- หน้าแรก
- ความเป็นอมตะเริ่มต้นด้วยการเข้าใจหลักสำคัญของคัมภีร์เต๋า
- บทที่ 350 - สังหารศัตรูด้วยมือตน เนตรหยินหยางดับสูญ
บทที่ 350 - สังหารศัตรูด้วยมือตน เนตรหยินหยางดับสูญ
บทที่ 350 - สังหารศัตรูด้วยมือตน เนตรหยินหยางดับสูญ
บทที่ 350 - สังหารศัตรูด้วยมือตน เนตรหยินหยางดับสูญ
น้ำเต้าในมือเปล่งแสงเจิดจรัส มีดบินเพลิงพุ่งทะยานออกมา ภาพในดวงตาของเหอไท่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมเสียงหวีดหวิวที่ใกล้เข้ามา
"ฉึก"
มีดบินตัดวิญญาณฟันผ่านร่างเหอไท่ไปอย่างง่ายดาย รอยตัดเรียบเนียน แต่กลับไม่มีเลือดไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว
"ตัวตายตัวแทน!" ซ่งฉางเซิงหน้าเปลี่ยนสี
วินาทีถัดมา ร่างกายที่ขาดสองท่อนของเหอไท่บิดเบี้ยว แล้วกลายเป็นหุ่นกระดาษที่ทำขึ้นอย่างประณีต ส่วนตัวจริงของเหอไท่หนีไปไกลร้อยลี้แล้ว
"ฟิ้ว"
ในขณะเดียวกัน แสงหอกอันแหลมคมก็พุ่งข้ามมิติมาถึงกลางหลังของซ่งฉางเซิง
ซ่งฉางเซิงขนลุกซู่ สัญชาตญาณการต่อสู้ที่สั่งสมมานานสั่งให้ร่างกายขยับหลบจุดตายตามสัญชาตญาณ
"ฉึก"
แสงหอกระเบิดที่ไหล่ขวาของซ่งฉางเซิง ทิ้งรอยแผลลึกเห็นกระดูกเอาไว้
ซ่งฉางเซิงกัดฟันแน่น ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ใช้วิชา 'ย่างก้าวไร้ร่องรอย' หนีออกจากจุดเดิมทันที
"อย่าหนี!"
เสียงฮั่นไห่ดังก้องดุจสายฟ้า หอกในมือปั่นป่วนด้วยพลังบ้าคลั่ง กวาดออกไป พลังปราณมหาศาลถาโถมเข้าใส่ซ่งฉางเซิงดั่งคลื่นยักษ์
จังหวะของเขาดีมาก ซ่งฉางเซิงรู้สึกเหมือนถูกคลื่นยักษ์ซัดเข้าจังๆ กระอักเลือดปลิวกระเด็นออกไปทันที
แทบจะพร้อมๆ กัน หรงหมิงเทาโผล่มาตรงหน้าซ่งฉางเซิง ซัดฝ่ามือเข้าที่หัวใจ
"มหาเวทจำลอง 'ตราประทับซ้อนเพลิง'"
การโจมตีของทั้งสองประสานกันอย่างแนบเนียน ซ่งฉางเซิงมีเวลาตอบสนองเพียงชั่วพริบตา
แต่พริบตานั้นเอง ซ่งฉางเซิงมองเห็นแสงแห่งความหวังในสถานการณ์สิ้นหวัง
เตาหลอมตำหนักม่วงในกายคำราม พลังปราณไหลเวียนบ้าคลั่ง สร้างเกราะป้องกันทรงกลมขึ้นตรงหน้า
"เพล้ง"
ทันทีที่ปะทะกับมหาเวทจำลอง เกราะปราณก็แตกละเอียด แต่มันก็ช่วยซื้อเวลาให้ซ่งฉางเซิงได้
"มหาเวทจำลอง 'มีดทองตัดวิญญาณ'"
มีดทองเล่มเล็กพุ่งออกจากกลางหน้าผากของเขา ตรงเข้าฟันห้วงจิตวิญญาณของหรงหมิงเทา
ระยะใกล้ขนาดนี้ หรงหมิงเทาป้องกันไม่ทัน แนวป้องกันในห้วงจิตวิญญาณถูกฉีกกระชาก เหมือนโดนเข็มพันเล่มทิ่มแทง ความเจ็บปวดรวดร้าวทำเอาหน้าบิดเบี้ยว
ซ่งฉางเซิงฉวยโอกาสถอยห่าง และเรียกอาวุธวิเศษสองชิ้นกลับคืนมา 'ตราประทับสรรค์สร้างห้าธาตุ' ยังคงกดดัน 'กระบองเกล็ดมังกรเงิน' ไว้อยู่ สภาพยังดี
แต่ 'กาน้ำเมฆาอัสนีไท่เสวียน' เสียหายหนักจากการกักขังสองคนนั้น และพลังสายฟ้าที่เก็บไว้ก็หมดเกลี้ยง
"บ้าเอ๊ย" ซ่งฉางเซิงสบถ ขาดพลังสายฟ้าไปก็เท่ากับเสียไพ่ตายไปใบหนึ่ง เดิมทีก็เสียเปรียบอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งแย่หนัก
เห็นฮั่นไห่ถือหอกไล่ล่ามาอีก ซ่งฉางเซิงไม่กล้าปะทะ กลายเป็นแสงพุ่งขึ้นฟ้า
ลำพังตัวเขาคนเดียว ไม่มีทางเอาชนะได้แน่ ต้องทิ้งระยะห่างจากพวกฮั่นไห่ให้มากที่สุด แล้วหาโอกาสขอความช่วยเหลือ
ตำแหน่งปัจจุบันของเขาอยู่ไม่ไกลจากเมืองลั่วเสียและตระกูลซ่งมากนัก ขอแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้รับข่าว เขาก็มีโอกาสรอด
"บัดซบ มันเพิ่งทะลวงระดับตำหนักม่วงจริงๆ หรือเนี่ย"
เห็นระยะห่างระหว่างเขากับซ่งฉางเซิงยืดออกไปเรื่อยๆ ฮั่นไห่ไม่อยากจะเชื่อ
ร่างหุ่นเชิดนี้แม้จะแสดงพลังได้ไม่เต็มที่ แต่ก็เหนือกว่าซ่งฉางเซิงแน่ๆ แต่ตอนนี้เขากลับตามความเร็วของซ่งฉางเซิงไม่ทัน สำหรับคนหยิ่งทะนงอย่างเขา นี่มันน่าขายหน้าที่สุด
เห็นซ่งฉางเซิงเริ่มเลือนลาง ฮั่นไห่ตะโกนด่า "เหอไท่ ไอ้เวรเอ๊ย มัวทำบ้าอะไรอยู่ รีบมาสกัดมันไว้สิ!"
เหอไท่เพิ่งรอดตายจากซ่งฉางเซิงมาหมาดๆ อารมณ์บ่จอยอยู่แล้ว มาโดนฮั่นไห่ด่ากราดแบบนี้ก็ของขึ้นเหมือนกัน
แต่ในสามคนนี้ มีแต่เขาที่มีวิชาตัวเบาพอฟัดพอเหวี่ยงกับซ่งฉางเซิงได้ ถ้าเขาไม่ลงมือ ซ่งฉางเซิงอาจหนีรอดไปได้จริงๆ
เรื่องนี้เหอไท่ยอมไม่ได้
ดังนั้น ต่อให้ไม่พอใจแค่ไหน เหอไท่ก็ต้องกัดฟันกลืนลงคอ กินยารักษาแผลไปกำมือหนึ่ง แล้วกลายเป็นแสงพุ่งไปสกัดซ่งฉางเซิง
ซ่งฉางเซิงเห็นว่าทิ้งระยะได้พอสมควรแล้ว ก็หยิบกระบี่ส่งสารออกมาสองเล่ม ปล่อยไปทางยอดเขาชางหมิงและยอดเขาเทียนอิน
เหอไท่ที่ไล่ตามมาเห็นเข้าก็ร้อนใจ หากซ่งฉางเซิงรอกำลังเสริมมาได้ แผนการลอบสังหารครั้งนี้ก็ล้มเหลว
แถมถ้าซ่งเซียนหมิงรู้ว่าพวกเขาไม่อยู่ที่แคว้นหลิง ศิษย์สำนักเลี่ยหยางที่หลอกล่อตระกูลซ่งอยู่หน้ายอดเขาชางหมิงคงต้องเจอกับหายนะ
คิดได้ดังนั้น เหอไท่หน้าตาถมึงทึง เร่งความเร็วขึ้นอีกขั้น เขาต้องจัดการซ่งฉางเซิงให้เร็วที่สุด!
แต่ซ่งฉางเซิงในตอนนี้ตั้งใจหนีอย่างเดียว ไม่มีกะจิตกะใจจะสู้ต่อ เพราะส่งข่าวไปแล้ว แค่ถ่วงเวลาให้มากที่สุด รอกำลังเสริมก็พอ
ซ่งฉางเซิงหนี เหอไท่ไล่ ด้วยวิชาตัวเบาอันยอดเยี่ยม ไม่นานก็ทิ้งห่างฮั่นไห่และหรงหมิงเทาไปไกลลิบ
เห็นดังนั้น ซ่งฉางเซิงครุ่นคิด "ดูท่าร่างนั้นจะจำกัดพลังของฮั่นไห่มากกว่าที่คิด ความเร็วเต่าคลานชะมัด
หรงหมิงเทาก็ไม่ถนัดวิชาตัวเบา ตอนนี้คนที่คุกคามข้าได้เหลือแค่เหอไท่ ถ้าหาโอกาสฆ่ามันได้ ข้าก็รอด"
เหอไท่แม้จะใช้ 'หุ่นกระดาษแทนตาย' รับการโจมตีถึงตายจากมีดบินตัดวิญญาณไปแล้ว แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาแพง บาดแผลของเขาหนักกว่าซ่งฉางเซิงมาก หากกะจังหวะดีๆ ก็มีโอกาสฆ่าได้
คิดได้ดังนั้น ซ่งฉางเซิงหรี่ตาลง
การไล่ล่าดำเนินไปจนถึงค่ำ เงาของฮั่นไห่และหรงหมิงเทาหายลับไปแล้ว เหลือเพียงเหอไท่ที่กัดไม่ปล่อย
เห็นดังนั้น ซ่งฉางเซิงรู้ว่าโอกาสมาถึงแล้ว เบรกตัวโก่งกลางอากาศ
เหอไท่บาดเจ็บอยู่แล้ว ต้องมาไล่ล่าเต็มกำลังแบบนี้ก็แย่เหมือนกัน พอเห็นซ่งฉางเซิงหยุด ก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง แต่ก็ยังขู่เสียงเข้ม "ไอ้เด็กเหลือขอ ทำไมไม่หนีต่อล่ะ"
"ที่นี่ภูเขาโอบล้อม สายน้ำไหลผ่าน ทิวทัศน์งดงาม ชัยภูมิยอดเยี่ยมจริงๆ" ซ่งฉางเซิงมองแม่น้ำที่เชี่ยวกรากเบื้องล่าง พูดจาแปลกๆ ที่เหอไท่ไม่เข้าใจ
"ฮึ ข้าว่าเจ้าบ้าไปแล้วมั้ง" เหอไท่เยาะเย้ย แต่ไม่กล้าบุ่มบ่ามลงมือ ความสามารถที่ซ่งฉางเซิงแสดงออกมาก่อนหน้านี้ทำให้เขาหวั่นใจ ตัวต่อตัวเขาไม่มั่นใจว่าจะชนะ
"หึ ฟังไม่รู้เรื่องไม่เป็นไร คนตายไม่จำเป็นต้องรู้อะไรมาก!" ซ่งฉางเซิงแสยะยิ้ม ร่างวูบไหว พุ่งเข้าใส่เหอไท่ราวกับลูกธนูหลุดจากแหล่ง
เหอไท่ตกใจสะดุ้ง ไม่นึกว่าสถานการณ์แบบนี้ซ่งฉางเซิงยังกล้าลงมือ
แม้จะหวั่นใจ แต่ก็ถอยไม่ได้แล้ว ได้แต่แข็งใจรับมือ
ชั่วพริบตา ทั้งสองปะทะกันหลายสิบกระบวนท่า วิชาอาคมปลิวว่อน มหาเวทจำลองปะทะกัน แสงสว่างเจิดจ้าย้อมท้องฟ้ายามราตรี
ซ่งฉางเซิงมือหนึ่งถือ 'ตราประทับสรรค์สร้างห้าธาตุ' อีกมือประคอง 'น้ำเต้าหยินหยางตัดวิญญาณ' บนหัวมีภาพวาดไท่เก๊ก ทุกลีลาท่าทางปล่อยพลังทำลายล้างมหาศาล
ชั่วขณะนั้น ภูเขาถล่ม แม่น้ำไหลย้อนกลับ
เหอไท่บาดเจ็บหนักอยู่แล้ว พอปะทะกันก็ตกเป็นรองแทบจะตลอดเวลา เห็นซ่งฉางเซิงยิ่งสู้ยิ่งดุ ส่วนตัวเองแผลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาตัดสินใจหันหลังหนีทันที
โลกนี้กว้างใหญ่ ชีวิตสำคัญที่สุด!
"เหอไท่ วันนี้เจ้าต้องตาย!"
ซ่งฉางเซิงไม่มีทางปล่อยเขาไป ตะโกนก้อง 'ตราประทับสรรค์สร้างห้าธาตุ' ในมือพุ่งเข้ากดทับเหอไท่
"ตูม——"
เหอไท่ต้านทานไม่ไหว ถูก 'ตราประทับสรรค์สร้างห้าธาตุ' กระแทกเข้ากลางอกเต็มๆ หน้าอกยุบลงทันที ซี่โครงหักละเอียดนับสิบซี่
อวัยวะภายในถูกแรงกระแทกแหลกเหลว
บาดแผลระดับนี้ ต่อให้เป็นระดับตำหนักม่วงก็รับไม่ไหว เหอไท่ร่วงลงจากฟ้าเหมือนนกปีกหัก
ซ่งฉางเซิงรีบตามไป สุดท้ายเจอเหอไท่นอนร่อแร่จวนเจียนจะตายอยู่ในกองหิน
"แค่กๆๆ" เห็นซ่งฉางเซิงถือกระบี่เดินเข้ามา เหอไท่รูม่านตาหดเกร็ง ไอโขลกอย่างรุนแรง เลือดปนเศษเครื่องในทะลักออกจากปาก
วินาทีนี้ เหอไท่ถึงเข้าใจคำว่าหวาดกลัว
ในใจเขาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม
คำนวณสารพัด สุดท้ายก็ยังประเมินความสามารถของซ่งฉางเซิงต่ำไป และประเมินความเร็วของเขาต่ำไปด้วย สถานการณ์ถึงได้พลิกกลับตาลปัตรแบบนี้
ซ่งฉางเซิงมองศัตรูที่เปื้อนเลือดคนตระกูลซ่งมานับไม่ถ้วนด้วยสายตาเย็นชา ไม่พูดพร่ำทำเพลง ฟาดกระบี่ลงไปเต็มแรง
เลือดพุ่งกระฉูด ไท่ซั่งผู้อาวุโสสำนักเลี่ยหยางสิ้นใจ
ซ่งฉางเซิงเข่าอ่อนแทบทรุด แม้จะฆ่าเหอไท่ได้ แต่เขาก็สูญเสียพลังและบาดเจ็บไม่น้อย
ใช้มีดบินตัดวิญญาณทำลายวิญญาณของเหอไท่ที่ยังไม่ออกจากร่าง จากนั้นรีบสะกด 'กระบองเกล็ดมังกรเงิน' ที่พยายามจะหนี คว้าถุงเอกภพแล้วเตรียมจะจากไป
ใครจะคิดว่ายังเดินไปได้ไม่ไกล เสียงฝ่าอากาศก็ดังเข้าหู
"ตามมาทันแล้ว" ซ่งฉางเซิงใจหายวาบ ฮั่นไห่และหรงหมิงเทามาเร็วกว่าที่คิดมาก
"ซ่งฉางเซิง ข้าประเมินเจ้าต่ำไปจริงๆ สถานการณ์แบบนี้เจ้ายังลากคนไปเป็นเพื่อนตายได้อีกคน"
ฮั่นไห่มองดูกองเนื้อเละๆ ที่เคยเป็นเหอไท่ หน้าดำเป็นก้นหม้อ
ตอนที่คลาดสายตาจากทั้งสองคน เขาก็สังหรณ์ใจไม่ดี ไม่นึกว่าแค่แป๊บเดียว เหอไท่จะดับสูญทั้งกายและจิตวิญญาณไปแล้ว
นอกจากความโกรธ ในใจเขายังเกิดความหวาดระแวงต่อซ่งฉางเซิงอย่างลึกซึ้ง "ไม่ว่าอย่างไร จะปล่อยให้มันเติบโตไปกว่านี้ไม่ได้!"
"สหายหรง ฆ่ามันแก้แค้นให้สหายเหอ!" ฮั่นไห่ตะโกนก้อง เข้าขนาบข้างซ่งฉางเซิงพร้อมกับหรงหมิงเทา
ซ่งฉางเซิงเห็นดังนั้น แววตาฉายแววเด็ดเดี่ยว หยิบยาเม็ดสีน้ำตาลขนาดเท่าหัวแม่มือออกมาจากอกเสื้อแล้วกลืนลงไป
ทันทีที่ยาละลายลงท้อง รูม่านตาของเขาขยายออก รู้สึกเหมือนมีไฟลุกโชนในกาย เลือดลมเดือดพล่าน
พลังมหาศาลที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนก่อตัวขึ้นในร่าง ทำให้ซ่งฉางเซิงรู้สึกตื่นตัวอย่างประหลาด
ยาที่เขากินคือ 'โอสถระเบิดกาย' ที่เสิ่นชิงซิ่วให้ไว้ตอนเจอกันครั้งแรก กินแล้วจะระเบิดพลังออกมาได้หลายเท่าตัวในช่วงเวลาสั้นๆ
ถ้าไม่จนตรอกจริงๆ ซ่งฉางเซิงไม่มีทางใช้ยาที่รีดเร้นศักยภาพร่างกายแบบนี้แน่
สัมผัสถึงพลังมหาศาลที่ระเบิดออกมา ฮั่นไห่และหรงหมิงเทาหน้าเปลี่ยนสี ถอยหลังไปคนละก้าว
"เกิดอะไรขึ้น ทำไมกลิ่นอายของมันถึงพุ่งสูงขึ้นขนาดนี้" หรงหมิงเทาหน้าเครียด กลิ่นอายของซ่งฉางเซิงตอนนี้กลบเขาไปแล้ว
"มันกินยา ยาพวกนี้ฤทธิ์อยู่ได้ไม่นาน อย่าไปปะทะตรงๆ ถ่วงเวลาไว้ พอยาหมดฤทธิ์มันก็เป็นแค่ลูกไก่ในกำมือ!" ฮั่นไห่พูดรัวเร็ว
"ได้" หรงหมิงเทาเข้าใจทันที ทั้งสองถอยหลังอย่างรวดเร็ว พยายามทิ้งระยะห่างจากซ่งฉางเซิง
"จะหนีไปไหน!"
ซ่งฉางเซิงไม่ยอมให้สมใจ รีบไล่ตามไป
ตอนนี้พลังตบะเพิ่มพูน แถมยังมีอาวุธวิเศษครบมือ หนึ่งรุมสองก็ไม่เสียเปรียบ
แต่ซ่งฉางเซิงรู้ดี พลังนี้ไม่ใช่ของเขา พอผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ยาหมดฤทธิ์ เขาก็จะหมดสภาพต่อสู้
ต้องรีบจัดการพวกมันให้เร็วที่สุด
หรงหมิงเทากับฮั่นไห่ก็รู้เรื่องนี้ดี จึงไม่ยอมปะทะตรงๆ เอาแต่ใช้ท่าร่างหลบหลีกไปมาซ้ายขวา ตั้งใจจะยื้อเวลาให้เขาหมดแรง
"จะปล่อยให้พวกมันจูงจมูกแบบนี้ไม่ได้ ข้าต้องเป็นฝ่ายคุมเกม"
ซ่งฉางเซิงสมองแล่นเร็ว จู่ๆ ก็นึกประโยคหนึ่งขึ้นมาได้ "ต่อให้มากันกี่ทาง ข้าจะมุ่งไปทางเดียว!"
คิดได้ดังนั้น แววตาซ่งฉางเซิงวาวโรจน์ เลิกสนใจหรงหมิงเทา ไล่หวดฮั่นไห่คนเดียวอย่างบ้าคลั่ง ทำเอาฮั่นไห่ด่าเปิงแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เพราะซ่งฉางเซิงตั้งใจจะลากเขาไปตายด้วย เจอการโจมตีของหรงหมิงเทาก็หลบได้หลบ หลบไม่ได้ก็ยอมเจ็บแลกหมัด
ประเด็นคือกายเนื้อของเขาแข็งแกร่งเว่อร์ แถมยังมีภาพวาดไท่เก๊กที่ป้องกันเป็นเลิศ แผลที่ได้มาแม้จะเยอะแต่ไม่ถึงตาย
"พอได้แล้ว!"
หลังจากโดนซ่งฉางเซิงที่รับการโจมตีของหรงหมิงเทาพุ่งเข้ามาชกอีกหมัด ฮั่นไห่ก็ระเบิดอารมณ์ บีบจี้ห้อยคอคริสตัลที่เอวแตกละเอียด พลังที่มองไม่เห็นกระแทกซ่งฉางเซิงกระเด็นออกไป
เขารีบร่ายมนตร์ น้ำในแม่น้ำใหญ่ไม่ไกลไหลมารวมตัวกันที่เขาอย่างบ้าคลั่ง ก่อตัวเป็นลูกบอลน้ำกลางอากาศ แล้วบีบอัดจนกลายเป็นลูกบอลน้ำสีดำที่มีมวลมหาศาล กดทับลงมาใส่ซ่งฉางเซิง
"ตายซะ!" เลือดไหลซึมมุมปากฮั่นไห่ แต่สีหน้ากลับดูดุร้าย
ซ่งฉางเซิงหน้าเครียด เตาหลอมตำหนักม่วงคำราม ดวงตาของเขาส่องประกายประหลาด ข้างหนึ่งขาวล้วน ข้างหนึ่งดำสนิท
จากดวงตาคู่นั้น ฮั่นไห่มองเห็นเพียงความเย็นชา และ... ความยิ่งใหญ่ที่มองข้ามทุกสรรพสิ่ง!
ด้านหลังซ่งฉางเซิงปรากฏดวงตาขนาดยักษ์ที่ปิดสนิท แผ่กลิ่นอายน่าเกรงขามออกมา
"【เนตรหยินหยางดับสูญ】"
ซ่งฉางเซิงเอ่ยเสียงเรียบ
ไอหยินหยางคละคลุ้ง ดวงตาคู่ยักษ์ด้านหลังค่อยๆ ลืมขึ้น...
...
[จบแล้ว]