เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15-11 ความลับ

ตอนที่ 15-11 ความลับ

ตอนที่ 15-11 ความลับ


ในท่ามกลางทะเลทรายที่ว่างเปล่ามีซากศพเปื้อนโลหิตกระจัดกระจายนับสิบ กองกำลังของนักสู้อสูรกับกองกำลังของอินนิโกชะงักการต่อสู้  ขณะที่ลินลี่ย์และเดเลียกอดกันแน่น

“เดเลีย!”  ตอนนี้ลินลี่ย์สงบใจได้แล้ว

แม้ว่าพวกเขาจะติดอยู่ในปราสาททราย แต่ลินลี่ย์รู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวในหัวใจของเขา  เขากลัวว่าเดเลียจะตาย  ลินลี่ย์จำได้เมื่อตอนที่เดเลียยังอายุน้อยและพบกับเขาที่สถาบันเอินส์และจากนั้นก็หวนกลับมาพบกันอีกที่จักรวรรดิโอเบรียน

ยิ่งเวลาผ่านไปหลายทศวรรษ เดเลียก็ยิ่งเหมือนกลายเป็นชีวิตอีกครึ่งหนึ่งของลินลี่ย์

เมื่อเขาเห็นนางหัวใจลินลี่ย์สงบลง

และเดเลียก็มีความรู้สึกต่อลินลี่ย์ทำนองเดียวกันไม่ใช่หรือ?

“ขอบคุณสวรรค์” เดเลียพูดอย่างอ่อนโยนอยู่ในวงแขนของลินลี่ย์  “ลินลี่ย์!  เมื่อครู่ที่ผ่านมา มันอันตรายมาก  ข้าเกือบถูกเทพชั้นสูงฆ่าเสียแล้ว  แต่ข้าไม่ต้องการตาย...ข้าต้องการเห็นเจ้า” เดเลียนึกย้อนถึงช่วงเวลาเฉียดตายที่นางได้ผ่านมา  และรู้สึกสะท้านใจ

เมื่อเผชิญกับอันตรายที่ยิ่งใหญ่เดเลียได้แต่ทุ่มเทสุดตัวและใช้โกเลมมัจจุราชพร้อมทั้งเคล็ดลึกลับของกฎธาตุลมด้วยเช่นกัน

โชคดีที่นางรู้วิชาแยกร่างมายาและเชี่ยวชาญ ‘ลมมิติ’จึงทำให้นางโชคดีพอหลบได้

“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าต้องตกอยู่ในอันตรายใดๆอีก”  ลินลี่ย์กอดเดเลียไว้ในวงแขน  เมื่อลินลี่ย์จับมือของคนรักเขารู้สึกว่าพลังชีวิตและวิญญาณของเขาเติมเต็มสมบูรณ์แบบ

ขณะที่ลินลี่ย์และเดเลียดื่มด่ำกับการดีใจที่ได้พบกันอีก....

“ปัง”

เสียงระเบิดที่น่ากลัวดังอยู่ในกลางอากาศรังสีแสงสีเขียวและรังสีดำปะทะกันหลายครั้ง แต่ละครั้งทำให้โลกสั่นสะเทือน  และจากนั้นรังสีสองสายก็พุ่งลงไปบนพื้นทะเลทรายกลายเป็นชายชราชุดเขียวและแลร์มองต์ชุดดำ

หน้าของชายชราชุดเขียวซีดขาวเขาจ้องมองแลร์มองต์ หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึง “พลังของแลร์มองต์ผู้นี้น่ากลัวกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้ วิชากระบี่ของเขาในวิถีทำลายล้างสูงถึงระดับที่น่ากลัวขนาดนั้น” ช่วงเวลานี้ชายชราชุดเขียวต้องการแต่เพียงพัวพันแลร์มองต์ไว้ชั่วขณะ

โชคไม่ดีที่พลังของแลร์มองต์เกินกว่าที่เขาคาดคิดไปมาก

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชายชราชุดเขียวเป็นผู้ตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงแทน เขาไม่กล้าปล่อยให้ตนเองเสียสมาธิกับการควบคุมปราสาททราย  ดังนั้นจึงยอมปลดปล่อยการควบคุมปราสาททรายและเพ่งสมาธิสนใจกับศัตรูน่ากลัวข้างหน้า แลร์มองต์

แลร์มองต์ถือดาบยาวและมองดูชายชราชุดเขียวอย่างสงบมีรอยยิ้มอารมณ์ดีปรากฏอยู่บนใบหน้า “พลังของเจ้าไม่เลว เจ้าคู่ควรรับพลังดาบโจมตีเต็มที่ของข้า”

หน้าของชายชราชุดเขียวเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

“อะไรนะ? การโจมตีที่ทรงพลังที่สุด?”หัวใจของชายชราชุดเขียวหนาวยะเยือก ก่อนนี้ เขาสามารถเอาตัวรอดได้  แต่ก็ต้องใช้พลังทั้งหมดจึงทำเช่นนั้นได้

ยอดฝีมือที่กำลังมองดูเมื่อได้ยินคำพูดของแลร์มองต์ ต่างพากันประหลาดใจทุกคน

“เดเลีย, เราถอยไปห่างๆ อีกนิดเถอะ” ลินลี่ย์จูงมือเดเลียถอยไปยังจุดที่โซโลมอนและบีบีอยู่มองดูยอดฝีมือเหล่านี้ต่อสู้จากในระยะที่ปลอดภัย “ข้าอยากจะเห็นนักว่าพลังโจมตีของพวกเขาเหมือนอะไร!”

ช่วงเวลานี้เมื่อพวกเขาเผชิญหน้ากับโจรที่ลอบทำร้ายดาบโจมตีของแลร์มองต์ทำให้ลินลี่ย์ตะลึง โอกาสที่อยู่ต่อหน้าเขานี้มีคุณค่ามาก

“เจ้าแก่สองคนนั่นเล่นตลกกับข้า!”  อินนิโกสบถกับตัวเอง  เขาชำเลืองมองซาโลมอน  “ไม่มีความผิดพลาดแน่แต่เราไม่มีโอกาสอีกต่อไปแล้ว  ดูเหมือนว่าอาจารย์ไม่สามารถทนต้านรับได้ต่อไปข้าจากไปเป็นดีที่สุด!” อินนิโกพรางตัวผสานกับทรายและหายไป ตอนนี้ความสนใจของทุกคนอยู่ที่สุดยอดฝีมือทั้งสอง  ไม่มีใครให้ความสำคัญกับอินนิโก

นอกจากนี้....

ฝ่ายพวกอสูรมีคนเดียวที่รู้จักอินนิโกและโชคดีรอดชีวิตอยู่ได้ก็คือชายชราเขาสีขาว แต่ชายชราเขาสีขาวไม่ได้สังเกตเห็นอินนิโกซึ่งอยู่ในระยะไกลแม้แต่น้อย

“บึ้ม!”

ตลอดทั้งตัวของแลร์มองต์ระเบิดพลังดาบที่น่ากลัว ร่างของแลร์มองต์ปล่อยภาพดาบลวงตาซึ่งเป็นวิถีทำลายล้าง แลร์มองต์ดูเหมือนเปลี่ยนไปเป็นใจกลางของดาบลวงตาขนาดใหญ่และพลังดาบที่คมและดุร้ายกวาดม้วนอยู่โดยรอบ

พลังของดาบเพิ่มขึ้นรุนแรงขึ้น

“แครก...” เจตจำนงดาบทำให้มิติเกิดอาการสั่นสะท้าน

ทุกคนเมื่อเห็นแบบนี้ถึงกับสีหน้าเปลี่ยน  แดนนรกเป็นหนึ่งในพิภพระดับสูงและมีความมั่นคงยิ่งกว่าพิภพโลกธาตุ  พลังดาบยังไม่ถูกปลดปล่อยออกมาแต่ก็มีพลังถึงขนาดนั้นแล้ว อย่างนั้นพลังดาบโจมตีของแลร์มองต์จะทรงพลังถึงระดับใด?

“บ้าไปแล้ว เขาเป็นคนบ้าจริงๆ” หัวใจของชายชราชุดเขียวเย็นยะเยือก

พลังของแลร์มองต์ทำให้เขารู้สึกกลัว

“ฮึ่ม.. ต่อให้เจ้าทรงพลังแล้วยังไงเล่า  กฎพลังธาตุลมที่ดีที่สุดนั้นเอาไว้ใช้หลบหนี!”  ชายชราชุดเขียวเผชิญหน้ากับแลร์มองต์  เขารู้สึกตกใจหวาดกลัว ทันใดนั้นเขาเปลี่ยนเป็นร่างเงามายาหลายร้อยร่างกระจายหนีไปในทุกตำแหน่ง

หนึ่งในเคล็ดลึกลับของกฎธาตุลม– เงามายา!

“ร่างเงามายาช่างมากมายนัก?”  เดเลียตกใจและลินลี่ย์ถอนหายใจด้วยความประหลาดใจ

เมื่อเดเลียใช้ร่างเงามายานางสามารถแยกออกเป็นเก้าร่าง อย่างไรก็ตามชายชราชุดเขียวนี้ เปลี่ยนเป็นร่างเงามายาได้หลายร้อยร่าง เคล็ดลึกลับร่างเงามายเมื่อถูกใช้โดยยอดฝีมือต่างระดับกันก็มีพลังแตกต่างกันมากมาย

“วิชาร่างเงามายาเป็นวิธีหนีที่ยอดเยี่ยามแน่นอน  ร่างเงามายาหลายร้อยร่างทั้งหมดยากที่ผู้ใดจะจำแนกได้จากรัศมีของพวกเขา  แลร์มองเองก็ยากจะจับได้เช่นกัน”  ลินลี่ย์พูดกับตนเอง  อย่างไรก็ตามลินลี่ย์ยังคงมองแลร์มองต์รอดูว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอะไร

“หนีเหรอ? ช่างน่าผิดหวัง” เสียงของแลร์มองต์ดังขึ้น

ขณะเดียวกัน....

“ครืนนน...”

ในพื้นที่รัศมีพันเมตรรอบตัวแลร์มองต์ ไม่ว่าที่ไหนก็มีพลังรังสีดาบกระบี่นับไม่ถ้วนปรากฏออกมา  ในพริบตาร่างเงามายาทั้งหมดหลายร้อยร่างก็ถูกกำจัดหมดเหลือแต่เพียงร่างบุรุษชราชุดเขียวเพียงร่างเดียว

“เป็นไปได้ยังไง?”  หน้าของชราชุดเขียวเปลี่ยนไปมากมาย

แลร์มองต์บินเข้าหาเขาด้วยความเร็วสูงโจมตีเหมือนกับมังกรร้าย  ที่ใดก็ตามที่ร่างของเขาผ่านไปจะเกิดระลอกมิติกระเพื่อมตาม ความเร็วของแลร์มองต์ไม่ต่ำกว่าชายชราชุดเขียวแม้แต่น้อย

“ข้าไม่สามารถหนีได้!” ชายชราชุดเขียวเข้าใจทันทีเมื่อเขาได้เห็นความเร็วของอีกฝ่ายหนึ่ง

ชายชราชุดเขียวถอยหลังทันที  ขณะเดียวกันกระบี่ขอบเงินปรากฏในมือของเขา  “ในเมื่อข้าหนีไม่ได้  อย่างนั้นข้าก็ต้องทุ่มสู้สุดตัว!” ตาของชายชราชุดเขียวตอนนี้เต็มไปแววอำมหิตดุร้ายและเกลียวพลังงานสีเขียวม้วนอยู่รอบตัวเขากลายเป็นร่างมังกร

“โกรวววว!”  มังกรเขียวขนาดมหึมาคำรามลั่น

เมื่อเห็นการต่อสู้ลินลี่ย์รู้สึกประหลาดใจ “แก่นธาตุลมและเคล็ดลึกลับดนตรี” ลินลี่ย์สามารถบอกได้ทันทีว่าพลังโจมตีนี้ของชายชราชุดเขียวทรงพลังขนาดไหน “มังกรเขียวขนาดยักษ์ไม่เพียงแต่สามารถปกป้องร่างของเขาได้เท่านั้น มันยังสามารถสร้างพลังโจมตีเสียงดนตรีที่ส่งผลต่อศัตรู”

นี่คือความสามารถหนุนเสริม

“ฮ่าฮ่า....ระเบิดจุดดาว!” เสียงเยือกเย็นปราศจากอารมณ์ความรู้สึกของแลร์มองต์ดังขึ้นและตอนนี้เริ่มเผยให้เห็นด้านป่าเถื่อนของเขา เสียงหัวเราะบ้าคลั่งพร้อมกับกระบี่ยาวในมือพุ่งออกไปทันที

กระบี่ยาวพุ่งแหวกอากาศ!

ขณะที่กระบี่พุ่งออกไปนั้นปรากฏหลุมดำเมื่อกระบี่บิดตัวทะลวงผ่านรอยแยก ที่ใดก็ตามที่กระบี่ยาวผ่านไป มิติจะฉีกขาดปรากฏอย่างต่อเนื่อง  และทุกสิ่งทุกอย่างโดยรอบจะสลายหายไป

เมื่อเผชิญหน้ากับพลังโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของแลร์มองต์ชายชราชุดเขียวค่อยๆ กวัดแกว่งควงกระบี่เงิน

“ครืนนน...”

กระบี่เงินยังยาวและแคบมากกว่ากระบี่เลือดม่วง  สามารถตัดฟันยืดหยุ่นได้เหมือนแส้  แครก!ภายใต้แรงตัดฟันของกระบี่เงิน มิติอวกาศแยกเปิดออก เกิดเป็นรอยฉีกมิติแคบๆขณะที่มีเพลงประหลาดดังออกมา

ทั่วทั้งท้องทะเลทรายเงียบกริบ

ลินลี่ย์และคนอื่นต่างตกตะลึงกับพลังโจมตีของกระบี่ทั้งสอง ที่น่ากลัวก็คือกระบี่ที่แฝงไปด้วยวิถีพลังทำลายล้าง  ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งใช้ความแหลมคมของกฎธาตุลม

“บึ้ม!”

กระบี่เงินเคลื่อนไหวในลักษณะที่แปลกประหลาดปะทะกับคมกระบี่ยาวของแลร์มองต์

“ปัง!”

กระบี่เงินระเบิดทันทีกลายเป็นเศษเงินนับไม่ถ้วนกระจายไปทั่วทุกที่

“ซวบ!”

ปลายกระบี่ยาวแทงเข้าที่หน้าผากของชายชราชุดเขียวเกือบทั้งหมด ไวมากจนชายชราชุดเขียวไม่สามารถหลบได้แม้แต่น้อย  ตาของเขาเต็มไปด้วยอาการตื่นตระหนกและเลือดค่อยๆ ไหลออกมาจากหน้าผากของเขา

“ตุ้บ!”  ศพของชายชราชุดเขียวล้มลง

“กระบี่อ่อนนั่น...เคลื่อนไหวฟาดฟันได้เหมือนแส้...”  หัวใจของลินลี่ย์เพิ่มความตื่นตัวทันที  เหมือนกับว่ามีบางอย่างผุดขึ้นมาในใจของเขาและเขาหลับตาเงียบๆ ทันที

ในทะเลทรายทุกคนมองดูยอดฝีมือทั้งสองคน แต่ลินลี่ย์กลับดำดิ่งอยู่กับการทำสมาธิและการรู้แจ้งของเขา

แน่นอนว่าพลังของชายชราชุดเขียวอ่อนกว่าพลังของแลร์มองต์เล็กน้อย แต่ความรู้แจ้งในกฎธรรมชาติธาตุลมของเขามากมายนัก เขาสามารถหลอมรวมเคล็ดลึกลับได้สองสามเคล็ดแล้ว

ความเคลื่อนเหมือนแส้ที่เรียบง่ายรวมเอาเคล็ดลึกลับไว้หลายชั้น

เร็วๆนี้ลินลี่ย์ติดอยู่ในสภาพคอขวดเกี่ยวกับสัจธรรมแห่งความเร็ว เขาไตร่ตรองว่าจะบรรลุสภาวะคอขวดและหลอมรวมเคล็ดลึกลับ ‘เร็ว’ กับ ‘ช้า’ ได้ยังไง

หลังจากผ่านการดิ้นรนเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายภายในปราสาททรายรวมทั้งความรู้สึกปั่นป่วนกังวลใจและจากนั้นก็สงบ และตอนนี้หลังจากเห็นพลังโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของชายชราชุดเขียวลินลี่ย์เริ่มสร้างรอยร้าวในการทำลายสภาวะคอขวดของสัจธรรมแห่งความเร็วได้...

ศพของชายชราชุดเขียวนอนอยู่บนพื้น

แลร์มองต์ระบายลมหายใจโล่งอก  การถอนหายใจนี้แฝงไปด้วยร่องรอยความผิดหวัง

แลร์มองต์เหลือบมองดูศพชายชราชุดเขียว  “เจ้าทั้งสองใช้กระบี่ยืดหยุ่นแต่พลังของเจ้าอ่อนแอเกินไปเมื่อเทียบกับอสูรเลือดม่วง เวลาของเจ้าดูเหมือนจะใช้ไปกับการป้องกันและการดักจับผู้คน  ดังนั้นเมื่อว่าถึงพลังรุก..จึงอ่อนแอยิ่งนัก”  แลร์มองต์พูดแผ่วเบา

ทันใดนั้นร่างคนผู้หนึ่งปรากฏออกมาจากภายในศพชายชราชุดเขียว  เป็นร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ของชายชราชุดเขียว  เพียงแต่เป็นร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ระดับเทพแท้

“แลร์มองต์ ที่เจ้าพูดมาก็จริง”  ชายชราชุดเขียวพูดสรุป  “เพียงแต่ในอนาคตข้าจะไม่มีทางฝึกในกฎธรรมชาติธาตุลมได้อีก” ชายชราชุดเขียวไม่พยายามหนี ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ของเขาเป็นเพียงระดับเทพแท้  เขาจะหนีได้ยังไง?

“ท่านแลร์มองต์, โปรดฆ่าเขา”  ผู้เฒ่าเขาสีขาวเดินเข้ามา  ตาของเขาเต็มไปด้วยความเกลียด  “เขาฆ่าพี่ชายของข้า  ข้าหวังว่าท่านจะฆ่าเขาหรือไม่ก็ให้ข้าจัดการกับเขาด้วยตัวเอง” หัวใจของชายชราชุดขาวเต็มไปด้วยความเกลียด

เขาและชายชราเขาดำพี่ชายของเขาอยู่ด้วยกันมาหลายปี แม้ว่าพวกเขารู้ว่าการเดินทางกลับไปทวีปเจดโฟลทนี้จะอันตราย  แต่เมื่อพี่ชายของเขาตาย  หัวใจของชายชราเขาสีขาวเต็มไปด้วยความแค้นและโกรธเกลียด

“ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าต้องลงมือเอง”  แลร์มองต์กล่าว

ในใจของแลร์มองต์ชายชราชุดเขียวมีแต่ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ระดับเทพที่เหลืออยู่  ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นยอดฝีมือระดับสูงล้ำ  พวกยอดฝีมือมักจะทนทรมานใจไม่ได้

ชายชราชุดเขียวมองดูเขาจากนั้นพูดกับแลร์มอง  “แลร์มองต์, ข้ารับว่าข้าแพ้เจ้า  ถ้าเจ้ายินดีจะปล่อยให้ข้ารอดชีวิต  ข้าจะบอกความลับอย่างหนึ่งแก่เจ้า!”

“เจ้าจะทำอะไร?”  ชายชราเขาขาวเริ่มคลั่ง

ชายชราชุดเขียวหัวเราะอย่างเยือกเย็น  “เจ้ากลัวหรือ?”

“ควั่บ!”  ชายชราเขาขาวบินเข้ามาทันที  ตาของเขาเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน เพียงแต่ประกายกระบี่พุ่งวาบใส่ชายชราเขาขาวกระแทกเขากระเด็นกลับไป

“ท่านแลร์มองต์, ท่าน”  ชายชราเขาขาวกล่าว

แลร์มองต์หัวเราะอย่างใจเย็น  “ข้าสงสัยอยู่บ้างว่ามีความลับอะไรกัน”  ขณะที่เขากล่าวแลร์มองต์มองดูชายชราชุดเขียว

ชายชราเขาขาวได้แต่กระวนกระวาย

ชายชราชุดเขียวมองดูชายชราเขาขาวอย่างเหยียดหยามจากนั้นพยักหน้าและกล่าว  “ก็ได้,ข้าจะบอกเจ้า  ความจริง ผู้ว่าจ้างเจ้าในภารกิจคุ้มกันภัยนี้ก็คือบ่าวชราของตระกูลบอยด์แห่งแคว้นโคล์ดคาล์มแห่งทวีปเจดโฟลด..”

“เจ้า...” ชายชราเขาขาวแตกตื่นอย่างหนัก “แลร์มองต์ เจ้า ... เป็นไปได้หรือว่าเจ้า..”

แลร์มองต์ชำเลืองมองเขาอย่างเย็นชา“หุบปาก”

หน้าของชายชราชุดเขียวมีรอยยิ้มปรากฏทันที  เขายังคงพูดต่อ  “หลังจากตระกูลบอยด์ถูกทำลายสหายเฒ่าสองคนนี้ก็เอามรดกมหาศาลที่ตระกูลบอยด์มีอยู่นับไม่ถ้วนหนีออกไป  แลร์มองต์ข้าคิดว่าเจ้าคงนึกภาพออกเช่นกัน ว่าสมบัติจะมีมากมายมหาศาลเพียงไหนซึ่งตระกูลที่ทรงอำนาจครอบครองมานานนับปีไม่ถ้วน

ชายชราเขาขาวหน้าซีดขาว

ครั้งนี้นีซที่อยู่ข้างบีบีมีสีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ  แต่ซาโลมอนมองดูอย่างเยือกเย็น

จบบทที่ ตอนที่ 15-11 ความลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว