เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14-19 หมอกชมพู

ตอนที่ 14-19 หมอกชมพู

ตอนที่ 14-19 หมอกชมพู


ลินลี่ย์ไม่ต้องการเผชิญหน้ากับแคลมป์ตัน แต่ไม่ว่ายังไงทั้งสามคนก็ต้องออกจากอสูรโลหะ  นี่เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้  แทบจะทันทีที่กลุ่มของลินลี่ย์เดินผ่านออกมา  แคลมป์ตันก็เห็นพวกเขาโดยบังเอิญ

ลินลี่ย์มองแคลมป์ตันด้วยหางตาอย่างระมัดระวังเช่นกัน

ขณะนี้เองลินลี่ย์อยู่ที่ทางออก ขณะที่แคลมป์ตันยืนอยู่ในท่ามกลางต้นหญ้าสูง  แต่ตอนนั้นเอง...

ทั้งสองคนสบสายตากัน!

“แย่แล้ว!”  ลินลี่ย์สีหน้าเปลี่ยนไปทันที

หน้าของลินลี่ย์ตอนนี้บิดเบี้ยว  แต่หน้าของแคลมป์ตันมีรอยยิ้ม

“ตอนนี้ข้าไม่ต้องการพัวพันกับเจ้าหัวล้านนั่น  ถ้าเขายังต้องการจะหาเรื่องทั้งหมดที่ข้าทำได้ก็คือทุ่มกำลังสู้” ลินลี่ย์ไม่มีทางเลือกอื่นในตอนนี้ ทั้งหมดที่เขาสามารถทำได้คือเข้าไปในกลุ่มกับผู้เข้าสอบเป็นอสูรที่เหลือ  ทุกคนบินลงมาจากอสูรโลหะรวมกลุ่มอยู่ที่พื้นซึ่งมีต้นไม้งอกงาม

“เฮ้..พวก..ดูสิ”  แคลมป์ตันสะกิดใครบางคนที่อยู่ใกล้  จากนั้นส่งสายตาไปทางข้างหน้า “นั่นคือเจ้าเด็กแสบที่หักหน้าข้าที่เมืองรอยัลวิง”

“เฮ้, เป็นสามคนนั่นจริงๆ ด้วย”  อสูรที่อยู่ข้างแคลมป์ตันยังคงมองมาทางลินลี่ย์อย่างประหลาดใจ  หนึ่งในนั้นเริ่มหัวเราะ  “แคลมป์ตัน, เจ้าโชคดีจริง,ดูเหมือนว่าเจ้ามีโอกาสแก้แค้นแล้ว”

แคลมป์ตันหัวเราะน่ากลัว

“แต่เดิมข้าคิดว่าคงไม่มีโอกาส แต่ใครจะคาดคิดกันว่าเขาจะถูกส่งมาอยู่ต่อหน้าข้า?”  แคลมป์ตันไม่พลาดโอกาส

ในไม่ช้าผู้เข้าสอบเป็นอสูรทั้งหนึ่งพันก็ออกจากยานพาหนะทั้งหมด

พวกของลินลี่ย์อยู่ในกลางกลุ่มผู้เข้าสอบนี้

“ลินลี่ย์?” เรจิน่านั้นทักทายกลุ่มของลินลี่ย์ แต่พวกเขาเพียงแต่ยอมรับนางตามปกติ ไม่ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษ  เรจินาหงุดหงิด  นางอดงงไม่ได้ แต่นางจะรู้ได้ยังไงว่าทั้งสามกังวลเรื่องแคลมป์ตัน?

“พี่ใหญ่แคลมป์ตันกำลังเดินมาหา”  บีบีพูดทันที

ลินลี่ย์ก็มองดูเช่นกัน

แคลมป์ตันแค่นเสียงเย็นชาขณะเดินเข้ามา

“ถอยไป!”  ลินลี่ย์และอีกสองคนถอยหลังทันที  เมื่อเห็นเช่นนี้ แคลมป์ตันคำรามทันที  “เจ้าคิดจะหนีหรือ?”  ความเร็วของแคลมป์ตันเพิ่มขึ้นทันที เขาไม่พยายามจะปกปิดต่อไปพุ่งเข้าหากลุ่มของลินลี่ย์ด้วยใบหน้าที่ดุร้าย

“เมื่อเจ้ายังเป็นเทียมเทพ  เจ้าบังอาจสบถด่าใส่ข้า!” ความโกรธในใจของแคลมตันป์ที่ข่มเอาไว้สามสิบกว่าปีระเบิดออกมาในตอนนี้

ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าพวกเขาอยู่ในเมืองรอยัลวิง,  เขาคงลงมือไปนานแล้ว

“เดเลีย เจ้าถอยไปห่างๆ ทันทีและใช้มิติลมของเจ้าจำกัดเขาและชะลอความเร็วของเขา”  ลินลี่ย์พูดผ่านสำนึกเทพ  “บีบี, เราทั้งสองคนเตรียมตัวสู้”  สายตาของลินลี่ย์เปลี่ยนเป็นเย็นชาเนื่องจากแคลมป์ตันกำลังจะก่อเรื่อง...

อย่างนั้นก็ได้เวลาทุ่มกำลังสู้!

“ฆ่าไอ้เจ้าหัวล้านนั่น!” ตาของเขาบีบีทอประกายแวววาวเช่นกัน

“ฮึ่ม...” แคลมป์ตันคำรามอย่างเย็นชา และจากนั้นการเคลื่อนไหวของเขาชะงัก ขณะที่ในกลุ่มของลินลี่ย์ เดเลียถอยอย่างรวดเร็ว  แต่ลินลี่ย์กับบีบีไม่ถอย  กลับชะลอช้าลงรอให้แคลมป์ตันเข้ามาหา

“เจ้ากำลังทำอะไร!”  เสียงตะโกนเย็นชาสั่นสะท้านใจของแคลมป์ตัน

ขณะเดียวกันร่างหนึ่งปรากฏอยู่ต่อหน้าของแคลมป์ตัน

แม้ว่าใจของแคลมป์ตันจะคุกรุ่นไปด้วยความโกรธ  แต่เมื่อเขาเห็นคนผู้นี้  เขามีความรู้สึกกลัวทันที  เขาพูดด้วยความเคารพ  “ท่านโลซูส, ข้า...ข้า...”

“หือ?”

กลุ่มของลินลี่ย์มารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งมองดูด้วยความสับสน จู่ๆอสูรคนหนึ่งปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าของแคลปม์ตันขวางหน้าเขาไว้  อยู่ต่อหน้าอสูรผู้นี้แคลมป์ตันแสดงท่าทางกลัวมาก

“เขาเป็นใคร?” ลินลี่ย์มองดูอสูรผู้นี้ด้วยความสับสน

อสูรผู้นี้ไว้ผมสีน้ำตาลยาวสยายไม่ได้มัดไว้  แต่สายตาของเขาเยือกเย็นและดุร้าย

“แคลมป์ตัน, เจ้าต้องการฆ่าทั้งสามคนนี่หรือ?” โลซูสมองแคลมป์ตันอย่างเย็นชา

“ข้า...” แคลมป์ตันต้องการพูด แต่เขาไม่รู้ว่าควรอธิบายยังไง

โลซูสอสูรห้าด้าว

ในเส้นทางสู่ทะเลสาบจันทรานี้ผู้นำอสูรในปฏิบัติการนี้ก็คือโลซูสผู้นี้และคู่หูของเขาอีกสองคน เป็นอสูรห้าดาวทั้งคู่  ทั้งหมดมีสามคน!  นี่คือกองกำลังที่ทรงพลังที่สุดในกลุ่มอสูร

“ฮึ่ม, ข้าไม่สนใจว่าเจ้าคิดจะทำอะไร” โลซูสพูดเย็นชา “อย่างไรก็ตามการสู้รบจะเริ่มขึ้นอยู่แล้ว ถ้าเพราะแค่เจ้าฆ่าเทพแท้สามคน เจ้าจะสร้างระลอกพลังที่ดึงดูดความสนใจของเจ้าปราสาททะเลสาบจันทราจนทำให้เขาหนีไปโดยไม่ได้สู้ ภารกิจของเราก็จะล้มเหลว ถ้าเกิดเรื่องนั้นขึ้นอย่าตำหนิข้าว่าไร้เมตตาก็แล้วกัน!”

“ได้ ได้, ข้าเข้าใจ!”  หัวใจของแคลมป์ตันสะท้าน

ในใจของเขาเขาคิดอย่างเสียใจ “ข้าหลงลืมไปได้อย่างไรกัน!”  ระลอกพลังงานที่เกิดจากการสู้รบของพวกเทพเป็นที่ประจักษ์อย่างยิ่ง  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ถ้าเทพชั้นสูงต้องสู้กับเทพแท้สามคน...การสู้รบอย่างนั้นจะสร้างระลอกพลังอย่างแน่นอน และทะเลสาบจันทราก็อยู่ห่างจากที่นี่ไม่กี่กิโลเมตร

เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น  จ้าวปราสาททะเลสาบจันทราก็จะสังเกตออก

ถ้าเจ้าปราสาทหนีไปอย่างนั้นภารกิจของโลซูสและอสูรอื่นถือว่าล้มเหลว

“ฮึ่ม.” โลซูสถลึงตามองและเดินจากไป

แคลมป์ตันถลึงตามองกลุ่มของลินลี่ย์อย่างหนักเช่นกัน  เขารำพึงกับตัวเอง  “ก็ได้, ถือว่าเจ้าโชคดีไป  อย่างไรก็ตาม เมื่อการสู้รบเริ่มขึ้น  ข้าจะฆ่าพวกเจ้าทั้งสามคนระบายความโกรธแน่นอนตอนนี้ข้าจะปล่อยให้พวกเจ้ามีชีวิตยืนยาวอีกสักเล็กน้อย!”

หลังจากถูกโลซูสตำหนิ ความโกรธที่แคลมป์ตันมีย่อมไประบายลงกับกลุ่มของลินลี่ย์เป็นธรรมดา

“ทุกคน,เรารู้ว่าพวกเจ้ามาที่นี่เพื่อรับการทดสอบเข้าเป็นอสูร”  เสียงหนึ่งดังขึ้นในใจของผู้ร่วมทดสอบทั้งพันคนรวมทั้งลินลี่ย์ด้วย  “เราต่างจากพวกเจ้า ภารกิจของเราคือฆ่าเจ้าของปราสาททะเลสาบจันทรา  ดังนั้นข้าหวังว่าพวกเจ้าจะไม่บุ่มบ่ามใจร้อนรอให้เราฆ่าเจ้าปราสาททะเลสาบจันทราก่อน แล้วพวกเจ้าค่อยเคลื่อนไหว”

ลินลี่ย์และคนอื่นทุกคนรู้สึกตกใจ

“สำนึกเทพซึ่งครอบคลุมทุกคนไว้มิดชิด?  นี่ครอบคลุมพื้นที่อย่างน้อยหลายร้อยเมตร”

ในแดนนรกการใช้สำนึกเทพพูดเป็นเรื่องที่ยากมาก

เมื่อลินลี่ย์อยู่ในสุสานเทพเจ้าทันทีที่เขาผ่านเข้าประตูมิติและเมื่ออยู่ในสุสานเทพเจ้า  เขาตระหนักว่าพลังจิตระดับสูงสุดลดลงเหลือเพียงไม่กี่สิบเมตร ขณะที่ในทวีปยูลานกลับแผ่พลังจิตควบคุมได้ในระยะเกินพันกิโลเมตร

ในแดนนรกหนึ่งในพิภพระดับสูงข้อจำกัดยิ่งใหญ่มากกว่า

เมื่อลินลี่ย์มาถึงในแดนนรกตอนแรก  เขาเป็นเพียงเทียมเทพ  แม้ว่าวิญญาณของเขาจะค่อนข้างทรงพลัง  แต่สำนึกเทพก็ยังครอบคลุมระยะเพียงสิบเมตรเท่านั้น หลังจากดูดซับอะเมทิสต์ทั้งสิบเอ็ดชิ้นและบรรลุระดับเทพแท้สำนึกเทพของลินลี่ย์ก็ยังครอบคลุมเพียงระยะร้อยเมตร

“สำนึกเทพชั้นสูงน่าจะครอบคลุมพื้นที่พันกิโลเมตร”  นี่คือข้อสันนิษฐานของลินลี่ย์

โลซูสนั้นยังคงพูดผ่านสำนึกเทพต่อไป  “ตอนนี้,เรากำลังมุ่งหน้าสู่ทะเลสาบจันทรา พวกเจ้าทุกคนจงตามเรามา”

และจากนั้น

โลซูสและอสูรสามดาวอื่นๆนำไปข้างหน้าทันที อสูรเกินยี่สิบคนบินขึ้นไปในอากาศทันทีตรงไปยังทะเลสาบจันทรา

ทันทีนั้นผู้เข้าร่วมสอบเป็นอสูรทั้งพันคนก็บินขึ้นในอากาศเช่นเดียวกันกลุ่มของลินลี่ย์รวมอยู่ในนั้นด้วย พวกเขาทุกคนบินตรงมุ่งหน้าสู่ทะเลสาบ

“แคลมป์ตันลำพังยังไม่น่ากลัว  แต่ข้ากังวลเรื่องสหายของเขา”  ลินลี่ย์รำพึงกับตนเอง  “ที่ทะเลสาบจันทราข้าคาดว่าสหายเหล่านั้นคงไม่ช่วยเขา เมื่อการต่อสู้ดำเนินไป”

ลินลี่ย์มั่นใจเรื่องนี้แน่นอน  เนื่องจากพฤติกรรมของพวกเขาในปราสาทอสูร  และวิธีที่สหายเหล่านั้นทำยังมีขอบเขต  คงไม่มีใครสนิทกับแคลมป์ตัน

ทะเลสาบจันทรามีขนาดกว้างใหญ่มากความกว้างเกือบสิบกิโลเมตร มีสายลมพัดเอื่อยทำให้เกิดระลอกบนผิวทะเลสาบ ในใจกลางทะเลสาบมีปราสาทโบราณอยู่หลังหนึ่ง  ปราสาทหลังนี้มีขนาดกว้างหลายกิโลเมตรเช่นกัน  นับได้ว่าเป็นปราสาทขนาดใหญ่

อสูรเกินกว่ายี่สิบคนและผู้เข้าร่วมสอบคัดเลือกอยู่กลางทะเลสาบ

โลซูสและสหายของเขาสองคนคนหนึ่งมีผมสีม่วงสวมชุดดำ อีกคนหนึ่งมีผมสีฟ้าร่างกายกำยำ พวกเขาบินขึ้นไปในอากาศตรงเข้าไปยังปราสาทด้วยความเร็วสูง  และตามหลังพวกเขาเป็นพวกอสูร

“ไปกันเถอะ” ลินลี่ย์และพวกที่เหลืออีกพันหนึ่งไม่ลังเล  บินขึ้นไปในอากาศทันที

“ควั่บ!”

ร่างทั้งสามไปปรากฏอยู่เหนือปราสาททะเลสาบจันทรา  เป็นโลซูสและสหายทั้งสองคน

“พวกเขามีชีวิตอยู่จนได้เป็นอสูรห้าดาว  พวกเขาไวมาก” แคลมป์ตันและอสูรคนอื่นถอนหายใจทึ่งอยู่ในใจ

โลซูสลอยตัวนิ่งอยู่กลางอากาศจ้องมองไปที่ปราสาท “ข้าไม่ต้องการสู้ภายในปราสาท น้องสาม ผ่าปราสาทออกครึ่งหนึ่ง”

“ได้เลยพี่ใหญ่”  บุรุษร่างกำยำผมฟ้าพลิกมือปรากฏดาบสีดำอยู่ในมือ ดาบโค้งยาวเป็นแผ่นหนาอย่างน้อยหนึ่งฟุต  เปล่งรัศมีสีแดงอำมหิต  เห็นได้ชัดว่าดื่มเลือดยอดฝีมือมาค่อนข้างน้อย

ขณะกวัดแกว่งดาบดำนี้บุรุษหนุ่มร่างกำยำเคลื่อนไหวทันทีและเขาตวัดอาวุธของตัวเอง

“บึ้ม!”

เงาดาบสีดำมหึมาตัดผ่าใส่ปราสาท  ที่ใดก็ตามที่เงาดาบผ่านไป พื้นที่จะแยกออกเป็นสองส่วนสร้างระลอกคลื่นเหมือนกับแผ่นดินไหวพร้อมกับเกิดที่ว่างอากาศใต้เงากระบี่ น้ำในทะเลสาบแยกออกจากกันซึ่งเป็นผลมาจากระลอกพลัง  จากนั้นพื้นน้ำแยกออกและหายไปโดยสิ้นเชิง

และจากนั้นน้ำจากทั่วทุกที่ในทะเลสาบจันทราไหลทะลักไปท่วมเติมเต็มช่องว่าง

“บึ้ม!”

เงาดาบขนาดใหญ่ตัดผ่านปราสาท  กำแพงปราสาทเริ่มเปล่งแสงเป็นอักษรรูนสีดำที่ซับซ้อนปล่อยพลังเทพมหาศาลออกมา  อักษรรูนวิเศษเปล่งประกายต่อเนื่อง ทำให้พลังโจมตีอ่อนลง  แม้ว่าจะทรงพลังแต่ปราสาทก็ทนรับไว้ได้

หน้าของโลซูสและอีกสองคนเปลี่ยนไป

“ใครคือเจ้าของปราสาทนี้กันแน่?   ตัวของเขาเองได้เขียนวงเวทป้องกันไว้  หรือว่าเขาขอให้ใครบางคนมาช่วยทำให้?”  โลซูสมีสีหน้ากังวล  พลังโจมตีธาตุหยาบของน้องสามของเขาแข็งแกร่งที่สุดในสามคน

โลซูสรู้ว่าแรงฟันของดาบนั้นทรงพลังแค่ไหน  สามารถป้องกันดาบนั้นได้...วงเวทบนปราสาทเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญในการจัดสร้าง

ถ้าเขาสามารถเชิญยอดฝีมือผู้เชี่ยวชาญให้เข้ามาจัดสร้างได้ แสดงว่าเจ้าของปราสาทนี้ต้องร่ำรวยมั่งคั่งอย่างมิต้องสงสัย

ถ้าเขาติดตั้งด้วยตนเอง อย่างนั้นภายในปราสาทนี้ก็คงไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน  จะต้องมีอันตรายแฝงอยู่ภายในนับไม่ถ้วน

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นงานระดับหกดาว!” โลซูสขมวดคิ้ว

อสูรที่อยู่ด้านหลังและเทพอีกนับพัน จ้องมองอย่างสับสน

“ปราสาทแห่งนี้ดูเหมือนไม่ธรรมดา”  บีบีพูดพลางเม้มปาก “มันคล้ายกับวงเวทที่ใช้ปกป้องวิหารเจิดจรัสที่เราเคยพบมาก่อน”

“ทั้งสองนั้นเป็นวงเวทเหมือนกัน  แต่วงเวทนี้มีพลังมากกว่าเป็นล้านเท่า” ลินลี่ย์ยังคงรู้สึกว่าภารกิจนี้คงไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่หวัง “ดูเหมือนว่าเป็นความจริงที่มีคนจำนวนน้อยจากพันคนจะมีชีวิตรอดไปได้”

ขณะนั้นเองหมอกชมพูจู่ๆก็เริ่มปล่อยออกมาจากในปราสาท หมอกชมพูนี้ขยายตัวอย่างรวดเร็วมาก คลุมไปทั่วผิวน้ำของทะเลสาบจันทรารวมทั้งอสูรทุกคนและผู้เข้าร่วมสอบเป็นอสูร

“หือ?” ลินลี่ย์ขมวดคิ้ว หมอกชมพูนี้หนาแน่นมาก ลินลี่ย์มองเห็นในระยะไม่กี่สิบเมตรรอบตัวเขา

“ซวบ!”  เสียงอาวุธแทงใส่ร่างของใครคนหนึ่ง

“บัดซบ ตายซะเถอะ!”

จากในระยะไกลระลอกพลังงานจากการต่อสู้จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้น ทำให้กลุ่มของลินลี่ย์ตกใจ

ลินลี่ย์ต้องการใช้สำนึกเทพตรวจดู  ที่สำคัญสำนึกเทพของลินลี่ย์สามารถแผ่ขยายออกไปได้เกือบร้อยเมตร แต่ขณะที่ลินลี่ย์แผ่สำนึกเทพออกไปได้เล็กน้อย...

เขารู้สึกได้ทันทีได้ว่ารังสีอำมหิตในร่างของเขาเพิ่มขึ้นมาก  และวิญญาณของเขาได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน เพียงแต่แสงสีฟ้าภายในทะเลจิตสำนึกของเขาเปล่งแสงขึ้น

“แย่แล้ว” ลินลี่ย์ทำใจให้ว่างเปล่าทันที

“ทุกคน!  อย่าใช้สำนึกเทพ และอย่าสูดเอาหมอกเข้าไปในร่างกาย”  เสียงของโลซูสดังขึ้น “หมอกชมพูนี้เป็นพิษที่ยอดฝีมือเทพระดับสูงผู้ฝึกมาทางวิถีมรณะสร้างขึ้น  มันถูกออกแบบมาเพื่อให้ดึงความรู้สึกอำมหิตในใจของทุกคนออกมา  ไม่ว่าพลังจิตวิญญาณของพวกเจ้าจะเป็นยังไงอย่าได้สัมผัสกับหมอกชมพู

สำนึกเทพคืออะไร?

สำนึกเทพไม่มีอะไรมากไปกว่าพลังจิตซึ่งแผ่ออกมารอบตัว เมื่อพลังจิตของยอดฝีมือแผ่ออกมาสัมผัสกับหมอกชมพู ก็จะได้รับผลทันที

จบบทที่ ตอนที่ 14-19 หมอกชมพู

คัดลอกลิงก์แล้ว