เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13-17 ข้อความทางใจ

ตอนที่ 13-17 ข้อความทางใจ

ตอนที่ 13-17 ข้อความทางใจ


ทหารยามนำโอจวินเดินไปข้างหน้า  หลังจากเดินไปได้ชั่วขณะทหารยามผู้นั้นหยุดทันที

“เจ้าหยุดทำไม?”  โอจวินรีบถาม ตอนนี้โอจวินใช้สนามพลังเทพขนาดเล็ก ทำให้ไม่มีเสียงลอดออกไปนอกขอบเขต

ทหารยามตอบแข็งๆ “ข้าเพียงแต่รู้ว่าใต้เท้าเหล่านั้นอยู่ในห้องภายใน  ปกติข้าไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป  ข้าไม่รู้ว่าใต้เท้านั้นอยู่ห้องใด”  คำตอบของทหารยามผู้นั้นทำให้โอจวินประหลาดใจ

อย่างไรก็ตามเขาเข้าใจเหตุผลนี้จนได้

ห้องพักที่โอลิเวอร์พักอาศัยพวกทหารยามถูกกันไว้ไม่รู้จักเป็นเรื่องธรรมดา

“หนึ่งในห้องข้างใน...”  โอจวินสามารถบอกได้ว่ามีอาคารน้อยหกหรือเจ็ดหลังอยู่ภายใน  แต่ละอาคารจะมีลานว่าง  “นั่นทำให้ที่นี้ซับซ้อน  ข้าไม่รู้ว่าหลังไหนโอลิเวอร์อยู่ข้างใน”  โอจวินขมวดคิ้วไตร่ตรอง

เทพสงครามมหาพรต ทารอส ไดลิน ซีซาร์ โอลิเวอร์ พวกเขาอยู่ที่นี่กันทั้งหมด ภายในอาคารสองชั้นที่ซีซาร์พักอาศัย, ซีซาร์ตอนนี้กำลังนั่งขัดสมาธิหลับตา

กฎธรรมชาติธาตุสายมืดที่ซีซาร์ฝึกในประเภทสัจจธรรมลึกลับมีการพรางตัว

สำหรับซีซาร์ความมืดคือสิ่งที่สะดวกสบายสำหรับเขาเหมือนกับอ้อมกอดมารดา ซีซาร์สามารถหลอมรวมตัวกับความมืดได้ง่ายและสมบูรณ์ทำให้คนอื่นไม่สามารถตรวจสอบเขาได้ ขณะเดียวกัน...ซีซาร์ก็สามารถรู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของความมืดได้

ตัวอย่างเช่น,ซีซาร์สามารถรู้สึกได้ว่าในอาคารถัดไปข้างๆ เขามีรัศมีไฟที่ร้อนแรง

เห็นได้ชัดว่าเป็นดาวหางที่ลุกโชนอยู่ในความมืด

“หืม?” ซีซาร์ขมวดคิ้ว  “ทำไมมีคนลอบเข้ามาใกล้จนดึกดื่นป่านนี้?”

ในฐานะราชันย์มือสังหารซีซาร์เชี่ยวชาญการหลบหลีกเป็นคนแรกที่รู้สึกได้ว่าบางคนกำลังเข้ามาใกล้ที่พักของพวกเขานอกจากนี้ซีซาร์สามารถรู้สึกได้ว่ามีการปรากฏตัวของคนมากกว่าคนหนึ่ง  “รัศมีอ่อนขนาดนั้น  แต่เจ้าโชคไม่ดีเลย  เพราะเจ้าไม่สามารถหลบเลี่ยงการตรวจสอบของข้า”

ซีซาร์ไม่ใช้สัมผัสเทพ

สำหรับซีซาร์การใช้สัมผัสเทพเป็นพฤติกรรมที่โง่เขลาที่สุด  เมื่อท่านใช้สัมผัสเทพก็เท่ากับว่าท่านยอมให้คนอื่นสามารถหาท่านพบด้วยเช่นกัน

ซีซาร์หายตัวไปในอากาศ  ถ้าระดับเทพตรวจสอบพื้นที่อย่างรอบคอบ เขาอาจสังเกตเห็นว่าความมืดภายในห้องมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย  ซีซาร์ผู้ซ่อนตัวอยู่ในความมืดรีบออกจากห้องเขาอย่างรวดเร็วและรีบออกไปข้างนอก

ถึงตอนนี้...โอจวินและทหารยามนั้นยืนอยู่ในที่ไม่ไกล

“เขานั่นเอง!”  จากระยะไกลราวร้อยเมตร  ซีซาร์สามารถบอกได้ว่าคนผู้นี้เป็นใคร

ซีซาร์ตกใจ แต่จากนั้นเขาหัวเราะกับตัวเองอย่างเยือกเย็น  “โอจวินผู้นี้กล้าจริงๆ  เขากล้ามาที่นี่ตอนกลางคืนจริงๆ” ต้องบอกว่าความสามารถในการพรางตัวของซีซาร์น่าประหลาดอย่างแท้จริง  เขาซ่อนตัวอยู่ห่างโอจวินออกไปร้อยเมตร  แต่โอจวินไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของซีซาร์

ซีซาร์ใช้สำนึกเทพของเขาส่งไปยังที่อยู่ของทารอสโดยตรง

ทารอสไม่มีความสามารถในการซ่อนพรางตัวแต่อย่างใด  ดังนั้นซีซาร์จึงกำหนดตำแหน่งของเขาได้ง่าย“ลอร์ดทารอส, โอจวินมาแล้ว ตอนนี้เขาอยู่ข้างนอก”

ทารอสตกใจอย่างหนักแต่จากนั้นใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ “โอจวินผู้นี้, มาถึงสองครั้งครา ข้าอุตส่าห์ยับยั้งไม่ทุ่มกำลังจัดการเขานี่เขาคิดว่าข้ากลัวที่จะฆ่าเขาหรือ?” ทารอสเหาะออกมานอกที่พักของเขาทันที

ทักษะการพรางตัวของทารอสด้อยกว่าซีซาร์อย่างชัดเจน  แต่ทารอสรวดเร็วมาก! ที่พักของเขาอยู่ห่างจากโอจวินราวร้อยเมตร ระยะใกล้ขนาดนั้นทันทีที่ทารอสเหาะออกมาจากห้องของเขา  เขาก็พบเห็นโอจวินทันที  เขาพุ่งหาโอจวินด้วยความเร็วสูง

“ตอนนี้ทั้งหมดที่ข้าทำได้ก็คือหาบ่าวไพร่คนหนึ่งที่รับใช้เทพเหล่านี้เป็นพิเศษ  จากนั้นสืบดูต่อไป”  โอจวินวางแผนหาคนใช้อื่นมาสอบถามต่อไป

“หือ?” โอจวินหันศีรษะไปดูด้วยความตกใจ

ร่างหนึ่งพุ่งตรงมาหาเขาด้วยความเร็วสูง  หน้าของโอจวินเปลี่ยนไปทันที  และเขาสบถด่าในใจด้วยความโกรธ  “บัดซบเอ๊ย, เป็นเขาอีกแล้ว!!!”  เมื่อเห็นทารอสเข้ามา  โอจวินรู้ว่าเขาล้มเหลวอีกครั้ง  แม้ว่าเขาไม่ยินดีจะยอมรับความพ่ายแพ้  แต่ตอนนี้เขาทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้นอกจากพุ่งขึ้นไปในอากาศด้วยความเร็วสูง

“แม่มันเถอะ... เจ้ายังคิดหนีอีกหรือ?!” เสียงตวาดของทารอสดังสะเทือนไปทั้งปราสาทเลือดมังกร

ทันใดนั้นหลายคนในปราสาทเลือดมังกรตกใจสะดุ้งตื่น

“ฟ่ออออ...” เสียงขู่คล้ายงูแสบแก้วหูดังสะเทือนไปทั้งโลก เสียงนี้ดังยิ่งกว่าโลกระเบิดและกรีดฝ่าอากาศไปไกลเช่นกัน

“นั่นอะไร?!”

วอร์ตันเกทส์และคนอื่นทุกคนออกมาจากห้องเมื่อได้ยินเสียงตวาด  พวกเขาทุกคนตะลึงกับสิ่งที่พวกเขาเห็น  ในอากาศเหนือปราสาทเลือดมังกรงูขนาดมหึมาน่าตกใจกำลังขดตัว มีขนาดยาวราวสิบกิโลเมตรปรากฏขึ้น เส้นรอบตัวของมันอย่างน้อยก็หนากว่าบ้านหลายหลังทำให้หัวใจของคนที่เห็นเย็นเฉียบอย่างแท้จริง

อสรพิษสีเขียวขนาดมหึมาขดตัวนิ่งอยู่ในกลางอากาศชูคอส่งเสียงขู่แสบแก้วหู

“ไม่!”  ร่างมนุษย์ร่างหนึ่งถูกตรึงไว้กลางอากาศ  เขาร้องอย่างสิ้นคิดและสิ้นหวัง

ปากของอสรพิษยักษ์อ้าขึ้นและพื้นที่มิติที่รู้สึกได้เริ่มสั่นสะเทือน ร่างมนุษย์นั้นสามารถต้านทานได้ชั่วระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่เขาไม่สามารถทนพลังสูบกลืนนั้นได้ต่อไป ทันใดนั้นเขาถูกดูดเข้าไปในปากอสรพิษยักษ์และถูกกลืนลงท้อง

จากนั้นอสรพิษสีเขียวมหึมายาวสิบกิโลเมตรเปลี่ยนเป็นร่างมนุษย์  เป็นบุรุษหนุ่มผมเขียวทารอสนั่นเอง

ทารอสบินลงมาขณะที่สบถด่า  “เจ้าโอจวินผู้นั้นเข้าใจจริงๆว่าข้าใจดีจนกลัวที่จะฆ่าเขา  ฮึ่ม..ตั้งแต่ข้าออกมาจากสุสานเทพเจ้า ข้าไม่เคยฆ่าใครเลย  เจ้าผู้นี้ไม่ให้ความสนใจในสิ่งที่ข้าพูดเลย”

กลุ่มผู้คนมารวมตัวอยู่ด้านล่าง  แม้แต่ลินลี่ย์และเดเลียก็รีบเข้ามา

“เป็นโอจวินอีกแล้วหรือ?”  ลินลี่ย์เห็นไม่ชัดจนบัดนี้  เขาเพียงแต่เห็นร่างมนุษย์เลือนรางถูกทารอสกลืนลงท้อง

ลินลี่ย์เคยเห็นร่างจริงของทารอสมาครั้งหนึ่งแล้วที่ชั้นสามของสุสานเทพเจ้า

“เป็นโอจวิน” ซีซาร์หัวเราะ “เจ้าโอจวินนั้นลอบเข้ามาในปราสาทเลือดมังกรจริงๆ   เขาคิดว่าเราจะสังเกตไม่เห็นเขา  อย่างไรก็ตาม...ก่อนที่เขาจะเข้ามาใกล้ข้า, ข้าสังเกตถึงการปรากฏตัวของเขาแล้ว”  เป็นไปได้ยังไงที่โอจวินจะซ่อนตัวเองจากซีซาร์ผู้มีฝีมือยอดเยี่ยมในการพรางตัว?

คิดฝันโง่ๆ

แม้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะเป็นเทพแท้และอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเทียมเทพแต่ที่สำคัญนั่นคือสิ่งที่ซีซาร์เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ

“ฮ่าฮ่า, ทารอสเจ้าก็แสดงพลังสูบกลืนได้เหมือนกันนี่” ไดลินหัวเราะ

ร่างแท้ของไดลินก็คือพระยาราชสีห์ที่รู้จักกันในชื่ออสูรกลืนฟ้า เขามีท้องที่มีขนาดใหญ่โตกว้างขวาง สำหรับทารอสในฐานะอสูรชั้นเทพ ‘นาคราช’ เขามีความสามารถธรรมชาติที่เรียกว่า ‘กลืนสมุทร’ นาคราชมีพื้นที่ในท้องใหญ่โตและที่ยิ่งกว่านั้นร่างของนาคราชมีขนาดใหญ่โตเป็นปกติ

ความจริงพลังสูบกลืนของเขาเทียบกับไดลินจะทรงพลังกว่าเล็กน้อย

แสดงว่าพลังจิตของทารอสว่ากันในแง่ความบริสุทธิ์และคุณภาพจะเหนือกว่าพลังสูบกินของไดลิน  เขาจึงแข็งแกร่งมากกว่าเป็นธรรมดา

“โอจวินผู้นี้กลับมาอีกแล้ว”  โอลิเวอร์หัวเราะอย่างหงุดหงิดตอนนี้เขาตกใจกลัวจริงๆ

ลินลี่ย์หัวเราะ  “โอลิเวอร์, ตอนนี้เจ้าเบาใจได้แล้ว  ตอนนี้โอจวินผู้นั้นก็ตายแล้ว  ต่อไปในอนาคตเขาไม่สามารถตามรังควานเจ้าได้แล้ว” ความตายของโอจวินทำให้ลินลี่ย์รู้สึกโล่งใจเช่นกัน  ความจริงหลายคนในปราสาทเลือดมังกรจะฉลองกันคืนนี้

“อย่าเพิ่งดีใจเร็วเกินไป”

ทารอสแค่นเสียงขณะที่เขาพูด  เขาอ้าปากประกายศักดิ์สิทธิ์ที่มีแสงสีแดงเลือนรางลอยออกมา “โอจวินตายในร่างข้า นี่คือประกายศักดิ์สิทธิ์ของเขา”

“ประกายศักดิ์สิทธิ์สายธาตุไฟ?”  ลินลี่ย์ตกใจ โอจวินไม่ได้มีแค่ร่างเดียว ถ้าโอจวินที่ถูกกลืนลงไปเป็นโอจวินร่างผสานแล้ว ก็ควรจะมีประกายศักดิ์สิทธิ์สองสองชุด

“ถูกแล้วมีเพียงประกายศักดิ์สิทธิ์สายธาตุไฟ” ทารอสกล่าว “พวกเจ้าทุกคนต่างก็รู้ว่าเขามีสองร่างและตอนนี้ร่างที่ถูกข้ากลืนและฆ่าเป็นเพียงร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ธาตุไฟ  ร่างแสงศักดิ์สิทธิ์ของเขาไม่ได้มาที่นี้ด้วย!”

ลินลี่ย์ลอบถอนหายใจ

เหมือนกับการโจมตีครั้งแรกของโอจวินลินลี่ย์กับเดลี่เก็บร่างหลักไว้ในห้องมิติ พวกเขาปกป้องโอกาสที่ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์จะถูกทำลายซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงพวกเขาก็จบ

“ดูเหมือนว่าโอจวินยังคาใจเรื่องฆ่าโอลิเวอร์  ดังนั้นเขาถึงได้วางแผนมาแบบนี้”  ลินลี่ย์อดมองโอลิเวอร์ไม่ได้   ท่าทีกังวลปรากฏที่ระหว่างคิ้วของโอลิเวอร์มากขึ้น  ถ้าโอจวินไม่ตาย  อย่างนั้นโอลิเวอร์ไม่อาจวางใจได้

“โอลิเวอร์” ลินลี่ย์มองดูโอลิเวอร์

โอลิเวอร์อดมองลินลี่ย์และฝืนยิ้มไม่ได้  ลินลี่ย์กล่าว “โอลิเวอร์ ตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าโอจวินยังสามารถทำอะไรได้อีก  เอาอย่างนี้เป็นไง เจ้าเข้ามาฝึกในห้องมิติก็แล้วกัน  ในที่นั้นต่อให้โอจวินใช้สัมผัสเทพตรวจหาเขาไม่สามารถหาตำแหน่งเจ้าได้พบแน่”

บอกตามตรงตอนนี้มีคนน้อยมากที่ฝึกอยู่ในห้องมิติตอนนี้

“เอาอย่างนั้นก็ได้”  ครั้งนี้โอลิเวอร์ไม่ปฏิเสธ

มีห้องมิติที่เดียวเป็นสวรรค์ที่ปลอดภัยที่สุดในปราสาทเลือดมังกร

“ทุกท่านไม่ต้องกังวล”  ลินลี่ย์หันไปมองวอร์ตันและคนอื่น “ครั้งนี้โอจวินสูญเสียประกายศักดิ์สิทธิ์ซึ่งหมายความว่าเขาสูญเสียไปหนึ่งชีวิต เขามีเพียงร่างแยกแสงศักดิ์สิทธิ์ที่เหลืออยู่   เขากล้าเสี่ยงมาครั้งนี้  แต่ในอนาคต เขาคงไม่กล้าแน่  เขาไม่มีร่างแยกศักดิ์สิทธิ์อื่นอีกแล้ว”

ทุกคนเริ่มหัวเราะ

มีเพียงเทพสงครามโอเบรียนที่จ้องมองประกายศักดิ์สิทธิ์ในมือของทารอสตาของเขาเป็นประกาย

นั่นคือประกายศักดิ์สิทธาตุไฟของเทพแท้   โอเบรียนฝึกในกฎธาตุไฟ ประกายศักดิ์สิทธิ์ธาตุไฟของเทพแท้คือสิ่งที่โอเบรียนต้องการโดยเฉพาะเพียงแต่ประกายเทพแท้นั้นมีค่ามากมาย เขาไม่กล้าขอโดยตรง

“อ๊าคคคค!!!”

ลึกลงไปในท่ามกลางความมืดยามราตรีเหนือพื้นที่กว้างใหญ่  โอจวินกระแทกหมัดใส่พื้นอย่างโกรธเกรี้ยว  ทั้งคำรามระบายความโกรธออกมาปาก

“ปัง” “ปัง!” .....

พื้นดินแตกแยกกระจาย  แต่โอจวินยังไม่สามารถระบายอารมณ์โกรธในใจของเขาได้

“ครั้งแรกก็แล้ว  ครั้งที่สองก็แล้ว ล้มเหลวทั้งหมด!  ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ของข้า..กฎธรรมชาติธาตุไฟ?” โอจวินเต็มไปด้วยความโกรธ เขารู้ว่าจะไม่สามารถฝึกฝนกฎธรรมชาติธาตุไฟได้อีก  เขาเหลืออยู่เพียงร่างเดียวเท่านั้นในตอนนี้นั่นคือร่างแยกธาตุแสง

จากนี้ไปเขาฝึกได้แต่เพียงกฎธรรมชาติธาตุแสงเท่านั้น

“เจ้าทารอสกับไดลินนั่นมันคือความสามารถอะไรกัน?” โอจวินอดรู้สึกสั่นสะท้านใจไม่ได้ เมื่อนึกถึงฉากภาพที่น่ากลัวนั้น

เมื่อทารอสเริ่มกลืนกินเขามันเป็ความรู้สึกที่ต่างไปจากเมื่อตอนไดลินใช้ความสามารถของเขา  ทารอสแปลงกลับมาอยู่ในร่างที่แท้จริงนั่นคือร่างของนาคราช เมื่อเขาใช้พลังสูบกิน โอจวินมีความรู้สึกว่าเขาเหมือนถูกแยกออกจากมิติอื่นอย่างสิ้นเชิง  และพลังที่ไม่อาจต้านทานได้ล้อมรอบตัวเขาไว้

และตอนนั้นเขาก็ถูกกลืนลงไปอยู่ในท้องของนาคราชทั้งตัว

ตอนแรกโอจวินคิดว่าเมื่อเข้าไปในท้องของนาคราช  เขาจะสามารถตัดทำลายอวัยวะภายในและหนีออกมาได้  แต่ใครจะคิดกันว่า... ท้องของนาคราชไม่ใช่วัสดุประจำมิติแม้แต่น้อย  ดังนั้นเขาจึงกลายเป็นคนที่ไร้พลังและถูกฆ่า

นี่คือความสามารถธรรมชาติที่มีแต่เทพอสูรเท่านั้นที่มี! แม้คนส่วนใหญ่จะฝึกฝนถึงระดับเทพชั้นสูงก็ไม่อาจสร้างมิติภายในกระเพาะตนเองได้

นี่คือเหตุผลที่เหมือนกับอสูรกลืนฟ้าและนาคราชก็มีชื่อเสียงด้านกลืนภูเขากลืนมหาสมุทรอยู่แล้ว

“จะต้องมี จะต้องมีสักวัน!”  โอจวินกัดฟัน “จะต้องมีวันที่ข้าฆ่าโอลิเวอร์ได้อย่างแน่นอนและคงจะมีสักวันที่ข้ากลายเป็นเทพระดับสูงและจะต้องฆ่าเจ้าทารอสนั่น!” หัวใจของโอจวินเต็มไปด้วยความเกลียดชังต่อทารอส

แต่เมื่อถึงระดับเทพชั้นสูงโอจวินคงไม่กล้าตอแยทารอสอีก

และแล้วโอจวินกลายเป็นแสงรังสียาวพุ่งไปทางท้องฟ้าตะวันตก

ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ธาตุไฟของโอจวินถูกทำลาย  แน่นอนว่าตอนนี้เขาไม่กล้าหาเรื่องลำบากอีกต่อไป ปราสาทเลือดมังกรกลับคืนสู่สภาวะปกติอีกครั้ง และลินลี่ย์เริ่มฝึกฝนอย่างเงียบงันเช่นกัน  หลังจากผ่านไปหลายเดือน  เมื่อฤดูหนาวมาเยือน  ลินลี่ย์เริ่มได้รับข่าวดีบ้าง

วันนี้ลินลี่ย์มีความเข้าใจซึมซับเข้ากับกฎธรรมชาติธาตุลมเพิ่ม

ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้นในใจของเขา  “ลินลี่ย์!  ข้าต้องการฝากฝังบางเรื่องกับเจ้า”

“ลอร์ดเบรุต?” ลินลี่ย์หยุดฝึกทันที

“บีบีมาถึงช่วงสำคัญในการเปลี่ยนเป็นเทพแล้ว  สภาวะเปลี่ยนแปลงขั้นสุดท้ายนี้สำคัญมากจำไว้ให้ดี เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่ายังไงอย่าติดต่อทางใจกับบีบี  อย่ารบกวนเขา” เบรุตส่งข้อความทางใจให้ลินลี่ย์

เบรุตสามารถป้องกันคนอื่นไม่ให้ใช้สัมผัสเทพมาพูดคุย แต่แม้แต่เบรุตเองก็ไม่สามารถขัดขวางลินลี่ย์กับบีบีจากการติดต่อกัน  เนื่องจากทั้งสองผูกวิญญาณเข้าด้วยกัน  ดังนั้น เขาต้องส่งข้อความบอกกล่าว

“เปลี่ยนแปลงเป็นเทพ?  ได้เลย, ข้าเข้าใจแล้ว ในช่วงเวลานี้ข้าจะไม่สื่อสารทางใจและรบกวนบีบี”  ลินลี่ย์รู้สึกดีใจกับบีบีเช่นกัน

จบบทที่ ตอนที่ 13-17 ข้อความทางใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว