เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12-4 เหตุการณ์สำคัญ

ตอนที่ 12-4 เหตุการณ์สำคัญ

ตอนที่ 12-4 เหตุการณ์สำคัญ


ยามรุ่งอรุณแสงตะวันฉายผ่านอุทยานด้านหลังปราสาทเลือดมังกร เป็นครั้งแรกในเวลายาวนานที่ลินลี่ย์ต้องการไปอุทยานหลังปราสาทและเพื่ออุทิศตนเองกับงานแกะสลักหิน  ขณะที่แกะสลักลินลี่ย์อดนึกย้อนถึงฉากที่มีภาพเขากับปู่เดลินไม่ได้

“ลักษณะ, คุณภาพ,เนื้อและสีสันของหินไม่เพียงส่งผลต่อลักษณะของมันเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงศักยภาพโดยรวมและรูปแบบที่แท้จริงด้วยเราใช้สิ่วสกัดตรงเพื่อสกัดส่วนเกินออกและปล่อยให้ความงดงามตามธรรมชาติเปิดเผยตัวออกมา นี่คืองานสลักหิน”

“วิถีของงานแกะสลักหินก็คือวิถีการควบคุมพื้นที่และรูปลักษณ์อย่างแท้จริง  เมื่อจะแกะสลักหิน, หนึ่ง..ต้อง...”

ภาพของปู่เดลินสอนการแกะสลักหินเขายังคงสดชัดเจนอยู่ในใจของลินลี่ย์

หลังจากเข้าใจ ‘สัจธรรมแห่งความเร็ว’ สิ่วตรงของลินลี่ย์เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วสง่างาม  บางครั้งกลายเป็นภาพเลือนรางนับไม่ถ้วนขณะที่บางครั้งก็เคลื่อนไหวได้ช้า ทว่านุ่มนวลอ่อนโยน  ร่างหินสลักรูปมนุษย์ค่อยปรากฏอยู่ต่อหน้าเขางานแกะสลักของลินลี่ย์ดึงดูดความสนใจของฮิลแมน, เทย์เลอร์และหลายคนที่มองดูอยู่แต่ไกล

“งานแกะสลักของท่านพ่อแปลกประหลาดมาก”  เทย์เลอร์พูดอย่างประหลาดใจ

ฮิลแมนถอนหายใจอย่างประหลาดใจเช่นกัน  “ถูกแล้ว, งานสลักหินของบิดาเจ้าทำให้ข้ารู้สึกเหมือนกับว่ารูปสลักนั้นมีอยู่ก่อนแล้ว  ทั้งหมดที่เขาทำก็คือขจัดหินส่วนเกินและฝุ่นที่คลุมปิดบังมันอยู่ออกไป”

สิ่วสกัดตรงเป็นประกาย เศษศิลาปลิวกระเด็นอย่างต่อเนื่อง

ความจริงก็เหมือนกับที่ฮิลแมนกล่าวลินลี่ย์แค่ขจัดชั้นหินที่ไร้ประโยชน์ด้านบนรูปแกะสลัก  และขณะที่สะเก็ดหินปลิวออกไป รูปสลักค่อยๆเริ่มเผยโฉมที่แท้จริงออกมา

“แกะเปลือกออก นี่คือความรู้สึกอย่างที่รู้กันว่า ‘แกะเปลือกออก’ ซึ่งช่างแกะสลักหินพูดถึง”  เจนนี่ถอนหายใจอย่างอัศจรรย์ใจ  เพียงแต่, ข้าไม่เคยรู้เลยว่าคนเราจะสามารถแกะสลักหินได้อย่างเป็นธรรมชาติขนาดนั้น”  เจนนี่เองเรียนรู้งานแกะสลักหินมาบ้าง แต่สิ่งที่นางเรียนเป็นงานแกะสลักรูปแบบธรรมดาจำเป็นต้องใช้เครื่องมือหลายอย่างช่วย

“หืม...”

สำหรับลินลี่ย์ สิ่วสกัดตรงอย่างเดียวก็พอแล้ว

เขาเริ่มแกะสลักตั้งแต่เช้าตรู่ต่อเนื่องไปจนกระทั่งค่ำ  หลังจากลินลี่ย์ปรับแต่งสุดท้ายเขาวางสิ่วลงเอื้อมมือไปลูบรูปสลักอย่างอ่อนโยน

“ปู่เดลิน” ลินลี่ย์พึมพำกับตนเอง “เมื่อก่อนนั้น ข้าได้สาบานไว้ว่าเมื่อถึงเวลาข้าจะทำลายศาสนจักรเจิดจรัสแบบขุดรากถอนโคนพวกมัน อีกไม่นาน  อีกไม่นาน.. ข้าจะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ”

รูปสลักข้างหน้าเขาก็คือ เดลิน โคเวิร์ท  ใบหน้าของเดลินโคเวิร์ทยังคงมีรอยยิ้มเปี่ยมเมตตาเหมือนอย่างเคย

“ลินลี่ย์” ทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังเขา

ลินลี่ย์หันหน้าและเห็นว่าผู้พูดก็คือเฟน  ฮิลแมนที่อยู่ข้างๆ เขาพูดขึ้นทันที  “ลินลี่ย์ ท่านเฟนรออยู่ตรงนี้ได้สักพักแล้ว แต่เมื่อเห็นว่าเจ้ากำลังแกะสลัก เขาไม่ต้องการรบกวนเจ้า”

“ดูกระฉับกระเฉงและเหมือนกับมีวิญญาณจริงๆ”  เฟนถอนหายใจทึ่งขณะมองดูรูปสลัก

รูปสลักเหมือนกับมีชีวิต และชั่วขณะหนึ่งเหมือนกับเป็นคนจริงๆที่ยืนอยู่กับที่

“ลินลี่ย์, คนที่เจ้าแกะสลักนี้คือใครกัน?”เฟนถามด้วยความสงสัย

ลินลี่ย์ไม่ตอบ “เฟน, ท่านมาที่นี่เพราะ...?”

เฟนรีบกล่าว “โอว, ครั้งนี้ข้ามาเชิญเจ้าเดินทางไปภูเขาเทพสงคราม พรุ่งนี้ กล่าวกันว่าวันที่ 6 เมษายนเทพต่างๆ จะมาชุมนุมกันที่ภูเขาเทพสงครามขณะที่เซียนสองสามคนก็ได้รับเชิญด้วยเช่นกัน”

“โอว?” ลินลี่ย์แปลกใจทันที  ชุมนุมเทพ มีเพียงเซียนสองสามคนที่ได้รับเชิญ?เห็นได้ชัดว่าเป็นการชุมนุมครั้งสำคัญ

“ขอถามได้ไหม เรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร?”  ลินลี่ย์ถาม

เฟนส่ายหน้า “ข้าไม่แน่ใจเหมือนกัน และอาจารย์ไม่ได้บอกข้า  แต่ถ้าเจ้าไป เจ้าจะรู้แน่นอน”

“ก็ได้ พรุ่งนี้ข้าจะไปแน่นอน”  ลินลี่ย์พยักหน้าขณะกล่าว

วันที่ 6 เมษายน ศักราชยูลานที่ 10034 จักรวรรดิโอเบรียนที่นอกเมืองหลวงของจักรวรรดิ ภูเขาเทพสงคราม

ภายในสวนสันโดษของเทพสงครามโอเบรียน  สี่เทพรวมทั้งเทพสงคราม, มหาพรต,ไดลินและซีซาร์ กับเซียนอีกสี่คนมี เฟน ลินลี่ย์ เดลี่และถูลี่ทุกคนนั่งตามปกติ

“มีเราเพียงสี่คนที่มาครั้งนี้”  เดลี่รู้สึกค่อนข้างสงสัย  “ลินลี่ย์! เจ้ารู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?”  ลินลี่ย์กับเดลี่สนทนาทางใจ

“ข้าไม่แน่ใจเหมือนกัน  พวกเขาทั้งหมดเป็นระดับเทพทั้งนั้น เราคงทำอะไรไม่ได้เกี่ยวกับกิจกรรมของพวกเขา”  ลินลี่ย์ก็งงเหมือนกัน

ขณะนี้เซียนทั้งสี่ยังคงอยู่ในความเงียบ

เทพสงครามและมหาพรตมองหน้ากันอย่างมีความหมาย  และจากนั้นเทพสงครามเพ่งสายตาที่แหลมคมมาที่ลินลี่ย์และเซียนอีกสามคน  เขาพูดเสียงก้องกังวาน  “วันนี้เหตุผลแรกเลยที่พวกเจ้าทั้งสี่ถูกเรียกมาเพราะมหาพรตกับข้ามีความเห็นร่วมกันว่าในทวีปยูลานมีประเทศหลากหลายเกินไปได้เวลาที่จะลดจำนวนลงแล้ว”

ลินลี่ย์และเซียนอีกสามคนตกใจ

“เทพสงครามเตรียมจะก่อสงครามใหญ่หรือ?”  ลินลี่ย์ลอบประหลาดใจกับตนเอง

เสียงนุ่มนวลลอดออกมาจากหน้ากากของมหาพรต  “เทพสงครามกับข้ามาเพื่อตกลงกันควรมีเพียงสามจักรวรรดิใหญ่ที่คงเหลืออยู่ในทวีปยูลาน นั่นคือ จักรวรรดิโอเบรียนจักรวรรดิยูลาน และจักรวรรดิบาลุค  พูดอีกอย่าง..ได้เวลาทำสงครามควบรวมทวีปยูลานทั้งหมดแล้ว”

ลินลี่ย์ เฟน เดลี่และถูลี่ แม้จะตกใจอยู่ภายในแต่ภายนอกยังคงแสดงความสงบ

“ลินลี่ย์ เจ้ามีความคิดว่าไงบ้าง?  เจ้าถือว่าเป็นตัวแทนของจักรวรรดิบาลุค”

ลินลี่ย์นิ่งเล็กน้อย

“นี่เป็นข่าวดี ข้าไม่คัดค้านเป็นธรรมดา”

ลินลี่ย์พูดต่อทันที “ถ้าเราสามจักรวรรดิใหญ่ร่วมกำลังกัน ก็ไม่ยากจะทำลายประเทศอื่น เพียงแต่ข้าเชื่อว่าพวกท่านเทพสงครามและท่านมหาพรตร่วมกำลังกันก็สามารถทำงานเช่นนี้ให้สำเร็จได้ ทำไมท่านต้องเชิญเราเหล่าเซียนมาด้วยเล่า? ข้าไม่เข้าใจตรงนี้”

เทพสงครามและมหาพรตอาจจะเห็นแก่หน้าเขาจึงได้เชิญเขามาด้วย  แต่ทำไมถึงได้เชิญเดลี่ ถูลี่และเฟนมาด้วยเล่า?

“เป็นเรื่องง่ายๆ” ซีซาร์ที่อยู่ใกล้ๆ อารมณ์ร่าเริงมีแววกระตือรือร้นในตาของเขา  “เทพสงครามและมหาพรตไม่ต้องการลงมือ  พวกเขาต้องการให้พวกเจ้าลงมือ”

เทพสงครามอดปรายตาไปที่ซีซาร์ไม่ได้  แต่ซีซาร์เพียงแต่หัวเราะคิกคัก

“เราไม่ต้องการพัวพันในสงคราม”  เทพสงครามยืนยัน เสียงที่ทรงอำนาจดังขึ้น  “เราต้องบอกเจ้าบางอย่าง ลอร์ดเบรุตมีคำสั่งมาว่าในช่วงเวลาสามวัน เราสี่เทพจะไปยังสุสานเทพเจ้ากันหมด”

“ไปสุสานเทพเจ้า?” ลินลี่ย์ เดลี่และยอดฝีมืออื่นทุกคนรู้ว่าครั้งล่าสุดมีแต่เพียงเซียนที่เข้าสุสานเทพเจ้า ขณะที่ระดับเทพไม่ได้เข้าไปด้วย

เซียนต้องการได้รับประกายศักดิ์สิทธิ์ของเทพชั้นต้น  ขณะที่เทพสงครามต้องการได้ประกายเทพชั้นกลาง

“อีกสามวัน?  ทำไมลอร์ดเบรุตถึงไม่ให้พวกท่านเข้าสุสานเทพเจ้าพร้อมกับเรา?มีเหตุผลพิเศษอะไรไหม?”  ลินลี่ย์ถาม

ไดลินที่อยู่ใกล้ๆ แค่นเสียง  “ไม่มีอะไรพิเศษ  เหตุผลเพียงเพราะลอร์ดเบรุตสั่งก็เท่านั้น”

ลินลี่ย์งง

แค่เพราะลอร์ดเบรุตสั่ง?

“พอแค่นั้นเถอะ” เทพสงครามพูดอย่างใจเย็น “การยุบประเทศอื่นเป็นแค่เพียงเรื่องเล็ก ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าทั้งสี่สามารถรับมือได้ เอาอย่างนี้เป็นไง... ลินลี่ย์ ถูลี่ เดลี่ พวกเจ้านำกองกำลังไปที่เกาะศักดิ์สิทธิ์ของศาสนจักรเจิดจรัสและทำลายเสีย”

“ขณะที่ศิษย์สายตรงของวิทยาลัยเทพสงครามของข้าและศิษย์สายตรงของมหาพรต พวกเขาจะร่วมมือกันทำลายสำนักงานใหญ่ของลัทธิเงา”

เทพสงครามชำเลืองมาลินลี่ย์ที่ด้านข้าง  “อย่าบอกข้านะว่า เจ้าทำไม่ได้”

“ข้าจะยินดีมากที่ได้จัดการกับศาสนจักรเจิดจรัส”  ลินลี่ย์ขมวดคิ้วขณะพูด  “แต่เกาะศักดิ์สิทธิ์ของศาสนจักรเจิดจรัสมีวงเวททรงพลังขนาดใหญ่นามว่า”ศิริแห่งมหาเทพเจิดจรัส“คุ้มกันอยู่ ข้าคิดว่าแค่อาศัยพลังเซียนอย่างเดียวเราพบว่ามันทำลายได้ยากลำบาก”

ไดลินที่อยู่ใกล้ๆ พูดอย่างดูแคลน  “ศิริมหาเทพเจิดจรัสน่ะหรือ? ใช่เลย,พลังของวงเวทใหญ่นั่นนับว่าไม่เลว ตอนนั้นมันสามารถป้องกันพลังโจมตีของข้าได้  เซียนคนเดียวไม่สามารถทำลายมันได้แน่  แต่ลินลี่ย์, ถ้าพวกเจ้าเหล่าเซียนสักสิบคนโจมตีอย่างเต็มกำลังพร้อมกัน..บางทีอาจไม่ใช่ครั้งเดียว อาจไม่ใช่สองครั้งแต่ในที่สุดพวกเจ้าจะสามารถทำลายศิริแห่งมหาเทพเจิดจรัสได้”

ลินลี่ย์หัวเราะเช่นกัน

ก่อนหน้านั้นศาสนจักรเจิดจรัสกลัวว่าลินลี่ย์จะนำสี่เซียนโจมตีเกาะศักดิ์สิทธิ์  ดังนั้นพวกเขาจึงให้ลินลี่ย์ลงชื่อตกลงว่าถ้าเขาจะไปเกาะศักดิ์สิทธิ์  ก็จะต้องไปตามลำพัง

แต่ข้อตกลงเก่านั้น ลินลี่ย์ ศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงาได้ล้มเลิกไปแล้ว

มหาพรตแคทเธอรีนพูด “ความจริงถ้าเซียนจอมเวทสายธาตุลมสามคนร่ายเวทคมมีดมิติพร้อมกันและโจมตีตำแหน่งเดียวกันก็เพียงพอจะทำลายศิริแห่งมหาเทพเจิดจรัสได้แล้ว”

“ถ้าเจ้าสามารถทำลายนักสู้ระดับเซียนของคู่ต่อสู้  ผลการสู้รบจะได้ผลสรุปล่วงหน้าตั้งแต่การต่อสู้จะเริ่มเสียอีก” เทพสงครามพูดอย่างเย็นชา “ในผลสงครามจำกัดจำนวนประเทศ เมื่อเวลามาถึงการใช้งานกองกำลังระดับเซียนของเจ้าและการคุกคามคู่ต่อสู้  ข้าเชื่อว่าการรบครั้งนี้จะได้ผลสรุปอย่างรวดเร็ว”

ลินลี่ย์ เดลี่ เฟน และถูลี่ได้แต่หัวเราะในใจ

สำหรับพวกเขาการสู้รบในทวีปยูลานไม่มีอะไรมากไปกว่าการละเล่นของพวกเด็กๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทพสงครามและมหาพรตเข้าร่วมในกองกำลัง

และความจริงเมื่อยอดฝีมือระดับสูงสุดของศาสนจักรเจิดจรัสและของลัทธิเงาถูกทำลายผลของสงครามจะชัดเจนสำหรับทุกคน

“ท่านเทพสงคราม ข้ามีข้อสับสนเล็กน้อย”  ลินลี่ย์พูดขึ้น “ทำไมท่านถึงลากเวลาจนยาวนานขนาดนี้แทนที่จะเริ่มต้นมานานแล้ว?  ข้าคิดว่าถ้าท่านและท่านมหาพรตร่วมกองกำลังท่านสามารถแบ่งออกเป็นสองจักรวรรดิไปนานแล้วทั้งที่การแบ่งโลกขึ้นอยู่กับตัวท่านเอง”

เทพสงครามและมหาพรตชำเลืองมองกัน

ไดลินหัวเราะอย่างน่ากลัว “นั่นง่ายมาก เวลานั้น ข้ายังไม่มาถึงทวีปยูลานและซีซาร์ยังไม่บรรลุระดับสูง ในสังคมมนุษย์ทวีปยูลาน มีเทพอยู่เพียงสอง สองเทพมักจะเป็นฝ่ายตรงกันข้าม แล้วพวกเขาจะร่วมกองกำลังได้ยังไง?”

“สำหรับเหตุผลที่พวกเขาร่วมกำลังกันตอนนี้เหตุผลแรกเป็นเพราะพวกเขาทั้งสองในตอนนี้รู้สึกว่าการรวมทวีปยูลานภายใต้กฎเกณฑ์ของพวกเขาเป็นเรื่องสิ้นหวังแล้วดังนั้นพวกเขาจึงแบ่งโลกออกเป็นสามส่วนแทน เหตุผลที่สองเป็นเพราะตอนนี้พวกเขารู้สึกกดดัน สำหรับเหตุผลที่พวกเขากดดันเจ้าไปค้นหาเอาเอง”  ไดลินกล่าว

ทันใดนั้นลินลี่ย์มีความคิดหนึ่ง “เทพสงครามและมหาพรต..รู้สึกว่าการรวบทวีปเป็นเรื่องสิ้นหวังในตอนนี้?เป็นเพราะข้า?”

ลินลี่ย์เข้าใจทันที

ประการแรกทั้งหมดเกี่ยวกับการเป็นเทพ  เทพสงครามและมหาพรตควรจะรู้เรื่องนี้ดี  ประการที่สอง เขาได้ประกายศักดิ์สิทธิ์จากในสุสานเทพเจ้าและสามารถสร้างกลุ่มเทพชั้นต้นได้..และส่วนที่สำคัญที่สุดในประการที่สาม  ความสัมพันธ์ระหว่างบีบีกับเบรุตสามจุดนี้เป็นไปไม่ได้ที่เทพสงครามหรือมหาพรตจะทำเหมือนกับลินลี่ย์เป็นศัตรู

“สิบแปดแคว้นอิสระตอนเหนือและสหภาพศักดิ์สิทธิ์จะเป็นของจักรวรรดิโอเบรียนข้า”เทพสงครามพูดอย่างใจเย็น

เทพสงครามมองดูลินลี่ย์ “จักรวรรดิโรฮอลท์และทุ่งราบตะวันออกไกลจะเป็นของจักรวรรดิบาลุคของเจ้า”

“ขณะที่ส่วนที่เหลือ พันธมิตรมืดและจักรวรรดิไรน์จะเป็นของจักรวรรดิยูลานทั้งหมด” มหาพรตที่อยู่ใกล้ๆ พยักหน้าเล็กน้อย

“ลินลี่ย์, เจ้ามีอะไรจะคัดค้านไหม?”  เทพสงครามและมหาพรตมองดูลินลี่ย์

ลินลี่ย์ได้แต่หัวเราะในใจอย่างช่วยไม่ได้

จากคำพูดและทัศนคติของเทพสงครามและมหาพรต  เขารู้สึกได้..ว่าเทพสงครามและมหาพรตไม่ได้ปฏิบัติต่อสงครามที่จะมีมาเหมือนเป็นกิจการใหญ่และความจริง นี่ไม่ใช่สงครามที่จะมีผลเป็นอื่นไปได้ยอดฝีมือระดับพวกเขาไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องนั้น

“ไม่คัดค้าน, แน่นอน ข้าไม่มีอะไรจะคัดค้าน” ลินลี่ย์จะพูดอะไรอื่นได้อีกเล่า?

ถ้าอย่างนั้นก็ว่าตามข้อตกลงนี้  ทวีปยูลานจะแบ่งออกเป็นสามส่วน

“ตกลงตามนี้” เทพสงครามพยักหน้าพอใจ  “ลินลี่ย์เจ้าก็ควรจะรู้นะว่าความจริงเรื่องอำนาจโลกๆ ไม่มีความหมายสำหรับพวกเรา  สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือระดับการฝึกฝนของเจ้าเอง  ลินลี่ย์,  ข้าได้ยินมาว่าเจ้าจะกลายเป็นระดับเทพอีกในราวสิบปี”

ลินลี่ย์สามารถบอกได้ว่าทัศนคติที่เทพสงครามมีต่อเขาตอนนี้ให้ความสำคัญกับเขาเหมือนเป็นคนในระดับเดียวกัน

ที่สำคัญ ในช่วงสั้นๆ สิบปี เมื่อเวลาที่เทพสงครามกลับมาลินลี่ย์อาจจะกลายเป็นระดับเทพไปแล้ว

ไดลินที่อยู่ใกล้ๆ พูดอย่างเคร่งขรึม  “แต่ก่อนที่เรื่องนั้นจะเกิดขึ้น  ข้าต้องเตือนเจ้าสักสองสามเรื่อง  มิฉะนั้น ถ้าเจ้าทำผิดพลาดไปอย่างโง่ๆ  จะเกิดเรื่องน่ากลัวกับเจ้า”

ลินลี่ย์ตั้งใจฟันอย่างระมัดระวังทันที และแม้แต่เดลี่และคนอื่นที่อยู่ใกล้ล้วนให้ความสนใจทันที

“การอาศัยพลังของเจ้าเองเพื่อกลายเป็นเทพและหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์เพื่อกลายเป็นเทพต่างกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อระดับความเข้าใจกฎธรรมชาติของเจ้าไปถึงระดับที่แน่นอน  จักรวาลจะสร้างประกายศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับธรรมชาติวิญญาณเจ้าและประกายนี้จะเป็นหนึ่งเดียวกับเจ้าอย่างสมบูรณ์”

“เมื่อประกายศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าถูกสร้าง  เจ้าจะเผชิญกับตัวเลือกอย่างหนึ่ง”  ไดลินมองลินลี่ย์อย่างเคร่งขรึม  “หลังจากประกายศักดิ์สิทธิ์ถูกสร้างเจ้าจะมีเงื่อนไขให้เลือกสองอย่างคือหนึ่งหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์เข้าในใจเจ้าและทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับวิญญาณเจ้าเวลานั้นร่างของเจ้าจะเปลี่ยนไปเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์

“การหลอมรวมวิญญาณกับประกายศักดิ์สิทธิ์จะทำให้ร่างของเจ้าเปลี่ยนเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์  ถ้าประกายศักดิ์สิทธิ์เป็นสายธาตุดิน  อย่างนั้นในอนาคตเจ้าจะฝึกได้แต่เพียงกฎธรรมชาติธาติดิน ไม่สามารถฝึกอย่างอื่นได้”

“แต่ว่าแน่นอน หลังจากกำเนิดประกายศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังคงมีเงื่อนไขตัวเลือกที่สอง!”

“เงื่อนไขนั้นก็คือไม่หลอมรวมประกายศักดิ์สิทธิ์เข้าในร่างของเจ้าปล่อยมันไว้ด้านนอกแทน ถ้าเจ้าทำเช่นนั้น  อย่างนั้นจักรวาลจะสร้างร่างที่สองตามธรรมชาติของประกายศักดิ์สิทธิ์  ร่างเดิมของเจ้าจะไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย  กล่าวอีกอย่างหนึ่ง..เจ้าจะมีร่างจำลองของตนเอง ร่างจำลองของตัวเจ้าจะเป็นเทพชั้นต้น  ขณะที่ร่างเดิมของเจ้ายังสามารถฝึกฝนกฎธาตุอื่นได้อีกต่อไป!”

ไดลินกล่าวอย่างจริงจัง “อย่างไรก็ตาม ยังมีคุณค่าราคาสำหรับทางเลือกที่สองด้วยเช่นกัน  วิญญาณของเจ้าจะถูกแบ่งออกเป็นสองระหว่างกระบวนการกลายเป็นเทพพลังงานแปลกประหลาดของจักรวาลจะปกป้องเจ้าในระหว่างนั้น ดังนั้นวิญญาณของเจ้าจะถูกแบ่งครึ่งและถูกควบคุมตามกระบวนการ  และเจ้าจะไม่ตายจากนั้น  อย่างไรก็ตามมันค่อนข้างจะเป็นอันตรายต่อวิญญาณเจ้า”

จบบทที่ ตอนที่ 12-4 เหตุการณ์สำคัญ

คัดลอกลิงก์แล้ว