เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11-27 เจ้าภาพผู้ใจดี

ตอนที่ 11-27 เจ้าภาพผู้ใจดี

ตอนที่ 11-27 เจ้าภาพผู้ใจดี


หางแมงป่องที่โจมตีโดยจ้าวแมงป่องเกล็ดดำมีการล่อหลอกอยู่มาก  แม้แต่คนที่ทนทานอย่างราชันย์เนตรมายาก็ยังรู้สึกสะท้านวิญญาณ  มันส่งเสียงร้องโหยหวน “อ๊าคคคคคค!”  และโจมตีใส่รอบตัว  ภูเขาน้ำแข็งที่อยู่ใกล้ระเบิด  สะเก็ดปลิวกระเด็นไปทั่วทุกที่

ขณะเดียวกันโลหิตก็ไหลออกมาจากตาสีทองนั้น

“เราได้โอกาสแล้ว” จ้าวแมงป่องเกล็ดดำดีใจ

“เร็วเข้า ไปกันได้แล้ว” ราชสีห์ทองหกตาทั้งสามพี่น้อง รู้จักราชันย์เนตรมายาที่ตะโกนด้วยความโกรธดี

“ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด!”  ราชันย์เนตรมายากู่ร้องด้วยความโกรธ และตาสีทองที่อาบเลือดยิงแสงสีแดงมากกว่าสิบสายทันที

ขณะที่หนีไปที่ทางออก หนึ่งในสามพี่น้องราชสีห์ทองหกตาคว้าตัวจ้าวแมงป่องเกล็ดดำได้ก็ลากเขามาที่ทางออก อสูรเวททั้งสี่เข้าไปในทางออกเป็นชุดสุดท้าย  หลังจากพวกเขาผ่านเข้าชั้นเก้าแล้ว  พวกเขาสามารถได้ยินเสียงเหมือนฟ้าคำรามอยู่ที่ชั้นแปด

“ในที่สุดเราก็เข้าสู่ชั้นที่เก้าจนได้”

ลินลี่ย์ เดลี่เฟนและยอดฝีมืออื่นมาถึงในชั้นเก้าก่อนพวกเขาแล้ว และกำลังรอราชสีห์ทองหกตาสามพี่น้องและจ้าวแมงป่องเกล็ดดำให้เข้ามา  ยอดฝีมือทั้งสิบกลับมารวมตัวอีกครั้ง  ทั้งหมดมองหน้ากันและอดยิ้มให้กันไม่ได้

“แม้ว่าเราจะไม่ได้สมบัติเทพเจ้า แต่พวกเราทุกคนก็ผ่านมาที่ชั้นเก้าได้อย่างปลอดภัย  นี่นับเป็นเรื่องที่โชคดีแล้ว”  เฟนหัวเราะ

“เฮ้อ.. เจ้านั่นน่ากลัวจริงๆ”  โรซารี่แสดงความคิดที่แท้จริงของนาง

“ถูกแล้วราชันย์เนตรมายาไม่ได้เริ่มใช้พลังที่แท้จริงของเขาแม้แต่น้อย  ‘แช่แข็งวิญญาณ’ เป็นเพียงหนึ่งในพลังโจมตีพื้นฐานที่สุดของเขา  คนที่จะกลายเป็น ‘ราชันย์’ ในหมู่ชาวเนตรมายาได้ย่อมต้องมีพลังยิ่งใหญ่แน่นอน  เรานับว่าโชคดีกันทุกคน”  ราชสีห์ทองหกตาถอนใจเช่นกัน

แม้ว่าการโจมตีสุดท้ายของจ้าวแมงป่องเกล็ดดำจะทรงพลัง  แต่อย่างมากก็ทำให้ราชันย์เนตรมายาบาดเจ็บ  ไม่สามารถฆ่าเขาได้

“เราโชคดี โชคดีที่มีโอลิเวอร์” เดลี่ยิ้มขณะมองดูโอลิเวอร์

ทุกคนอดมองดูโอลิเวอร์ไม่ได้เช่นกัน

โอลิเวอร์ยังเงียบสงวนท่าที  ในบรรดายอดฝีมือ  โอลิเวอร์พูดไม่บ่อยนัก

“โอลิเวอร์ เจ้าปลอดภัยเอาตัวรอดได้ยังไง หลังจากถูกพลังโจมตีแช่แข็งวิญญาณ?”  ราชสีห์ทองหกตาถามด้วยความสงสัย

โอลิเวอร์ลังเลเล็กน้อย จากนั้นพูดไม่กี่คำ “ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”

พวกเขาไม่ถามเขาต่อ ไม่ว่าเขาจะพูดความจริงหรือไม่ คงเป็นเรื่องไม่สุภาพถ้าจะกดดันเขา

“ทุกคน!  ระวังให้ดี ระดับความอันตรายในชั้นเก้านี้เป็นไปได้ว่าจะไม่มีทางต่ำกว่าชั้นที่แปด”  เดลี่พูด “เราไม่อาจหวังให้ตัวเราโชคดีอีกเป็นแน่”

กลุ่มลินลี่ย์พยักหน้า

ไม่มีใครใส่ใจความจริงที่ว่าพวกเขาไม่สามารถรับสมบัติเทพเจ้าของชั้นที่แปด

ความจริงเทียบกับสมบัติเทพเจ้าแล้วเป้าหมายที่แท้จริงของคนที่นี่ก็คือประกายเทพ แต่ประกายเทพปรากฎอยู่ที่ชั้นสิบเอ็ด ขณะที่ชั้นที่สิบสอง ลินลี่ย์ไม่กล้าที่จะคิดถึง  ตามที่เบรุตพูดไว้มีแต่คนที่ถึงระดับเทพเท่านั้นจึงจะสามารถป้องกันตัวเองในชั้นสิบสองได้

เป้าหมายที่แท้จริงของทุกคนก็คือไปให้ถึงชั้นที่สิบเอ็ดให้เร็วเท่าที่ทำได้โดยไม่บาดเจ็บล้มตายต่อไป

“ชั้นที่เก้านี้ดูเหมือนค่อนข้างลึกลับ” ลินลี่ย์มองดูสภาพแวดล้อมของชั้นที่เก้าของสุสานเทพเจ้า

ลินลี่ย์และยอดฝีมืออื่นเห็นทะเลสีฟ้าขุ่นอยู่ใต้พวกเขาเกลียวคลื่นสีฟ้าม้วนตัวยาวเหยียดจนสุดขอบฟ้า ที่นี่ชั้นที่เก้าของสุสานเทพเจ้า นอกจากทะเลไร้ขอบเขตแล้ว มีเกาะเขียวเล็กที่สงบอยู่ไม่ห่างไกลเกินไป

“ทุกคน, ระวังตัวด้วย หลังจากผ่านชั้นนี้ไปเราจะได้พักและเตรียมตัวเข้าชั้นที่สิบเอ็ด ชั้นนี้คืออุปสรรคที่ยากที่สุดก่อนเข้าถึงชั้นที่สิบเอ็ด”  ถูลี่กล่าวอย่างจริงจัง

ทุกคนจ้องมองดูพื้นที่รอบๆ อย่างระมัดระวัง

แม้ว่ามีเพียงชั้นที่เก้าและชั้นที่สิบหลังจากนี้ แต่กลุ่มของลินลี่ย์รู้ว่าระดับของทุกห้าชั้นจะมีระดับที่ยากทั้งนั้น และชั้นที่สิบจะอันตรายน้อยกว่าชั้นที่หกจนถึงเก้า

ไม่มีใครพิจารณาว่าชั้นที่สิบจะยากที่จะผ่าน พวกเขาทำเหมือนกับว่าเป็นสถานที่พักและเตรียมตัว

ก็น่าจะเหมือนกับที่ชั้นห้าเป็นไม่ใช่สถานที่ผ่านยากแต่อย่างใด

“ไม่มีอะไร มีแต่ทะเลไร้ขอบเขตรอบตัวเรา”  โรซารี่ขมวดคิ้ว  “ไม่มีสิ่งก่อสร้างสูง  ข้าคิดว่ามีความเป็นไปได้ประการเดียวตำแหน่งที่ตั้งทางออกไปชั้นที่สิบจะอยู่ที่นั่น” โรซารี่ชี้ไปที่เกาะห่างไกล

“อุโมงค์เข้าชั้นที่สิบควรจะอยู่บนเกาะ”  ลินลี่ย์ลอบพยักหน้าเห็นด้วย

ที่สำคัญนอกจากเกาะแล้ว ยังไม่มีอะไรที่นี่นอกจากทะเล ถ้าทางออกอยู่ในทะเลลึกไร้ขอบเขา พวกเขาจะต้องใช้เวลาหานานเพียงไหน? ลินลี่ย์เชื่อว่ามหาเทพผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ออกแบบสุสานเทพเจ้ามาคงไม่ทำอย่างนั้น

“เราไปกันเถอะ” เดลี่กล่าว

ยอดฝีมือทั้งสิบเอ็ดบินตรงไปเกาะที่ไกลอย่างต่อเนื่อง  พวกเขาทุกคนสงสัยกันมาก  ถ้าพวกเขาสามารถผ่านชั้นที่เก้านี้ไปได้  อย่านั้น..การเข้าชั้นที่สิบเอ็ดก็คงมีแต่จะได้รับประกายเทพเจ้าเป็นเหมือนการขว้างหินทิ้ง  ไม่มีใครต้องการล้มเหลวในชั้นนี้

เกาะเงียบสงบมาก ลินลี่ย์และยอดฝีมือทั้งสิบเอ็ดลงมาที่ชายหาด

“ซ่า...  ซ่า....”

คลื่นทะเลม้วนตัวเข้าหาชายหาดบางครั้งคลื่นก็ปกคลุมชายหาด บางครั้งก็ถอยกลับไปที่ทะเล ลมทะเลนุ่มนวลแผ่วเบา กวาดผ่านต้นไม้สูง ดอกไม้และต้นหญ้าบนเกาะ

“เป็นที่สงบดีเหลือเกิน” โรซารี่มีรอยยิ้ม

“เป็นที่สวยมาก” กลุ่มของลินลี่ย์ไม่รู้สึกถึงอันตรายในชั้นเก้านี้แม้แต่น้อย

“ไปหาทางออกกันเถอะ” เฟนหัวเราะ

ยอดฝีมือทั้งสิบเอ็ดเดินเข้าไปภายในเกาะเริ่มค้นหาทางออกไปชั้นที่สิบในที่นี้อย่างระมัดระวัง  เกาะแห่งนี้สวยงามมาก  และมีภูเขาขนาดเล็กอยู่ใจกลางเกาะหลังจากผ่านไปนาน ยอดฝีมือทั้งสิบเอ็ดก็ขึ้นไปบนภูเขา

“เราเที่ยวตรวจดูตรงอื่นในเกาะหมดแล้ว  ทางออกน่าจะอยู่ในภูเขา”  ลินลี่ย์เงยหน้ามองดูเส้นทางภูเขาที่คดเคี้ยว

เส้นทางบนภูเขาดูคดเคี้ยว แต่กลุ่มของลินลี่ย์เคลื่อนที่ได้เร็วผ่านภูเขาและต้นไม้เหมือนลมพายุ  ในไม่ช้าพวกเขาก็มาถึงยอดภูเขา  แต่ขณะที่ยอดฝีมือทั้งสิบเอ็ดลงมายืนบนยอดเขา  ทุกคนตกตะลึง

บนยอดเขาใจกลางเกาะแห่งนี้ถัดจากต้นไม้แคระมีบ้านไม้หลังหนึ่ง

ต่อหน้าบ้านไม้ มีโต๊ะและเก้าอี้หินตั้งอยู่

เด็กหนุ่มร่างขาวบอบบางผิวซีดหน้าตาดีสวมชุดที่ทำจากใบไม้และสวมหมวกฟางนั่งอยู่บนเก้าอี้หิน  เขากำลังเพลินกับการดื่มชา  ฉากภาพเช่นนี้ดูสงบสุขมาก แต่กลุ่มของลินลี่ย์ทุกคนรู้สึกถึงอันตรายอยู่ในใจ  จู่ๆ มีคนปรากฏอยู่ที่นี่ ที่ชั้นเก้า

ไม่ต้องสงสัยกันแล้ว!

เด็กหนุ่มผิวซีดสวมหมวกฟางเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขัดขวางเขาอยู่ในชั้นเก้าที่นี่

“มนุษย์, อสูรเวท..และมนุษย์มังกร?” ตาสีฟ้าของเด็กหนุ่มมองดูยอดฝีมือทั้งสิบเอ็ดคน  และริมฝีปากเขายิ้มเล็กน้อยเป็นยิ้มที่สง่างาม  “ข้าขอแนะนำตัวเองก่อนข้าชื่อหลุยส์ ไม่ต้องกังวลมากเกินไปเลยทุกท่าน ข้าไม่มีเจตนาร้ายต่อพวกเจ้า  เชิญนั่งสนทนากับข้าก่อน  มีเก้าอี้หินอยู่ตรงนั้น”

ไม่ห่างนัก มีเก้าอี้หินอยู่แถวหนึ่ง  แต่เก้าอี้หินมีแต่ฝุ่นคลุมไปหมด

“เด็กหนุ่มนี้เป็นใครกัน?” ลินลี่ย์รู้สึกสงสัย

“ที่นั่งสกปรกเกินไปใช่ไหม?”  เด็กหนุ่มโบกมือ สายลมกระโชกเก้าอี้หินจนลอยขึ้นจากนั้นส่งเก้าอี้หินเหล่านั้นไปที่หน้าของกลุ่มลินลี่ย์  ฝุ่นละอองทั้งหมดบนเก้าอี้ถูกเป่าหายไปเด็กหนุ่มยิ้มสดใส “ตอนนี้พวกเจ้าทุกคนนั่งได้แล้ว”

“เด็กหนุ่มคนนี้จะมาไม้ไหนกันแน่?”  ลินลี่ย์และคนอื่นๆ สับสน

ตั้งแต่พวกเขาเข้ามาในสุสานเทพเจ้าลินลี่ย์และกลุ่มของเขาไม่เคยเจออะไรแปลกๆ อย่างนี้เลย

กลุ่มของลินลี่ย์ได้แต่มองหน้ากันเอง

“มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับที่นั่งหรือเปล่า?”  ลินลี่ย์ใช้พลังจิตตรวจสอบดูเก้าอี้ แต่เก้าอี้ศิลาดูเหมือนไม่มีอะไรที่ผิดปกติไปกว่าเก้าอี้หินธรรมดา

“นั่ง” ราชสีห์ทองหกตากระโจนขึ้นไปหมอบบนเก้าอี้ศิลาทันที

ลินลี่ย์ เดลี่ย์และคนอื่นๆ นั่งลงเช่นกัน

“ทุกคน, คล้อยตามสถานการณ์ไปก่อน  ถ้าเด็กหนุ่มประหลาดผู้นี้ใช้ลูกไม้อะไรกับเราเราคงไม่อดทนตอบโต้เขาได้แน่” เดลี่พูดทางใจกับยอดฝีมืออื่น

ยอดฝีมือทั้งสิบเอ็ดคนคล้อยตามกันหมด

เด็กหนุ่มหมวกฟาง หลุยส์ดูเหมือนจะมีความสุขมาก  หลุยส์กวาดตามองไปที่กลุ่มของลินลี่ย์แววคลุมเครือปรากฏในดวงตาของเขา “ตั้งแต่ข้าถูกจับมาและให้อยู่ในสุสานเทพเจ้า  นับเป็นเวลานานมากๆ ทีเดียวที่ข้าเพิ่งได้มีโอกาสพูดกับสิ่งมีชีวิตอื่น”

“สถานที่นี้เงียบมาก อาจจะพอๆ กับป่าช้า!”

ตาของหลุยส์มีแววเกลียดอยู่ในนี้  “ไม่มีใครอื่นที่นี่  ไม่มีคนสนทนาด้วย  แม้แต่ทะเล.. ก็ไม่มีปลาสักตัว  ทะเลมรณะ!  ไร้ชีวิตชีวา  ทะเลมรณะชัดๆ!  ไม่มีนกบนเกาะ  และไม่มีสัตว์อื่น!ไม่มีชีวิตใดๆ เลย! เหมือนกับป่าช้า!”

“โชคดีที่ในที่สุดพวกเจ้ามากัน” หน้าของหลุยส์มีรอยยิ้ม

ยอดฝีมือทั้งสิบเอ็ดคนรู้สึกค่อนข้างตกใจ

“เด็กหนุ่มคนนี้ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?”

หลุยส์หัวเราะดังลั่น  “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าทุกคนมาที่สุสานเทพเจ้า  อย่าก้าวล้ำเกินไปนัก  ข้าสามารถบอกพวกเจ้าได้เดี๋ยวนี้ว่าข้าคือผู้ขัดขวางที่พวกเจ้าจะต้องก้าวข้ามผ่านไปในชั้นที่เก้า  แต่ข้าต่างจากผู้พิทักษ์คนอื่นๆข้าจะไม่ฆ่าพวกเจ้า”

ลินลี่ย์และยอดฝีมืออีกสิบคนรู้สึกงง

ไม่ฆ่า?

“แต่สิ่งที่จำเป็นต้องขอกันก็คือพวกเจ้าอย่าพยายามเข้าไปที่ชั้นสิบ” หลุยส์เพิ่มเติม

หลุยส์ยิ้มขณะที่เขาพูด “ข้าหวังว่าพวกเจ้าสามารถพักอยู่ที่นี่และสนทนากับข้าโดยที่พวกเจ้าจะไม่เข้าไปที่ชั้นสิบ ข้าจะไม่โจมตีพวกเจ้า  ยอดเยี่ยมเลยใช่ไหมเล่า? เมื่อถึงเวลาพวกเจ้าจะได้รับอนุญาตให้ไปจากสุสานเทพเจ้าได้”

อยู่พูดคุยกับเขา?

และลินลี่ย์และยอดฝีมือคนอื่นพอเข้าใจได้  บุรุษหนุ่มผู้นี้มีแผนเช่นนี้

กลุ่มของลินลี่ย์ยังคงมีความสุขที่ได้พบกับผู้ขัดขวางประเภทนี้ในชั้นที่เก้า  อย่างน้อยคู่ต่อสู้ก็ไม่เหมือนกับอสูรจ้าวอัคคีที่ไล่ล่าตามฆ่าพวกเขาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามจะให้พวกเขาทั้งหมดอยู่ที่นี่กับเด็กหนุ่มหมวกฟางรอเวลาให้หมดสิบปี...

นี่คือเงื่อนไขที่กลุ่มของลินลี่ย์ยอมรับไม่ได้เช่นกัน

“เอาอย่างนี้เป็นไง ข้าจะอยู่ที่นี่เพื่อสนทนากับเด็กหนุ่มนี่ ขณะที่พวกเจ้าที่เหลือเข้าไปในชั้นที่สิบ บางทีเด็กหนุ่มนี้จะเห็นด้วย”  ทันใดนั้นเดลี่ส่งข้อความในใจให้กับยอดฝีมืออีกสิบ  เห็นได้ชัดว่าเดลี่ตัดสินใจยอมเสียสละประโยชน์ของตนเอง  ที่สำคัญ สำหรับบุรุษหนุ่มนี้เมื่ออยู่ที่ชั้นเก้าได้ก็หมายความว่าพลังของเขาคงไม่ดูเหมือนอย่างที่เห็นแน่

ลินลี่ย์  เฟน  และบีบี ทุกคนมองดูเดลี่

“หลุยส์” จ้าวแมงป่องเกล็ดดำที่เงียบมาตลอดเวลา พูดขึ้นทันที “ถ้าข้ายินดีจะอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนเจ้าจนถึงเวลาสิบปี  เจ้าจะยอมให้สหายทั้งสิบคนเข้าชั้นสิบได้ไหม?”

คำพูดที่โพล่งออกมาของจ้าวแมงป่องเกล็ดดำทำให้กลุ่มของลินลี่ย์ประหลาดใจ

“ไม่ได้” เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว “ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะไม่บังคับข้าให้ทำอย่างนั้น  พวกเจ้าจะเข้าไปชั้นที่สิบไม่ได้  และข้าจะไม่ฆ่าพวกเจ้า  แต่ถ้าพวกเจ้าพยายามจะเข้าไปให้ได้  อย่างนั้นข้าจำเป็นต้องฆ่าพวกเจ้าทั้งหมด”

“หืม?” ลินลี่ย์และยอดฝีมืออื่นขมวดคิ้ว

“ข้าพบบันไดทางออกแล้ว” โรซารี่ประหลาดใจ  น้ำเสียงตื่นเต้นดังขึ้นในใจของลินลี่ย์ เฟนและยอดฝีมืออื่น “บันไดทางออกเข้าสู่ชั้นที่สุดอยู่ด้านหลังกระท่อมไม้  ข้าเห็นบันไดสามขั้นและรัศมีดำเรืองรอง”

“บันไดทางออก?” ลินลี่ย์และยอดฝีมืออื่นรู้สึกประหลาดใจแกมยินดีในใจ

เมื่อได้ยินว่าตำแหน่งบันไดถูกค้นพบแล้ว  พวกเขาอดที่จะมองไปทางตำแหน่งนั้นไม่ได้เช่นกัน

“โอวในที่สุดพวกเจ้าก็สังเกตเห็นทางออกแล้ว?” บุรุษหนุ่มยิ้ม “พวกเจ้าตัดสินใจยังไง? จะสู้กับข้า  หรือจะใช้เวลาสงบสุขอยู่กับข้าที่นี่สักสองสามวัน?”

“ควั่บ”

ลินลี่ย์  เฟนและยอดฝีมืออื่นทุกคนลุกขึ้นพร้อมกัน

เดลี่ย์ยิ้มและกล่าว “หลุยส์ เราไม่ต้องการสู้กับเจ้า เราหวังว่าเจ้าจะยอมให้เราผ่าน”

บุรุษหนุ่มหมวกฟางยังคงยิ้ม

แต่ความโกรธที่สงบนิ่งอยู่ในใจเขามาหลายพันปีเริ่มลุกโชน  เขาลอบสบถด่าตนเองที่โกรธ  “มนุษย์ชั้นต่ำเหล่านี้ไม่รู้ดีรู้ชั่วเลยจริงๆ ข้าต้องการล่อหลอกพวกมันให้อยู่ที่นี่ จากนั้นลอบขโมยวิญญาณ แต่ตอนนี้  ดูเหมือนว่า....”

ลินลี่ย์และพวกทั้งสิบเอ็ดคนไม่ประมาทเตรียมพร้อมลงมือทุกเมื่อ

“ปัง!” ร่างของหลุยส์ระเบิดทันทีทำให้หญ้าและฟางกระจายไปทั่ว

แสงสีเงินกระจายออกจากร่างของหลุยส์ทันทีและพุ่งเข้าหาคนที่ใกล้ที่สุดก็คือ ถูลี่

จบบทที่ ตอนที่ 11-27 เจ้าภาพผู้ใจดี

คัดลอกลิงก์แล้ว