เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13-5 เสียง

ตอนที่ 13-5 เสียง

ตอนที่ 13-5 เสียง


วังหลวงจักรวรรดิโอเบรียน

บุรุษหนุ่มรูปงามแอดกินส์นั่งอยู่ในห้องพักอย่างสบายใจคุยพลางหัวเราะพลาง แต่จู่ๆ ก็หยุดยิ้ม เขาจ้องมองไปทางทิศเหนืออย่างเย็นชาแค่นเสียงเยือกเย็น “เบรุตผู้นี้มีพลังอำนาจระดับเทพชั้นสูงจริงๆ  อย่างไรก็ตาม เขาดุร้ายเกินไปหน่อย”

“ลอร์ดแอดกินส์”ชายชราผมหงอกที่ด้านหลังเขาพูดด้วยความเคารพ “เบรุตผู้นี้กระทำการอย่างดุร้าย  แต่เขามีความสามารถในการหนุนส่งการกระทำเช่นนั้น”

“เขาแค่อาศัยมหาเทพคอยหนุนหลังเขา”  คิ้วที่บางของแอดกินส์เรียวลง  ตาของเขาคมเหมือนมีด

แต่แอดกินส์รู้ดีว่าแม้ว่าเทพชั้นสูงจะเชี่ยวชาญในกฎธรรมชาติของตนเอง  แต่ต่อหน้ามหาเทพ...แค่ความคิดจากมหาเทพก็สามารถฆ่าเทพชั้นสูงได้ มหาเทพอยู่เหนือกว่าพวกเขามาก เป็นผู้ที่ได้แต่เคารพเท่านั้นโดยเขาได้แต่มองด้วยความกลัว

“ถ้า..ถ้าข้าสามารถ...” แอดกินส์มีความปรารถนาในใจของเขา

ในพิภพจองจำเกบาโดส  เขาเคยได้ยินเรื่องสุสานเทพเจ้ามาบ้าง  แม้แต่คนอย่างเขาผู้ยกระดับจนถึงเทพชั้นสูงก็ยังเต็มไปด้วยความปรารถนาจะได้สมบัติที่ซ่อนอยู่ในชั้นที่สิบแปดของสุสานเทพเจ้าแต่แอดกินส์รู้...

สุสานเทพเจ้าคือการละเล่นที่ออกแบบโดยมหาเทพ

ถ้าเขาต้องการเข้าไปในสุสานเทพเจ้า  เขาต้องเชื่อฟังทำตามกฎของมหาเทพการขัดขืนกฎ... จะเป็นการขัดขืนต่อประสงค์ของมหาเทพ   การขัดขืนพระประสงค์ของมหาเทพ  ผลที่ตามมาไม่จำเป็นต้องสงสัยเลย

“บาร์นาสเจ้าสืบมาเสร็จสิ้นหรือยัง?”  แอดกินส์ถามเย็นชา

ชายชราผมเงินด้านหลังเขาพูดด้วยความเคารพ  “ลอร์ดแอดกินส์, ข้าน้อยสืบมาเสร็จสิ้นแล้วเทพโอเบรียนและแคทเธอรีนเข้าสุสานเทพเจ้าไปเมื่อเก้าปีที่แล้วอีกสองเดือนก็จะครบสิบปี และพวกเขาน่าจะกลับมา”

“ดี”

แอดกินส์เผยรอยยิ้มที่ยากจะปรากฏบนใบหน้าของเขา  “ข้าจะทนรออีกสองเดือน”

“ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้แข่งกับข้า!”  แอดกินส์พึมพำกับตนเองจากนั้นเขาคว้าแก้วเหล้าและดื่มรวดเดียว

ปราสาทเลือดมังกร

ลินลี่ย์แจ้งให้เดลี่และโอลิเวอร์ทราบถึงความมีอยู่ของห้องมิติสำหรับฝึกถึงเวลานี้ลินลี่ย์หวังว่าเดลี่และโอลิเวอร์จะสามารถพัฒนาฝีมือตนเองได้เร็วขึ้น  ร่างหลักของโอลิเวอร์เดลี่และลินลี่ย์ร่วมกันฝึกอยู่ที่นั่น

ขณะที่เดเลียอยู่ในห้องปกติของนาง

ที่สำคัญไม่มีความแตกต่างกันมากนักถ้านางกำลังหลอมรวมประกายศักดิ์สิทธิ์ในห้องมิติหรือในที่ธรรมดา  ร่างหลักของลินลี่ย์อยู่ในห้องมิติกำลังเพ่งสมาธิกับการฝึกสัจธรรมแห่งธาตุดิน ขณะที่ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ธาตุลม อยู่ในปราสาทเลือดมังกรนั่งสมาธิฝึกสัจธรรมแห่งความเร็วและกระบี่เลือดม่วงอยู่เงียบๆ

ในสวนตะวันตกของปราสาทเลือดมังกรมีต้นไม้แคระอยู่สองสามต้น เป็นที่เงียบสงบมาก

ลินลี่ย์อยู่ในชุดยาวสีเขียวอ่อนกลมกลืนอยู่ในสมาธิวิชาสัจธรรมแห่งธาตุลมและกระบี่เลือดม่วง

“ตามสิ่งที่มูบาบอก สมบัติเทพถูกแบ่งออกเป็นสามระดับสมบัติเทพระดับสูงสามารถอธิบายได้เหมือนกับเป็นสมบัติของเทพชั้นสูง  เหนือกว่านั้นขึ้นไปเป็นสมบัติมหาเทพ  กระบี่เลือดม่วงของข้า..น่าจะเป็นสมบัติเทพระดับสูง” ลินลี่ย์ใช้พลังวิญญาณของเขากับกระบี่เลือดม่วง  เขาสามารถรู้สึกได้ถึงวิญญาณของกระบี่เลือดม่วง

ตอนนี้ลินลี่ย์เห็นสมบัติเทพมามาก

แต่ไม่มีสมบัติเทพใดที่จะเทียบเคียงได้ใกล้กับกระบี่เลือดม่วง

“พลังของเทพขึ้นอยู่กับความเข้าใจรู้แจ้งกฎธรรมชาติและการประยุกต์ใช้ของพวกเขา เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เขาจะใช้สมบัติเทพได้ดี  แม้ว่าข้าจะเป็นเทพชั้นต้น  ถ้าข้าสามารถนำพลังของกระบี่เลือดม่วงออกมาใช้ได้ทั้งหมด...”  ลินลี่ย์นึกย้อนไปถึงพลังโจมตีที่เขาพัฒนาขึ้นมาล่าสุด‘ลำนำแห่งสายลม’

ลำนำแห่งสายลำผสานเข้ากับการโจมตีวิญญาณ  คุณสมบัติพิเศษของกระบี่เลือดม่วงและสัจธรรมแห่งสายลม

ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เวลาอธิบายมากถึงพลังของมัน  สำหรับเขาสามารถฆ่าโบมอนต์ด้วยกระบี่ได้เป็นเรื่องที่ลินลี่ย์รู้สึกพอใจมากอยู่แล้ว

“ลำนำแห่งสายลมนี้ ดูเหมือนจะ...”  ลินลี่ย์ขมวดคิ้ว

ในใจของลินลี่ย์เขากระตุ้นใช้งานลำนำแห่งสายลมพลังวิญญาณของเขาและกระบี่เลือดม่วงจับคู่กับสัจธรรมแห่งความเร็ว...

แม้ว่าลินลี่ย์จะสามารถใช้งานลำนำแห่งสายลมได้  แต่ในความเป็นจริง  เขาไม่เข้าใจหลักการเบื้องหลังเต็มที่

“เดิมที, เดเลียพูดว่าเสียงของกระบี่เลือดม่วงอย่างเดียวก็ทำให้วิญญาณของนางสั่นสะท้านและร่างของนางรู้สึกอ่อนแอ แม้แต่โบมอนต์นั้น.. เมื่อข้าใช้วิชา ‘ลำนำแห่งสายลม’ โบมอนต์ก็ไม่สามารถควบคุมวิญญาณของตัวเองให้ป้องกันได้

ลินลี่ย์พบว่า...เป็นพลังของเสียง!

“เสียง!”

ลินลี่ย์จำได้ถึงแพนด้าแมวหิมะที่เขาพบในสุสานเทพเจ้าตัวนั้น  แพนด้าแมวหิมะนั้นกวัดแกว่งขลุ่ยขณะที่คุกคามใส่เขา

“เสียงก็สามารถสร้างอิทธิพลและพลังโจมตีวิญญาณที่ลึกลับได้!”  ลินลี่ย์ได้ข้อสรุป  “เพราะกฎแห่งธาตุลมของข้าดูเหมือนจะบรรจุสัจธรรมลึกลับแห่งเสียงไปด้วย”

ลินลี่ย์ไม่เข้าใจสัจธรรมลึกลับแห่งเสียงเท่าใดนัก

เมื่อเขาพัฒนาลำนำแห่งสายลมแต่เดิมเป็นเพราะกระบี่เลือดม่วงแฝงด้วยพลังด้านนี้อยู่แล้ว ลินลี่ย์เพิ่งใช้สัจธรรมแห่งสายลมกระตุ้นเสียงเพลงในกระบี่เลือดม่วงส่งผลให้เกิดผลกระทบพิเศษ  แต่ตอนนี้ ลินลี่ย์ต้องการใส่ใจกับการค้นคว้าสัจธรรมลึกลับแห่งเสียง

“ครืนนนน..”

ลินลี่ย์ถ่ายเทพลังเทพลังในกระบี่เลือดม่วง และกระบี่เลือดม่วงเริ่มสั่นและเปล่งเสียงเพลงกระหึ่ม

“ลอร์ดลินลี่ย์อยู่ไหน?  ข้างในหรือเปล่า?” เกทส์เดินเข้ามาในสวนตะวันตกของปราสาทเลือดมังกร

แม่บ้านรับใช้พูดพลางหัวเราะ  “ใต้เท้าเกทส์, ลอร์ดลินลี่ย์บอกว่าเขาต้องการใช้สมาธิฝึกฝนไม่ว่าเป็นใคร หากไม่ได้รับอนุญาตจากเขาไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไปที่สวนตะวันตก ตอนนี้มีแต่เพียงคนเดียวที่อยู่ในสวนตะวันตก ก็คือลอร์ดลินลี่ย์เอง”

“ไม่มีคนได้รับอนุญาตให้เข้าไปหรือ?”  เกทส์ค่อนข้างประหลาดใจ

ดังนั้นจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนเข้าไปในขณะที่กำลังฝึก?

อย่างไรก็ตามพวกเขาจะรู้ได้ยังไงว่าลินลี่ย์ในตอนนี้กำลังค้นคว้าสัจธรรมลึกลับแห่งเสียงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกฎธรรมชาติธาตุลม? พลังเสียงโจมตีที่เขาสร้างขึ้นจะไม่ทำอันตรายตนเองหรือ  แน่นอน แต่ถ้าเป็นคนอื่นเข้าไปมันจะทำอันตรายพวกเขาได้ง่าย สำหรับลินลี่ย์ เขาไม่ใช่ว่าจะค่อยๆ ค้นคว้าสัจธรรมลึกลับแห่งเสียงนี้ไปตามลำดับที่กำหนด

เขาเพียงแต่เริ่มจากสิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับกระบี่เลือดม่วง เนื่องจากเป็นฐานเพิ่มพลังของกระบี่เลือดม่วงของเขา

ถ้ามีคนต้องการก้าวหน้าในช่วงเวลาสั้นๆ  เขาจะต้องเพ่งความสำคัญไปที่อาวุธ

“ทุกคนกำลังทำสมาธิและฝึกฝนบรรยากาศของปราสาทเลือดมังกรเปลี่ยนไป” เกทส์หันหน้าแล้วเดินออกมา ช่วงระหว่างนี้ ลินลี่ย์ เดลี่และโอลิเวอร์เทพทั้งสามฝึกฝนไม่หยุดหวังจะยกระดับพลังของพวกเขาอีกครั้ง

ขณะที่บาร์เกอร์  ซาสเลอร์ เดเลียและแฮรุพวกเขาหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์อย่างต่อเนื่อง

แต่ใครจะคิดกันว่าลินลี่ย์ยังคงฝึกในสวนตะวันตกโดยไม่มีการหยุด  เป็นเวลาเกินกว่าหนึ่งเดือนแล้วลินลี่ย์ไม่ได้ออกมาจากสวนตะวันตกแม้แต่ครั้งเดียว ขณะที่คนอื่นๆในปราสาทเลือดมังกร พวกเขาไม่กล้าขัดคำสั่งของลินลี่ย์  พวกเขาต้องรอ

วอร์ตันเกทส์ อังเก้ บูนและคนอื่นเดินเคียงไหล่ขณะที่พวกเขาออกจากพื้นที่ฝึกฝน

“พลังโจมตีของกระบี่เดียวง่ายๆของโอลิเวอร์ที่ปล่อยใส่กลุ่มยอดฝีมือ นี่สร้างความปวดหัวขนานใหญ่ได้จริงๆ”  เกทส์กล่าว

วอร์ตันพยักหน้าเช่นกัน

แรงฟันกระบี่เดียวของโอลิเวอร์ถึงกับทำให้ทวีปยูลานเปลี่ยนโฉมไปเลย

“เมื่อเทพสงครามและมหาพรตกลับมา  พวกเขาคงต้องตะลึงเป็นแน่”  เกทส์ยิ้ม

“เจ้าก็รู้ว่าเป็นเช่นนั้นจริง  สองจักรวรรดิของพวกเขาหายไปแล้ว”เฮเซอร์หัวเราะเช่นกัน

“เมื่อพวกเขากลับมา พวกเขาจะต้องประชุมกับพี่ใหญ่ข้าถึงวิธีจัดการกับภัยพิบัตินี้”  วอร์ตันพูดด้วยความคาดหวัง

ยิ่งพวกเขามีคนมากก็ยิ่งจัดการเรื่องราวได้ง่ายขึ้น แม้ว่าเทพสงครามและมหาพรตจะยังเป็นเทพชั้นต้น  แต่พวกเขาก็ถึงระดับนั้นมานานแล้ว  นอกจากนี้, ไดลินเองก็เป็นอสูรเทพอยู่แล้ว  ถ้ากลุ่มของเทพชั้นต้นร่วมมือกัน  พวกเขาจะสามารถหาที่ตั้งหลักได้บ้าง

“ทั้งหมดที่พวกเราทำได้ก็คือรอ อีกเดือนหนึ่งเทพสงครามและคนอื่นจะกลับอยู่แล้ว” วอร์ตันกล่าว

“ข้าหวังว่าเทพสงครามและคนอื่นจะสามารถผ่านสุสานเทพเจ้ามาได้”อังเก้พูดอย่างจริงจัง “ถ้าพวกเขาผ่านไม่ได้ ต่อให้เทพสงครามกลับมาก็ยากจะบอกได้ว่าพวกเขาจะสามารถเอาชนะโอจวินได้หรือไม่”

คนในกลุ่มชะงักการพูดคุยทันที

ที่อยู่ต่อหน้าพวกเขาเป็นบุรุษวัยกลางคนสวมชุดยาวเรียบง่ายมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าของเขา

“เจ้าเป็นใคร?” อังเก้ตะโกนถามอย่างสงสัย

“มูบา?” วอร์ตันขมวดคิ้ว ครั้งล่าสุดเมื่อมูบามาเยือน วอร์ตันเคยเห็นเขา

“เขาคือเทพมูบาผู้นั้นน่ะหรือ?”  อังเก้และคนอื่นประหลาดใจเล็กน้อย  วันนั้นเมื่อมูบามาถึงอังเก้และคนอื่นไม่พบเห็นพวกเขา หลังจากนั้นเมื่อพวกเขาได้ยินชื่อมูบาพวกเขาทุกคนรู้แต่ว่ามูบาเป็นยอดฝีมือระดับเทพ”

“วอร์ตัน” หน้าของมูบายังคงมีรอยยิ้มเล็กน้อย“ข้ามาที่นี่เพื่อพบกับลินลี่ย์”

“พี่ใหญ่ข้าตอนนี้กำลังฝึก เพียงแต่...”  วอร์ตันส่ายศีรษะ “พี่ใหญ่ข้าสั่งเอาไว้ว่าหากไม่ได้รับอนุญาตจากเขาไม่มีใครได้รับอนุญาตให้รบกวนเขา  ท่านมาในเวลาไม่ประจวบเหมาะ”

“เหรอ?” มูบาส่งสัมผัสเทพออกไป

ทันใดนั้นเขาจับตำแหน่งลินลี่ย์ว่าอยู่ในสวนตะวันตกได้ทันที  เมื่อสัมผัสเทพสัมผัสได้ ลินลี่ย์ก็พบมูบาได้เช่นกัน  “โอว, เป็นมูบา, ถ้ามีอะไรจะคุยด้วยก็เข้ามาเลย”

ร่างของมูบากระพริบวาบและเข้าไปที่สวนตะวันตก

“มูบาผู้นี้” วอร์ตันชักจะโกรธ  “พี่ใหญ่ข้าห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้าไปรบกวนเขา  แต่เขายังดันทุรังเข้าไปอีก”  วอร์ตันวิ่งไปที่สวนตะวันตกทันที วอร์ตันไม่รู้ว่าลินลี่ย์พูดกับมูบาผ่านสัมผัสเทพ  ในไม่ช้าวอร์ตันก็มาถึงที่ประตูสวนตะวันตก

หญิงรับใช้ที่ประจำอยู่ประตูสวนตะวันตกรีบออกมาทันที

“ทำไมพวกเจ้าถึงวิ่งวุ่นออกมาอย่างนั้นเล่า?”  วอร์ตันตวาดถามพวกนาง

“ลอร์ดวอร์ตัน” สาวรับใช้อึกอัก “ท่านลอร์ดลินลี่ย์สั่งข้าให้ไปเตรียมเหล้าอย่างดีและอาหารมาต้อนรับอาคันตุกะเจ้าค่ะ”

ภายในสวนตะวันตกของปราสาทเลือดมังกร

“ท่านลินลี่ย์, ข้าขอชื่นชมจริงๆในช่วงเวลาสั้นๆ พวกเจ้าสามคนร่วมกำลังกันสามารถฆ่าโบมอนต์ได้” มูบาถอนหายใจชื่นชม “โบมอนต์ผู้นั้นเป็นเทพชั้นต้นที่ทรงพลังมาก  เขาแข็งแกร่งมากทั้งในเรื่องพลังจิตและพลังโจมตีตามปกติ”

ลินลี่ย์หัวเราะขณะมองดูมูบา

“ท่านมูบา, ข้าไม่แน่ใจว่าทำไมท่านถึงเดินทางมาในครั้งนี้โปรดบอกข้าได้”  ลินลี่ย์พูดตามตรง

มูบายิ้ม“ข้ามาช่วยเจ้า, ลินลี่ย์”

“ช่วยข้า?” ลินลี่ย์อดประหลาดใจกับมูบาไม่ได้

ความจริงเขากับมูบาไม่มีสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเท่าใดนัก ครั้งล่าสุดมูบาได้บอกเขาเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับสมบัติเทพบางส่วน  และเป็นผลทำให้ลินลี่ย์เน้นกับการปรับตัวให้เข้ากับกระบี่เลือดม่วงและทุ่มสมาธิหลอมรวมกระบี่เลือดม่วงพลังจิตของเขาและสัจธรรมแห่งธาตุลม ในที่สุดจึงพัฒนาเป็นลำนำแห่งสายลม

อาจกล่าวได้ว่าเมื่อไม่มีข้อมูลของมูบา  เขาคงไม่สามารถพัฒนา ‘ลำนำแห่งสายลมได้’

“สถานการณ์ของข้า ตอนนี้ค่อนข้างลำบากจริงๆเป็นไปได้ไหมว่าท่านมูบาจะมาอยู่ฝ่ายข้าสู้กับศัตรู?”  ลินลี่ย์ถาม

“ข้าไม่มีความสามารถทำนองนั้น” มูบาหัวเราะ “ข้ามาให้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับเทพเหล่านั้นที่เพิ่งปรากฏตัวในทวีปยูลาน,ลินลี่ย์!”

ลินลี่ย์อดรู้สึกดีใจไม่ได้

ลินลี่ย์ไม่รู้ว่าโอจวินผู้ทำลายวังหลวงนั้นทรงพลังเพียงไหนซึ่งเป็นเหตุผลที่เขาไม่กล้าลงมือใดๆ

“อย่างนั้นข้าต้องขอบคุณท่านล่วงหน้าท่านมูบา,  ท่านมูบา  เชิญบอกรายละเอียดข้อมูลได้เลย  ข้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งจริงๆ”  ลินลี่ย์พูดอย่างจริงจัง

มูบาหัวเราะ  “ท่านลินลี่ย์,ไม่จำเป็นต้องซาบซึ้งขอบคุณอะไรนัก ข้าทำอย่างนี้ก็เพื่อผูกมิตรกับเจ้า ตราบใดที่เจ้าถือเสียว่าข้าเป็นสหาย ท่านลินลี่ย์อย่างนั้นทุกอย่างที่ข้าทำไปก็คุ้มแล้ว” มูบายิ้มจริงใจ

ลินลี่ย์ไม่ได้ใช้เวลาคิดถึงวัตถุประสงค์ของมูบามากเลยอย่างน้อยเขาก็ยังยินดีช่วย

“ท่านมูบา, ท่านคือสหายของข้า  แน่นอนท่านมูบาเชิญพูดเรื่องเกี่ยวกับโอจวินนั้นโดยเฉพาะได้เลย” ลินลี่ย์กล่าว

มูบาพยักหน้าขณะพูด“ก่อนอื่นนั้น, ลินลี่ย์, ข้าขอเล่าให้เจ้าฟังก่อนว่ามีเมืองๆหนึ่งอยู่ในพิภพจองจำเกบาโดส รู้จักกันในชื่อว่าเมืองบลูไฟร์ ภายในเมืองบลูไฟร์โอจวินค่อนข้างเป็นยอดฝีมือที่มีชื่อเสียง  และอำนาจของเขาในเมืองบลูไฟร์ค่อนข้างสูงเช่นกัน  เขาเข้าถึงระดับเทพชั้นกลางแล้ว”  เมื่อได้ยินคำพูดของมูบาลินลี่ย์อดกัดฟันไม่ได้

เทพชั้นกลาง!

สำหรับตอนนี้อย่างน้อยเขาไม่สามารถกระทำการต่อต้านโอจวินได้

จบบทที่ ตอนที่ 13-5 เสียง

คัดลอกลิงก์แล้ว