เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12-6 เข่นฆ่าถึงเกาะศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 12-6 เข่นฆ่าถึงเกาะศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 12-6 เข่นฆ่าถึงเกาะศักดิ์สิทธิ์


“อย่างนี้รับไม่ได้แน่นอน ถ้าเจ้าจะทำแบบนี้ อย่างนั้นข้า..” ไดลินต้องการพูด“ข้าก็ไม่สามารถรับประกายศักดิ์สิทธิ์นี้ได้”

แต่ประกายศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับไดลิน

“ท่านไดลิน อย่าคิดมากไปเลย ท่านก็น่าจะรู้ว่าข้าจะกลายเป็นเทพได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นข้าคิดว่าท่านคงจะต้องการมากกว่าข้า”  ลินลี่ย์รีบเปลี่ยนหัวข้อ “ท่านไดลิน  ข้าต้องไปแล้ว”

เมื่อเห็นว่าลินลี่ย์ทำท่าจะจากไป  ไดลินอดห้ามเขาไว้ไม่ได้

“ลินลี่ย์, ข้าไม่มีสมบัติล้ำค่าอื่นที่เอามาตอบแทนได้”  ไดลินมองดูลินลี่ย์ และพูดจริงจังยิ่งกว่าเมื่อก่อน  “แต่ลินลี่ย์, แต่ข้าจะจำความกรุณาที่เจ้ามีต่อข้าในวันนี้ไว้  ถ้าในอนาคตมีอะไรที่เจ้าต้องการ ข้าไดลินจะไม่บ่นคัดค้านแม้แต่คำเดียว”

ลินลี่ย์ยิ้ม

“ท่านไดลิน, งั้นเราแยกทางกันตรงนี้เถอะ”

……

ลินลี่ย์กลับไปที่ปราสาทเลือดมังกร  และแจ้งเดเลีย วอร์ตันและคนอื่นๆ ให้ทราบถึงการตัดสินใจของเทพสงครามและมหาพรต  วอร์ตัน พี่น้องบาร์เกอร์และซาสเลอร์เมื่อได้ทราบข่าวนี้ต่างก็ตื่นเต้น

พี่น้องบาร์เกอร์และซาสเลอร์มีบุญคุณความแค้นเก่าอยู่กับศาสนจักรเจิดจรัส

ตลอดเวลามานี้วอร์ตันเองก็ต้องการช่วยลินลี่ย์เพื่อภารกิจล้างแค้น  ในอดีต เขายังแข็งแกร่งไม่พอ  แต่ตอนนี้วอร์ตันก็ถึงระดับเซียนด้วยเช่นกันและเมื่อเขาแปลงกายเป็นนักรบเลือดมังกรระดับเซียน เขาทรงพลังมากพอๆกับเกทส์และคนอื่น

ยามราตรี พระจันทร์เสี้ยวลอยอยู่ในท้องฟ้า

ลินลี่ย์ลุกจากเตียงสวมชุดยาวเดินออกไปที่ระเบียงจ้องมองท้องฟ้ายามราตรี

“พรุ่งนี้ พรุ่งนี้แล้ว ศาสนจักรเจิดจรัสกับข้าจะสู้กันครั้งสุดท้าย”  คืนนี้ลินลี่ย์นอนไม่หลับไม่ว่าจะพยายามยังไงก็ตาม

เพราะเหตุผลบางอย่างภาพในสมัยที่เขายังเด็กผุดขึ้นมาในใจของเขา ไม่ว่าเมื่อใดก็ตามที่เขาคิดถึงความจริงว่าวันพรุ่งนี้  เขาจะไปจัดการกับศาสนจักรเจิดจรัสและเขาจะบรรลุเป้าหมายที่เขาต้องการมาเป็นเวลานานปี  เขารู้สึกตื่นเต้น

“ลินลี่ย์” เดเลียเดินมาอยู่ข้างตัวลินลี่ย์เช่นกัน “เจ้ากำลังคิดเรื่องบุกโจมตีศาสนจักรเจิดจรัสพรุ่งนี้หรือ?”

เดเลียจะไปพร้อมกับลินลี่ย์ในวันพรุ่งนี้ด้วย แม้ว่าเดเลียยังหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์ไม่สมบูรณ์  แต่เดเลียก็ยังเป็นเซียนจอมเวทธาตุลม  นอกจากนี้แม้ว่า ‘สนามพลังเทพ’ของนางยังไม่สมบูรณ์แต่ก็ส่งผลต่อสถานการณ์ได้แน่นอน

“ถูกแล้ว  พรุ่งนี้คือวันที่ข้ารอคอยมานาน”  หัวใจของลินลี่ย์สะท้อนอารมณ์  “น่าเสียดาย, ปู่เดลิน..ไม่สามารถเห็นได้”

“ถ้าปู่เดลินของเจ้ายังมีชีวิตอยู่  เขาจะต้องภูมิใจตัวเจ้ามากแน่นอน”  เดเลียปลอบเขา เดเลียก็รู้เรื่องเดลิน โคเวิร์ทด้วยเช่นกัน

“ท่านแม่ตาย ท่านพ่อตาย แม้แต่ปู่เดลินผู้แลข้ามาตลอดเวลาก็ยังมาตายจากอีก”  ลินลี่ย์จ้องมองไปทางทิศตะวันตก  “ทั้งหมดต้องโทษศาสนจักรเจิดจรัส!  อ้างตัวเองเป็น ‘แสงสว่าง’ อ้างตัวเองว่า ‘รักโลก’ ศาสนจักรเจิดจรัส! พวกเขาทำลายทุกสิ่ง”

ลินลี่ย์ส่ายศีรษะและแค่นเสียง  “ขณะที่ข้า... ข้าไม่มีอะไรมากไปกว่าหนึ่งในครอบครัวนับไม่ถ้วนที่พวกเขาทำลาย  บาร์เกอร์และน้องๆ ของเขา,รีเบ็คกาและพี่สาวนาง... ครอบครัวของพวกเขาถูกล้มล้างเช่นกัน!  เป็นเพราะศาสนจักรเจิดจรัสที่ก่อเรื่องเช่นนี้!”

ความโกรธแค้นของลินลี่ย์เริ่มก่อตัว

“ลินลี่ย์, อย่าคิดเรื่องพวกนี้มากไปเลย  พรุ่งนี้ทุกอย่างจะจบลง”  เดเลียปลอบโยนเขา เดเลียรู้ดีว่า..ถ้าไม่ใช่เพราะความเกลียดชังมากมายที่เขารู้สึก  ลินลี่ย์จะบังคับตนเองให้ทนได้ยังไง  และในวัยสิบแปดปีเขาต้องเข้าไปในเทือกเขาอสูรวิเศษที่กว้างขวางไม่มีผู้คนอาศัยถึงสามปีเต็ม  และจากนั้นฝึกฝนอยู่ในชนบทน้อยถึงห้าปี?

“ถูกแล้ว พรุ่งนี้ทุกอย่างจะต้องจบลงแน่” ลินลี่ย์เงยหน้ามองดูท้องฟ้ายามราตรี

ชั่วขณะหนึ่ง... ดูเหมือนภาพบิดาของเขาปู่เดลินและมารดาที่อยู่ในความทรงจำอย่างเลือนรางของเขาปรากฏเลือนรางในท้องฟ้าราตรีกำลังมองดูเขา!

รุ่งเช้าวันที่ 8 เมษายน ดวงอาทิตย์ยามเช้าลอยอยู่เหนือปราสาทเลือดมังกร

“โกรวววว” เสียงคำรามลึกดังขึ้น

ดูเหมือนร่างมังกรมหึมาตัวหนึ่งขดตัวอยู่ใกล้ปราสาทเลือดมังกร  แต่ทหารของปราสาทเลือดมังกรไม่ตกใจแม้แต่น้อย พวกเขาหลายคนรู้ว่ามีมังกรระดับเซียนสามตัวพักอาศัยอยู่ในปราสาทเลือดมังกร  บางครั้งมังกรระดับเซียนก็บินออกไป  ขณะที่บางครั้งพวกเขาก็บินกลับมา

นี่คือเหตุผลที่มีตำนานเมืองเล่าว่าปราสาทเลือดมังกรมีมังกรยักษ์อยู่ใกล้ๆ

ภายในเขตฝึกฝนอบรมที่กว้างขวางของปราสาทเลือดมังกร

ยอดฝีมือฝ่ายลินลี่ย์มาถึงกันนานแล้ว  การเดินทางสู่เกาะศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้  ฝ่ายลินลี่ย์มี.. ลินลี่ย์, บีบี, เดเลีย,วอร์ตัน, ห้าพี่น้องบาร์เกอร์, ซาสเลอร์และมังกรระดับเซียนสามตัว รวมเป็นสิบสาม

สำหรับปราสาทเลือดมังกร ให้แฮรุอยู่เฝ้ารักษาการ

แต่ละคนที่ออกเดินทางในครั้งนี้เป็นเซียนชั้นสูงระดับยอดฝีมือ  ไม่มีใครมีพลังอ่อนแอกว่าไฮเดนส์สักคน

“พวกเขายังมาไม่ถึงอีกหรือ?”  วอร์ตันเริ่มจะใจร้อน

ตอนนี้, มีคนกลุ่มใหญ่รอส่งพวกเขาอยู่เช่นกัน  หนึ่งในนั้นคือฮิลแมนที่กำลังหัวเราะและกล่าว  “วอร์ตัน, อย่าใจร้อนนี่ยังเช้าอยู่เลยทุ่งราบใหญ่อยู่ไกลจากเรามาก อย่างน้อยก็หมื่นกิโลเมตรแล้ว ต่อให้บินมาก็ยังต้องใช้เวลานานอยู่ดี”

“กลุ่มของเดลี่อาจมาถึงเร็วกว่าเล็กน้อย  แต่ถูลี่และคนอื่นจะต้องใช้เวลาอีกช่วงหนึ่งอย่าเพิ่งใจร้อน แค่รออีกสักพัก” ลินลี่ย์กล่าว แต่แม้ว่าเขาจะให้ความสำคัญกับความอดทน แต่เขาอดมองไปที่ท้องฟ้าไม่ได้

เขารอวันนี้มานานแล้ว

“พี่ใหญ่, ข้าคิดว่าท่านใจร้อนมากกว่าข้าอีกนะ”  วอร์ตันพูดพลางหัวเราะ

ลินลี่ย์ได้แต่หัวเราะตอบ

“โอว, พวกเขามาถึงกันแล้ว!”  บีบียืนอยู่บนไหล่ลินลี่ย์,และส่งเสียงร้องอย่างแปลกใจและดีใจพร้อมกัน

กลุ่มของลินลี่ย์เห็นทันทีว่าในขอบฟ้าไกลออกไปกลุ่มของมนุษย์กำลังบินมาทางเขาด้วยความเร็วสูง หนึ่งในนั้นบินได้รวดเร็วเป็นแนวแสงสีขาวสังเกตเห็นได้ชัดและลินลี่ย์จำเขาได้ทันที เป็นเดลี่นั่นเอง!

“หืม?”  ลินลี่ย์ประหลาดใจอีกครั้ง

จากในขอบฟ้าห่างออกไปยังมีคนมากกว่าสิบคนบินเข้ามาด้วยเช่นกัน นอกจากเดลี่, เพนสลีน, ฮิกกินสัน, มิลเลอร์, ฟอร์ดและลิฟวิงสโตนแล้ว  ยังมียอดฝีมืออีกหกคนกำลังบินมาด้วยเช่นกัน  ยอดฝีมืออีกหกคนนำโดยถูลี่

“ถูลี่และศิษย์ของเขามาถึงด้วยเช่นกันหรือนี่?” แม้ว่าลินลี่ย์จะประหลาดใจที่ถูลี่อาศัยอยู่ในที่ไกลเกินกว่าหมื่นกิโลเมตรห่างออกไป  แต่เขาก็ยังมาถึงได้รวดเร็ว  เขารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง

ทุกคนมาพร้อมกันแล้ว นั่นหมายความว่าพวกเขาสามารถออกได้ในอีกไม่นาน

กลุ่มของเดลี่และถูลี่ลงมาอยู่ที่ปราสาทเลือดมังกรพร้อมกัน

ถูลี่เดินออกมาข้างหน้าพร้อมกับรอยยิ้มที่ยากจะปรากฏบนใบหน้าของเขา “เราไม่ได้มาสายเกินไปใช่หรือเปล่า?”

“ไม่สายเลยเพียงแต่ทำไมท่านถึงมาพร้อมกับกลุ่มของท่านเดลี่ได้?  พวกท่านพบเจอกันระหว่างทางหรือ?ทั้งที่ท่านอยู่ไกลถึงทุ่งราบตะวันออกไกล...” ก่อนที่ลินลี่ย์จะพูดจบ เดลี่ที่อยู่ใกล้ๆ ก็หัวเราะและตอบ  “ลินลี่ย์,ถูลี่พาศิษย์ของเขามายังที่พักข้าเมื่อวานนี้ ทำให้เช้านี้เราจึงออกมาพร้อมกัน”

ตอนนี้ลินลี่ย์เข้าใจ

“ข้ากลัวว่าจะมาสายและทำให้พวกเจ้าทั้งสองฝ่ายต้องกระวนกระวาย  นั่นคงไม่ดีแน่”  ถูลี่หัวเราะ “เดลี่กับข้าไม่ได้สังสรรค์ด้วยกันมาระยะหนึ่งแล้ว  ดังนั้นข้าเลยไปพักค้างที่พักเขาหนึ่งคืน”

“ทุกคนมาพร้อมกันแล้ว คุยกันพอแล้ว อย่างนั้นก็ไปกันได้แล้ว” บีบีกล่าว

ลินลี่ย์ เดลี่และถูลี่มองหน้ากันเอง จากนั้นก็หัวเราะ  ลินลี่ย์พยักหน้า แล้วประกาศเสียงดัง  “ดีละ, งั้นออกเดินทางกันเดี๋ยวนี้”  ลินลี่ย์จ้องไปทางขอบฟ้าทิศตะวันตก  ตาของเขาเป็นประกาย  “จุดหมายปลายทางของเรา –เกาะศักดิ์สิทธิ์ศาสนจักรเจิดจรัส!”

วันที่ 8 เมษายน ศักราชยูลานที่ 10034 ลินลี่ย์  เดลี่และถูลี่เป็นผู้นำพาเซียนยอดฝีมือทั้ง 25บินออกจากปราสาทเลือดมังกรบินผ่านม่านเมฆมุ่งสู่ทิศตะวันตก

ทหารประจำปราสาทเลือดมังกรถอนหายใจอัศจรรย์กันทุกคนกับภาพที่พวกเขาเห็น

เซียนทั้งยี่สิบห้าคนบินออกไปพร้อมกัน  คนธรรมดาเคยได้เห็นภาพที่น่าเหลือเชื่อเช่นนั้นเมื่อใดกัน?

ภายในเรือลำใหญ่ที่กำลังแล่นสู่เกาะศักดิ์สิทธิ์ของศาสนจักรเจิดจรัสอย่างรวดเร็ว

คลื่นกระทบชายหาดขณะที่เรือแล่นมาถึงและเทียบท่าเกาะศักดิ์สิทธิ์  ที่หน้าท่าเรือมือปราบพิเศษของศาลศาสนจักรในชุดม่วงจ้องมองเรืออย่างเย็นชา  มือปราบระดับสูงเข้าไปดูเรือลำทันทีที่เทียบท่า

“เจ้าบรรทุกคนมาเท่าใด?” หัวหน้ามือปราบพิเศษพูดอย่างเย็นชา

มือปราบที่ลงมาจากเรือรายงานด้วยความเคารพ  “ใต้เท้า ครั้งนี้เรามีคนมาด้วยแปดร้อย”

“อืม” มือปราบศาลศาสนจักรนั้นพยักหน้าเล็กน้อย  “เร็วเข้า รีบพาพวกเขาไปชำระตัวก่อนแล้วค่อยให้ชุดสะอาดพวกเขา”

“ขอรับ!”

ทันใดนั้น ทาสที่เนื้อตัวสกปรกถูกผู้คุมนำตัวขึ้นไปทีละคน

“ศาสนจักรเจิดจรัส? พวกสุนัขเจิดจรัสนี่เอง!” ทาสคนหนึ่งคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวจากในกลุ่มคนที่อยู่ข้างล่าง  แต่เขาถูกแส้หวดใส่ทันที

“ถ้าเจ้ามีความสามารถจะทำเช่นนั้น  อย่างนั้นก็ฆ่าข้าได้เลย  ข้าตาบอดเองที่เชื่อว่านี่เป็นการแสวงบุญ”ทาสคนหนึ่งร้องเสียงแหบแห้ง  “เมียข้า,ลูกสาวข้าล่ะ? พวกเจ้าพาพวกนางมาด้วยใช่ไหม?พวกเจ้าอ้างว่าเป็นการแสวงบุญหรือนี่? ข้าตาบอดจริงๆ ฮือๆๆๆ”

ประกายดาบเล่มหนึ่งวูบขึ้นปรากฏรูใหญ่ที่ปากของทาสและลิ้นของเขาขาดตกลงมา

“นี่มันอะไรกัน?” มือปราบพิเศษตะคอกใส่ผู้คุมตำแหน่งน้อยที่คอยกวัดแกว่งแส้

“ใต้เท้า, ข้าไม่รู้อะไรอื่น”  เจ้าหน้าที่ผู้น้อยหวาดกลัว  “ขณะที่บรรทุกพวกเขาลงเรือเจ้าคนดื้อพวกนี้ไม่ทำตามระเบียบวินัยนานแล้ว ข้าคาดไม่ถึงเลยว่าเจ้านี่ยังจะก่อเรื่องในเวลานี้”

ทาสผู้ถูกตัดลิ้นจ้องมองพวกเจ้าหน้าที่อย่างเกลียดชัง

ทาสส่วนใหญ่รู้สึกปลงต่อชะตาชีวิตมานานแล้ว  พวกเขาเดินไปข้างหน้าอย่างมึนชา

ภายในอุโมงค์กว้าง

ไฮเดนส์อยู่ในชุดขาวบริสุทธิ์กำลังอยู่ต่อหน้านักบวชหญิงผู้งดงามในชุดขาว ขณะนี้ทาสส่วนใหญ่ได้รับการชำระทำความสะอาดแล้ว  และตอนนี้อยู่ในชุดสะอาดและถูกต้อนผ่านอุโมงค์มืดไปยังอีกด้านหนึ่ง

“อือ..”ทาสที่ถูกตัดลิ้นก็ถูกชำระล้างและผลัดเปลี่ยนชุดใหม่ด้วยเช่นกัน

เขาจ้องมองไฮเดนส์ และถลึงตาใส่อย่างน่ากลัว

ในสหภาพศักดิ์สิทธิ์ไฮเดนส์เคยเป็นนักบวชสูงสุดมีอำนาจเหนือพื้นที่ขนาดใหญ่ในอดีต  ทาสผู้นี้กล้าจ้องไฮเดนส์ทั้งที่รู้ว่าไฮเดนส์คือจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งศาสนจักรเจิดจรัส

ทันใดนั้น เขาเริ่มทำเสียงโกรธ ‘อื้อออ’ ต่อไฮเดนส์

“เร็วเข้า” ทันใดนั้นหนึ่งในผู้คุมด้านหลังเขาหวดแส้ใส่อย่างรุนแรงทำให้ร่างของทาสสะดุ้งเฮือกจากแรงหวด

“เจ้าพวกโง่นั่น พวกมันควรจะรู้สึกภูมิใจที่สามารถให้ชีวิตท่านลอร์ดชิกิต้าได้”  นักบวชหญิงด้านหลังไฮเดนส์พูดเสียงเย็นชา

ไฮเดนส์หัวเราะอย่างใจเย็น

“วิญญาณอีกกี่ดวงที่ลอร์ดชิกิต้าต้องการก่อนที่เขาจะฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์?”  ไฮเดนส์ถามนักบวชสตรี

นักบวชหญิงเรียนด้วยความเคารพ“ท่านจักรพรรดิศักดิ์สิทิ์ ในปีที่ผ่านมาเราส่งวิญญาณหลายหมื่นดวงไปแล้ว  แต่ลอร์ดชิกิต้าฟื้นฟูพลังเกือบหมดแล้ว  เพียงแต่ตามที่ลอร์ดชิกิต้าพูดการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ เขาต้องการดวงวิญญาณมากกว่าหมื่นดวง”

“วิญญาณมากกว่าหมื่นดวง? นั่นยังต้องใช้เวลานาน” ไฮเดนส์ขมวดคิ้ว

“แต่แน่นอน, วิญญาณเซียนสักสิบคนก็เพียงพอ”  นักบวชสตรีชุดขาวกล่าว

ไฮเดนส์ขมวดคิ้วมองนักบวชสตรีชุดขาว“วิญญาณเซียน? ฮืม.. จำเอาไว้พวกเจ้าทุกคนต้องดูแลลอร์ดชิกิต้าให้ดีอย่ายุ่งกับเรื่องอื่น”

“เจ้าค่ะ”  นักบวชหญิงชุดขาวรับคำด้วยความเคารพ

ไฮเดนส์มองดูที่ปลายอีกฝั่งหนึ่งของอุโมงค์จากนั้นมองดูทาสที่เพิ่งล้างตัวถูกนำตัวเข้ามาไม่ขาดสาย เขาลอบถอนหายใจ  “ก่อนที่วิญญาณของพวกเขาจะเหือดแห้งไปเขาต้องการให้ทาสได้เปลี่ยนชุดสะอาดหรือ? ชิกิต้าผู้นี้.. ฮึ่ม..”

ไฮเดนส์รู้สึกรังเกียจต่อชิกิต้าผู้นี้

แต่ไฮเดนส์รู้ว่าชิกิต้าทรงพลังขนาดไหน

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในแดนอนารยชนซึ่งเขาฉีกข้อตกลงกับลินลี่ย์และล้มเหลวในที่สุด ไฮเดนส์เริ่มวางแผนอย่างรอบคอบในกรณีที่กลุ่มเซียนนำกำลังเข่นฆ่ามาถึงเกาะศักดิ์สิทธิ์

“โชคดีที่มหาเทพเจิดจรัส ยังมีเมตตาในช่วงเวลาวิกฤติอย่างนี้ เขาอนุญาตให้ลอร์ดชิกิต้าลงมายังโลก”  ไฮเดนส์พึมพำกับตนเอง

แต่สิ่งที่ไฮเดนส์ไม่รู้ก็คือในตอนนี้ลินลี่ย์นำกลุ่มเซียนยี่สิบห้าเดินทางข้ามสมุทรบินมายังเกาะศักดิ์สิทธิ์ด้วยความเร็วสูง

จบบทที่ ตอนที่ 12-6 เข่นฆ่าถึงเกาะศักดิ์สิทธิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว