เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13-3 โลกเปลี่ยนแปลง

ตอนที่ 13-3 โลกเปลี่ยนแปลง

ตอนที่ 13-3 โลกเปลี่ยนแปลง


ภูเขาเทพสงครามจักรวรรดิโอเบรียน

เฟนยังอยู่ในระดับสุดยอดเซียนไม่สามารถบรรลุระดับเทพได้ เฟนไม่รู้รายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เขื่อนเกรทโบธา  แต่เมื่อมียอดฝีมือบุกโจมตีเฟนรู้สึกได้ถึงรัศมีของพวกเขา แม้จะอยู่ไกลถึงภูเขาเทพสงคราม

“รัศมีช่างน่ากลัวจริงๆ”  เฟนจ้องมองทางทิศใต้ด้วยความตกใจ  “ทางทิศใต้ เกิดอะไรขึ้นที่นั่น?”

“โธ่เว้ย” เฟนลอบสบถ

ทวีปยูลานกลับกลายเป็นยุ่งเหยิงมากขึ้นทุกที  แม้แต่เฟนก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยหน่ายจากการพยายามป้องกันจักรวรรดิไว้ตามลำพัง

“อาจารย์, กลับมาเร็วๆ เถอะ...”

เทพสงครามยังไม่กลับจากสุสานเทพเจ้าในอีกสามเดือน

ในเวลาต่อมา

“ควั่บ!”  ร่างมนุษย์คนหนึ่งกระพริบวาบมาจากที่ไกล

“ศิษย์พี่ใหญ่” เป็นคาสโตร คาสโตรลงพื้นที่ด้านหน้าของเฟนกล่าวรายงานด้วยความเคารพ  “ศิษย์พี่ใหญ่, ข้ามีข่าว, ลินลี่ย์,โอลิเวอร์และบุรุษวัยกลางคนสู้กันกับคนศีรษะโล้นที่เขื่อนเกรทโบธา”

คนรวบรวมข่าวกรองของจักรวรรดิโอเบรียนจำลินลี่ย์กับโอลิเวอร์ได้  แต่พวกเขาไม่รู้จักเดลี่  รายงานข่าวกรองนี้รวดเร็วทำให้ได้ทางออก

“สามต่อหนึ่งหรือ?”  เฟนตกใจ

เฟนรู้ว่าลินลี่ย์กลายเป็นเทพ “มิน่าเล่าถึงมีรัศมีที่ประหลาดทรงพลังขนาดนั้นเมื่อไม่นานมานี้จากทิศใต้”

“แต่ตามรายงานบอกว่าเขื่อนเกรทโบธาได้รับความเสียหายและจากนั้นมีผู้คนจำนวนมากไม่ทราบว่าปรากฏออกมาจากที่ใด  ร่างคนเหล่านี้ปรากฏอยู่ในอากาศอย่างหนาแน่นและจากนั้นก็หายไปกะทันหัน... จากนั้นเขื่อนเกรทโบธาก็ได้รับการซ่อมแซม”  คาสโตรกล่าว เขารู้สึกประหลาดใจกับเรื่องนี้เช่นกัน

แต่นั่นรายงานนั้นจะอธิบายได้ยังไง

“คนกลุ่มใหญ่ที่หายตัวไปในทันทีน่ะหรือ?”  เฟนเข้าใจ เป็นยอดฝีมือที่มีความเร็วในการบินแน่นอนไวมากจนเหมือนกับหายตัวได้ต่อหน้าคนธรรมดา “ตัดสินจากเสียงแล้วดูเหมือนว่ามีเซียนหลายคนปรากฏตัวอยู่ในพื้นที่ของเขื่อนเกรทโบธา!” เฟนไม่กล้าคิดจินตนาการว่าคนกลุ่มนั้นจะเป็นเทพ

ที่สำคัญการเข้าถึงระดับเทพเป็นเรื่องที่ยากมาก

“สถานการณ์ยากจะเข้าใจมากขึ้นทุกที”เฟนหงุดหงิด  “อย่างไรก็ตามข้าคิดว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ข้าจะรอให้อาจารย์กลับมา

ในอากาศเหนือเมืองหลวงของจักรวรรดิโอเบรียนมีผู้คนหนาแน่นปรากฏตัวขึ้น

มีคนเกือบพันคนบินอยู่ในกลางอากาศ

“พวกนั้น พวกนั้นคือ..” พลเมืองชาวเมืองหลวงมากมายเงยหน้าขึ้นจ้องมองอย่างเหลือเชื่อ  เท่าที่พวกเขารู้ นอกจากจอมเวทธาตุลมคนที่สามารถบินได้โดยทั่วไปจะเป็นพวกเซียนทั้งนั้น  แต่ตอนนี้ คนจำนวนมากมายปรากฏอยู่ในกลางอากาศ

“พวกเขาไม่ได้เป็นเซียนกันหมดหรือ  มีมากมายขนาดนั้นได้ยังไง?”

พลเมืองหลายคนของเมืองหลวงส่ายศีรษะเหลือเชื่อ  พวกเขาชื่อว่าต้องเป็นจอมเวทธาตุลม

ในกลางอากาศท่ามกลางกลุ่มยอดฝีมือที่กำลังบินผู้นำเป็นบุรุษหนุ่มรูปงามสวมชุดยาวเป็นประกายแสงสีทองด้านหลังของเขามียอดฝีมือสามแถวขณะที่ด้านหลังทั้งสามมียอดฝีมือกลุ่มใหญ่ที่เข้าแถวอย่างเป็นระเบียบที่ด้านหลังสุดมียอดฝีมืออีกหลายร้อยคน กลุ่มเหล่านั้นเป็นกลุ่มที่อ่อนแอที่สุดและเป็นเซียนสุดยอด

“นี่คือจักรวรรดิที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยูลานใช่ไหม?”  บุรุษหนุ่มรูปงามหัวเราะอย่างชั่วร้าย  “และพวกเขาเทิดทูนคนที่ชื่อโอเบรียน?”

“ใช่ขอรับ ลอร์ดแอดกินส์” ชายชราผมเงินที่อยู่ด้านหลังเขาพูดด้วยความเคารพ “โอเบรียนผู้นี้น่าจะฝึกฝนมาแค่ห้าพันปีตามที่เราคาดเอาไว้ พลังของเขาน่าจะเป็นที่ระดับเทพชั้นต้น” น้ำเสียงของชายชราผมหงอกเต็มไปด้วยความเหยียดหยามโอเบรียน

“อย่างนั้น ภูเขาเทพสงครามก็อยู่ที่ข้างหน้าเรา” บุรุษหนุ่มรูปงามมองดูภูเขาเทพสงครามที่อยู่ใกล้ๆซึ่งมีคนจำนวนมากที่ฐานภูเขากำลังจ้องมองมาที่พวกเขา  บุรุษหนุ่มรูปงามส่ายหน้า  “เทพชั้นต้นเรียกตัวเองเป็นเทพสงคราม ช่างโอ้อวดตัวเองจริงๆข้าไม่ชอบท่าทางของภูเขาเทพสงครามเลย”

“โอว..ลอร์ดแอดกินส์ผู้ทรงอำนาจโปรดอนุญาตให้ข้าน้อยได้ทำลายภูเขาเล็กๆ ที่ขัดหูขัดตานี้เสียเถิด”ด้านหลังบุรุษหนุ่มรูปงาม ปรากฏร่างของบุรุษหนุ่มผมเงินอีกคนหนึ่งบุรุษหนุ่มผมเงินเมื่อเห็นว่าเจ้านายของเขาไม่สั่งเป็นอย่างอื่นเขากวาดแขนออกทันที

ทันใดนั้นแก่นธาตุนับไม่ถ้วนเริ่มรวมตัวกันและเหนือภูเขาเทพสงครามขนาดใหญ่เกิดเสียงครืนครันสามารถได้ยินชัด

“เกิดอะไรขึ้น”ศิษย์กิตติมศักดิ์และศิษย์สายตรงของเทพสงครามรู้สึกประหลาดใจต่อเหตุเปลี่ยนแปลงของแก่นธาตุโดยรอบ

“ฮึ่ม” บุรุษหนุ่มผมเงินหัวเราะเย็นชาจากนั้นกวาดมือของเขา “บึ้ม!”

ในอากาศเหนือภูเขาเทพสงครามเกิดพายุดาบนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น เป็นการก่อตัวโดยตรงของเวทต้องห้าม ‘พายุล้างโลก’ แต่หากจะพูดโดยตรง.. เทียบกับพายุ ‘ล้างโลก’ ดาบสายลมทุกเล่มล้วนทรงพลังมากกว่าเป็นร้อยเท่าหรือพันเท่าดาบสายลมทุกเล่มกระพริบเป็นแสงสีทอง ปรากฏดาบสายลมนับไม่ถ้วนฟันลงมา

“หนี, เร็วเข้า!!!”เสียงตะโกนเร่งร้อนดังมาจากภายในภูเขาเทพสงคราม

แต่ดาบสายลมเหล่านี้รวดเร็วเกินไป  แม้แต่พวกเซียนก็ยังไม่มีโอกาสหนีไปได้ไกลก่อนที่จะถูกใบมีดนับไม่ถ้วนเหล่านี้ฟันใส่

“ครืนนน...” ภูเขาเทพสงครามขนาดมหึมา รวมทั้งก้อนหิน ต้นไม้ พืชและภูเขาเอง..ภายใต้การโจมตีของดาบสายลมนับไม่ถ้วนซึ่งแฝงแสงกระพริบสีทองถูกฟันขาดเป็นชิ้นๆพังทลาย  แม้แต่เซียนอย่างคาสโตรและบลูเมอร์....

พวกเขาไม่สามารถทนรับได้แม้แต่ดาบเดียวหรือสองดาบ

“อ๊าคคคค!”เสียงกรีดร้องโหยหวน พวกเซียนถูกสับจนเหลือแต่เศษเนื้อ

แค่เพียงผ่านไปไม่กี่วินาที

ภูเขาเทพสงครามถูกดาบสายลมเหล่านั้นฟันใส่และหายไปไม่เหลือ ในพื้นที่ซึ่งภูเขาเทพสงครามเคยตั้งอยู่ เกิดเป็นหลุมอุกกาบาตลึกน่าสยดสยอง

“อืม..ไม่เลว” บุรุษหนุ่มมีสีหน้ายิ้มพอใจ

นัยน์ตาของบุรุษหนุ่มผมเงินมีแววยินดีทันที เขาคำนับด้วยความเคารพจากนั้นถอยกลับเข้าไปในแถว

“หือ?” บุรุษหนุ่มขมวดคิ้วทันที ด้วยพลังของเขาเขาสามารถพบได้ว่าภายในหลุมอุกกาบาตลึก เฟนรอดชีวิตจากดาบสายลมล้างโลกได้  เขาพยายามป้องกันศีรษะของเขาไว้และส่วนร่างกายที่เหลือฟื้นฟูซ่อมแซมด้วยความเร็วสูง

ขณะเดียวกันเฟนที่อยู่ในสภาพย่ำแย่ตอนนี้กำลังดำดินไปทางทิศตะวันออกด้วยความเร็วสูง

แววไม่พอใจฉายผ่านในดวงตาของบุรุษหนุ่มผมเงินในพริบตานั้น เขาเตรียมจะดำดินลงไป แต่บุรุษหนุ่มมองเขาอย่างเยือกเย็น “กลับมา” ร่างของบุรุษหนุ่มผมเงินดูเหมือนจะควบคุมได้ดังใจเนื่องจากเขาโฉบกลับขึ้นมาในกลางอากาศ เขาไม่สามารถบินลงไปได้อีก

“วันนี้ข้า แอดกินส์กำลังอารมณ์ดี  ในเมื่อเจ้าเด็กน้อยสามารถรอดอยู่ได้  อย่างนั้นข้าจะให้ชีวิตมันในวันนี้”บุรุษหนุ่มรูปงามหัวเราะทันที

“ขอรับ ขอรับ” บุรุษหนุ่มผมเงินบินกลับมาอย่างหวาดผวา

“สหายน้อย ในอนาคตข้างหน้าเมื่อเจ้าพบกับสหายโอเบรียน บอกเขาด้วยว่าข้าแอดกินส์ยึดครอบครองจักรวรรดิโอเบรียนไว้แล้ว นอกจากนี้บอกเขาด้วยว่าจะให้ดีที่สุดอย่าเรียกตัวเองว่า ‘เทพสงคราม’ อีกในอนาคต  ข้ารู้สึกอึดอัดเมื่อได้ยินชื่ออย่างนั้น” เสียงของบุรุษหนุ่มรูปงามก้องอยู่ในใจของเฟนที่กำลังหนีอยู่ใต้ดิน

ลึกลงไปใต้ดินร่างของเฟนฟื้นคืนสภาพจนถึงเอวแล้ว

“มันจบแล้ว จบสิ้นแล้ว” ใจของเฟนอยู่ในสภาพสับสน

เมื่อเขาคิดย้อนไปถึงฉากภาพในตอนนั้นหัวใจของเฟนสั่นสะท้าน ดาบสายลมนับไม่ถ้วนโจมตีใส่เซียนชั้นสูงสุดอย่างเขาเขาสามารถรอดชีวิตอยู่ได้โดยใช้สมบัติเทพคุ้มครองศีรษะของเขา  เหตุผลเดียวที่เขาสามารถปกป้องศีรษะของเขาได้ก็แค่เพราะศีรษะของเขามีพื้นที่กว้างเท่าช่องว่างพื้นที่โจมตีพอดี

ถ้าศัตรูให้ความสนใจระมัดระวังเฟนเป็นพิเศษ  เฟนอาจจะตายไปแล้ว

ถ้าเฟนไม่มีมุกชีวิตเขาอาจตายได้เช่นกัน

“ช่างน่ากลัวจริงๆ” เฟนไม่สามารถคลายใจได้  “แอดกินส์?และเขาต้องการส่งสารให้อาจารย์อย่างนั้นหรือ?”

เฟนรู้สึกในทันทีว่า...

เหล่ายอดฝีมือที่ปรากฏตัวกะทันหันมีพลังเหนือกว่าเทพสงครามโอเบรียนอาจารย์ของเขามากมาย

“ทั้งหมดที่ข้าทำได้คือไปพบกับลินลี่ย์”  เฟนรู้สึกขมขื่นใจภูเขาเทพสงครามขนาดมหึมาและศิษย์กิตติมศักดิ์และศิษย์สายตรงถูกทำลายทั้งหมด  นอกจากเฟนแล้วมีศิษย์เพียงสองสามคนที่รอดชีวิตจากภูเขาเทพสงคราม

ทั้งสองสามคนนั้นตอนนี้อยู่ในพันธมิตรศักดิ์สิทธิ์และรับผิดชอบในการทำสงคราม

“แม้แต่บลูเมอร์ก็ตาย  ถ้าโอลิเวอร์รู้เข้า..อนิจา..”  เฟนรู้สึกปวดหัวอย่างหนัก

ในอากาศเหนือภูเขาเทพสงคราม

“จงบอกรายละเอียดเกี่ยวกับเบรุตออกมา เบรุตผู้นี้ควบคุมทวีปยูลานนี้ไว้ได้ตั้งแต่เมื่อใด?”  บุรุษหนุ่มรูปงามขมวดคิ้วขณะที่เขาพูดอย่างไม่พอใจ

ชายชราผมหงอกที่อยู่ด้านหลังเขาพูดด้วยความเคารพทันที  “ลอร์ดแอดกินส์!  ในอดีต..ข้าน้อยเองก็อยู่ในทวีปยูลานในเวลานั้น้ข้าได้รู้จักเบรุต เบรุตผู้นี้เป็นอสูรระดับเทพ เมื่อเขาโตเต็มวัยเขาจะกลายเป็นเทพชั้นต้นตามปกติ อย่างไรก็ตามเบรุตเองก็มีพลังที่น่ากลัวตามธรรมชาติและเทพชั้นต้นธรรมดาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแม้แต่น้อย  ที่สำคัญ ข้าถูกจองจำในพิภพเกบาโดสสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเบรุตหลังจากนั้นมาข้าไม่อาจทราบได้”

“โอว ยุคของเจ้าหรือ? ดูเหมือนว่าเบรุตผู้นี้อยู่มาเพียงไม่กี่แสนปีสินะ”  บุรุษหนุ่มรูปงามค่อนข้างจะเหยียดหยาม

“ลอร์ดแอดกินส์เบรุตผู้นี้เป็นเทพชั้นสูงขอรับ” ชายชราผมเงินรีบกล่าว “แม้ว่าข้าจะไม่แน่ใจในรายละเอียดกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นในพิภพจองจำของเรา ข้าได้ยินข่าวมาบางอย่าง ระหว่างที่มีสงครามล้างโลกเมื่อหมื่นปีที่แล้ว  เขาสามารถฆ่าเทพชั้นสูงได้ด้วย”

“ฮึ่ม..”

บุรุษหนุ่มรูปงามแค่นเสียงเย็นชา  “ฆ่าเทพชั้นสูง? คำถามก็คือ เทพชั้นสูงแบบไหนที่เขาฆ่า!  เทพชั้นสูงที่ผ่านการกลั่นรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์และเทพชั้นสูงที่ผ่านการรู้แจ้งด้วยตนเองพวกเขาเทียบกันได้หรือ? นอกจากนี้..ในพิภพเกบาโดสก็มีเทพชั้นสูงอยู่ไม่น้อยเช่นกัน แล้วทำไมพิภพจองจำเกบาโดสถึงมีเพียงห้าราชันย์ได้เล่า? แม้ว่าจะผ่านไปนานหลายปีแล้วไม่มีใครเลยที่ทำอันตรายต่อตำแหน่งนั้นได้ เทพชั้นสูงเหล่านั้นเพียงแต่รู้จักกฎแต่ไม่มีความรู้ว่าจะเอากฎธรรมชาติเหล่านั้นมาใช้อย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพการโจมตี.. ไม่ว่าห้าราชันย์คนไหนก็สามารถฆ่าเทพชั้นสูงเหล่านั้นได้อย่างง่ายดายทั้งนั้น!”

“ต่อให้ข้าไม่ใช่หนึ่งในราชันย์ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปที่ข้าจะฆ่าเทพชั้นสูงธรรมดาหลายคนในรวดเดียว” บุรุษหนุ่มรูปงามมีความมั่นใจมาก

ชายชราผมขาวเข้าใจความตั้งใจของเจ้านายของเขาดี  เห็นได้ชัดว่าแอ็ดกินส์ผู้นี้ต้องการกำจัดเบรุต

“ลอร์ดแอดกินส์ อย่าประมาทเกินไปสมมติว่าเบรุตผู้นี้เป็นทูตของมหาเทพ! เขาเป็นคนที่ควบคุมสุสานเทพเจ้า!”  ชายชราผมหงอกรีบโน้มน้าว

“ทูตของมหาเทพ?” แอดกินส์ขมวดคิ้ว

“ถูกแล้วเป็นไปได้มากว่าเขาจะครอบครองสมบัติมหาเทพซึ่งมหาเทพมอบหมายให้เขาไว้”  ชายชราผมขาวตั้งใจสร้างเรื่องโกหกไม่มีใครได้เบาะแสว่าเบรุตมีสมบัติมหาเทพหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ชายชราผมหงอกไม่ต้องการให้เจ้านายเขาที่เพิ่งจะหลบหนีออกมาได้ต้องสู้เสี่ยงชีวิตกับยอดฝีมือระดับเดียวกัน

ถ้าเขาชนะก็ดีไป  แต่ถ้าเขาแพ้?

“ฮึ่ม.. ก็ได้ ตอนนี้ข้าจะไม่ไปจัดการเบรุตก่อน” แอดกินส์หันไปมองทวีปกว้างใหญ่เหมือนกับกำลังคิดย้อนกลับไปช่วงเวลาที่ผ่านมานับปีไม่ถ้วนและกิจการของเขาในทวีปยูลาน

“น่าเสียดายในอดีตนั้นทวีปชิงหยาใหญ่กว่าทวีปนี้เป็นพันเท่า แม้ว่าหลังจากทวีปชิงหยาแตกออกเป็นห้าทวีปเนื่องจากสงครามใหญ่แต่ก็ยังใหญ่กว่าทวีปนี้  แต่บัดนี้ทวีปอื่นอีกสี่ทวีปถูกทำลายไปหมด มีแต่เพียงทวีปเดียวที่เหลืออยู่และมีชื่อว่าทวีปยูลาน

ปราสาทเลือดมังกรวันนี้เป็นวันที่คึกคักเป็นพิเศษ

เฟนดำดินมาตลอดทางจากจักรวรรดิโอเบรียน  เพียงแต่เมื่อออกจากชายแดนจักรวรรดิเท่านั้นเขาจึงผุดขึ้นมาบนผิวดินและจากนั้นบินด้วยความเร็วสูงจนกระทั่งถึงปราสาทเลือดมังกรในที่สุด

“ลินลี่ย์” เฟนบินตรงเข้าไปในห้องโถงใหญ่ปราสาท

“ท่านพ่อ, ใต้เท้าเฟนมาเยือนขอรับ”ที่ประตูทางเข้า เทย์เลอร์ตะโกนทันทีและคนกลุ่มใหญ่เดินออกมาจากห้องโถงใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าที่สุดคือลินลี่ย์ เดเลีย เดลี่และโอลิเวอร์ด้านหลังพวกเขาเป็นเซียนอีกหลายคน

“เฟน, ทำไมท่านมาในสภาพย่ำแย่ขนาดนั้น?  เกิดอะไรขึ้น?”  ลินลี่ย์ถามทันที

แม้ว่าเฟนจะเปลี่ยนชุดใหม่ๆขณะที่เขามาถึง แต่หน้าของเขายังมอมแมมไปด้วยฝุ่นและใจของเขาตอนนี้อยู่ในสภาพแตกตื่น  ค่อนข้างน่าประทับใจว่าเขายังจำวิธีเปลี่ยนเสื้อผ้าและเขายังจำได้หลังจากการปรากฏตัวของเฟนอย่างนั้นหรือ?

“จบสิ้นแล้ว ภูเขาเทพสงคราม จบสิ้นแล้ว  จักรวรรดิโอเบรียน..ไม่ได้เป็นของอาจารย์อีกต่อไปแล้ว” เฟนส่ายศีรษะพูดอย่างขมขื่น

เฟนอยู่ที่ยอดเขาและเห็นประจักษ์ถึงพลังของศัตรู เขาสามารถบอกได้ว่าจำนวนกองกำลังของศัตรูมียอดฝีมือเกือบพัน

“ภูเขาเทพสงครามของพวกท่านถูกทำลายด้วยหรือ?”  ขณะนั้นเองมีเสียงดังขึ้นจากด้านหลังลินลี่ย์ เป็นดิ๊กซี่ กับเซียนจอมเวทอีกหลายคน

“ทำไมพวกเจ้า...”  เฟนค่อนข้างประหลาดใจ

ดิ๊กซี่หลังจากฝึกอยู่หลายสิบปีก็เข้าถึงระดับเซียนจอมเวทเช่นกัน  สีหน้าของดิ๊กซี่มีอาการฝืนยิ้ม  “เราค่อนข้างจะดีกว่าท่านเล็กน้อย  อย่างไรก็ตามศัตรูทำลายพระราชวังหลวงจักรวรรดิยูลานด้วยเช่นกันแค่เพียงโจมตีครั้งเดียว ศิษย์ผู้เป็นสหายสองคนของข้าที่ประจำการอยู่ในวังตายทันทีพวกเราที่เหลือหนีมาที่นี่ จักรวรรดิยูลานของเรากำลังจะมีเจ้าครองใหม่เช่นกัน!”

“เฟน ทำไมท่านหนีมาที่นี่คนเดียว?  น้องชายข้าอยู่ที่ไหน?” โอลิเวอร์ถามทันที

บลูเมอร์?

เฟนได้แต่อึ้ง  เขาไม่รู้จะพูดอะไร

“แย่แล้ว!”ลินลี่ย์สีหน้าเปลี่ยน และจ้องไปทางทิศเหนือ “ข้าเกรงว่าจะมีเรื่องอย่างเดียวกันเกิดขึ้นในเมืองหลวงจักรวรรดิบาลุคของเรา!”

“พี่ใหญ่, อย่างนั้นซีน่า...”  วอร์ตันกังวลใจทันที

“รออยู่ที่นี่ ข้าจะเดินทางไปเอง” ลินลี่ย์ไม่มีเวลาจะเสีย เขาเร่งความเร็วจนถึงขีดจำกัดหายลับขอบฟ้าด้านเหนือทันที

แม้แต่จักรวรรดิโอเบรียนและจักรวรรดิยูลานก็อยู่ในสภาพล่มสลาย ลินลี่ย์อดห่วงถึงจักรวรรดิบาลุคของเขาว่าจะถูกโจมตีอย่างเดียวกัน

จบบทที่ ตอนที่ 13-3 โลกเปลี่ยนแปลง

คัดลอกลิงก์แล้ว