เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11-1 ก่อตั้งจักรวรรดิ

ตอนที่ 11-1 ก่อตั้งจักรวรรดิ

ตอนที่ 11-1 ก่อตั้งจักรวรรดิ


เบรุต!

ลินลี่ย์และบีบีมองหน้ากันเอง ลินลี่ย์ยังจำได้ถึงเรื่องที่บีบีเล่าให้เขาฟังตอนที่เขาเกิดตอนนั้นเขายังไม่สามารถลืมตาได้ เสียงที่อบอุ่นและอ่อนโยนบอกเขา.. เขามาจากตระกูลเบรุต

“ลอร์ดเบรุต?” บีบีกล่าว  “ก็ได้ข้าจะไปกับพวกเจ้า”

ลินลี่ย์มองดูบีบี ดวงตาที่น่ารักของบีบีตอนนี้เคร่งเครียด และมีแฝงแววตื่นเต้น! บีบีไม่เคยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับพ่อแม่เขา  และเมื่อเขาลืมตาเขาไม่พบอสูรเวทประเภทหนูตัวใดอยู่ใกล้เลย

บีบีมักสังสัยว่าเสียงที่อบอุ่นอ่อนโยนนั้นอาจเป็นเสียงของมารดาเขา

โชคไม่ดี บีบีไม่เคยเห็นนาง เบาะแสที่เขามีก็คือคำว่า ‘เบ-รุต’

จ้าวมุสิกม่วงทองแฮร์รี่หัวเราะ  “อย่าคิดเกินไปเลย  ท่านพ่อข้าเชิญบีบีไปพบเขาไม่ใช่เพราะเหตุผลแง่ลบแน่นอน” ขณะที่เขาพูด เขามองดูบีบี  “บีบี! ไปกันเถอะ” จ้าวมุกสิกม่วงทองอีกสองตัวยังคงมองดูบีบี

บีบีบินขึ้นไปในอากาศทันที

“การเดินทางไปไพรทมิฬของบีบีครั้งนี้อาจต้องใช้เวลามากสักนิด  ไม่ต้องเร่งรัดเกิน”  จ้าวมุสิกม่วงทองตัวที่สามแฮร์รี่กล่าว

ลินลี่ย์พยักหน้า จากนั้นพูดกับบีบี  “บีบี!ถ้ามีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้น บอกให้ข้ารู้ทันที” ลินลี่ย์กับบีบีสามารถพูดคุยกันได้ในระยะที่ไกลมากผ่านการเชื่อมโยงทางวิญญาณ  กล่าวโดยทั่วไป ขณะที่บีบีอยู่ในไพรทมิฬเขายังติดต่อทางจิตกับลินลี่ย์ได้

“เข้าใจแล้ว,พี่ใหญ่”  บีบียิ้ม

ลินลี่ย์ยิ้มให้กำลังใจเขา

ความลึกลับของบิดามารดาเขาเป็นสิ่งเรื่องที่ค้างคาใจของบีบีมาทั้งชีวิต  ตอนนี้เขามีโอกาสคลี่คลายได้แล้วบีบีจึงไม่ลังเลแม้แต่น้อย

…..

ปุยหิมะร่วงลงปกคลุมพื้นปฐพี  การสนทนาพูดคุยในวังหลวงมีความเคลื่อนไหวมาก

“อย่างนั้นราชันย์ผู้ลึกลับแห่งไพรทมิฬก็มีชื่อว่าลอร์ดเบรุต”  รีเบ็คกาเอามือกุมหัวใจสูดหายใจอย่างตื่นเต้น สุดยอดผู้ทรงพลังทั้งห้าแห่งทวีปยูลานห้านักสู้ระดับเทพนับว่าน่าเกรงขามอย่างแท้จริง อำนาจของนักสู้ชั้นเทพยิ่งใหญ่มากกว่าระดับเซียนมาก

ตัวอย่างเช่นสเตลห์ยังไม่สามารถต่อต้านแค่เพียงซีซาร์กระดิกนิ้วเท่านั้น

“ท่านพ่อ!”  นัยน์ตาบริสุทธิ์ของเทย์เลอร์เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นขณะมองลินลี่ย์  “เบรุตผู้นั้นทรงพลังมากนักเหรอ?  ยังแข็งแกร่งมากกว่าท่านพ่ออีกหรือ?”

ลินลี่ย์และวอร์ตันหัวเราะทั้งคู่

ในสายตาของเด็กๆ ลินลี่ย์นั้นไร้เทียมทาน

“ลอร์ดเบรุต...” ลินลี่ย์มองไปทางทิศเหนือเหมือนกับเห็นยอดฝีมือผู้ยืนอยู่จุดบนสุดของทวีปยูลานจากภายในถ้ำในไพรทมิฬ  “ตามที่จ้าวมุสิกม่วงทองทั้งสามบอกลอร์ดเบรุตมีแนวโน้มว่าจะเป็นเทพที่มีพลังน่ากลัวที่สุดในทวีปยูลาน”

ลินลี่ย์ลูบหัวเทเลอร์และพูดด้วยความเอ็นดู  “เทย์เลอร์, พ่อของลูกยังไม่มีพลังแข็งแกร่งพอจะไปท้าทายเขา”

“อย่างนั้นท่านพ่อจะต้องเหนือเขาในอนาคต”  เทเลอร์พูดด้วยความมั่นใจ “ท่านพ่อข้าเป็นอัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปยูลาน และเป็นนักรบเลือดมังกรที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์”

“ฮ่าฮ่า...” ลินลี่ย์ไม่ตอบ ได้แต่หัวเราะอย่างเดียว

ลินลี่ย์มองดูวอร์ตัน จากนั้นสั่ง “วอร์ตัน,พรุ่งนี้ข้าตั้งใจจะไปที่ห้องฝึกส่วนตัวที่ใต้ดินและเริ่มฝึกฝนต่อ  การก่อตั้งจักรวรรดิบาลุคข้าจะไม่เข้าไปยุ่งด้วย”ที่เรียกว่าห้องใต้ดินส่วนตัวก็คือห้องมิติที่อยู่ใจกลางเหมืองอัญมณีเวท

“พี่ใหญ่, ท่านจะไม่เข้าร่วมด้วยหรือ?”  วอร์ตันตกใจ

การตั้งจักรวรรดิเป็นเหตุการณ์ใหญ่ที่สำคัญ

“ช่างเถอะน่า” ลินลี่ย์มองดูเดเลีย  พลังเวทและพลังจิตของเดเลียเพิ่มขึ้นในระดับที่เหลือเชื่อ  หลังจากเป็นจอมเวทระดับเก้าแล้วระดับความก้าวหน้าของนางมีแต่จะเพิ่ม ความก้าวหน้าระดับนี้สร้างความประหลาดใจให้กับลินลี่ย์

ดูเหมือนว่าเดเลียจะไม่มีอุปสรรคที่เรียกว่าคอขวด

“เดเลีย, ข้าคาดว่าเมื่อจักรวรรดิถูกก่อตั้ง จักรวรรดิยูลานจะส่งทูตมาด้วยแน่นอนบิดามารดาของเจ้าหรือคนอื่นอาจจะมาด้วยเช่นกัน เจ้าควรจะอยู่ที่วังและรอต้อนรับพวกเขาก่อน”

“ได้สิ” เดเลียอดคิดไม่ได้ว่าบิดามารดานางจะเป็นยังไงบ้าง

นางจากตระกูลมาสิบสองปีแล้ว ตระกูลและเดเลียคืนดีกันนานแล้ว เพียงแต่ระยะห่างระหว่างทั้งสองห่างไกลกันมาก  พวกเขาจึงยากจะมีโอกาสได้พบกัน

ตอนนี้มีการก่อตั้งจักรวรรดิบาลุค  บิดามารดาของนางมีแนวโน้มว่าอาจจะมาก็ได้

ลินลี่ย์ยังคงแนะนำต่อ “เดเลีย, ห้องใต้ดินส่วนตัวกว้างเกินสิบเมตรข้าแบ่งไว้เป็นสองชั้นแล้วหลังจากเสร็จงานแล้วเจ้ามาหาข้าได้ ข้าจะออกมารับเจ้าในเวลานั้นข้าจะช่วยให้เจ้าเข้าไปในห้องส่วนตัวใต้ดิน  เจ้ากับข้าจะฝึกด้วยกัน  ข้าคาดว่าในช่วงสองสามปีเจ้าจะเข้าถึงระดับเซียนจอมเวทได้อาจจะก่อนข้าด้วยซ้ำ” ลินลี่ย์ถอนหายใจขณะกล่าว

ดวงตาของเดเลียมีประกายตื่นเต้น

แต่ละครั้งที่ลินลี่ย์ถือสันโดษเพื่อฝึกฝน  เขาจะหายไปเป็นเวลานาน ปกติเดเลียต้องการจะอยู่เคียงข้างลินลี่ย์ในเวลานั้น

“ได้, ข้าจะมาหาเจ้าในวลานั้นแน่นอน”  เดเลียรีบกล่าว

วันต่อมาลินลี่ย์บินไปที่เหมืองอัญมณีเวท  หลังจากการสู้รบแล้ว ที่เหมืองอัญมณีเวทได้มีคำสั่งให้ดำเนินการขุดอีก  ในช่วงเวลาสั้นๆ เดือนเดียวอัญมณีเวทราว 60-70% ในเหมืองอัญมณีเวทถูกขุดออกไป ปัจจุบันมีอัญมณีเวทเหลืออยู่น้อย

แต่แน่นอนว่าอาคารใหญ่ต่างๆ ถูกปลูกสร้างล้อมรอบ ‘ประตู’

ลินลี่ย์เดินเข้าไปในอุโมงค์เปิดประตูหินและจากนั้นก็มาถึงประตูมิติลึกลับ ร่างของลินลี่ย์คลุมไปด้วยชั้นปราณยุทธสีน้ำเงินซึ่งโคจรรอบตัวเขาเป็นจังหวะ  ลินลี่ย์ก้าวเท้าเข้าไปในทันที

“แคร็ก แคร็ก”

พลังงานระเบิดที่เหมือนมีดที่น่ากลัวโจมตีใส่ลินลี่ย์  แต่ชีพจรคุ้มกันของลินลี่ย์สามารถป้องกันไว้ได้หมด

เมื่อเข้ามาในห้องมิติแล้วลินลี่ย์รู้สึกว่าใจของเขาปลอดโปร่งธาตุดิน ไฟ น้ำ ลม แก่นธาตุทั้งหมดดูเหมือนจะเข้ามาใกล้ชิดมาก แม้แต่การเต้นของชีพจรแผ่นดินก็ชัดเจนมากสำหรับเขา  พอเงยหน้าดู เขาเห็นเยื่อโปร่งแสงและเห็นมิติที่วุ่นวายสับสนอยู่ภายนอกนั้น

“ข้าเข้าถึงพลังคลื่น 256 ชั้นมานานแล้ว  หวังว่าในครั้งนี้ข้าจะได้บรรลุระดับใหม่อย่างแท้จริง” ลินลี่ย์นั่งขัดสมาธิทันที และเริ่มปรับใจ

ครั้งล่าสุดลินลี่ย์มีความเข้าใจ  แต่เขาเพียงแต่เรียนรู้ได้จากพลังคลื่น 256ชั้นเท่านั้น  ตอนนี้เขาจำเป็นต้องรวบรวมพลังคลื่นเหล่านั้นให้เป็นหนึ่ง  จากนั้นสัจจธรรมแห่งธาตุดินจะบริบูรณ์พร้อมแต่ว่าจะทำให้สำเร็จได้ยังไง ลินลี่ย์ยังไม่แน่ใจ

ภายในห้องมิตินั้น กระแสเวลาไม่สามารถสังเกตได้แม้แต่น้อย

ลินลี่ย์เริ่มฝึกฝนอย่างสันโดษ

วันที่ 28 ธันวาคม ศักราชยูลานที่ 10022  อีกสองวันจะเป็นปีฉลองศักราชยูลาน  นี่จะเป็นการเฉลิมฉลองศักราชยูลานที่พิเศษสุดในประวัติศาสตร์  เพราะ..ในปีใหม่งานฉลองศักราชยูลานนี้จักรวรรดิบาลุคจะได้รับการก่อตั้งอย่างเป็นทางการ

พระนครบาลุคดูคึกคักสนุกสนาน  นครบาลุคเต็มไปด้วยผู้คนยันชายขอบ

องครักษ์สิบคนนำทางรถม้าที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายวิ่งไปตามถนนในนครบาลุค เท่าที่มององครักษ์เหล่านั้นเป็นนักรบระดับห้าหรืออาจสูงกว่า  ใครๆก็รู้ได้ว่าคนที่อยู่ภายในรถม้าไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน  สักพักต่อมารถม้าก็วิ่งมาถึงโรงแรม

องครักษ์หยุดม้าทันที

“นายหญิง, เรามาถึงโรงแรมแล้ว”  สารถีพูดกับคนในรถด้วยความเคารพ

“เข้าใจแล้ว” เสียงเยือกเย็นดังมาจากภายในรถม้า  เจ้าของมือที่ขาวดุจหยกผลักม่านรถม้าจากนั้นก้าวออกออกมา เป็นสุภาพสตรีชั้นสูงในชุดสีม่วง ผ้าคลุมสีดำ  ถ้าลินลี่ย์อยู่ที่นี่ด้วย  เขาคงจำนางได้อย่างแน่นอน...

อลิซ!

เป็นเวลาเกือบยี่สิบสามปีแล้ว ตั้งแต่วันหายนะโลก

ย้อนกลับไปตอนนั้น อลิซยังอายุน้อย  หลังจากผ่านไปยี่สิบสามปีบัดนี้นางสง่างามสวยตามธรรมชาติ และกลายเป็นสุภาพสตรีที่สวยสง่า

“ยี่สิบสามปีแล้ว” อลิซมองดูเมืองหัวใจนางเต็มไปด้วยความตื้นตัน นางรู้จักชื่อเมืองนี้ นครบาลุคเมืองนี้ตั้งชื่อตามชื่อตระกูลของลินลี่ย์จักรวรรดิลำดับที่ห้าของทวีปยูลานก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อสองวันที่แล้ว

ชื่อยังคงเป็นจักรวรรดิบาลุค

“ลินลี่ย์ บาลุค” อลิซพึมพำชื่อของลินลี่ย์

ปีนั้นเมื่อนางและคาลันพบกับอันตรายในเทือกเขาอสูรวิเศษ  ลินลี่ย์ลอยลงมาจากฟ้าและช่วยนางไว้  ปีนั้นลินลี่ย์ยังเป็นเด็กหนุ่มไม่มีอะไรมากไปกว่าเด็กหนุ่มที่มีศักยภาพ  ขณะที่นางเด็กสาวสวยร่าเริง   คาลันคือผู้สืบทอดของตระกูลใหญ่

ยี่สิบสามปีต่อไป

ลินลี่ย์เข้าถึงสถานะสูงส่งซึ่งนางไม่สามารถหวังอาจเอื้อมได้

อลิซรู้สึกขอบคุณซาบซึ้งลินลี่ย์จากส่วนลึกของจิตใจ  ในวันมหาวินาศนั้นเป็นลินลี่ย์ที่ฝากฝังนางไว้กับผู้อำนวยการไมอาผู้ยอมทำเพื่อประโยชน์ของลินลี่ย์ได้ดูแลนางกับโรวลิงตลอดเวลาที่พาหนี ผู้อำนวยการไมอาให้ความเมตตากับเด็กสาวทั้งสองเป็นอย่างดี

ตั้งแต่นั้นมาอลิซและโรวลิงก็กลายเป็นธิดาบุญธรรมของผู้อำนวยการไมอา

และจากนั้นอลิซเริ่มช่วยเขาดูแลกิจการของหอศิลป์พรูกซ์โรวลิงไม่ถนัดงานจัดการ  แต่ตรงกันข้าม..อลิซมีพรสวรรค์ในการจัดการหอศิลป์ต่างๆ ดังนั้นผู้อำนวยการไมอาจึงค่อยๆ มอบหมายอำนาจให้นางมากขึ้น ครั้งนี้เป็นผู้อำนวยการไมอาส่งนางมาที่นครบาลุค

เหตุผลก็คือให้นางเปิดหอศิลป์พรูกซ์แห่งใหม่ในนครบาลุคแห่งนี้!

กล่าวโดยทั่วไปเมืองใหญ่ๆทั้งหมดจะมีหอศิลป์พรูกซ์ปรากฏ ในอนาคตนครบาลุคจะกลายเป็นศูนย์กลางจักรวรรดิบาลุคหรือแดนอนารยชนเดิม  พวกเขาจึงต้องจัดสร้างหอศิลป์พรูกซ์ที่นี่เป็นเรื่องปกติ

“นายหญิง?”  องครักษ์ที่อยู่ใกล้ๆเตือนนางอย่างอ่อนโยน “ข้างนอกหิมะกำลังจะตก”

“โอว”

อลิซเพิ่งปรากฏตัวออกมา องครักษ์ที่คุ้มครองอยู่ด้านหลังนางแสดงความเคารพต่อนางเต็มเปี่ยม  พวกเขารู้ว่าสามีของอลิซตายไปหลายปีแล้วในวันหายนะโลก

ความจริงพวกเขายังงงกันอยู่..

ทำไมอลิซไม่คิดจะแต่งงานใหม่?

วันที่ 1 มกราคม ศักราชยูลานที่ 10022เป็นวันก่อตั้งจักรวรรดิบาลุค

ในวันนี้ทูตจากนานาชาติเดินทางมาถึง  และนครบาลุคเต็มไปด้วยงานฉลองเทศกาล  อย่างไรก็ตาม.. ขณะเดียวกันยอดฝีมือเร้นกายด้วยความสันโดษบางส่วนทั้งทวีปยูลานเริ่มปั่นป่วน

พวกเขาได้รับคำสั่งจากยอดฝีมือระดับเทพต่างๆ

ณ ภูเขาเทพสงคราม ชานเมืองหลวงจักรวรรดิของจักรวรรดิโอเบรียน

“ขอต้อนรับการกลับมาของท่านอาจารย์” นักสู้ระดับเซียนเกินกว่ายี่สิบคนกำลังยืนนิ่งด้วยความเคารพ  ขณะที่เทพสงครามโอเบรียนลงมาจากยอดเขา  ผมสีแดงเพลิงของเขาโบกสะบัดราวกับมีด

เทพสงครามโอเบรียนพยักหน้าเล็กน้อยจากนั้นเริ่มออกคำสั่ง  “คาสโตร”

คาสโตรก้าวออกมาหนึ่งก้าวทันที รอคำสั่งของเทพสงคราม  เทพสงครามสั่งอย่างใจเย็น  “จงไปแดนอนารยชนทันที แจ้งลินลี่ย์ว่าให้เขามาร่วมชุมนุมกับเราในวันที่3 มีนาคมปีหน้า ที่ภูเขาเทพสงคราม”

“ขอรับอาจารย์” คาสโตรรับคำทันที

“แลงค์” เทพสงครามเอ่ยขึ้นอีก  แลงค์ศิษย์ของเขาก้าวออกมาหนึ่งก้าวทันที  เทพสงครามสั่ง “จงไปที่เกาะน้อยในทะเลเหนือซึ่งเคนวานด์พักอยู่  แจ้งเคนวานด์ด้วยว่าไม่ว่ายังไง วันที่ 3มีนาคมปีหน้า เขาต้องมาสมทบกับเราที่ภูเขาเทพสงครามให้ได้”

“ขอรับ, อาจารย์” แลงค์รับคำทันที

เทพสงครามกล่าวอีกครั้ง “เคนยอน”  เคนยอนก้าวออกมาหนึ่งก้าวเทพสงครามสั่งต่อ  “เจ้าจงไป...”

เขาออกคำสั่งศิษย์สิบสองคนรวดเดียว  จากนั้นสั่งศิษย์อีกสิบคนให้รั้งอยู่ ศิษย์สิบคนเหล่านี้ทรงพลังที่สุดในบรรดาศิษย์ที่เทพสงครามสอนด้วยตัวเองและรวมทั้งเฟนรวมอยู่ในนี้ด้วย

“เจ้าทั้งสิบคนเตรียมตัวให้ดี  ข้าไม่ต้องการให้พวกเจ้าจบชีวิตเหมือนกับพี่สามของเจ้า”  เทพสงครามพูดอย่างใจเย็น

“ขอรับ อาจารย์!”

ทั้งสิบคนรับคำโดยเคารพ พวกเขารู้ว่าอาจารย์ของพวกเขากำลังหมายถึงอะไร

“ถ้าพวกเจ้ากลัวตาย พวกเจ้าเลือกถอนตัวก็ได้ ยังมีเซียนอีกหลายคนที่ยินดีจะรับโอกาสนี้”  เทพสงครามพูดอย่างใจเย็น  จากนั้นชำเลืองมองดูศิษย์ทั้งสิบคน  เมื่อเห็นหน้าพวกเขา  เทพสงครามพยักหน้าพอใจและจากไป

……

คาสโตรนั่งอยู่ในโถงใต้ดิน เขาหงุดหงิดเป็นเวลานานแล้ว ครั้งแรกในนครบาลุค จากนั้นก็อยู่ภายใต้การนำทางของบาร์เกอร์  คาสโตรคิดว่าลินลี่ย์ยังอยู่ในภูเขาแบล็คคราเวน

“ท่านคาสโตร รอสักครู่ก่อนนะ  ให้ข้าไปแจ้งลินลี่ย์ก่อน”  บาร์เกอร์ยิ้มพลางพูดพลาง

“ก็ได้” คาสโตรสุภาพมาก

จากนั้นบาร์เกอร์เดินออกจากห้องโถง และในสามก้าวก็มุ่งหน้าไปที่ประตูลึกลับคาสโตรนั่งอยู่กับที่ไม่กล้าจะตรวจสอบด้วยพลังจิตของเขา ที่สำคัญบาร์เกอร์ก็เป็นนักสู้ระดับเซียนด้วยเช่นกัน  เขาสามารถตรวจจับการใช้พลังจิตได้ง่าย

บาร์เกอร์มาถึงที่ประตู

เพียงก้าวเดียว บาร์เกอร์ก็เข้าไปในห้องมิติ

จบบทที่ ตอนที่ 11-1 ก่อตั้งจักรวรรดิ

คัดลอกลิงก์แล้ว