เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13-30 เรียกว่าซ้อมมือ

ตอนที่ 13-30 เรียกว่าซ้อมมือ

ตอนที่ 13-30 เรียกว่าซ้อมมือ


สภาพแวดล้อมของภูเขาฆ้องทองแดงงดงามมาก  ภายในหุบเขาลึกเงียบสงัด  มีน้ำตกและสระอยู่ภายใต้นั้น ลินลี่ย์กับบีบีสร้างบ้านศิลาสองหลังและอยู่ในนั้น  ลินลี่ย์ไม่ต้องการไปรบกวนจ้าวภูเขาฆ้องทองแดงแค่ขอให้เขาให้คำแนะนำลินลี่ย์ก็เพียงพอแล้ว

“ครืนนน...”

น้ำตกเทตัวลงมาเหมือนไข่มุกสีขาวนับไม่ถ้วนกระแทกกับสระลึกข้างล่าง

“ซูมมม!”น้ำในสระไหลออกไปในกระแสลำธาร ลินลี่ย์นั่งในท่าขัดสมาธิอยู่ข้างสระในพงหญ้า  ร่างหลักของเขาเริ่มสงบใจลงและเน้นปรับให้เข้าเคล็ดความรู้ลึกลับแก่นธาตุดิน  ขณะที่ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ของเขายังคงวิเคราะห์ธาตุลมต่อไป

“ข้าไม่เคยให้ความสนใจต่อแก่นธาตุดินอย่างที่เป็นในปัจจุบันมาก่อน”

ลินลี่ย์ส่งพลังจิตทั้งหมดออกไปสัมผัสทุกอณูแก่นธาตุดิน

อณูแก่นธาตุดินมีขนาดเล็กมาก  ไม่มีทางที่ใครจะเห็นได้ด้วยตาเปล่า  แต่อณูแก่นธาตุดินเหล่านี้มีเต็มโลกไปหมด  อณูแก่นธาตุดินแต่ละอณูลอยอยู่ในพื้นที่ใกล้ๆเคลื่อนไหวอย่างสับสนไม่แน่นอนและจากนั้นอณูเหล่านั้นจะชนปะทะกันเองและแยกกระจายไป

อณูแก่นธาตุดินบ้างก็ดึงดูดกัน  จากนั้นก็ผลักดันกัน

“แปลก, นี่คือธาตุดินหรือ?”

ลินลี่ย์ถอนหายใจสรรเสริญ

และจากนั้นขณะที่ลินลี่ย์ใส่พลังจิตเข้าไปในธาตุดิน “อณูแก่นธาตุที่แข็งตัวเหล่านี้อยู่ใกล้กันเกินไป”  ความจริงเป็นเช่นนั้น  หินและฝุ่นทั้งหมดสร้างขึ้นจากแก่นธาตุดินยกเว้นความหนาแน่นของธาตุสูงมาก

“แม้ว่าดินไม่มีที่สิ้นสุดและศิลาภูเขาจะก่อตัวขึ้นจากแก่นธาตุดิน แต่ทั้งหลายเหล่านี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงกลิ่นอายธาตุแข็งแกร่งเลยอา”  หัวใจลินลี่ย์เต็มไปด้วยความตกใจ  “ตามพฤติกรรมรูปแบบอณูธาตุดินในอากาศ  เมื่ออณูธาตุเข้ามาถึงในระยะใกล้มากพวกมันจะผลักกันและกัน  จากนั้นทำไม.. กลุ่มจำนวนอณูที่หนาแน่นมากเหล่านั้นในหินจึงไม่ผลักกันเอง?”

ลินลี่ย์เองก็สามารถควบคุมแก่นธาตุดินสร้างกองฝุ่นหรือหินหรือโลหะได้ แต่เมื่อเขาทำเช่นนั้นจะเกิดกลิ่นอายธาตุที่แข็งแกร่ง

“ทำไมหินและโคลนจึงไม่ให้ความรู้สึกถึงรัศมีธาตุที่แข็งแกร่ง?”  ลินลี่ย์ไม่เคยพบเรื่องนี้มาก่อน ดังนั้นดูเหมือนชิ้นก้อนหินและฝุ่นธรรมดาจะแฝงไปด้วยเคล็ดความรู้ลึกลับเฉพาะตนเอง

ใจของลินลี่ย์ไม่สามารถทำความเข้าใจได้

ความขัดแย้งทุกอย่างทำให้เขาเข้าใจลำบาก

การฝึกอย่างนี้ลินลี่ย์เริ่มซึมซับเข้าไปในโลกแห่งแก่นธาตุดินที่น่าอัศจรรย์

“โกรวววว...”

ช่วงสองเดือนที่ผ่านมาภูเขาฆ้องทองแดงจะมีเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวและเสียงตะโกนออกมาจากภายในเป็นครั้งคราว  นี่เป็นเพราะขณะฝึกลินลี่ย์จะควบคุมแก่นธาตุสร้างอสูรเวททุกรูปแบบซึ่งปล่อยเสียงคำรามด้วยความโกรธเป็นครั้งคราว  เกี่ยวกับความรู้เข้าใจในแก่นธาตุธรรมชาติความแตกต่างขัดแย้งได้รับการแก้ไขครั้งแล้วครั้งเล่า

ตอนนี้ลินลี่ย์เข้าใจแล้วว่าการใช้พลังจิตฝืนควบคุมแก่นธาตุสร้างสิ่งที่แข็งกระด้างเป็นเรื่องที่โง่!

“ระหว่างอณูแก่นธาตุเองและระหว่างอณูแก่นธาตุอื่นมีความเกี่ยวข้องกันอย่างลึกลับและน่าทึ่ง ทั้งหมดที่ข้าต้องทำก็คือใช้พลังจิตพิเศษเพิ่มเล็กน้อย  และข้าสามารถทำให้อณูแก่นธาตุนับไม่ถ้วนกลายเป็นหนึ่งได้” ลินลี่ย์ลืมตามองดูหมีปฐพีที่คำรามอยู่ในกลางอากาศอย่างดุร้าย

หมีปฐพีนี้ตลอดทั้งตัวของมันจะมีรัศมีแสงสีเหลืองคลุมตัว  มันคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวพลางทุบอกมันเอง

หมีปฐพีนี้สร้างขึ้นมาจากแก่นธาตุดิน

“สองเดือนที่แล้ว  ถ้าข้าใช้เวทต้องห้ามเรียกหมีปฐพีนี้ออกมา  ข้าจะต้องใช้พลังจิตมากกว่าถึงสิบเท่าหรือบางทีอาจมากกว่านั้น!”  ลินลี่ย์อดถอนหายใจไม่ได้  “และนี่คือความเข้าใจเคล็ดความรู้ ‘แก่นธาตุดิน’ เพียงน้อยนิดของข้า”

ถ้าเขาเข้าใจเคล็ดความรู้ลึกลับแก่นธาตุดินได้อย่างสมบูรณ์  ก็จะแตกต่างอย่างมากมาย

“ถ้าท่านใช้คนสองคนที่มีพลังจิตพอๆ กันคนหนึ่งฝึกมาทาง ‘แก่นธาตุดิน’  ขณะที่อีกคนหนึ่งไม่ได้ฝึก  ความแตกต่างของพลัง ‘เกราะผู้พิทักษ์ดินศักดิ์สิทธิ์’ ที่พวกเขาสร้างขึ้นจะมีความแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน”

“แก่นธาตุธรรมชาติช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ” ลินลี่ย์รู้สึกซาบซึ้งขอบคุณจ้าวภูเขาฆ้องทองแดงลีย์ลินยิ่งนัก

คำพูดของลีย์ลินถูกต้อง  เคล็ดความรู้ลึกลับแก่นธาตุดินเป็นแค่เพียงพื้นฐาน กฎธรรมชาติของธาตุดินทั้งหมดไม่มีอะไรมากไปกว่าเคล็ดความรู้ลึกลับหลายอย่างซึ่งถูกสร้างมาจากแก่นธาตุดินนับไม่ถ้วน  การเข้าใจเคล็ด ‘แก่นธาตุดิน’ จะช่วยทำให้เข้าใจเคล็ดความรู้ลึกลับอื่นได้ด้วย

ที่พักของลีย์ลินภูเขาฆ้องทองแดง

ภายในคฤหาสน์ธาตุดินลีย์ลินอยู่กับพี่ชายทั้งสอง

ลีย์ลินเลิกคิ้วสีแดงเข้มเขาถอนหายใจชมเชยขณะกล่าว “พรสวรรค์ของลินลี่ย์ผู้นี้ดีเยี่ยมจริงๆ  ในช่วงวลาสั้นๆ เพียงสองเดือนเขาเข้าถึงความเข้าใจ ‘แก่นธาตุดิน’ ระดับสูงได้ถึงเพียงนั้น ด้วยความเร็วในการเรียนรู้ปัจจุบัน...เคล็ดความรู้ลึกลับ ‘แก่นธาตุดิน’เป็นความรู้ที่ง่าย เป็นไปได้ว่าใช้เวลาเพียงสองสามปีเขาคงจะเชี่ยวชาญอย่างสมบูรณ์”

“ลินลี่ย์มีพรสวรรค์ธรรมชาติ  แต่ยังจะเทียบกับเจ้าได้หรือ น้องสาม?”  บุรุษศีรษะโล้น เบอร์เกสหัวเราะ

บุรุษชุดขาวยังกล่าว  “น้องสาม,เจ้าคืออัจฉริยะที่ทรงพลังที่สุดอย่างแท้จริงในประวัติศาสตร์ทวีปยูลานของเรา”

บุรุษชุดขาวและและเบอร์เกสมองดูลีย์ลินด้วยสายตาที่ชื่นชม

“พวกท่านอย่าพูดอย่างนั้น”  ลีย์ลินมองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เหมือนกับว่าเขาสามารถมองทะลุผนังและเห็นลินลี่ย์ที่อยู่ในระยะไกลกำลังฝึกอยู่ในหุบเขา

เขาหัวเราะและกล่าวอย่างใจเย็น  “ลินลี่ย์ผู้นี้เป็นเพียงระดับเทียมเทพเขาเพิ่งเริ่มเส้นทางการฝึกฝน ใครจะคาดเดาได้ว่าในอนาคตของเขาความสำเร็จของเขาจะเป็นเช่นไร?”

“อย่างน้อยเนื่องจากความเร็วในการฝึกฝนปัจจุบันของเขา เขาเพียงแต่ช้ากว่าข้าเมื่อในอดีตเพียงเล็กน้อยเท่านั้นส่วนความสำเร็จในอนาคตของเขา นั่นยากจะพูด”

บุรุษศีรษะล้านและบุรุษชุดขาวพยักหน้าเล็กน้อยทั้งคู่

“เบรุตผู้นั้นแจ้งบอกข้าว่าในพิภพอื่นยังมีอัจฉริยะผู้สามารถเข้าถึงระดับเทียมเทพภายในสิบปีได้  ระดับเทพแท้ภายในร้อยปี และระดับเทพชั้นสูงภายในพันปี  แต่คนโง่เขลาพวกเขาอาจจะติดอยู่ที่คอขวดเป็นเวลาล้านๆปีโดยไม่สามารถบรรลุผ่านไปถึงระดับเทียมเทพได้” ลีย์ลินหัวเราะอย่างสงบ

“นั่นคือความหมายของการรู้แจ้งและเข้าใจ”

ลีย์ลินถอนหายใจ “ลินลี่ย์นี้เป็นคนที่มีความเข้าใจได้ลึกซึ้งแจ่มแจ้งมากคนหนึ่ง”

“กลายเป็นเทพชั้นสูงในเวลาพันปีนี่เป็นเรื่องที่นึกไม่ถึงเลย” เบอร์เกสและบุรุษชุดขาวถอนหายใจทั้งคู่

ลีย์ลินหัวเราะอย่างใจเย็น “นี่ต้องเกี่ยวข้องกับวาสนาและประสบการณ์ของแต่ละคน อัจฉริยะระดับสูงสุดอย่างนั้นไม่คู่ควรกับการเอ่ยถึง!”

ลีย์ลินค่อนจะรังเกียจต่ออัจฉริยะเหล่านั้นอย่างเห็นได้ชัด

“อัจฉริยะเหล่านั้นแค่ต้องการจะเข้าถึงระดับเทพชั้นสูงให้เร็วเท่าที่เป็นไปได้ แต่พวกเขาจะรู้ได้ยังไงว่าถ้าผู้ฝึกไม่ได้เริ่มพยายามหลอมรวมเคล็ดความรู้ลึกลับต่างๆตั้งแต่แรก  ถ้าพวกเขาเริ่มและพยายามหลอมรวมเคล็ดความรู้เหล่านั้นเมื่อเข้าถึงระดับเทพชั้นสูง  ก็จะสายเกินไป!”

“เคล็ดความรู้ลึกลับของกฎธาตุต้องหลอมรวมให้ได้ตั้งแต่แรก  ถ้าทำได้ก่อนก็จะง่ายมากขึ้น”  ลีย์ลินถอนหายใจ  “ถ้าข้าเข้าใจเรื่องนี้ตั้งแต่ข้ายังเป็นเทียมเทพมีแนวโน้มว่าข้าจะสามารถหลอมรวมเคล็ดความรู้ลึกลับทั้งหกกลายเป็นสุดยอดเทพชั้นสูงได้”

“หลอมรวมเคล็ดความรู้ลึกลับทั้งหมดหรือ? น้องสามในพิภพนับไม่ถ้วน จะมีสักกี่คนที่ทำตรงนี้ได้สำเร็จ?”  บุรุษชุดขาวกล่าว

ลีย์ลินหัวเราะและไม่พูดเรื่องนี้อีกต่อไป

“พี่ใหญ่!”  ลีย์ลินมองดูบุรุษศีรษะล้าน  “อาจนับได้ว่าลินลี่ย์ช่วยให้เราหนีมาจากพิภพจองจำเกบาโดสได้สำเร็จ  ท่านก็เป็นคนที่ฝึกในกฎธรรมชาติธาตุดินไปช่วยซ้อมมือกับเขาหน่อยเถอะ”

“ได้เลย” เบอร์เกสพยักหน้าโดยตรง

ลีย์ลินมองดูบุรุษชุดขาว  “พี่รอง,ข้าได้รับความกรุณาครั้งใหญ่จากลอร์ดเบรุตผู้นั้น ท่านช่วยไปดูแลหนูกินเทพนั้นช่วยซ้อมมือกับเขาด้วย”

“และอยู่ที่นี่ข้าก็ค่อนข้างเบื่อบ้างเล็กน้อย” บุรุษชุดขาวหัวเราะขณะกล่าว

………

สายน้ำไหลไปตามลำธาร

ลินลี่ย์ซึมซับกับการปรับตัวกับแก่นธาตุอย่างสมบูรณ์ หยาดแห่งปัญญาเติมเข้าในใจของเขาหยาดแล้วหยาดเล่าทำให้ลินลี่ย์ยิ้มโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ลินลี่ย์กำลังฝึก บีบีก็สงบใจและเริ่มฝึกด้วยเช่นกัน

ทันใดนั้นบุรุษคนหนึ่งปรากฏร่างที่นี่

“ลินลี่ย์ผู้นี้”  เบอร์เกสเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของลินลี่ย์  “เขายิ้มขณะฝึกได้ นี่ชวนให้อิจฉาจริงๆ!”

มียอดฝีมือเพียงไม่กี่คนที่สามารถหาความสุขจากการฝึกฝนได้

ถ้าท่านอยากทำอะไรอย่างนั้นทันทีที่ท่านซึมซับอยู่ในสิ่งที่ทำ ผลที่ท่านได้รับจะสูงล้ำ  ถ้ากลับตรงกันข้ามท่านไม่ชอบสิ่งที่กำลังทำ และยังฝืนใจกระทำ ผลลัพธ์ที่ได้จะต่ำมาก

ยอดฝีมือส่วนใหญ่ฝืนตัวเองให้ต้องฝึกฝน  เพราะพวกเขาไม่ต้องการด้อยกว่าคนอื่น  ไม่ต้องการถูกคนอื่นฆ่า  หรือเพราะเหตุผลอื่น

พวกเขาที่ฝืนใจฝึกฝนจะเทียบได้กับคนที่รักการฝึกฝนได้ยังไง?

ยอดฝีมือนับไม่ถ้วนเหล่านี้เข้าใจผลกระทบนี้  และพวกเขาต้องการพยายามทำให้ตัวเองเพลิดเพลินกับการฝึก  และฝึกด้วยความสนุกเพลิดเพลิน  ดังนั้นจึงทำให้พวกเขาฝึกได้เร็วมาก  ได้รับการรู้แจ้งได้ง่ายมาก และก้าวหน้าได้ง่าย

แต่ไม่ว่าท่านจะชอบหรือไม่ก็ตามสิ่งนั้นจะถูกกำหนดโดยนิสัยและวิญญาณของท่าน

ท่านไม่สามารถเลือกชอบบางอย่างได้ตัวอย่างเช่น ถ้าท่านเห็นสตรีที่อัปลักษณ์มาก ไม่ว่าท่านจะพยายามทำใจให้ตัวท่านเองชอบเธอมากแค่ไหนท่านก็ไม่มีทางทำได้ ทางเลือกโดยธรรมชาติของนิสัยท่านไม่สามารถเปลี่ยนได้

“ท่านเบอร์เกส ทำไมท่านถึงมาที่นี่?”  บีบีร้องเรียกเสียงดัง

ตอนนี้ลินลี่ย์ลืมตาและลุกขึ้นพร้อมกับหัวเราะและพูดทักทาย “ท่านเบอร์เกส”

เบอร์เกสหัวเราะลั่น  “ลินลี่ย์, ข้ารู้ว่าเจ้าฝึกฝนกฎธรรมชาติธาตุดิน  พอมาคิดดูแล้ว ข้าก็ฝึกมาในกฎธาตุดินเหมือนกันระหว่างเราทั้งสองน่าจะมาลองซ้อมมือกันบ้าง เจ้าจะว่ายังไง?”

“นี่...นี่ยอดเยี่ยมแน่นอน”  ลินลี่ย์ประหลาดใจดีใจพร้อมกัน

การได้ฝึกฝีมือกับคนที่ฝึกมาในกฎธาตุด้านเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ทรงพลังกว่ามากนับว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากอย่างยิ่ง  ที่สำคัญ,นี่หมายความว่าคนที่แข็งแกร่งกว่ายอมลดตัวมาฝึกให้เขา

แม้ว่าจะใช้คำพูดว่า‘ซ้อมมือ’ แต่ในความเป็นจริงอีกฝ่ายช่วยเขาและแนะนำเขา!

“ฮ่าฮ่า..ข้าเองค่อนข้างโง่ ข้าเพียงแต่ฝึกเคล็ดความรู้ลึกลับกฎธาตุดินมาสองอย่าง หนึ่งนั้นก็คือเคล็ดความรู้ลึกลับแก่นธาตุดิน  ขณะที่อีกเคล็ดหนึ่งก็คือเคล็ดความรู้ลึกลับแห่งพลัง”

ลินลี่ย์สะท้านใจ

ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเคล็ดความรู้ลึกลับอีกอย่างหนึ่งของกฎธาตุดินก็คือเคล็ดความรู้ลึกลับแห่งพลัง

“ครืน....” เกิดการควบแน่นของแก่นธาตุดินในปริมานมหาศาลและร่างของเบอร์เกสคลุมไปด้วยเกราะธาตุดินเป็นประกายระยิบระยับ

“ไม่ใช่สีของอดาแมนเทียมหรือนั่น?”  ลินลี่ย์ลอบประหลาดใจ

“ลินลี่ย์ สำหรับกับเจ้าไม่จำเป็นต้องให้ข้าใช้งานเคล็ดความรู้ลึกลับแห่งพลังก็ได้  ข้าใช้แค่เคล็ดความรู้ลึกลับแก่นธาตุดิน  ระวังให้ดี!”  เบอร์เกสหัวเราะลั่น  และขณะที่เขากล่าว เขาเตะพื้นเต็มกำลังและพุ่งเข้าใส่ขณะที่เขากระแทกหมัดใส่ลินลี่ย์

ดวงอาทิตย์สะท้อนประกายเกราะสีดินอย่างแพรวพราว หมัดขวาของเบอร์เกสเปลี่ยนรูปเป็นศีรษะหมาป่าที่ดุร้ายซึ่งอ้าปากและงับลงมาทันที

“ฮู้ววววว!”  หมาป่าดุร้ายเปล่งเสียงหอนโหยหวน

ลินลี่ย์สีหน้าเปลี่ยน  เขาต้องการถอย แต่เบอร์เกสใช้สนามพลังเทพ ในฐานะเทพแท้ สนามพลังเทพของเบอร์เกสทำให้ความเร็วของลินลี่ย์ตกลงไปมาก

“แคล้ง!” กระบี่เลือดม่วงปะทะกับหมัดหัวหมาป่าอย่างรุนแรง

ลินลี่ย์ถูกแรงปะทะกระเด็นถอยหลังไปราวกับกระสอบทราย  พอเสียงบึ้มดังเขากระแทกกับสระน้ำราวกับอุกกาบาตกระแทกทำให้น้ำฉีดพุ่งกระเด็นไปทุกที่ ภายใต้แสงอาทิตย์ น้ำฉีดพุ่งเป็นประกายเหมือนหยดแก้วมณี

“เฮ้, แบบนั้นยังอ่อนเกินไป”  เบอร์เกสส่ายศีรษะ

“บึ้ม!”ลินลี่ย์พุ่งออกมาจากผิวน้ำ จากนั้นลงมายืนบนพื้น เขาจ้องมองเบอร์เกสและถามทันที  “ท่านเบอร์เกส, หัวหมาป่าที่แปลงมาจากหมัดของท่านมีพลังรุนแรงมากมายขนาดนั้นได้ยังไง? ความแข็งของมันอยู่ในระดับเดียวกับสมบัติเทพได้ยัไง?”  ลินลี่ย์รู้สึกทึ่งกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

เบอร์เกสยิ้ม  “ลองคิดด้วยตัวเจ้าเอง”

ลินลี่ย์ยิ้มค้าง

“ก็ได้ มาลองกันอีกครั้ง”  ลินลี่ย์กัดฟัน

จากวันนี้เป็นต้นไปแต่ละวันลินลี่ย์จะพ่ายแพ้เบอร์เกสสามครั้ง เบอร์เกสไม่เคยให้คำแนะนำอะไรกับเขา คำถามใดๆ ที่ลินลี่ย์มี เขาจะบอกให้ลินลี่ย์คิดด้วยตนเอง  ความจริง.. ต่อให้เบอร์เกสอธิบายไปก็คงไม่สามารถอธิบายได้ชัด

ที่สำคัญในการทำความเข้าใจเคล็ดความรู้ลึกลับของแก่นธาตุดิน เบอร์เกสใช้เวลานานเกินพันปี

ลินลี่ย์ซ้อมมือกับเบอร์เกส  ขณะที่บีบีซ้อมมือกับบุรุษชุดขาว

ด้วยการซ้อมมือในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องระดับความก้าวหน้าในการทำความเข้าใจแก่นธาตุดินของลินลี่ย์เพิ่มขึ้นมากมาย

ลินลี่ย์ปลิวกระเด็นอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่เขาล้มลงกับพื้นรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเขาจริงๆ

“ข้าผิดแล้ว ทำผิดแล้ว!”

ลินลี่ย์หัวเราะลั่น  “มันไม่ตาย ไม่ตายนี่นา”

“ข้าไม่เคยเข้าว่าพลังอะไรอยู่เบื้องหลังชีพจรโลกมีไม่สิ้นสุด  ตอนนี้, ข้าเข้าใจแล้ว  ข้าเข้าใจ ชีพจรของโลก ฮ่าฮ่า  ดังนั้นนี้ก็คือชีพจรโลก!” ดูเหมือนลินลี่ย์จะบ้าไปแล้ว ขณะที่เขาเงยหน้าเขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและลินลี่ย์เริ่มหัวเราะหนักขึ้นทุกที

กระแสพลังมหาศาลเฉพาะแบบ ไม่มีใครต้านได้หลั่งไหลลงมา พื้นที่โดยรอบลินลี่ย์มองดูบิดเบี้ยวทันทีซึ่งดูเหมือนกฎธรรมชาติ ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตจะทรงพลังแค่ไหนก็ไม่ต่างอะไรกับมด

แม้แต่เบอร์เกสก็ยังอดสั่นสะท้านไม่ได้

เบอร์เกสที่เพิ่งเอาชนะลินลี่ย์ได้อีกครั้งกำลังเตรียมจะสั่งสอนเขาถึงกับตะลึง “ลินลี่ย์นี้, เขา... เขาบรรลุความรู้ใหม่ด้วยอาการอย่างนั้นหรือนี่  ผิดธรรมดามากเกินไปแล้ว?” ในที่สุดเบอร์เกสก็เข้าใจความแตกต่างระหว่างเขาเองกับอัจฉริยะ

จบบทที่ ตอนที่ 13-30 เรียกว่าซ้อมมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว