เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 150 - เลือดนองเส้นทางกลับ

บทที่ 150 - เลือดนองเส้นทางกลับ

บทที่ 150 - เลือดนองเส้นทางกลับ


บทที่ 150 - เลือดนองเส้นทางกลับ

หลังจากได้รับข่าวจากซ่งเซียนถู ซ่งฉางเซิงก็รีบนำ [โอสถหยกขาวชิงเทียน] ลงจากเขา ไปสมทบที่ร้านโชห่วยของตระกูลทันที

พอมาถึงร้าน ซ่งฉางเซิงก็เห็นร่างที่คุ้นเคย ชายผู้นั้นบุคลิกสง่าผ่าเผย ผมขาวหน้าเด็ก ใบหน้าเปี่ยมเมตตา เขาคือผู้อาวุโสใหญ่ ซ่งเซียนอวิ้น!

ซ่งฉางเซิงตกใจมาก รีบเข้าไปคารวะ "ท่านปู่ยี่สิบเอ็ด ท่านมาด้วยตัวเองเลยหรือ"

"ข้าดูจากข้อความที่เจ้าส่งมาดูเร่งรีบ คาดว่าเจ้าคงเจอเรื่องด่วน สำนักเลี่ยหยางและนิกายอัคคีปฐพีจ้องตาเป็นมัน ส่งคนอื่นมาข้าไม่วางใจ" ซ่งเซียนอวิ้นเชิญซ่งฉางเซิงนั่งลง กล่าวพลาง

เขาพูดเหมือนง่าย แต่ความจริงพอได้รับข่าว ตระกูลตื่นตระหนกกันยกใหญ่ นึกว่าเขาไปก่อเรื่องคอขาดบาดตายอะไรไว้

เหตุผลหลักที่ซ่งเซียนอวิ้นตัดสินใจมาเอง เพราะในตระกูลตอนนี้มีเพียงเขาที่สามารถเร่งความเร็ว [เรือเหาะเมฆา] ได้เต็มพิกัด การเดินทางที่ปกติต้องใช้เวลาสิบกว่าวัน เขาใช้เวลาไม่ถึงสิบวันก็มาถึง แสดงให้เห็นว่าเร่งรีบแค่ไหน

"เรื่องนี้สำคัญมากจริงๆ แต่ในข้อความหลานไม่สะดวกพูด" ซ่งฉางเซิงโบกมือกางม่านพลังรอบตัว สีหน้าเคร่งเครียด

ซ่งเซียนอวิ้นพยักหน้า พวกเขาก็เดาไว้แบบนั้น วิธีการสื่อสารของตระกูลในตอนนี้เสี่ยงต่อการถูกดักจับ รอบตระกูลมีศัตรูตัวฉกาจอย่างสำนักเลี่ยหยางและนิกายอัคคีปฐพี ระวังไว้ก่อนดีที่สุด

ตอนนั้นเอง เขาถึงสังเกตเห็นว่ากลิ่นอายของซ่งฉางเซิงเปลี่ยนไปจากเดิม แม้แต่ระดับการฝึกตนของเขาก็ยังมองไม่ออก

"ฉางเซิง เจ้าทะลวงด่านอีกแล้วหรือ" ซ่งเซียนอวิ้นถามอย่างไม่แน่ใจ

"ใช่ขอรับ วันก่อนหลานเข้าร่วมบททดสอบถามใจที่เจ้าเมืองจ้านจัดขึ้น ได้รับประโยชน์มหาศาล ไม่เพียงยกระดับจิตใจถึงขั้นสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์ ระดับพลังก็เลื่อนขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง"

"บททดสอบถามใจ? ดีๆๆ ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะมีวาสนาขนาดนี้ แม้แต่ข้ายังอิจฉา" ซ่งเซียนอวิ้นลูบเครา กล่าวด้วยความชื่นชม

ซ่งฉางเซิงเพิ่งทะลวงด่านสร้างรากฐานไม่กี่ปี คนทั่วไปช่วงนี้ยังงมโข่งหาวิธียกระดับจิตใจอยู่เลย แต่เขาไปถึงจุดสูงสุดของระดับนี้แล้ว แถมยังเลื่อนระดับพลังได้อีก

ระดับสร้างรากฐานขั้นกลาง อยู่ในเมืองลั่วเสียอาจไม่เท่าไหร่ แต่ในแคว้นหลิงโจว พอฟัดพอเหวี่ยงกับรุ่นอาวุโสได้เลย ต้องรู้ว่าซ่งลู่หวยและซ่งลู่หยวนก็เพิ่งจะขั้นกลาง

จากขั้นต้นไปขั้นกลาง พวกเขาใช้เวลาเกือบสิบปี แต่ซ่งฉางเซิงทำได้ง่ายดาย เปรียบเทียบกันแล้วน่าเจ็บใจแท้ๆ

ความพยายามเมื่ออยู่ต่อหน้าพรสวรรค์และวาสนา ช่างไร้ค่าสิ้นดี

"หลานส่งข่าวกลับตระกูลก็เพราะบททดสอบถามใจครั้งนี้แหละขอรับ" ซ่งฉางเซิงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แล้ววางขวดหยกบรรจุ [โอสถหยกขาวชิงเทียน] ไว้ตรงหน้าซ่งเซียนอวิ้น

มองดูขวดหยกสูงไม่ถึงสามนิ้ว ซ่งเซียนอวิ้นตื่นเต้นจนเคราสั่น ประคองขวดหยกขึ้นด้วยสองมือ ถามเสียงสั่น "นะ... นี่คือ [โอสถหยกขาวชิงเทียน] จริงหรือ"

"นี่เป็นรางวัลที่เจ้าเมืองจ้านสัญญาไว้ น่าจะไม่ผิดพลาด แต่เพื่อความชัวร์ ให้ลุงห้าตรวจสอบอีกทีดีกว่า" ซ่งฉางเซิงไม่กล้าฟันธง ด้วยความสัมพันธ์ของจ้านเทียนเซี่ยกับท่านปู่ อาจจะมีการวางยา

ซ่งเซียนอวิ้นพยักหน้าอย่างจริงจัง ลุกขึ้นยืน "ข้าเข้าใจแล้ว เรื่องนี้สำคัญยิ่ง ข้าต้องรีบออกเดินทางทันที"

"หลานไปส่งท่านปู่ยี่สิบเอ็ด"

"ไม่ได้" ซ่งเซียนอวิ้นห้ามทันที "การเดินทางครั้งนี้อันตราย หากเจ้าเป็นอะไรไป ตระกูลจะเสียหายหนัก!"

ซ่งฉางเซิงซาบซึ้งใจ แต่ก็ยืนกรานเสียงแข็ง "ข่าวที่หลานได้ [โอสถหยกขาวชิงเทียน] ไม่ใช่ความลับ คนของสำนักเลี่ยหยางคงเตรียมการดักซุ่มไว้แล้ว

ท่านปู่ยี่สิบเอ็ดเป็นผู้อาวุโสใหญ่ ดูแลภาพรวมของตระกูล หากท่านเป็นอะไรไป ตระกูลอาจถึงคราวล่มสลาย!"

ต่างฝ่ายต่างยืนกราน ไม่ยอมกัน

ซ่งฉางเซิงกล่าวต่อ "หลานสังหารเฉิงอวี่เฟยได้ตั้งแต่ตอนอยู่ขั้นต้น ตอนนี้ระดับพลังเพิ่มขึ้น แถมมี [มีดบินสังหารเทพ] ติดตัว พอจะเอาตัวรอดได้ ท่านปู่ยี่สิบเอ็ด ทำตามที่หลานบอกเถอะขอรับ"

มองดูใบหน้าเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะพ้นวัยเยาว์ ซ่งเซียนอวิ้นรู้สึกใจหายวาบ เด็กน้อยที่เคยหัดพูดอ้อแอ้ วันนี้กลายเป็นเสาหลักที่พึ่งพาได้แล้ว

ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาถอนหายใจ "งั้นเอาตามเจ้าว่า หากระหว่างทางไม่มีอะไร เจ้าส่งข้าถึงปากทางเฟิงซีแล้วก็กลับ

ข้าส่งข่าวบอกตระกูลแล้ว ลุงห้าของเจ้าจะพากคนมารับที่นั่น หากเจอดักซุ่มโจมตีจริง ไม่ว่าจะที่ไหน เจ้าต้องรีบหนีทันที ห้ามลังเล"

ต่อให้ซ่งฉางเซิงหนี ก็ยังช่วยดึงความสนใจศัตรูไปได้ส่วนหนึ่ง และความเสี่ยงไม่สูงมาก

"หลานเข้าใจ"

ทั้งสองเตรียมตัวเล็กน้อย แล้วอาศัยความมืดออกเดินทาง เนื่องจากเคอร์ฟิว ถนนจึงโล่ง หากมีคนจับตามองจะยิ่งเป็นเป้า

พวกเขาไปถึงประตูเมืองตอนที่ประตูปิดไปครึ่งหนึ่งแล้ว แทบจะเฉียดฉิว พอพ้นเมืองลั่วเสีย ซ่งเซียนอวิ้นก็ปล่อย [เรือเหาะเมฆา] มุ่งหน้าสู่แคว้นหลิงโจว

ตลอดทาง ทั้งสองไม่กล้าหยุดพัก แม้การดักซุ่มที่คาดไว้จะไม่เกิดขึ้น แต่ทั้งสองก็ไม่วางใจ กลับยิ่งเร่งความเร็ว

ด้วยความระแวงที่สำนักเลี่ยหยางมีต่อซ่งเซียนหมิง จะบอกว่าไม่ส่งคนมาขัดขวาง สองปู่หลานไม่มีทางเชื่อ

เพราะหากซ่งเซียนหมิงหายดี โอกาสทะลวงด่านตำหนักม่วงก็สูงมาก นี่เป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงต่อสำนักเลี่ยหยาง เป็นใครก็ต้องหาทางกำจัดไฟแต่ต้นลม

ดังนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าสำนักเลี่ยหยางจะงัดไม้ไหนมาเล่น...

อาทิตย์อุ่นสาดแสง เรือเหาะแล่นผ่านป่าทึบอันกว้างใหญ่ ซ่งฉางเซิงยืนไพล่หลัง เฝ้าระวังความเคลื่อนไหวรอบด้าน

นี่เป็นวันที่สามหลังจากออกจากเมืองลั่วเสีย เหลือระยะทางอีกไม่ถึงวันก็จะถึงปากทางเฟิงซี แต่การโจมตีของสำนักเลี่ยหยางยังไม่มา

นี่ไม่ได้ทำให้ซ่งฉางเซิงเบาใจ กลับยิ่งกังวล แม้พวกเขาจะเปลี่ยนเส้นทางหลายครั้ง แต่ด้วยวิธีของสำนักเลี่ยหยาง การระบุตำแหน่งพวกเขาไม่ใช่เรื่องยาก การที่เงียบผิดปกติแบบนี้มันน่าสงสัยเกินไป

"พวกมันวางแผนอะไรอยู่" มองดูทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเบื้องล่าง ซ่งฉางเซิงครุ่นคิด

ทันใดนั้น ซ่งฉางเซิงขมวดคิ้ว สีหน้าเปลี่ยนไป ตะโกนลั่น "หยุดเดี๋ยวนี้!"

ซ่งเซียนอวิ้นแม้จะงง แต่เลือกที่จะเชื่อซ่งฉางเซิง หยุดเรือเหาะทันที แล้วถาม "ฉางเซิง มีอะไรหรือ"

"ข้างหน้าดูเหมือนจะผิดปกติ ท่านรอเดี๋ยว ข้าขอไปดูหน่อย" ว่าแล้ว ซ่งฉางเซิงก็ขี่น้ำเต้าตัดวิญญาณค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปข้างหน้า

พวกเขาอยู่สูงหลายพันวา รอบข้างว่างเปล่า มีเพียงก้อนเมฆลอยเอื่อยๆ ดูไม่มีอะไรผิดปกติ

แต่สัญชาตญาณนักอาคมบอกซ่งฉางเซิงว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เคลื่อนไปได้ไม่ถึงร้อยวา เขาก็ไม่กล้าไปต่อ

นิ้วชี้ปาดผ่านดวงตา ลวดลายประหลาดปรากฏขึ้นในดวงตา

เมื่อเปิดใช้งาน [เนตรพั่วว่าง] ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ท่ามกลางฟ้าดินสีขาวโพลน กรงขังที่สร้างจากเส้นสายสีรุ้งถี่ยิบปรากฏขึ้นในก้อนเมฆห่างออกไปไม่ถึงร้อยวา

กรงขังครอบคลุมพื้นที่หลายร้อยวา สี่มุมมีภาพเงาของสัตว์เทพสี่ทิศ หงส์แดง มังกรเขียว เต่าดำ พยัคฆ์ขาว หมอบซุ่มอยู่กลางอากาศ กลิ่นอายคุกคาม

ซ่งฉางเซิงใจหายวาบ นี่มัน [ค่ายกลสี่ลักษณ์ขังฟ้า] ระดับสองขั้นสูงสุด ค่ายกลกักขังที่มีอานุภาพร้ายกาจ ยากจะทำลาย หากหลงเข้าไป พลังจะถูกกดดันอย่างน้อยสามส่วน!

หลังหายตกใจ ซ่งฉางเซิงก็รู้สึกโล่งอก โชคดีที่ไหวตัวทัน ไม่อย่างนั้นถ้า [เรือเหาะเมฆา] พุ่งเข้าไป พวกเขาคงหนีไม่พ้นแน่

"มิน่าถึงเงียบ ที่แท้ก็มาดักรอตรงนี้นี่เอง" ซ่งฉางเซิงแค้นใจ แต่สีหน้ายังเรียบเฉย แสร้งทำเป็นมองสำรวจไปทั่ว

ใน [ค่ายกลสี่ลักษณ์ขังฟ้า] ที่อยู่ไม่ไกล กลุ่มศิษย์สำนักเลี่ยหยางนำโดยชายชราคนหนึ่งซุ่มรออยู่ รวมถึงฉีเฟยอวิ๋นที่ซ่งฉางเซิงเคยเจอ

ครั้งนี้พวกมันทุ่มทุนสร้างจริงๆ นอกจากจะระดมผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานสี่คนที่ไปร่วมงานวันเกิด ยังเรียกตัวผู้อาวุโสจากสำนักมาเสริมอีกสามคน เป็นระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์สองคน และขั้นปลายหนึ่งคน

รวมแล้วมีผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานถึงเจ็ดคน นอกจากสามผู้อาวุโส ยังมีขั้นปลายหนึ่งคน ขั้นต้นสามคน

ขุมกำลังนี้เทียบเท่าเจ็ดส่วนของตระกูลซ่ง ขนาดนี้ยังไม่พอใจ ยังวางค่ายกลดักซุ่มอีก ช่างรอบคอบจริงๆ!

ฉีเฟยอวิ๋นยังหนุ่มแน่น เห็นศัตรูที่เคยยัดเยียดความอัปยศให้อยู่ตรงหน้า ก็อดรนทนไม่ไหว หันไปบอกชายชราข้างๆ "ศิษย์ลุงอวี่ พวกมันมีแค่สองคน เราลงมือเลยเถอะ!"

"ศิษย์ลุงอวี่" ที่ว่าคือหัวหน้าทีมดักซุ่มครั้งนี้ ผู้อาวุโสลำดับสามของสำนักเลี่ยหยาง อวี่เฉิงป๋อ

อวี่เฉิงป๋อส่ายหน้า "สองคนนั้นต้องมีไม้ตายแน่ บุ่มบ่ามลงมืออาจทำให้พวกมันหนีรอด รออีกหน่อย ขอแค่พวกมันเข้ามาใน [ค่ายกลสี่ลักษณ์ขังฟ้า] ของศิษย์น้องเหมา ก็เหมือนจับเต่าในไห ปิดประตู้ตีสุนัขแล้ว"

"ศิษย์น้องเหมา" คือผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์อีกคน เป็นนักอาคมระดับสองขั้นสูงสุด ผู้อาวุโสลำดับสี่ของสำนักเลี่ยหยาง เหมาอู๋เว่ย

"แต่ว่า..." ฉีเฟยอวิ๋นยังอยากแย้ง

เสียงเย็นชาขัดขึ้นทันที "เป้าหมายของเราครั้งนี้คือ [โอสถหยกขาวชิงเทียน] ไม่ใช่มาแก้แค้นส่วนตัวให้เจ้า ถอยไป!"

ต่อหน้าเหมาอู๋เว่ย ฉีเฟยอวิ๋นไม่กล้าหือ ได้แต่รับคำ

อวี่เฉิงป๋อมองดูเรือเหาะที่หยุดนิ่ง ขมวดคิ้ว "ไอ้หนูนั่นเป็นนักอาคม ศิษย์น้องเหมา มันคงไม่ดูออกหรอกนะ?"

เหมาอู๋เว่ยแค่นเสียง "ข้ายอมรับว่ามันมีพรสวรรค์ แต่ในวิถีค่ายกล มันยังห่างชั้นนัก ศิษย์พี่อวี่วางใจเถอะ"

คำพูดยังไม่ทันจบ ซ่งฉางเซิงก็ถอยฉากอย่างรวดเร็ว

อวี่เฉิงป๋อหน้าเปลี่ยนสี ตะโกนลั่น "มันรู้ตัวแล้ว ทุกคนลงมือ อย่าให้พวกมันหนีไปได้!"

ว่าแล้วก็พุ่งเข้าใส่เรือเหาะเป็นคนแรก

เหมาอู๋เว่ยหน้าเหมือนกินอุจจาระ นี่มันตบหน้ากันชัดๆ!

ฉีเฟยอวิ๋นรอไม่ไหวแล้ว พุ่งตามเหล่าศิษย์พี่น้องเข้าใส่ซ่งฉางเซิงราวกับเสือหิว

"อ้อมไปทางซ้าย ข้างหน้ามีค่ายกล!" ซ่งฉางเซิงใช้ [แสงเงาพริบตา] กลับมาบนเรือเหาะในพริบตา ซ่งเซียนอวิ้นเร่งเครื่องเต็มสูบ เตรียมฝ่าวงล้อม

"ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ซะ!"

อวี่เฉิงป๋อหนวดเคราลุกชัน สะบัดแขนเสื้อ เหวี่ยงตาข่ายสีทองขนาดใหญ่ออกมา ตาข่ายขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็วกลางอากาศ ราวกับจะปกคลุมฟ้าดิน

"แย่แล้ว [ตาข่ายครอบฟ้า] ของตาเฒ่าอวี่" ซ่งเซียนอวิ้นหน้าเปลี่ยนสี หยิบกระจกทองแดงบานเล็กออกจากถุงเอกภพ

ศาสตราวุธวิญญาณระดับสูง [กระจกแสงสวรรค์] นี่คืออาวุธประจำกายของซ่งเซียนอวิ้น อานุภาพไม่ด้อยไปกว่า [ตาข่ายครอบฟ้า]

[กระจกแสงสวรรค์] ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ดูดซับพลังหยางบริสุทธิ์จากดวงอาทิตย์อย่างบ้าคลั่ง แล้วยิงลำแสงสีทองพุ่งตรงเข้าใส่ตาข่ายยักษ์

"อย่าได้กำเริบ!" เหมาอู๋เว่ยก็เรียกธงรบสีดำออกมา เป็นศาสตราวุธวิญญาณระดับสูง [ธงรบปฐพี]

สองศาสตราวุธวิญญาณระดับสูงกดดันเข้ามาพร้อมกัน ซ่งเซียนอวิ้นรับศึกหนักทันที

ซ่งฉางเซิงเห็นท่าไม่ดี รีบเรียก [ระฆังลู่อู๋] ออกมาต้านรับ [ธงรบปฐพี] ตอนนี้เขาอยู่ระดับสร้างรากฐานขั้นกลางแล้ว สามารถดึงอานุภาพของสมบัติชิ้นนี้ออกมาได้เต็มที่

ชั่วพริบตา ศาสตราวุธวิญญาณระดับสูงสี่ชิ้นลอยเด่นกลางฟ้า แสงทองอร่ามตา กลิ่นอายอลังการ จนทำให้พวกฉีเฟยอวิ๋นระดับสร้างรากฐานขั้นต้นไม่กล้าผลีผลามเข้าร่วมวง

ยังดีที่สำนักเลี่ยหยางมีระดับสร้างรากฐานขั้นปลายอีกสองคน พวกเขาเรียกศาสตราวุธวิญญาณระดับกลางออกมาสมทบ ทันใดนั้น ศาสตราวุธวิญญาณหกชิ้นปะทะกัน ก่อให้เกิดพายุพลังวิญญาณขนาดมหึมา

นี่คือรากฐาน ขุมกำลังทั่วไปแค่ศาสตราวุธวิญญาณชิ้นเดียวยังหายาก แต่นี่แค่ระดับสูงก็ปาเข้าไปสี่ชิ้นแล้ว แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงเห็นยังต้องอิจฉา!

"ไม่ว่าจะเรื่องศาสตราวุธหรือจำนวนคน เราเสียเปรียบสุดกู่ เดี๋ยวข้าจะใช้ยันต์ระดับสามเปิดทาง เราแยกกันหนี เป้าหมายของพวกมันคือข้า เจ้ามุ่งหน้าไปเมืองลั่วเสีย เข้าเมืองได้พวกมันก็ทำอะไรเจ้าไม่ได้แล้ว"

ซ่งเซียนอวิ้นแปะยันต์สีเหลืองซีดลงบนอกซ่งฉางเซิง มันคือ [ยันต์เทพจร] ระดับสองขั้นสูงสุด ช่วยให้ความเร็วของซ่งฉางเซิงเหนือกว่าระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์ได้ภายในครึ่งชั่วยาม

ซ่งฉางเซิงกัดฟันแน่น ไม่พูดจาไร้สาระอย่างจะขออยู่ร่วมเป็นร่วมตาย ฝ่ายตรงข้ามเตรียมพร้อมมาดีเกินไป เขาอยู่กับซ่งเซียนอวิ้นรังแต่จะเป็นตัวถ่วง

ถ้าแยกกันหนี เขายังช่วยดึงความสนใจศัตรูไปได้บ้าง ไม่ได้โม้ ถ้าจะฆ่าเขา อย่างน้อยต้องระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์ถึงจะเอาอยู่!

เห็นซ่งฉางเซิงไม่คัดค้าน ซ่งเซียนอวิ้นก็เรียกยันต์สีขาวบริสุทธิ์ออกมา ฉับพลันนั้น ลมเมฆปั่นป่วน วังวนสีเขียวค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเหนือสนามรบ แผ่กลิ่นอายชวนหายใจไม่ออก

อวี่เฉิงป๋อหน้าถอดสี "ยันต์ระดับสามขั้นต่ำ [ยันต์วายุพิฆาต]?"

"ถอยเร็ว!" เขาตะโกนสั่งทุกคนถอย พร้อมกับหยิบยันต์สีเหลืองดินออกมา เพื่อการซุ่มโจมตีครั้งนี้ พวกเขาเตรียมตัวมาพร้อมสรรพ!

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 150 - เลือดนองเส้นทางกลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว