผินลินลี่ย์รู้อยู่แค่สองเคล็ดความรู้ลึกลับ

ลินลี่ย์หัวเราะทันที “ใช่แล้ว พลังโจมตีของแลร์มองต์แฝงไปด้วยคุณสมบัติโจมตีวิญญาณ  เนื่องจากถูกป้องกันไว้ได้เคล็ดที่สามก็ต้องเป็นเคล็ดความรู้ลึกลับวิญญาณ’”

วิชาง่ายๆ แต่แฝงไปด้วยเคล็ดความรู้ลึกลับสามอย่าง นี่แสดงว่าเอลควินอย่างน้อยก็ผสานเคล็ดความรู้ลึกลับได้สามอย่าง

“ข้าหลอมรวมได้เพียงสองอย่างดูเหมือนว่าข้ายังมีหนทางอีกยาวไกล” ลินลี่ย์รำพึงกับตัวเอง

“หือ?” ตาของลินลี่ย์เป็นประกายสว่าง

ในกลางอากาศ แลร์มองต์ตะโกนอย่างตื่นเต้น  “ฮ่าฮ่า....” ขณะที่หัวเราะดังแลร์มองต์เริ่มเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงกลายเป็นเงานับไม่ถ้วนรายล้อมเอลควินแต่ละเงาร่างจะมีเงากระบี่แฝงอยู่ด้วย

“แข่งความเร็วน่ะหรือ? น่าขัน” เอลควินจะกลัวเรื่องอย่างนี้ได้ยังไง?

ร่างของเอลควินกระพริบวาบจากนั้นกลายเป็นร่างเงามายาหลายร้อยร่างเช่นกันนั่นคือวิชาร่างเงาร่างมายาทำให้เขามีความสามารถยักย้ายไปยังร่างใดในหลายร้อยร่างนั้นก็ได้และยากจะคาดเดา  เสียงหัวเราะของเอลควินดังลั่น  “ฮ่าฮ่า ไม่มีทางที่เจ้าจะแตะต้องข้าได้

“ข้าไม่ได้แข่งความเร็วกับเจ้า!”  เสียงของแลร์มองต์ดังขึ้นขณะเดียวกันร่างเงาที่เคลื่อนไหวหายไปหมดไม่เหลือแลร์มองต์บินถอยหลังด้วยความเร็วสูง แต่จากนั้น....

เงากระบี่นับไม่ถ้วนฟันฉีกอากาศ

“แครกกกกก...”

ขณะที่แลร์มองต์เริ่มเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง เขาปล่อยพลังเงากระบี่โจมตีหลายร้อยสายทันที  แต่ละสายเงาแตกต่างกันเล็กน้อย  ไม่ว่าจะเป็นเวลาหรือตำแหน่งการโจมตี  แลร์มองต์ดำเนินการอย่างสมบูรณ์ทั้งหมดและขณะที่เขาใช้เงากระบี่สุดท้าย...

ทันใดนั้นเงากระบี่นับไม่ถ้วนในกลางอากาศก่อตัวเป็นรูปดอกบัวบาน

ในขณะนั้นเงากระบี่นับไม่ถ้วนกำลังจะโจมตี รูปดอกบัวบานก่อตัวได้สำเร็จและล้อมเอลควินไว้ตรงกลาง

“หือ?” เอลควินสีหน้าเปลี่ยนทันที

กระบี่บัวบานนี้ผนึกพื้นที่รอบตัวเขาไว้อย่างสิ้นเชิงทำให้เขาไม่มีที่หนี ทางเลือกที่เขามีก็คือรับพลังโจมตีโดยตรง

“แลร์มองต์ผู้นี้แข็งแกร่งทรงพลังจริงๆ”  เอลควินรำพึงกับตนเอง และจากนั้นเขาพลิกฝ่ามือฝ่ามือขวาสีเหลืองเข้มกลายเป็นสีแดงเข้มเพิ่มขนาดเท่าพัด  เอลควินแค่นเสียงเยือกเย็น

ฝ่ามือขวาของเขาตบใส่ทันที!

จากด้านบนเงากระบี่มากมายกดลงบนตัวเขา

“ปัง!”

เงากระบี่สูญสลายไปสิ้นเชิง  แต่โลหิตไหลจากมือของเอลควิน  เขาได้รับบาดเจ็บ

“ถุงมือข้าถูกทำลาย ไม่อย่างนั้นข้าจะได้รับบาดเจ็บได้ยังไง?” เอลควินเต็มไปด้วยความโกรธ

เพราะความพยายามที่จะชิงสมบัติตระกูลบอยด์นี้  เอลควินสูญเสียสมบัติสำคัญไปด้วย  และตอนนี้เขากลับถูกแลร์มองต์ท้าทายและได้รับบาดเจ็บ เป็นความเสียหายต่อเนื่องตามมา... เอลควินโกรธจริงๆ แล้วในตอนนี้เขาไม่เอาแต่ตั้งรับและตอบโต้ต่อไปอีกแล้ว

เขาเริ่มเปิดฉากโจมตี!

เงากระบี่จากด้านบนพังสลายไปและเอลควินเองพุ่งผ่านช่องออกไป เหมือนกับพญาอินทรีบินโฉบเข้าหาแลร์มองต์แต่ไกลขณะที่เขาตะโกนผ่านสำนึกเทพอย่างเกรี้ยวกราด “แลร์มองต์ เจ้าจงรับพลังโจมตีของข้าให้ดี!”

แส้ดำยาวในมือของเอลควินบิดตัวและเปลี่ยนเป็นสีแดงและกลายสภาพเป็นอสรพิษโลหิตขณะที่ม้วนตัวเข้าหาแลร์มองต์  อสรพิษนี้อ้าปากขนาดมหึมาอวดเขี้ยวสีดำของมัน

ทันใดนั้นอสรพิษยักษ์สีแดงก่อให้มิติเกิดการสะเทือนหวั่นไหว

“ครืนนน....”

“ยอดเยี่ยม!”

ตาของแลร์มองต์เป็นประกายเจิดจ้าเหมือนสายฟ้า  และกระบี่ยาวในมือแทงออกมาตรงๆ  พลังกระบี่โจมตีนี้ปรากฏเหมือนกับธรรมดา  แต่ในขณะที่แทงออกตรงๆ หลุมดำในมิติปรากกขึ้นทันที  กระบี่ยาวบิดตัวแทงผ่านหลุมดำไม่ว่าจุดใดที่กระบี่ยาวแทงผ่านมิติจะฉีกขาดเปิดออก

“ระเบิด...จุดดาว!”

พลังโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของแลร์มองต์ พลังโจมตีสูงสุดที่เขาใช้ฆ่าชายชราชุดเขียวในปราสาททราย

เอลควินเห็นพลังโจมตีนี้ อดทึ่งไม่ได้  และจากนั้นเอลควินกัดฟัน สีหน้าดุร้ายขณะเดียวกันแส้ยาวในมือของเขาซึ่งเปลี่ยนไปเป็นอสรพิษโลหิตสั่นสะท้านจากนั้นกลายเป็นอสรพิษเก้าหัวแต่ละหัวอ้าปากอวดเขี้ยวของมัน

กระบี่ที่เหมือนกับจะไม่มีทางป้องกันได้แทงใส่โดยตรง...

“แควก...” กระบี่แทงผ่านลำคอของหนึ่งในหัวอสรพิษ

“แคล้ง!”

กระบี่แทงผ่านแส้ยาวซึ่งมีหัวอสรพิษโลหิตทั้งเก้าหัว ในทันใดนั้นหัวอสรพิษโลหิตทั้งเก้าหัวสั่นสะท้าน จากนั้นระเบิดบึ้มเปลี่ยนสภาพกลับคือเป็นแส้ยาวดำ ขณะเดียวกันหัวอสรพิษที่ระเบิดขาดออกมายังคงพุ่งเข้าหาแลร์มองต์

หัวของอสรพิษโลหิตหัวแล้วหัวเล่าโจมตีใส่เขาด้วยความเร็วสูงและกัดใส่แลร์มองต์อย่างดุดัน

เงากระบี่สายหนึ่งฉายประกาย!

เกิดเสียงระเบิดดังต่อเนื่องแปดครั้ง ขณะที่แลร์มองต์เองปลิวกระเด็นถอยหลังไปเพราะแรงระเบิดตกลงที่พื้นแนวภูเขาไฟเบื้องล่าง  ทันใดนั้นแลร์มองต์ยืนอยู่บนพื้น  ตอนนี้หน้าของแลร์มองต์ซีด  และที่มุมปากมีรอยเลือด

“น่ากลัว น่าเกรงขามจริงๆท่านหลอมรวมเคล็ดความรู้ลึกลับได้ถึงสี่เคล็ดแล้ว”  ร่างของแลร์มองต์มีรอยเปื้อนเลือดเช่นกันและเขาจ้องมองเอลควิน  “เนื่องจากท่านสามารถทนรับการโจมตีครั้งนี้ของเขาได้  ข้าขอยอมรับความพ่ายแพ้”

หน้าของเอลควินซีดขาวยิ่งกว่าในครั้งก่อนเช่นกัน  แต่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บหนักเท่ากับแลร์มองต์

กลุ่มของลินลี่ย์และแมวน้อยทองที่เป็นผู้สังเกตการณ์ค่อนข้างประหลาดใจเช่นกัน

“แลร์มองต์แพ้?” บีบีพึมพำ  “เขายังไม่ตายแต่เขายอมรับความพ่ายแพ้งั้นหรือ?”

ลินลี่ย์ยังคงมองนักรบทั้งสองคนอย่างระมัดระวัง

เอลควินมองดูแลร์มองต์อย่างประหลาดใจ  “เจ้า...เจ้าหลอมรวมพลังเทพวิถีทำลายล้างและพลังธาตุไฟเข้าด้วยกันงั้นหรือ? เจ้า...เจ้ามีวิญญาณกลายพันธุ์หรือนี่?” เมื่อรับพลังโจมตีนี้ได้ เอลควินจึงได้ตรวจสอบพลังที่แฝงอยู่ในวิชา ‘ระเบิดจุดดาว’

นี่ไม่ใช่พลังเทพวิถีทำลายล้าง แต่เป็นการหลอมรวมพลังเทพวิถีทำลายล้างและพลังธาตุไฟ

“ใช่แล้ว น่าเสียดาย แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นข้าก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่าน” แลร์มองต์ส่ายศีรษะ

“วิญญาณกลายพันธุ์ หาได้ยากจริงๆ” เอลควินถอนหายใจทึ่ง “กล่าวโดยทั่วไป มีแต่คนประเภทนั้นจึงจะสามารถหลอมรวมพลังเทพต่างสายธาตุได้ ก่อนนี้ข้าเพียงแต่ได้ยินว่าเมื่อหลอมรวมพลังต่างสายธาตุพลังของผู้นั้นจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด วันนี้ข้านับว่าได้พบความจริงเช่นนั้นแล้ว”

เอลควินชำเลืองดูแลร์มองต์ “บอกตามตรง  พลังของเจ้าควรจะอยู่ในระดับอสูรเจ็ดดาวได้แล้ว อย่างไรก็ตามเจ้าก็ยังค่อนข้างอ่อนด้อยกว่าข้า  ถ้าอย่างนั้น...ตายซะเถอะ!” ขณะที่เขาพูดร่างของเอลควินกลายเป็นร่างลวงตาทันทีเกิดเป็นร่างเงาร่างมายานับร้อยร่างทั้งหมดเข้าโจมตีแลร์มองต์ที่กำลังบาดเจ็บสาหัส

กฎธาตุมืด – วิชาร่างเงาร่างมายา

ลินลี่ย์ตกตะลึงมองดูเหตุการณ์นี้  “หลอมรวมพลังศักดิ์สิทธิ์ได้หรือ?  ความจริงใช่แล้วก่อนนี้โอลิเวอร์ก็สามารถกระตุ้นการหลอมรวมพลังธาตุมืดและธาตุแสง เพียงแต่ระดับหลอมรวมของโอลิเวอร์ยังไม่มากเท่าแลร์มองต์”

การโจมตีของแลร์มองต์ยากจะตัดสินได้จากแค่มองดู  เมื่อคนผู้หนึ่งถูกโจมตีเอลควินเพิ่งจะตรวจพบเจอ

ดังนั้นเขาจึงสามารถบอกได้ว่าแลร์มองต์หลอมรวมพลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองได้ลึกขนาดไหน

“เมื่อพลังเทพสองสายธาตุต่างกันหลอมรวมกัน  พลังโจมตีจะเพิ่มขึ้นมากอย่างนั้นหรือ?  พลังเทพหลอมรวมกันได้อย่างไร?  จากสิ่งที่เอลควินพูดดูเหมือนวิญญาณของผู้นั้นต้องมีการกลายพันธุ์เพื่อเป้าหมายให้มีการหลอมรวมพลัง  มิฉะนั้นคงจะเป็นไปไม่ได้”  ความคิดของลินลี่ย์ชะงักฉับพลัน

เขามองดูในอากาศ “หรือว่าแลร์มองต์จะตายอย่างนั้น?”

จบบทที่ ตอนที่ 15-24 รู้แจ้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว