เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 520 - ข่าวร้ายและฟ้าที่กำลังจะเปลี่ยนสี

บทที่ 520 - ข่าวร้ายและฟ้าที่กำลังจะเปลี่ยนสี

บทที่ 520 - ข่าวร้ายและฟ้าที่กำลังจะเปลี่ยนสี


บทที่ 520 - ข่าวร้ายและฟ้าที่กำลังจะเปลี่ยนสี

"ท่านนี้คงเป็นท่านประมุขซ่งสินะ เป็นอย่างไร ข้าพูดแทงใจดำเข้าให้แล้วสิ ถึงได้อยากจะลงไม้ลงมือ" เฟิ่งหลานยิ้มเยาะที่มุมปาก สวมบทบาทคนชั่วฟ้องนายได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แม้จะได้ยินชื่อเสียงของซ่งฉางเซิงมาบ้าง แต่สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เบื้องหลังเขามีทั้งผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงขั้นปลายและขั้นกลางหนุนหลัง นี่คือความมั่นใจของเขา เขาไม่กลัวซ่งฉางเซิงจะทำอะไรหรอก

แต่ใครจะรู้ ซ่งฉางเซิงกลับเมินเขาอย่างสิ้นเชิง หันไปมองผู้อาวุโสระดับตำหนักม่วงขั้นปลายของสำนักเทียนเซียว แล้วถามเรียบๆ "สหายท่านนี้ ข้าจะเข้าใจได้หรือไม่ว่า นี่คือท่าทีของสำนักเทียนเซียวที่มีต่อเรื่องนี้?"

สำนักเทียนเซียวเป็นสำนักระดับจินตันก็จริง แต่ที่นี่คือแคว้นต้าฉี มือพวกเขายังยาวไม่ถึงที่นี่ ซ่งฉางเซิงยำเกรงในพลังของพวกเขา แต่ไม่มีวันยอมก้มหัวให้

ผู้อาวุโสระดับตำหนักม่วงขั้นปลายคนนั้นคาดไม่ถึงว่าซ่งฉางเซิงจะกล้าตั้งคำถามกลับ ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งสติได้ ก้าวออกมาข้างหน้า ยิ้มบางๆ "ย่อมไม่ใช่แน่นอน เมื่อครู่เป็นเพียงวาจาพล่อยๆ ของเด็กรุ่นหลัง สหายจื่อสวีอย่าได้เก็บมาใส่ใจ"

สิ้นเสียง เฟิ่งหลานหน้าถอดสี หลุดปากอุทาน "ผู้อาวุโสเฉิน?"

"บังอาจ ข้ากำลังสนทนากับสหายจื่อสวี เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาสอด" เฉินเทียนซิงปรายตามองเขา แววตาเต็มไปด้วยคำเตือน

ใบหน้าของเฟิ่งหลานบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น กัดฟันพูด "ผู้น้อยทราบผิดแล้ว"

เห็นฉากนี้ ซ่งฉางเซิงเลิกคิ้วเล็กน้อย ในใจเริ่มสงสัย ตอนแรกเขานึกว่าคณะนี้เฟิ่งหลานเป็นผู้นำ พฤติกรรมก่อนหน้านี้ก็ส่อไปทางนั้น แต่ทำไมตอนนี้ถึงโดนคนแซ่เฉินดุด่าเหมือนหลานแบบนี้?

ถ้าคณะนี้คนแซ่เฉินเป็นผู้นำ แล้วทำไมตอนแรกถึงปล่อยให้เฟิ่งหลานปากดีใส่เขา?

ซ่งฉางเซิงกวาดตามองทั้งคู่ สมองแล่นเร็วรี่ เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง

ท่าทางกร่างของเฟิ่งหลานตอนแรกไม่ใช่การแสดง เขาคิดว่าตัวเองเป็นผู้นำจริงๆ ถึงได้ปากดีขนาดนั้น

แต่ความจริงแล้ว ผู้นำตัวจริงคือคนแซ่เฉิน เฟิ่งหลานเป็นแค่ตัวตลกที่ถูกผลักออกมาลองเชิงปฏิกิริยาของตระกูลซ่ง

เมื่อเผชิญกับการยั่วยุของเฟิ่งหลาน หากตระกูลซ่งแสดงท่าทีอ่อนข้อ ในเรื่องนี้คงโดนสำนักเทียนเซียวบีบจนหน้าเขียวหน้าเหลือง

แต่ถ้าตระกูลซ่งแสดงท่าทีแข็งกร้าว เขาก็สามารถก้าวออกมา ใช้ข้ออ้างว่าเด็กรู้เท่าไม่ถึงการณ์ปัดความรับผิดชอบไปได้อย่างง่ายดาย

ข้ออ้างนี้แม้จะฟังไม่ขึ้นสักนิด แต่ใครสนล่ะ สถานะระหว่างตระกูลซ่งกับสำนักเทียนเซียวนั้นไม่เท่าเทียมกันมาตั้งแต่ต้น

เขาให้เหตุผลก็เท่ากับให้ทางลง ขอแค่ตระกูลซ่งไม่โง่ ก็จะไม่ติดใจเอาความ

ซ่งฉางเซิงเข้าใจจุดนี้ได้อย่างรวดเร็ว สายตาที่มองเฟิ่งหลานจึงเจือแววเวทนา เดิมทีนึกว่าเป็นตัวละครสำคัญ ที่แท้ก็แค่ตัวตลก

สัมผัสได้ถึงสายตานั้น เฟิ่งหลานกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว เล็บจิกเข้าเนื้อจนเจ็บ เขาก็รู้ตัวดีว่าถูกหลอกใช้

แต่รู้แล้วจะทำอะไรได้ นับตั้งแต่เขากลายเป็นคนครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้ เขาก็กลายเป็นตัวตลกในสำนัก โดยเฉพาะหลังจากแพ้จางเชิ่งในการชิงตำแหน่งนายน้อย

ศิษย์ระดับล่างอาจยังเกรงใจสถานะศิษย์เอกของเจาหมิงเจินเหริน ไม่กล้าแสดงออกชัดเจน แต่พวกผู้อาวุโสในสำนักไม่เกรงใจแน่ ยิ่งระดับผู้กุมอำนาจอย่างเฉินเทียนซิงยิ่งแล้วใหญ่

เดิมทีเขาคิดว่าพอจางเชิ่งหายตัวไป เขาจะกู้คืนสถานะและความเคารพกลับมาได้ แต่ดูเหมือนจะเป็นแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อย่าโทษข้าแล้วกัน" เฟิ่งหลานก้มหน้าต่ำ แววตาฉายแววอำมหิต

เฉินเทียนซิงไม่ชายตามองเฟิ่งหลานแม้แต่น้อย ในสายตาเขา เฟิ่งหลานคือผู้ล้มเหลวอย่างสมบูรณ์แบบ เขาเคยเดิมพันข้างเฟิ่งหลาน แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าคิดผิด และพร้อมจะทิ้งหมากตัวนี้แล้ว

"สหายจื่อสวี พวกเรามาวันนี้เพียงเพื่อสอบถามเหตุการณ์ในตอนนั้น ไม่ได้มีเจตนาอื่น แน่นอนว่าถ้าสหายช่วยร่วมมือค้นหาร่องรอยของนายน้อยด้วยก็จะดียิ่ง"

วาจาของเฉินเทียนซิงสุภาพนุ่มนวล ราวกับความดุดันก่อนหน้านี้เป็นแค่ภาพลวงตา

ซ่งฉางเซิงยิ้ม "จริงใจ" ตอบกลับ "สหายเกรงใจไปแล้ว นายน้อยเป็นมิตรของตระกูลซ่ง การช่วยตามหาเป็นหน้าที่อยู่แล้ว

ไม่ปิดบังท่าน ทันทีที่ได้รับข่าวจากทางสำนัก ข้าก็สั่งระดมกำลังทั้งหมดออกตามหาเบาะแสของนายน้อยจางทันที

สวรรค์ไม่ทอดทิ้งคนมีความพยายาม เมื่อไม่นานมานี้ข้าได้รับเบาะแสว่ามีคนพบเห็นร่องรอยของคณะนายน้อยจางที่แคว้นเซียง สหายลองไปหาดูแถวนั้นน่าจะดี

ข้าได้สั่งให้คนส่งข่าวนี้ไปทางสำนักท่านแล้ว คาดว่าสหายเฉินคงจะได้รับข่าวเร็วๆ นี้"

"มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ" เฉินเทียนซิงแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ปักใจเชื่อซ่งฉางเซิงทันที ยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วกล่าวว่า "พวกเราได้รับภารกิจจากสำนัก ต้องตามหานายน้อยให้พบ เป็นต้องเห็นตัว ตายต้องเห็นศพ

ขอสหายช่วยอำนวยความสะดวก ให้พวกเรา..."

"สหายเฉินคงไม่ได้คิดจะเข้าไปค้นในยอดเขาชางหม่างหรอกนะ?" ซ่งฉางเซิงเน้นเสียงคำว่า "ค้น" หนักแน่น แม้ใบหน้าจะยิ้มแย้ม แต่กลับทำให้คนรู้สึกหนาวสันหลัง

ถ้าสำนักเทียนเซียวคิดจะทำแบบนั้นจริง วันนี้คงต้องแตกหักกันไปข้าง

"สหายจื่อสวีเข้าใจผิดแล้ว สำนักเทียนเซียวเราย่อมไม่ทำเรื่องไร้มารยาทเช่นนั้น

เพียงแต่อยากให้สหายส่งคนมาช่วยพวกเราค้นหาด้วยกัน แคว้นหลิงโจวและแคว้นหยางอย่างไรเสียก็เป็นถิ่นของตระกูลซ่ง คนนอกอย่างพวกเราเคลื่อนไหวไม่สะดวก" เฉินเทียนซิงยิ้มตาหยี ราวกับเมื่อครู่เขาไม่ได้มีความคิดนั้นจริงๆ

"เรื่องเล็กน้อย ทางเราก็กำลังตามหานายน้อยจางอยู่แล้ว ซ่งมอจะให้ผู้อาวุโสฝ่ายธุรการประสานงานกับสหายเฉิน

สหายมีภารกิจสำนักติดตัว ซ่งมอคงไม่เชิญขึ้นเขา หากต้องการอะไรในแคว้นหลิงโจวและแคว้นหยาง ขอแค่ตระกูลซ่งทำได้ สหายเอ่ยปากมาได้เลย เรายินดีช่วยเต็มที่"

ซ่งฉางเซิงไล่แขกทางอ้อม แต่ด้วยวาจาที่นุ่มนวลจนหาข้อติไม่ได้

"เช่นนั้นก็ขอบคุณสหายจื่อสวี อวี่เซิง เจ้าอยู่ประสานงานกับทางตระกูลซ่ง พวกเราจะล่วงหน้าไปหาเบาะแสนายน้อยที่แคว้นเซียงก่อน เจ้าค่อยตามไปทีหลัง" เฉินเทียนซิงสั่งการผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"รับทราบขอรับ"

เฉินเทียนซิงเงยหน้ามองซ่งฉางเซิง ประสานมือ "สหายจื่อสวี พวกเราขอตัวก่อน"

พูดจบ คณะก็เหาะจากไป ทิ้งไว้เพียงอวี่เซิง ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์ เขาเผชิญหน้ากับคนตระกูลซ่งเพียงลำพังอย่างไม่เกรงกลัว ประสานมือคารวะซ่งฉางเซิง กล่าวอย่างไม่ถ่อมตนไม่จองหอง "เรียนถามท่านปรมาจารย์จื่อสวี ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสท่านใดจะเป็นผู้ประสานงานกับข้าขอรับ?"

"ชิงสือ เจ้าไปประสานงานกับสหายจากสำนักเทียนเซียวท่านนี้"

สั่งการซ่งชิงสือเสร็จ ซ่งฉางเซิงก็พาพวกซ่งลู่โจวกลับตำหนักหลัก ยังไม่ทันได้นั่ง พวกซ่งลู่โจวก็เริ่มถกเถียงกันเซ็งแซ่

ซ่งฉางเซิงนั่งฟังอยู่พักใหญ่ก็ยังจับใจความไม่ได้ เคาะนิ้วลงบนที่วางแขนเบาๆ "เงียบก่อน"

เมื่อในตำหนักเงียบลง ซ่งฉางเซิงหันไปถามซ่งลู่โจว "ลุงห้าคิดว่าจุดประสงค์ของคนสำนักเทียนเซียวกลุ่มนี้คืออะไร"

ซ่งลู่โจวขมวดคิ้ว อึกอักอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ส่ายหน้า "กลุ่มนี้ดูเหมือนจะมาเอาเรื่อง แต่ดูจากท่าทีของคนแซ่เฉินแล้วก็ไม่เชิง

สิ่งเดียวที่เห็นได้ชัดคือ ภายในสำนักเทียนเซียวมีความขัดแย้งกัน โดยเฉพาะเจ้าคนครึ่งหญิงครึ่งชายคนนั้น"

"เขาชื่อเฟิ่งหลาน" ซ่งฉางเซิงเสริมข้อมูลให้อย่างรู้ใจ

"อ้อ เจ้าเฟิ่งหลานนั่น แม้ปากจะบอกว่ามาตามหานายน้อยจาง แต่ทุกคำพูดแฝงเจตนาจะโยนความผิดให้เรา ดูเหมือนว่าสองคนนี้..."

ซ่งฉางเซิงยื่นสมุดเล่มเล็กที่ได้จากซ่งชิงสือให้ "ข้อมูลในนี้เกี่ยวกับความรักความแค้นระหว่างเฟิ่งหลานกับจางเชิ่ง"

ซ่งลู่โจวรับไปอ่านแล้วตาโตด้วยความโกรธ "ทำไมไม่รีบเอาออกมา ให้ข้าเดาสุ่มอยู่ได้ตั้งนาน"

"ข้าก็เพิ่งได้มา พวกนั้นมาเร็วเกินไป ยังไม่ทันได้ให้ท่านดู ท่านลองวิเคราะห์ดูหน่อย" ซ่งฉางเซิงยิ้มแหย เรื่องใช้สมองแบบนี้ยกให้คนอื่นทำดีกว่า

"จากข้อมูล เฟิ่งหลานเป็นศิษย์คนแรกที่เจาหมิงเจินเหรินรับหลังจากบรรลุระดับจินตัน พรสวรรค์ล้ำเลิศ อายุไม่ถึงยี่สิบก็ทะลวงด่านสร้างรากฐาน สร้างผลงานให้สำนักมากมาย

เจาหมิงเจินเหรินรักใคร่เอ็นดูมาก เคยเปรยหลายครั้งว่าจะแต่งตั้งเฟิ่งหลานเป็นนายน้อย นับเป็นอัจฉริยะที่แท้จริง

แต่ต่อมาไม่รู้ทำไม การบำเพ็ญเพียรเกิดผิดพลาด ธาตุหยินหยางกลับตาลปัตร ไม่เพียงกลายเป็นคนครึ่งหญิงครึ่งชาย ดูเหมือนการทะลวงด่านตำหนักม่วงจะได้รับผลกระทบไปด้วย

ต่อมาเจาหมิงเจินเหรินก็รับศิษย์เอกอีกคน คือจางเชิ่ง

ความขัดแย้งเริ่มก่อตัวตั้งแต่นั้น

เดิมทีจางเชิ่งสู้เฟิ่งหลานไม่ได้เลยสักด้าน แต่ไม่นึกว่าในการคัดเลือกนายน้อยเมื่อปีก่อน เฟิ่งหลานจะพ่ายแพ้แก่จางเชิ่ง..."

"พี่ห้า เรื่องนี้ข้ารู้มาบ้าง ว่าไปแล้วเราก็มีส่วนด้วย" ซ่งลู่อวิ๋นพูดแทรกขึ้นมา

ทุกคนหันไปมองซ่งลู่อวิ๋นเป็นตาเดียว ไม่เข้าใจว่านางหมายถึงอะไร

"ท่านอาเชิญพูด" ซ่งฉางเซิงผายมือเชิญ

"สหายจางเชิ่งเดิมทีมาต้าฉีเพราะติดคอขวดในการบำเพ็ญเพียร บังเอิญได้ดื่ม 'เหล้าไผ่เขียว' ที่พี่สะใภ้หมักที่เมืองลั่วเสีย แล้วทะลวงด่านได้

ดูเหมือนสุราวิญญาณจะถูกโฉลกกับการฝึกของเขา เขาเลยมาซื้ออยู่เรื่อยๆ ว่ากันว่าเพราะสุราวิญญาณนี่แหละ ทำให้เขาเลื่อนขั้นจากสร้างรากฐานขั้นกลางสู่ขั้นสมบูรณ์ได้ในเวลาไม่กี่ปี

และเพราะเหตุนี้เขาถึงเอาชนะเฟิ่งหลานได้

พวกท่านว่า ท่าทีผิดปกติของเฟิ่งหลานวันนี้ อาจเป็นเพราะเราขายสุราให้จางเชิ่งหรือเปล่า?" ซ่งลู่อวิ๋นตั้งสมมติฐาน

"แม้เหตุผลจะดูอ่อนไปหน่อย... แต่ก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ เฟิ่งหลานผู้นี้จิตใจคับแคบ นิสัยสุดโต่ง จะทำอะไรก็ไม่แปลก"

พูดถึงตรงนี้ ซ่งฉางเซิงชะงักไปนิดหนึ่ง "จางเชิ่งหายตัวไป เฟิ่งหลานเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์โดยตรง พวกท่านว่า... เรื่องนี้จะมีเงาของเขาอยู่เบื้องหลังไหม?"

"เป็นไปได้สูงมาก ความขัดแย้งภายในสำนักเทียนเซียวรุนแรง เจาหมิงเจินเหรินมีศิษย์เอกสองคน คนหนุนหลังจางเชิ่งต้องมี คนหนุนหลังเฟิ่งหลานก็น่าจะมี และเผลอๆ จะเยอะกว่าด้วย

ทั้งพรสวรรค์และรากฐานในสำนัก เขาเหนือกว่าจางเชิ่งมาก ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุ จางเชิ่งไม่มีทางสู้เขาได้

ตอนนี้จางเชิ่งแค่หายตัวไป แต่ถ้าตาย ตัวเลือกนายน้อยก็จะเหลือแค่เฟิ่งหลานคนเดียว เขามีแรงจูงใจ

และเส้นทางของจางเชิ่ง พวกเรายังไม่รู้ สำนักเทียนเซียวก็คงรู้ดี"

การวิเคราะห์ของซ่งลู่โจวได้รับการสนับสนุนจากทุกคน

"ถ้าเป็นอย่างนั้น เรื่องนี้ก็น่าจะเป็นศึกภายในของสำนักเทียนเซียว

เราดูออก คนเก่งๆ ในสำนักเทียนเซียวมีเยอะแยะ ทำไมจะดูไม่ออก ดังนั้นกลุ่มคนที่มาวันนี้น่าจะมาลองเชิง

แต่ไม่ใช่ลองเชิงเรา น่าจะลองเชิงเฟิ่งหลานมากกว่า"

ได้ยินแบบนั้น ทุกคนก็โล่งอก ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่ต้องกลัวสำนักเทียนเซียวจะมาหาเรื่องต่อ

"เอาล่ะ อย่าเพิ่งดีใจไป ทั้งหมดเป็นแค่การคาดเดา คนก็ต้องหาต่อ ไม่ว่าจะอย่างไร ห้ามให้ศพเขามาโผล่ในเขตเราเด็ดขาด เข้าใจไหม?" ซ่งฉางเซิงกำชับเสียงเข้ม

"รับทราบ!" ทุกคนรับคำพร้อมเพรียง

...

ผ่านไปสามวันอย่างสงบ

วันนี้ ซ่งชิงสือหน้าตาตื่น รีบร้อนเดินเข้ามาในตำหนัก

"ท่านประมุข เกิดเรื่องแล้ว"

"มีอะไร" ซ่งฉางเซิงไม่อยากเห็นหน้าซ่งชิงสือที่สุดช่วงนี้ เพราะไม่เคยมีข่าวดีมาให้เลย

"เจอนายน้อยจางแล้วขอรับ"

"เป็นหรือตาย" แม้จะถามแบบนั้น แต่สังหรณ์ใจไม่ดีเลย

"ตายขอรับ"

"ตายที่ไหน" ซ่งฉางเซิงเริ่มตึงเครียด ถ้าตายในเขตตระกูลซ่งล่ะยุ่งแน่

"แคว้นเซียง"

ซ่งฉางเซิงถอนหายใจโล่งอก แต่ก็ขมวดคิ้ว "แคว้นเซียง? ทำไมถึงเป็นแคว้นเซียง"

"ไม่เพียงแต่พบศพที่แคว้นเซียง แต่ยังมีคนเห็นกับตาว่าคนของสำนักเทียนเจี้ยนเป็นคนลงมือสังหารจางเชิ่ง"

ซ่งฉางเซิงลุกพรวด สมองมึนงงไปหมด

แค่จางเชิ่งตายที่แคว้นเซียงก็งงพอแล้ว นี่ซ่งชิงสือบอกว่าตายด้วยน้ำมือสำนักเทียนเจี้ยน แถมมีพยานรู้เห็นอีก

ถ้าข่าวนี้ไม่ได้มาจากซ่งชิงสือ เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด มันเหลือเชื่อเกินไป

ฆ่านายน้อยสำนักระดับจินตัน สำนักเทียนเจี้ยนคิดจะเปิดศึกแตกหักกับสำนักเทียนเซียวหรือไง?

"ฟ้าทางตะวันออกเฉียงใต้ กำลังจะเปลี่ยนสีแล้ว..."

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 520 - ข่าวร้ายและฟ้าที่กำลังจะเปลี่ยนสี

คัดลอกลิงก์แล้ว