เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13-39 วาดขาบนตัวงู

ตอนที่ 13-39 วาดขาบนตัวงู

ตอนที่ 13-39 วาดขาบนตัวงู


ร่างทั้งสิบสองของเนฟเดิมทีใช้ขาโจมตี  และไม่ได้ใช้อาวุธเทพช่วย เพราะเนฟไม่ต้องการเปิดเผยร่างจริงกับลินลี่ย์  อย่างไรก็ตามเนื่องจากลินลี่ย์ฟันใส่ร่างจริงของเขาด้วยดาบหนักอดาแมนเทียม ร่างจริงของเนฟจึงต้องพลิกมือใช้หอกดำในมือของเขา

“วืดดด!” มิติบิดเบี้ยว

“แคล้ง!”

ดาบหนักอดาแมนเทียมและปลายหอกดำปะทะกันและคลื่นเงาลวงตาสีเทาพลังของดาบไม่สนใจพลังป้องกันของเนฟและเข้าไปในร่างของเนฟ  นี่คือพลังดาบคลื่นสลายที่พัฒนาอย่างมากมาย  ลินลี่ย์ได้ก้าวหน้าขึ้นมากหลังจากหลอมรวม ‘แก่นธาตุดิน’ และ ‘พลังเต้นของชีพจรโลก’

“ตาย!”  ขณะเดียวกันที่เนฟควบคุมพลังจิตของเขาป้องกันดาบคลื่นสลาย  เขาใช้ร่างอื่นๆ โจมตีลินลี่ย์

ต่อให้เขาตายเขาจะต้องฆ่าลินลี่ย์ให้ได้!

นอกจากนี้เนฟยังไม่สนใจการโจมตีนี้ของลินลี่ย์มากนัก  ขณะที่เนฟเห็น... พลังโจมตีทางจิตของลินลี่ย์จะทรงพลังมากสักเพียงไหนเชียว? เป็นไปได้ว่าเขาก็แค่ควบคุมและสร้างคลื่นพลังจิตสร้างเป็นพลังโจมตี  อย่างไรก็ตามเนฟคิดผิด!

จังหวะชีพจรหนาแน่นนับไม่ถ้วนของพลังจิตเต้นพร้อมกับชีพจรโลก แฝงอยู่ในนั้นทั้งหมด

“ครืนนน...”

ชีพจรของพลังจิตจากดาบคลื่นสลายนับไม่ถ้วนบดขยี้แนวป้องกันพลังจิตของเขาทำลายผ่านไปได้เหมือนกับว่าปะทะกับไม้ผุ และเข้าไปในทะเลจิตสำนึกของเนฟกระแทกใส่ประกายเทพที่ส่องแสงสีเขียวอย่างรุนแรง  เนฟรู้สึกทันทีว่าแรงสั่นสะเทือนรุนแรงดังมาจากวิญญาณของเขา จากนั้นเนฟสูญเสียสัมปชัญญะ

ขณะนั้นเอง...

รังสีขาวนับไม่ถ้วนปรากฏฉายออกมาจากทุกที่ และร่างทั้งสิบสองของเนฟถูกแสงตรึงไว้ไม่สามารถขยับได้แม้แต่น้อย จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาไม่สามารถโจมตีลินลี่ย์ได้แม้แต่น้อย

“ฮะฮะ, ลินลี่ย์” เสียงหัวเราะนุ่มนวลดังขึ้น บุรุษหนุ่มรูปงามปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าลินลี่ย์กับบีบี

“ลอร์ดแอดกินส์” ลินลี่ย์ค่อนข้างประหลาดใจ ทำไมแอดกินสผู้นี้ถึงได้โผล่ออกมากะทันหัน?  อย่างไรก็ตามลินลี่ย์ก็ยังกล่าวขอบคุณ  “ขอบคุณที่ท่านยื่นมือช่วยเหลือ,ลอร์ดแอดกินส์”

แอดกินส์รู้สึกยินดีในใจ

ตั้งแต่วันที่เขาแผ่สำนึกเทพออกไปตรวจดูจักรวรรดิโรฮอลท์และบังเอิญไปสดุดกับคำพูดที่แดนนี่พูดกับบริวารและพูดคุยแผนที่เนฟจะฆ่าลินลี่ย์  แอดกินส์จึงเตรียมตัว  เขาตั้งใจซ่อนตัวอยู่ภายในหุบเขาข้างๆ เนฟ

เหตุผลที่เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อให้มีโอกาสช่วยลินลี่ย์ เพื่อจะให้ลินลี่ย์และบีบีรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณต่อเขา!

การสร้างมิตรภาพกับบีบีเป็นงานสำคัญมากที่อยู่ในใจของแอดกินส์  เนื่องจากลอร์ดบลูไฟร์มาถึงทวีปยูลาน  ถ้าเขาแอดกินส์ยังต้องการจะได้รับสมบัติของสุสานเทพเจ้า โอกาสเดียวของเขาก็คือ เป็นมิตรกับเบรุต

“ข้าแค่ผ่านมา แต่ข้าพบว่า...” แอดกินส์ยังคงยิ้ม แต่ขณะพูดไปได้ครึ่งประโยค เสียงของลอร์ดแอดกินส์ก็ชะงักทันที

เขาพบว่าสิบเอ็ดร่างในสิบสองของเทพแท้ ‘เนฟ’ ผู้นี้สลายหายไปกลายเป็นแก่นธาตุลมและสลายหายไป เนื่องจากร่างแท้ของเนฟนอนแผ่หลาไม่ต่อต้านพันธนาการของเขาแม้แต่น้อย  กล้ามเนื้อหน้าของแอดกินส์ถึงกับกระตุก

ตอนนี้เขาค้นพบแล้วว่าวิญญาณของเนฟในร่างเดิมสลายไปแล้วมีแต่เพียงประกายเทพที่เหลืออยู่

แอดกินส์หัวเราะอย่างเก้อเขินให้ลินลี่ย์  “ลินลี่ย์!  ข้าคาดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะฆ่าเนฟผู้นี้ได้ไม่ว่าข้าจะลงมือหรือไม่ก็ไม่ต่างกันเลย” ดาบคลื่นสลายของลินลี่ย์ฆ่าเนฟได้ในท่าเดียว  วิญญาณของเนฟสลายไป  ดังนั้นร่างอื่นจึงสลายไปด้วยเป็นธรรมดา

ร่างเดิมของเขาไม่ได้โจมตีแน่นอนว่าลินลี่ย์จะไม่ได้รับอันตรายแม้แต่น้อย!

แต่แผนเดิมของแอดกินส์ที่ต้องการช่วยเขาในช่วงวิกฤติที่สุด เพื่อที่ว่าจะทำให้ลินลี่ย์รู้สึกซาบซึ้งต่อเขามาก แต่ตอนนี้เขาพบว่าการกระทำเช่นนั้นเหมือนกับวาดขาให้กับงูไร้ประโยชน์สิ้นเชิง เป็นการกระทำที่เกินจำเป็น แม้ว่าเขาจะไม่ลงมือก็ตาม! แต่ลินลี่ย์ก็จะไม่มีปัญหาอะไร

“ข้ายังจะต้องขอบคุณท่านอยู่ดีลอร์ดแอดกินส์”  ลินลี่ย์พูดพลางยิ้ม  ขณะที่เขาพูด ลินลี่ย์หันไปมองบีบี  ครั้งนี้คนที่ช่วยเขาไว้อย่างแท้จริงก็คือบีบี  ถ้าบีบีไม่ใช้ความสามารถตามธรรมชาติของเขา  และระบุถึงร่างแท้ในสิบสองร่างได้ อย่างนั้นลินลี่ย์จะไม่สามารถโจมตีร่างแท้ได้เลย...อย่างนั้นในการเผชิญหน้ากับการโจมตีจากเทพสายธาตุลมนี้  บางทีร่างลินลี่ย์อาจจะถูกทำลายระเบิดก็ได้

“พี่ใหญ่” หน้าของบีบีมีรอยยิ้มเช่นกัน

ลินลี่ย์และบีบีไม่จำเป็นต้องพูดอะไรต่อกัน แค่ชำเลืองมองตากันครั้งเดียวก็เพียงพอให้พวกเขาเข้าใจความคิดของกันและกัน เหตุการณ์ที่อันตรายอย่างนี้เป็นสิ่งที่ลินลี่ย์และบีบีเผชิญมาหลายครั้งแล้ว

“เจ้าฆ่าคนผู้นี้ได้ ทุกอย่างก็เป็นของเจ้า” แอดกินส์ใช้พลังของเขาควบคุมประกายเทพ,แหวนมิติเก็บสมบัติและอาวุธเทพของเนฟให้ลอยเข้าหาลินลี่ย์ลินลี่ย์ไม่ต้องการแสดงความเกรงใจมากนักเก็บของทั้งหมดไว้ในแหวนมิติของเขา

แอดกินส์รู้สึกเสียดายอยู่ในใจ

ตั้งแต่เขาได้รู้ว่าเนฟวางแผนฆ่าลินลี่ย์  เขาจึงเตรียมตัวเพื่อวันนี้อย่างยาวนาน!  ตอนนี้,เขาตั้งใจรอช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดก่อนจะเคลื่อนไหวลงมือ

ใครจะคาดกันเล่าว่าที่เขาทำไปทั้งหมดจะสูญเปล่า?

“ลอร์ดแอดกินส์, ข้าอยากถาม เคล็ดความรู้ลึกลับที่คนผู้นี้เพิ่งใช้ไปคืออะไร?  ทำไมเขาถึงมีร่างแยกมากมาย?  และไม่มีทางแยกกลิ่นอายพวกเขาได้ถูก”  ลินลี่ย์ถาม

แอดกินส์มีความตั้งใจจะพัฒนามิตรภาพสัมพันธ์กับลินลี่ย์และบีบีจึงเป็นธรรมดาที่เขาจะตอบด้วยความเป็นกันเอง “โอว, คนผู้นี้ใช้วิชาแยกร่างมายาที่เป็นวิชาของกฎธาตุลม  พลังเทพของเขาค่อนข้างต่ำ และวิญญาณของเขาไม่แข็งแกร่งนัก  การประยุกต์ใช้ก็ยังไม่น่าประทับใจเทพชั้นสูงที่ข้ารู้จักสามารถสร้างร่างแยกมายาได้เป็นพันร่าง!”

“ร่างแยกมายาพันร่าง?”  ลินลี่ย์ตะลึง

“มากขนาดนั้นแน่นอน กล่าวโดยทั่วไป ยอดฝีมือสามารถสร้างได้ถึงยี่สิบสามสิบ  แต่เขามีเพียงสิบเอ็ด  นั่นถือว่าค่อนข้างต่ำ”  แอดกินส์พูดอย่างเหยียดหยาม  “เท่าที่ข้าเห็นเป็นไปได้ว่าเขาหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์และกลายเป็นเทพ  ความเข้าใจเรื่องกฎธรรมชาติธาตุลมของเขายังอยู่ในระดับต่ำมาก พลังของร่างแยกของเขาก็ไม่แข็งแกร่งเช่นกัน พวกเขาได้แต่ใช้พลังโจมตีของร่างหยาบเท่านั้น  นั่นมีประโยชน์กับการสู้กับคนระดับฝีมือต่ำ  แต่เมื่อเผชิญกับยอดฝีมือระดับเดียวกัน  พวกเขาไร้ประโยชน์”

แอดกินส์หัวเราะเบาๆทันที “แต่ก็เป็นวิธีที่ดีสำหรับใช้หลบหนี”

ตาของลินลี่ย์ทอประกายวูบ

วิชาแยกร่างและร่างหลักก็ยังเหมือนกันด้วย ความจริงคนอื่นไม่สามารถบอกความแตกต่างของพวกเขา ที่สำคัญมีคนอย่างบีบีไม่มากนักที่สามารถระบุได้ว่าร่างใดมีประกายเทพอยู่ภายใน  แม้แต่บีบียังต้องได้รับผลกระทบหนักจึงจะทำเช่นนั้นได้

“ลินลี่ย์! ข้าจำเทพตนนี้ได้”  แอดกินส์พูดอย่างเต็มใจ

“เขาเป็นใคร?  ทำไมเขาถึงต้องการฆ่าข้า?”  ลินลี่ย์รีบถาม  บีบีฟังอย่างระมัดระวัง  ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ลินลี่ย์เจอกับการพยายามลอบฆ่าเอาชีวิตเขามาแล้ว

แอดกินส์กล่าว “เจ้าจำครั้งล่าสุดได้ไหม เทพที่ลอร์ดบลูไฟร์ฆ่าตาย? เทพชั้นสูงนั้นชื่อว่าซาดิสต์  คนผู้นี้เป็นบริวารของซาดิสต์” แอดกินส์รู้ชื่อซาดิสต์ผ่านการใช้สำนึกเทพตรวจสอบคฤหาสน์ของซาดิสต์ทำให้เขาได้ยินแดนนี่และคนอื่นๆ คุยสนทนากัน

“เทพชั้นสูงผู้นั้น? ซาดิสต์?”  ลินลี่ย์ขมวดคิ้ว

ลินลี่ย์ได้ยินบลูไฟร์ ลีย์ลินบอกเขาว่าคนที่ต้องการฆ่าเขามาจากแดนนรก

“ลินลี่ย์ข้ายังมีเรื่องจะต้องไปจัดการ ข้าขอตัวก่อน” แอดกินส์พูดพลางยิ้ม “ถ้าในอนาคตเมื่อเจ้ามีเวลาว่างข้ายินดีต้อนรับเจ้าถ้าเจ้ามีเวลาว่างมาเยี่ยมข้า”  ทัศนคติของแอดกินส์ดูเป็นมิตรมาก  จากนั้นเขาเปลี่ยนเป็นลำแสงพุ่งหายลับขอบฟ้าไป

ลินลี่ย์และบีบีมองหน้ากันเอง

“ความคิดของแอดกินส์ผู้นั้นดูดีมากเลยหรือเปล่า”  บีบีขยี้ตา “ข้ายังมีความรู้สึกแปลก”

ลินลี่ย์มองไปทางตำแหน่งจักรวรรดิโอเบรียน

โอจวินและลินลี่ย์มีความเป็นปฏิปักษ์กัน  แต่หัวหน้าของโอจวินแอดกินส์ปฏิบัติกับลินลี่ย์อย่างเป็นมิตร

“ใครจะสนใจเหตุผลที่เขาทำตัวแปลกกันเล่า อย่างน้อยข้าก็แน่ใจได้ว่าแอดกินส์นี้มีความตั้งใจเป็นมิตรที่ดีกับเรา  ไปกันเถอะ ได้เวลากลับกันแล้ว” ลินลี่ย์คิดเรื่องประกายเทพที่เขาเพิ่งได้รับ  เขามีความคิด“ดูเหมือนว่าข้าได้ของขวัญที่จะมอบให้เดเลียแล้ว” เนฟตายและทิ้งประกายเทพสายธาตุลมไว้ให้ เหมาะจะเป็นของขวัญให้เดเลีย

ที่สำคัญเดเลียกลายเป็นเทพผ่านการหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์ ในอนาคตนางก็ต้องอาศัยการหลอมรวมกับประกายเทพต่อไปอีก  แค่เพียงอาศัยพลังของนางเอง เดเลียจะต้องใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อบรรลุความก้าวหน้า

การสู้รบระหว่างเนฟและลินลี่ย์โดยเฉพาะการสลายร่างแยกมายาทั้งสิบเอ็ดของเนฟก่อนให้เกิดคลื่นระเบิดขนาดใหญ่ของแก่นธาตุลมแพร่กระจายออกไป  เกิดแรงสั่นสะเทือนของแก่นธาตุดิน ธรรมชาติแบบนี้ดึงดูดความสนใจของยอดฝีมือของทวีปยูลานบางส่วน  และขณะนั้นมีสัมผัสเทพบางส่วนแผ่ครอบคุมพื้นที่นี้

ภายในจักรวรรดิโรฮอลท์

“เนฟตายแล้ว...”

แดนนี่ถอนหายใจยาว สัมผัสเทพของเขาพบตำแหน่งร่างของลินลี่ย์และบีบี  “เนฟก็ล้มเหลวเช่นกัน”  และจากนั้น สีหน้าของแดนนี่เปลี่ยน

“ครั้งสุดท้าย แอนราสโจมตี ครั้งนี้เป็นเนฟโจมตี เป็นไปได้ไหมว่าลินลี่ย์รู้ว่าเนฟเป็นคนฝ่ายเรา?  ถ้าเขาถามหาที่อยู่ของเทพเหล่านี้และมาล้างแค้นเอากับเราหรือว่าขอให้ลอร์ดเบรุตลงมือ อย่างนั้น....” หัวใจของแดนนี่ยิ่งกังวลมากขึ้น

“ไม่มีประโยชน์อะไรกับการอยู่ที่นี่ที่ทวีปยูลานอีกต่อไปแล้ว”

แดนนี่แน่ใจเรื่องนี้ ที่สำคัญที่สุดก็คือเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะได้รับสมบัติของสุสานเทพเจ้า  ประการที่สอง เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะฆ่าลินลี่ย์

“กลับไปยังแดนนรกเป็นเรื่องดีที่สุด”

“ทุกคน, มารวมตัวที่ลานหน้าบ้าน!” แดนนี่ส่งข้อความออกไปทันที ในเวลาต่อมาร่างหลายสิบร่างบินออกมาจากจักรวรรดิโรฮอลท์มุ่งหน้าสู่ดินแดนน้ำแข็งขั้วโลกทิศเหนือ  พวกเขาออกมาในตอนเช้า  หลังจากบินอยู่หลายชั่วโมงในเวลาบ่ายพวกเขาก็มาถึงดินแดนน้ำแข็งขั้วโลก

ความเร็วของพวกเขารวดเร็วมาก

ดินแดนน้ำแข็งขั้วโลก บนยอดภูเขาน้ำแข็ง  สายลมหวีดหวิว

ฮ็อดเดิลออกมาจากที่พักน้ำแข็งของเขา

“หืม? แดนนี่?” ฮ็อดเดิลเห็นแดนนี่  จากนั้นส่ายศีรษะถอนหายใจ  “เจ้ากำลังจะกลับหรือ?”

แดนนี่พยักหน้าเล็กน้อย เขาพูดด้วยเสียงสุดฝืน “ภารกิจครั้งนี้ของเราในทวีปยูลานล้มเหลว”

“เนฟฆ่าลินลี่ย์ไม่สำเร็จหรือ?”  ฮ็อดเดิลถาม สามปีที่แล้วแดนนี่ส่งคนไปบอกเรื่องนี้กับฮ็อดเดิลแล้ว

“ล้มเหลว เนฟตายเช่นกัน” แดนนี่ส่ายศีรษะและพูดอย่างจนใจ “ถ้าลินลี่ย์ผู้นี้ไปยังแคว้นฟ้าครามได้ เขาจะเป็นภัยคุกคามต่อตระกูลไลโอเนลอย่างมากแต่ต่อให้ข้ากลับไปอธิบายเรื่องนี้กับตระกูล ข้าเกรงว่าตระกูลคงไม่ให้ความสำคัญมากนัก”

ตำแหน่งของแดนนี่ในตระกูลนับว่าต่ำมาก ใครก็ตามที่หลอมรวมประกายศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นเทพ  นอกจากเทพชั้นสูงแล้ว  ทั้งหมดถือว่ามีสถานะต่ำมาก

“ข้าไม่สามารถมีส่วนร่วมเรื่องสำคัญของตระกูลได้”  ฮ็อดเดิลถอนหายใจ  “มิฉะนั้นงานที่น่าเบื่ออย่างนี้คงไม่ทำให้ข้าตกต่ำหรอก  เอาล่ะ ข้าจะส่งพวกเจ้ากลับเดี๋ยวนี้”

กลุ่มเทพที่นำโดยแดนนี่ยืนอยู่ในวงเวทดาวหกเหลี่ยมพร้อมกัน  ฮ็อดเดิลกระตุ้นการทำงานของวงเวท  ลำแสงยิงขึ้นสู่ท้องฟ้า  พื้นที่ในวงเวทเริ่มบิดเบี้ยวลวงตา  ในขณะสั้นๆ ร่างทั้งสิบกว่าร่างก็หายไปไม่เหลือร่องรอยให้เห็น

แดนนี่และกลุ่มคนที่เหลือหนีออกไปจากทวีปยูลานและกลับไปยังแดนนรก  ขณะที่ปราสาทเลือดมังกรทวีปยูลานยังเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะรื่นเริง ไม่ใช่แค่ทารอสและไดลินที่อยู่นั่นเท่านั้น  เทพสงคราม มหาพรตและทุกคนก็เข้าร่วมงานเลี้ยงด้วย

นี่เป็นครั้งแรกในรอบหกปีที่ลินลี่ย์กลับมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้ยินเรื่องที่ลินลี่ย์ประสบพบมาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา  ทารอสไดลินและคนอื่นต่างประหลาดใจกันทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีที่ลีย์ลินฆ่าซาดิสต์เทพชั้นสูงในกระบวนท่าเดียวทำให้ยอดฝีมือปากอ้าตาค้างไปตามๆกัน

“เจ้าบอกว่าลีย์ลินเจ้าภูเขาฆ้องทองแดงก็คือลอร์ดบลูไฟร์หรือ? หนึ่งในห้าราชันย์เกบาโดส ลอร์ดบลูไฟร์?” ไดลินพูดอย่างประหลาดใจ

ไดลินเคยอยู่ในเกบาโดสมาช่วงเวลาหนึ่ง  เขารู้ว่าบลูไฟร์น่ากลัวเพียงไหน

บีบีกินอาหารไปพลางพูด “แม้แต่แอดกินส์เมื่อพบกับเจ้าภูเขาฆ้องทองแดงลีย์ลินยังต้องคุกเข่าต่อหน้าเขาข้างหนึ่งและเรียกเขาด้วยคำว่า ‘ท่านเจ้าเมือง’”

“แอดกินส์?”  วอร์ตันนั่งอยู่ข้างลินลี่ย์ขมวดคิ้ว

วอร์ตันเกลียดแอดกินส์อย่างลึกล้ำ เพราะหลานของเขาลูกซีน่าชื่อคาส ถูกโอจวินฆ่า ขณะที่โอจวินเป็นบริวารของแอดกินส์

“เมื่อพูดถึงแอดกินส์ ข้าคิดอะไรบางอย่างได้” ลินลี่ย์มองดูโอลิเวอร์ที่อยู่ใกล้ๆ “โอลิเวอร์, แอดกินส์ผู้นั้นรับรองกับข้าแล้วว่าโอจวินจะไม่ตามรบกวนเจ้าอีกต่อไป”

โอลิเวอร์ตาเป็นประกายทันที

ตลอดหลายปีมานี้เขายังคงรั้งอยู่ภายในปราสาทเลือดมังกรไม่กล้าออกไปข้างนอกเพราะเกรงว่าโอจวินจะบุกโจมตี

“ลินลี่ย์!  ขอบคุณ” โอลิเวอร์รู้สึกซาบซึ้งในใจ

“ถ้าท่านจะขอบคุณใครสักคนก็คงเป็นท่านลีย์ลิน” ลินลี่ย์กล่าว จากนั้นโอลิเวอร์กล่าวขึ้นทันที “ลินลี่ย์! ในเมื่อโอจวินไม่ไล่ล่าตามโจมตีข้าอีกต่อไป อย่างนั้น..พรุ่งนี้ข้าตั้งใจจะไปดินแดนน้ำแข็งขั้วโลก  ข้าทนรับต่อไปไม่ได้จริงๆ”

“พรุ่งนี้?  ทำไมท่านถึงไปที่ดินแดนน้ำแข็งขั้วโลกเล่า?”

โอลิเวอร์ยิ้ม ตาของเขาเป็นประกายคาดหวัง “พรุ่งนี้, ข้าเตรียมจะไปดินแดนชั้นสูงของแดนนรก!”

จบบทที่ ตอนที่ 13-39 วาดขาบนตัวงู

คัดลอกลิงก์แล้ว