เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11-16 อสูรจ้าวอัคคี

ตอนที่ 11-16 อสูรจ้าวอัคคี

ตอนที่ 11-16 อสูรจ้าวอัคคี


ยอดฝีมือสามสิบกว่าคนมารวมตัวกันที่หน้าทางเดินชั้นห้ามุ่งสู่ชั้นหกของสุสานเทพเจ้า

ลินลี่ย์สามารถบอกได้ว่าราศีของโอลิเวอร์ดูเหมือนมีการเปลี่ยนแปลง  ในใจของเขา เขารู้สึกอดประหลาดใจไม่ได้  “โอลิเวอร์ผู้นี้เป็นไปได้หรือว่าเขาผู้นี้บรรลุขึ้นไปอีกระดับ?” ในฐานะที่เป็นเซียนกระบี่อัจฉริยะโอลิเวอร์ต้องการเพียงสิบสองปีก็มาถึงจุดที่แม้แต่เฮนด์เซนก็ไม่ใช่คู่มือของเขาและยกระดับฝีมือจนเป็นรองแค่ห้าเซียนสุดยอดเท่านั้น

ความก้าวหน้าระดับนี้นับว่าน่ากลัวมาก

ตอนนี้ผ่านไปอีกแปดปี  ถ้าโอลิเวอร์ไม่ก้าวหน้าก็คงเป็นเรื่องแปลก

เดลี่มองดูฮาร์เวิร์ดและเซียนอื่นอีกยี่สิบคนจากนั้นพูดเสียงดัง “พวกเจ้าควรจะรู้สถานการณ์ที่ชั้นหก พวกเราสิบคนจะรับผิดชอบสู้กับอสูรจ้าวอัคคี  ขณะที่พวกเจ้าที่เหลือจะรับผิดชอบเบากว่า  ตราบใดที่พวกเจ้ายังมีชีวิตอยู่ได้ให้ค้นหาทางออกไปชั้นที่เจ็ด”

ยอดฝีมือทั้งยี่สิบพยักหน้า

งานของพวกเขาง่ายกว่ามาก  แม้ว่าเดลี่จะไม่สั่งให้พวกเขาทำเช่นนั้นพวกเขาก็ยังต้องไปค้นหาทางออกอยู่ดี

“พอแค่นี้ก่อน เราจะไปกันเดี๋ยวนี้” เดลี่พูดเสียงดังชัด

จากนั้นเดลี่และสุดยอดเซียนที่เหลือลินลี่ย์ บีบี คลีโอและน้องๆ ราชสีห์ทองหกตาเดินนำก้าวเข้าไปในชั้นที่หกโดยมีเซียนยี่สิบคนที่เหลือตามเข้ามาติดๆ

ลินลี่ย์กับบีบีมองหน้ากัน

พวกเขาทั้งสองมั่นใจมาก  เทียบกับเมื่อแปดปีที่แล้ว ลินลี่ย์ไม่เพียงแต่ก้าวหน้าในวิชาสัจธรรมแห่งธาตุดินเท่านั้น  แต่พลังจิตของเขาก็ก้าวหน้าด้วยเช่นกัน  ความจริงลินลี่ย์รู้สึกว่าเขาใกล้จะบรรลุเป็นระดับเซียนจอมเวทแล้ว

ที่สำคัญคือปราณยุทธที่ก้าวหน้าขึ้นมาแล้วนี้ต้องการพลังจิตเพียงเล็กน้อยเพื่อควบคุม

แต่การฝึกฝนแปดปีทำให้ปราณยุทธของลินลี่ย์ขึ้นถึงระดับสูงสุดเต็มที่เท่าที่นักรบเลือดมังกรคนหนึ่งจะเข้าถึงได้

“วืดดด!”  “วืดดด!” .....

เซียนผู้ทรงพลังทั้งสิบของทวีปยูลานกลายเป็นร่างเงาเลือนราง  ในพริบตา พวกเขาก็เข้าสู่ชั้นที่หก.. โลกของอสูรจ้าวอัคคี

“ร้อน!”  แทบจะทันทีที่เขาเข้าสู่ชั้นหก ลินลี่ย์รู้สึกถึงความร้อนที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ตอนนี้ลินลี่ย์และยอดฝีมืออีกเก้าคนกำลังยืนอยู่เหนือหินสีแดง  ที่ชั้นหกนี้ปกคลุมไปด้วยหินหลอมเหลวลาวาสีแดง

“ครึก.. ครึก..” ลาวาสีแดงสดไหลเหมือนกับแม่น้ำผ่านชั้นที่หกมีฟองแก๊สเดือดปุดๆ ต่อเนื่อง ในพื้นที่รอบแม่น้ำลาวามีหินร้อนสีแดงสิ่งมีชีวิตธรรมดาจะไม่สามารถรอดชีวิตอยู่ในที่อย่างนี้ได้

ยอดฝีมืออีกยี่สิบคนเข้ามาที่ชั้นที่หกด้วยเหมือนกัน

“เร็วเข้า, รีบหาทางออก”  เดลี่สั่งทางใจทันที  ยอดฝีมือยี่สิบกว่าคนไม่พูดอะไรบินออกไปทันที

เดลี่มองลินลี่ย์และคนอื่น  ไม่จำเป็นต้องพูดทุกคนเริ่มบินออกไปพร้อมกัน  ถูลี่โรซารีและลูเธอร์ฟอร์ดบินแนวกลาง ขณะที่ยอดฝีมืออีกเจ็ดบินรายล้อมพวกเขาไว้ ถูลี่และคนอื่นเริ่มเตรียมตัวไว้พร้อมแล้ว

พวกเขาอาจเผชิญหน้ากับอสูรจ้าวอัคคีได้ทุกเมื่อ

“ถ้าเราสามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับอสูรจ้าวอัคคีได้เราก็สามารถเข้าสู่ชั้นเจ็ดได้เลย นั่นก็คงเป็นการดี”  ลินลี่ย์คิดในใจ ขณะเดียวกันก็ตรวจสอบรอบตัวอย่างระมัดระวังมองหาเส้นทางที่จะนำพวกเขาเข้าชั้นเจ็ด

ทันใดนั้นภายในหนึ่งในแม่น้ำลาวา หินก้อนหนึ่งโผล่ออกมา นี่เป็นหินที่แปลกประหลาด... หินนี้มีตาและปากหินลอยออกมาจากภายในแม่น้ำแม็กมาทันที ความจริงมันคือหัวของปีศาจแม็กมา

ปีศาจแม็กมาตัวนั้นคำรามลั่น  “มนุษย์!”

“แย่แล้ว” หน้าของลินลี่ย์และคนอื่นเปลี่ยนไปทันที

“ควั่บ!”  “ควั่บ!”  “ควั่บ!” .....

จากภายในแม่น้ำลาวาปีศาจแม็กมาโผล่ขึ้นมาทีละตัวๆ ร่างของปีศาจแม็กมามีสีแดงล้วน  และมีชั้นไฟสีแดงหุ้มเลือนราง  พวกมันมีส่วนสูง 2.5 เมตรและกวัดแกว่งขวานหินเป็นอาวุธ และอาวุธหนักอย่างอื่น

ในพริบตาเดียวลินลี่ย์เห็นปีศาจแม็กมาสามร้อยตนปรากฏอยู่ในบริเวณกลุ่มของเขา

“ในชั้นที่หกมีขนาดใหญ่มาก ถ้าปีศาจแม็กมาในพื้นที่ใกล้เคียงรวมตัวเป็นกลุ่มใหญ่ที่นี่  อย่างนั้นจะต้องมีพวกมันเป็นพันแน่”  ลินลี่ย์คิดในใจ  ขณะเดียวกันยอดฝีมือเริ่มบินด้วยความเร็วสูง ขณะที่คนที่เหลือตื่นตัวอย่างสูงเตรียมพร้อมรับการโจมตีได้ทุกเมื่อ

“โอว, พวกมนุษย์มากันแล้ว?”  เสียงพึมพำดังสนั่นอยู่ภายในชั้นที่หก

พื้นหินที่ชั้นหกเริ่มสั่นสะเทือนและแม้แต่กระแสลาวาก็เริ่มเป็นฟองและกระเพื่อมขณะที่ร่างขนาดมหึมาผุดขึ้นมาจากกลางแม่น้ำลาวา มันมีขนาดที่ใหญ่โตมาก ขณะที่มันยืน แม้แต่ระดับของแม่น้ำลาวาก็ลดลงอย่างรวดเร็ว

“มันเหมือนกับภูเขาจริงๆ”  ลินลี่ย์เห็นสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่อยู่ห่างออกไป  อสูรจ้าวอัคคี!

ตลอดทั้งตัวของอสูรจ้าวอัคคีประกอบจากหินแข็งไม่มีข้อต่อมีไฟล้อมรอบไปทั้งตัว ด้วยร่างกายที่มีขนาดใหญ่อย่างนั้นลำพังแค่พลังร่างกายอย่างเดียวย่อมอยู่ในระดับที่น่ากลัวอย่างมิต้องสงสัย

“ทุกคน, ระวังตัวด้วย”  หน้าของยอดฝีมือทั้งสิบเคร่งขรึม

อสูรจ้าวอัคคีมองดูพวกเขาด้วยท่าทีเหยียดหยามจากนั้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “พวกเจ้ายังชอบฝันว่าจะได้เข้าไปยังชั้นที่เจ็ดอีกหรือ?  ก็คงได้แต่ฝัน วันนี้, พวกเจ้าทุกคนจะต้องตาย!  เด็กๆ จงมาฆ่าเจ้าคนนอกให้กับข้า!” เสียงของอสูรจ้าวอัคคีดังมากกว่าธรรมดา คำพูดของเขาก้องราวกับฟ้ากระหึ่มไปทั่วทุกส่วนของโลกนี้

ขณะที่อสูรจ้าวอัคคีพูดเขาเรียกขวานยักษ์สีแดงเข้มออกมาถือไว้ในมือ

แค่หัวของขวานยักษ์นี้อย่างเดียวก็กว้างเกินกว่าร้อยเมตรอย่างไรก็ตามในเงื้อมมือของอสูรจ้าวอัคคีขวานยักษ์กระหายเลือดนี้ไม่มีอะไรต่างไปจากแค่ขวานเล็ก  และเขาควงขวานได้อย่างง่ายดายและสง่างาม

“ฆ่า!”

พอได้รับคำสั่งแล้วปีศาจแม็กมาจำนวนมากก็โฉบลงมาจากอากาศส่งเสียงโห่ร้องอย่างต่อเนื่องขณะพุ่งเข้าหากลุ่มของลินลี่ย์  แม้แต่โอลิเวอร์และกลุ่มยอดฝีมือเซียนเกินกว่ายี่สิบคนตกอยู่ภายใต้การจู่โจมของปีศาจแม็กมาด้วยเช่นกัน

“โจมตีพวกมัน” ถูลี่สั่ง

สิบยอดฝีมือหลักไม่ลังเลใจและบุกเข้าหาอสูรจ้าวอัคคี พอไปได้ครึ่งทางก็มีปีศาจแม็กมาเกินกว่าร้อยตนล้อมพวกเขาไว้

ก่อนหน้านั้นที่ชั้นห้าเป็นเดลี่ บีบีและกลุ่มยอดฝีมือฆ่าสังหารปีศาจแม็กมาไปหลายตน  แต่ตอนนี้กลับมีปีศาจแม็กมาเกินกว่าร้อยโจมตีใส่พวกเขา

“ต้องป้องกันพวกมันไว้ให้ได้”  ยอดฝีมือเจ็ดคนรอบนอกรู้เรื่องนี้ดี  เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของปีศาจแม็กม่า  ลินลี่ย์สู้ด้วยมือเปล่า

“ไอ้บ้าเอ๊ย” ลินลี่ย์ปล่อยหมัดใส่พวกมันตนหนึ่ง

“ฮ่าฮ่า...” ปีศาจแม็กมาหัวเราะลั่นขณะที่มันปล่อยหมัดใส่ลินลี่ย์  ลินลี่ย์ใช้เกล็ดมังกรและพลังชีพจรคุ้มกันชั้นนอกรับหมัดนี้ไว้  เขารับหมัดหินที่รุนแรงของปีศาจแม็กมาไว้โดยตรง

ร่างของลินลี่ย์สั่นเล็กน้อย  แต่ร่างของปีศาจแม็กมาสั่นสะเทือนจากนั้นระเบิดเป็นเศษหิน

“พลังน่ากลัวจริงๆ”  ลินลี่ย์ลอบตกใจ

ถ้าเขารับพลังโจมตีเหล่านี้เต็มที่  เขาคงไม่สามารถขับพลังออกไปเบาๆ ได้แน่ เพียงแค่นั้นตอนแรกเขาใช้พลังชีพจรคุ้มกันป้องกันพลังได้ 90% ของพลังโจมตีของศัตรู  อีก 10% จะผ่านเกล็ดมังกรของลินลี่ย์ไปได้ยังไง?

สู้กับปีศาจแม็กมาลินลี่ย์ใช้งานพลังคลื่นชีพจรโลกเพียง 256 ชั้น

“บึ้ม!” ปีศาจแม็กมาที่พยายามโจมตีเฟนถูกหมัดสายฟ้าของเฟนกระแทกปลิวกระเด็น  ความเร็วของเฟนนั้นรวดเร็วมาก ปีศาจแม็กมาเหล่านั้นไม่สามารถแตะต้องเขาได้แม้แต่น้อย  แต่ปีศาจแม็กมาก็ความแข็งแกร่งทนทานมาก และพลังโจมตีของเฟนเพียงแต่ทำให้พวกมันบาดเจ็บหนักเท่านั้น

ไม่ใช่ว่าเฟนไม่มีพลังพอ  แต่เป็นเพราะเฟนไม่กล้าใช้พลังเต็มที่  เขาต้องสงวนพลังเก็บไว้

ปีศาจแม็กมาอีกกลุ่มหนึ่งโจมตีใส่เดลี่เมื่อเข้ามาใกล้เขา ก็จะร่วงลงมาจากท้องฟ้าโดยหาสาเหตุไม่ได้แม้แต่น้อย

เดิมทีเดลี่ก็เป็นเซียนจอมเวทธาตุแสงอยู่แล้ว  ปัจจุบันนี้เขาเป็นเซียนชั้นสุดยอด พลังโจมตีวิญญาณของเขายังอยู่ในระดับน่ากลัว  แม้ว่าปีศาจแม็กมาเหล่านี้จะมีพลังโจมตีและป้องกันตัวที่น่ากลัว แต่พลังจิตของเดลี่สามารถโจมตีจุดอ่อนของพวกเขาได้

“ฉัวะ!”  ราชสีห์ทองหกตาใช้พลังอุ้งเท้าตะปบใส่ปีศาจแม็กมาอย่างดุเดือดส่งผลให้หินกระเด็นกระจายไปทุกที่และปีศาจแม็กมาบาดเจ็บล้มตายไปหลายตน

บางครั้งเมื่อราชสีห์ทองหกตาก็ต้องการจะอ้าปากกลืนปีศาจแม็กมาลงท้องพวกมัน

แต่บีบี..บีบีก็น่ากลัว ความเร็วของเขาเทียบได้กับเฟนและปีศาจแม็กมาไม่สามารถแตะต้องบีบีได้แม้แต่น้อย  แต่ส่วนใหญ่กรงเล็บจากบีบีได้แต่ทำร้ายปีศาจแม็กมาให้บาดเจ็บหนักเท่านั้น

“พี่ใหญ่ปีศาจแม็กมาแข็งมากยากจะรับมือจริง ร่างของพวกมันแข็งมาก ”เสียงของบีบีดังขึ้นในใจของลินลี่ย์

“แน่นอนพวกมันแข็งมาก”  ลินลี่ย์เข้าใจ

เมื่อเขาพยายามทำอย่างบีบีและใช้ความเร็วหลบการโจมตีของศัตรู จากนั้นใช้พลังล้วนๆโจมตีใส่ร่างของปีศาจแม็กมา แต่พลังป้องกันของปีศาจแม็กมาแข็งแกร่งมาก พลังโจมตีล้วนๆของลินลี่ย์ได้แต่ทำร้ายมันบาดเจ็บเท่านั้น

“ปัง!”แต่อีกหมัดหนึ่งจากลินลี่ย์สั่นสะท้านและเปลี่ยนสภาพของปีศาจแม็กมาอีกตัวหนึ่งเป็นผุยผง

“ความรู้แจ้งที่แตกต่างกันส่งผลต่อระดับพลังโจมตีที่แตกต่างกัน” ลินลี่ย์อดลอบถอนหายใจไม่ได้ “สัจธรรมแห่งธาตุดินของข้า แม้ว่ายังไม่ถึงขีดจำกัด แต่ในแง่พลังกลับอยู่เหนือกว่าพลังสัจธรรมแห่งธาตุลมไปมาก”

แม้แต่เซียนระดับสูงก็ยังมีความแตกต่างกันในเรื่องพลังอย่างมากมาย  ตัวอย่างเช่นผู้นำของแมวแพนด้าหิมะผู้เชี่ยวชาญและแข็งแกร่งรู้แจ้งในสัจธรรมแห่งธาตุลม  สำหรับเดลี่และเฟนความรู้แจ้งที่พวกเขาได้รับอาจนับได้ว่ามีพลังโจมตีต่ำมากเมื่อเทียบในบรรดากฎแห่งธาตุต่างๆ

“บึ้ม!”  “บึ้ม!” ....

ปีศาจแม็กมาแต่ละตัวที่ถูกลินลี่ย์โจมตีใส่จะพังทลายกลายเป็นผุยผง  ภาพนี้ทำให้เซียนอื่นรู้สึกประหลาดใจมาก  แค่พลังกายโจมตีล้วนๆพวกเขาส่วนใหญ่อาจทำร้ายปีศาจแม็กมาสะเก็ดหินหลุดแค่ชิ้นเล็กๆ  แต่พวกเขาไม่สามารถขยี้พวกมันให้เป็นผุยผงได้

“อสูรจ้าวอัคคีอยู่ที่นี่”  เดลี่เรียกเบาๆ

“เจ้าตัวเล็กน่ารำคาญ  เจ้าจะต้องตายก่อน” อสูรจ้าวอัคคีจ้องมองลินลี่ย์อย่างโกรธกร้าว  จากนั้นเหมือนกับสายฟ้าฟาดมันกระโจนออกจากพื้นหินทำให้พื้นหินสั่นสะเทือนและแตกแยกขณะที่มันฟันขวานยักษ์กระหายเลือดในมือของมัน

เห็นได้ชัดว่าความเชี่ยวชาญในการรบของลินลี่ย์ถูกอสูรจ้าวอัคคีสังเกตได้

“โรซารี” ถูลี่พึมพำ

โรซารีถูลีและลูเธอร์ฟอร์ดที่เตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา ในที่ก็เริ่มโจมตี  ในทันใดนั้นน้ำแข็งนับไม่ถ้วนไหลเทลงมาครอบคลุมพื้นที่หลายกิโลเมตรและแม้แต่แม่น้ำลาวาก็ยังถูกแช่เย็นจนกลายเป็นหินธรรมดา

ไฟที่คลุมอยู่รอบตัวอสูรจ้าวอัคคีมอดลงและเนื้อหินสีแดงบนร่างของเขามีสีแดงที่หม่นหมองลงเช่นกันเกล็ดน้ำแข็งนับไม่ถ้วนปกคลุมรอบตัวเขา

ความเคลื่อนไหวโจมตีของอสูรจ้าวอัคคีชะงักลงทันที  เหมือนกับว่าเขาถูกแช่แข็ง

เวทต้องห้ามธาตุน้ำ:ศูนย์สัมบูรณ์

ภายใต้พลังโจมตีของเวทศูนย์สัมบูรณ์กล่าวโดยทั่วไปเมื่อเวทนี้ถูกใช้อุณหภูมิจะลดลงอย่างน่ากลัวจนทำให้ฝ่ายตรงข้ามถูกแช่แข็ง  จากนั้นจะแตกเป็นเสี่ยงๆแม้แต่วิญญาณศัตรูที่ถูกแช่แข็งก็แตกสลายไปด้วย

แต่เป้าหมายของเวทนี้ก็คืออสูรจ้าวอัคคี เวทต้องห้ามศูนย์สัมบูรณ์นี้สามารถส่งผลต่อวิญญาณของเขาและทำให้เขามึนงงได้ชั่วคราว  นอกจากนี้การผนึกอยู่ในน้ำแข็งนับไม่ถ้วนทำให้เขาอ่อนแอลง และพลังของเขาตกลงด้วยเช่นกัน

“ควั่บ!”ทันทีจากนั้นลูเธอร์ฟอร์ดเปลี่ยนรัศมีแสงบุกตรงใส่อสูรจ้าวอัคคี

ลูเธอร์ฟอร์ดเป็นเซียนหมายเลขหนึ่งของแดนน้ำแข็งขั้วโลกเขาฝึกฝนอยู่ที่นั่นมาหลายพันปีจนถึงระดับใช้พลังธารน้ำแข็งได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ฝ่ามือของลูเธอร์ฟอร์ดเรืองแสงสีฟ้าทันทีและเขาบดกระแทกใส่ร่างของอสูรจ้าวอัคคี

เรื่องที่แปลกก็คือ....

น้ำแข็งจำนวนนับไม่ถ้วนและร่างที่ถูกแช่แข็งเป็นชั้นรอบตัวอสูรจ้าวอัคคีซึมลึกเข้าไปในร่างของอสูรจ้าวอัคคีทันที  “แคร็ก” ร่างขนาดมหึมาของอสูรจ้าวอัคคีเริ่มมีรอยร้าวบางๆ นับไม่ถ้วนเกิดขึ้น

ร่างของอสูรจ้าวอัคคีมีความร้อนมาก แต่หลังจากถูกปกคลุมด้วยคาถาธาตุที่ตรงกันข้ามอย่าง ‘เวทศูนย์สัมบูรณ์’  และจากนั้นยังถูกพลังที่ลูเธอร์ฟอร์ดฝังพลังงานลึกลงไปในร่างของเขา ร่างหินแกร่งที่ไม่มีใดเทียบของอสูรจ้าวอัคคีเริ่มมีรอยร้าวกว้างหลังจากอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

“บัดซบ” อสูรจ้าวอัคคีฟื้นคืนจากสภาพมึนงง เมื่อเขาตระหนักได้ถึงสถานการณ์ เขาอดคำรามด้วยความโกรธไม่ได้

“ตาย!”  ถูลี่มาถึงตัวของอสูรจ้าวอัคคี

เพลิงสีดำรอบหมัดของถูลี่และพื้นที่ทั้งหมดรอบตัวเขาเต็มไปด้วยรอยแตกร้าวในห้วงเวลานับไม่ถ้วน  หมัดของถูลี่ดูเหมือนจะแฝงด้วยพลังถล่มฟ้าในตัวมันเอง ขณะที่เขากระแทกหมัดใส่ร่างของอสูรจ้าวอัคคี  รอยแตกในร่างของเขา..

“บึ้ม!!”

หินนับไม่ถ้วนปลิวว่อนไปทั่วทุกที่จากแรงระเบิดที่น่ากลัว อสูรจ้าวอัคคีระเบิดเป็นหินชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับไม่ถ้วน

“สำเร็จ” ถูลี่ โรซารีและลูเธอร์ฟอร์ระบายลมหายใจโล่งอกกันทุกคน

นี่คือพลังโจมตีสูงสุดร่วมกันของทั้งสามคน ก่อนอื่นพวกเขารวบรวมพลังไว้ด้วยกันทำให้วิญญาณของอสูรจ้าวอัคคีถูกโจมตี ขณะเดียวกันก็โจมตีตอบโต้ร่างกายของอสูรจ้าวอัคคีที่มีความร้อนสูงด้วยเวทต้องห้าม‘ศูนย์สัมบูรณ์’  จากนั้นลูเธอร์ฟอร์ดจะควบคุมน้ำแข็งให้ฝังลึกลงไปในร่างของอสูรจ้าวอัคคี

ไฟและนำแข็งเป็นขั้วพลังที่ตรงกันข้ามและจู่ๆ ขั้วตรงข้ามทั้งสองปะทะกัน จะทำให้หินซึ่งสร้างเป็นร่างของมันเกิดรอยแตกร้าว  นี่ทำให้พลังป้องกันของอสูรจ้าวอัคคีตกลงมาถึง90%ด้วยพลัง 10% ที่เหลืออยู่ถูกเป่ากระจัดกระจายไปเมื่อเผชิญกับพลังโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของถูลี่

“ถ้าพวกเขาไม่ร่วมสู้พร้อมกันพลังป้องกันที่น่ากลัวของอสูรจ้าวอัคคีบางทีอาจทำให้มันรับพลังโจมตีจากถูลี่ได้โดยไม่มีผลอะไรมาก”  ลินลี่ย์กล่าว

ตอนนี้อสูรจ้าวอัคคีตายแล้ว  ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเป็นธรรมดา  คงจะจัดการปีศาจแม็กมาที่เหลือได้ตามปกติ

“เรารีบหาทางออกให้เจอกันเถอะ”  เดลี่กล่าว ทุกคนพยักหน้าและรู้สึกผ่อนคลายมาก

อย่างไรก็ตาม...

สิ่งที่ไม่มีใครสังเกตก็คือระหว่างที่มีการระเบิดรุนแรงก่อนนั้นเมื่อเศษหินศิลานับไม่ถ้วนระเบิดออกไปทั่วทุกตำแหน่ง  ดูเหมือนมีหินโปร่งใสขนาดเท่ากำปั้นยิงออกไปในระยะไกล  หินใสที่อยู่ในที่ไกลนี้เริ่มหมุนอย่างรวดเร็ว

“ครืนนน...”

พื้นหินข้างล่างเริ่มสั่นสะเทือน

“เกิดอะไรขึ้น?”  ถูลี่ ลูเธอร์ฟอร์ด ลินลี่ย์และคนอื่นๆรู้สึกตกใจ

“ครืนนน”รอยแยกขนาดมหึมาปรากฏอยู่ที่พื้นชั้นหก และจากนั้นหินก้อนมหึมาก้อนแล้วก้อนเล่าเป็นล้านๆ ชิ้นลอยสูงขึ้น

ลินลี่ย์และคนอื่นๆตะลึงมองปากอ้าตาค้าง

“แย่แล้ว” ทุกคนมีความรู้สึกว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม...ไม่มีใครรู้ว่าปัญหาคืออะไร เซียนยอดฝีมือทั้งสิบตั้งท่าป้องกัน และตรวจสอบรอบๆ อย่างระมัดระวัง  แต่บนชั้นที่หก  หินก้อนแล้วก้อนเล่ายังคงลอยขึ้นไปในอากาศ

“ควั่บ!”  “ควั่บ!”  “ควั่บ!’

หินยักษ์ทั้งหมดเหมือนกับกำลังฟังคำสั่งพุ่งไปยังตำแหน่งเดียวกันมีเสียงคลื่นระเบิดดังขึ้นต่อเนื่อง หินเป็นล้านๆก้อนรวมกลุ่มกันในตำแหน่งหนึ่งทันที และตำแหน่งนั้นเป็นที่ซึ่งหินแก้วใสลอยอยู่

หินนับไม่ถ้วนรายล้อมหินแก้วใส

ในพริบตาเดียว...

อสูรจ้าวอัคคีอีกตนหนึ่งก็ปรากฏ!

ยอดฝีมือทั้งสิบถึงกับสีหน้าเปลี่ยน

“ศิลาใสนั่น” ดูเหมือนยอดฝีมือทั้งสิบจะรู้กันแล้ว เพียงแค่นั้นหินนับไม่ถ้วนได้หุ้มรอบศิลาแก้วใสนั้นไว้  หน้าของเดลี่หม่นหมองลง  “นั่นคือแก่นพลังของอสูรจ้าวอัคคี  เมื่อไม่ได้ทำลายศิลาใสนั่น เราก็ฆ่าอสูรจ้าวอัคคีไม่ได้  เขาสามารถสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ได้”

“พวกเจ้าทำให้ข้าโกรธจริงๆ แล้ว”

ร่างของอสูรจ้าวอัคคีที่มีขนาดภูเขามีเพลิงหุ้มอีกครั้งหนึ่ง และตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเช่นกัน  มันควงขวานยักษ์กระหายเลือด ตะคอกด้วยความโกรธ  “เจ้าพวกมนุษย์ที่น่ารังเกียจต้องจะเข้าไปที่ชั้นเจ็ดหรือ?  ฝันไปเถอะ!  พวกเจ้าทุกคนจะต้องตายกันหมด!”

เสียงตะโกนที่เปี่ยมพลังของอสูรจ้าวอัคคีดังกึกก้องไปทั้งชั้นที่หก!

จบบทที่ ตอนที่ 11-16 อสูรจ้าวอัคคี

คัดลอกลิงก์แล้ว