เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10-45 ไร้ยางอาย

ตอนที่ 10-45 ไร้ยางอาย

ตอนที่ 10-45 ไร้ยางอาย


เหนือแม่น้ำลิวยันที่มีกระแสไหลแรง  เรือลำใหญ่กำลังแล่นไปตามลำน้ำแต่ไม่ได้มีคนเดียวที่อยู่บนกราบเรือ

ชั้นบนสุดในดาดฟ้าเรือมียอดฝีมือมากมายเหมือนเมฆ

ทุกคนที่อยู่ภายในดาดฟ้าเรือเป็นยอดฝีมือระดับเซีน ภายในห้องโถงใหญ่มีเก้าอี้เก้าตัวแบ่งเป็นข้างละสาม

ลินลี่ย์บาร์เกอร์และซาสเลอร์นั่งอยู่ด้านหนึ่ง

จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ไฮเดนส์ตุลาการโอเซนโนและท่านใบไม้ร่วงนั่งอยู่อีกด้านหนึ่ง  ขณะที่อีกด้านหนึ่งคือกองกำลังของลัทธิเงา,ประมุขนิกายเงาอัฟเฟล็ค, ตุลาการอาวุโสโอคาซี่ย์ หัวหน้าเทวทูตตกสวรรค์เครเมอร์สัน

เบื้องหลังแต่ละคนจะมีเทวทูตระดับเซียนหรือเทวทูตตกสวรรค์ระดับเซียนคนละสอง

ไฮเดนส์กับอัฟเฟล็คมองหน้ากัน  ความรู้สึกแปลกประหลาดเกิดขึ้นในใจพวกเขา  ทั้งสองเป็นผู้นำกองกำลังใหญ่และเป็นศัตรูกัน

แต่วันนี้พวกเขาเป็นพันธมิตรกัน

สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดนี้ก็คือลินลี่ย์ อัจฉริยะที่น่าทึ่งผู้เติบโตแข็งแกร่งในระดับที่เร็วมาก  แม้เขายังเยาว์วัย  แต่เขาก็เป็นหนึ่งในยอดฝีมือที่มีพลังสูงสุดยอดในทวีป แม้แต่คนที่ได้รับการยกย่องอย่างจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และประมุขลัทธิเงาก็ต้องก้มหน้าให้ต่ำกว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าลินลี่ย์และพูดคุยเจรจากับเขาดีๆ

“ไฮเดนส์ อัฟเฟล็ค”ใบหน้าของลินลี่ย์มีรอยยิ้ม “ข้าไม่ทราบว่าเหตุใดพวกท่านถึงได้เชิญข้ามาที่นี่  มีเรื่องอะไรกัน?” บีบีหมอบอยู่บนต้นขาของลินลี่ย์อย่างสบายใจ ดวงตาของมันจ้องมองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และประมุขลัทธิเงา

ผิวของประมุขลัทธิเงาขาวนวลราวกับเด็กสาว  เสียงของเขานุ่มนวล  “มีเหตุผลมากมายที่ทำให้เราหลายคนจากนิกายเงาต้องมาโดยหลักก็คือขอร้องเจ้าก่อนลินลี่ย์, ช่วยควบคุมและให้คลื่นทหารและหนูของเจ้าหยุดโจมตีก่อน ข้าคิดว่าไฮเดนส์มาที่นี่ก็เพราะเหตุผลที่คล้ายกัน ถูกไหม ไฮเดนส์?”

ไฮเดนส์พยักหน้าเล็กน้อย  จากมองดูลินลี่ย์ สายตาเขาอ่อนโยนให้ความรู้สึกเหมือนสายลมฤดูใบไม้ผลิ  “ลินลี่ย์ เจ้าจะยอมยกเลิกการโจมตีได้ไหม?”

“พวกท่านทุกคนกำลังฝันหรือเปล่า?”  ลินลี่ย์ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

ไฮเดนส์หัวเราะอย่างเยือกเย็น  “ลินลี่ย์, ตราบใดที่เจ้ายินดีจะยกเลิกการโจมตีนี้ ศาสนจักรเจิดจรัสของเรายินดีจะชดเชยในราคาที่สูง  เขาจะทำให้เจ้าพอใจได้อย่างแน่นอน”

“ทางเราก็เหมือนกัน  เราจะชดเชยให้เจ้าจนพอใจอย่างแน่นอนลินลี่ย์”  อัฟเฟล็คกล่าว

ผู้นำกองกำลังทั้งสองกำลังทำหน้าที่เจรจายอมแพ้ลินลี่ย์

พวกเขาไม่ต้องการสู้กับลินลี่ย์โดยตรง ประการแรกพวกเขาไม่มีเหตุผลที่จะทำเช่นนั้น  ถ้าพวกเขาสู้กับลินลี่ย์โดยตรง  ก็จะเปิดโอกาสให้ฝ่ายเดลี่มีเหตุผลเข้าแทรกแซง และประการที่สองศาสนจักรเจิดจรัสอย่างน้อยที่สุดยอมตกลงเห็นด้วยว่าภายในยี่สิบปีนี้พวกเขาจะไม่โจมตีลินลี่ย์ขีดจำกัดของเวลายังไม่หมด

“ลินลี่ย์!  เจ้าคิดว่าไงบ้าง?”  ไฮเดนส์มองดูลินลี่ย์

ลินลี่ย์รู้สึกเกลียดศาสนจักรเจิดจรัสอย่างลึกซึ้ง  ลินลี่ย์เก็บงำความไม่ชอบคนโหดร้ายป่าเถื่อน แต่สำหรับคนที่เสแสร้งเป็นมีเมตตาอย่างไฮเดนส์และพวกที่แสร้งใจดีเป็นพ่อพระ แต่ความจริงกลับไร้เมตตา โหดร้าย เลือดเย็น  ลินลี่ย์รู้สึกขยะแขยงเป็นที่สุด

ผู้นำศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงามองดูลินลี่ย์

ลินลี่ย์ยิ้มแต่พูดออกมาไม่กี่คำ  “ไม่มีทาง!”

หน้าของไฮเดนส์และอัฟเฟล็คชะงักค้างขณะเดียวกันหัวหน้าของเทวทูตตกสวรรค์อย่างเครเมอร์สันแค่นเสียงเย็นชา  “ลินลี่ย์ หรือว่าเจ้าคิดเอาเองว่าตัวเจ้าเองจะสามารถต่อต้านทั้งศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงาได้?”

“เครเมอร์สัน” ประมุขนิกายเงาอัฟเฟล็คดุเขาทันที

ลินลี่ย์มองดูผู้นำกลุ่มเทวทูตตกสวรรค์เครเมอร์สันและหัวเราะเบาๆ  “เท่าที่ข้ารู้สำหรับเทวทูตประทับ พวกเขาจำเป็นต้องได้ร่างที่ทรงพลัง  ท่านเครเมอร์สัน ท่านทรงพลังมากดังนั้นร่างนี้อย่างน้อยก็ต้องมีพลังระดับเจ็ดหรือระดับแปด  นิกายเงาของพวกท่านไปหาร่างที่ทรงพลังอย่างนั้นมาจากไหน?”

ในอดีตห้าพี่น้องบาร์เกอร์ก็ถึงระดับแปดเฉพาะแค่ฝึกพลังภายนอกอย่างเดียวเท่านั้น

ลินลี่ย์รู้ดีว่าคนทั้งหมดสามารถฝึกพลังภายนอกได้ถึงระดับหกเท่านั้น ไม่ว่าพวกเขาจะมีพรสวรรค์มากมายเพียงใดก็ตาม  ระดับเจ็ดก็ยังแทบจะเป็นไปไม่ได้บางทีอาจจะปรากฏมีหนึ่งในล้าน  มีแต่เพียงเชื้อสายของสี่สุดยอดนักรบจึงจะสร้างความอัศจรรย์นั้นได้ต่อเนื่องจากฝึกฝนพลังภายนอก

ดังนั้นร่างของเครเมอร์สันผู้นี้มีแนวโน้มว่าจะเป็นของหนึ่งในสี่สุดยอดนักรบ

“ใช่แล้ว ไปได้ร่างนั่นมาจากไหน?”  บาร์เกอร์จ้องมองฝ่ายลัทธิเงาอย่างเย็นชา

ตอนนั้นเขากับน้องอีกสี่คนเกือบตายและเปลี่ยนตัวเองให้เป็นร่างประทับของเทวทูตแล้ว ดังนั้นนี่จึงเป็นเรื่องที่อ่อนไหวต่อเขาเป็นพิเศษ

“นั่นเป็นความลับของนิกายเงาของเรา”  เครเมอร์สันยิ้ม  “พอได้แล้ว, ลินลี่ย์กลับเข้าเรื่องที่ค้างไว้กันเถอะ  เจ้าไม่ยินดีจะยอมเลิกราแม้แต่น้อยจริงๆหรือ?  ถ้าเจ้ายินดีจะเลิกรา เจ้าจะได้รับความซาบซึ้งใจจากนิกายเงาของเราตลอดไป”

ซาบซึ้งขอบคุณ?

ลินลี่ย์ซาสเลอร์ บาร์เกอร์และแม้แต่บีบีเริ่มกุมท้องหัวเราะลั่นทันที

“ลินลี่ย์!  เจ้าคิดดูให้ดีๆ”  ไฮเดนส์มองดูลินลี่ย์เช่นกัน

เสียงหัวเราะของลินลี่ย์จางหายไป  และหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้น เขากวาดตามองคนที่อยู่ต่อหน้าเขาและพูดอย่างจริงจัง  “ไฮเดนส์, อัฟเฟล็ด ฟังให้ดี ข้า,ลินลี่ย์ขอบอกเรื่องนี้กับพวกท่านอย่างชัดเจน ไม่ว่าข้าจะถอนกำลังทหารของข้าหรือไม่ก็ตาม  การผนวกดินแดนอนารยชนจะต้องเกิดขึ้นและไม่มีอะไรที่จะหยุดยั้งได้!”

“ลินลี่ย์!  อย่าให้มากเกินไปนัก”  โอเซนโนแค่นเสียงเย็นชา

ว่ากันเรื่องความอดทนเห็นได้ชัดเจนว่าโอเซนโนด้อยกว่าไฮเดนส์และท่านใบไม้ร่วง

“เกินไปหรือ?” ลินลี่ย์ขมวดคิ้ว, สายตาของเขาจ้องมองโอเซนโนเหมือนกับมีดคมกริบ  “โอเซนโนอย่ามาพ่นลมต่อหน้าข้าเลย  วันนี้ข้าพูดไว้ชัดเจนแล้ว  ถ้าท่านต้องการให้ข้าถอนกำลังทหารของข้านั่นจะไม่มีทางเกิดขึ้น”

บรรยากาศในห้องประชุมดาดฟ้าเรือกลายเป็นเคร่งเครียดทันที

“มีอะไรอื่นจะพูดอีกไหม? พูดมาได้เลย”  ลินลี่ย์พูดตามปกติ

บีบีเสริม  “ถูกแล้ว,ถ้าพวกเจ้ามีอะไรอยากบอกก็รีบพูดออกมา ข้าเตรียมจะนำกองทัพหนูกวาดแผ่นดินใหญ่แล้ว”

สายตาเยือกเย็นสลัวของซาสเลอร์กวาดมองทุกคนในห้อง  เขาหัวเราะหึหึ แต่ไม่พูดอะไร

บนดาดฟ้าเรือเงียบไปชั่วขณะ

“งั้นก็ดี” ไฮเดนส์ถอนหายใจ  “ศาสนจักรเจิดจรัสของเราจะตัดสินใจสุดท้ายเอง  เราเสนอแผ่นดินซึ่งเราควบคุมอยู่ให้อาณาจักรบาลุคของเจ้าและให้เจ้าปกครอง”

“เหรอ?” ลินลี่ย์ประหลาดใจเล็กน้อย

ไฮเดนส์ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?  ทำไมถึงยอมให้ลินลี่ย์ได้ดินแดนอนารยชนทั้งหมด?

“เราก็ยินดีจะทำอย่างนี้เช่นกัน”  อัฟเฟล็คกล่าว

ลินลี่ย์ชำเลืองมองไฮเดนส์  จากนั้นก็อัฟเฟล็ค  เขารำพึงในใจ “ผู้นำศาสนจักรทั้งสองนี้มีแผนอะไรอยู่กันแน่?”

ไฮเดนส์มองดูลินลี่ย์  “ข้อขอร้องของเราง่ายมาก ตราบใดเจ้ายินดีให้ศาสนจักรเจิดจรัสเผยแพร่คำสอนในจักรวรรดิของเจ้าและไม่กดขี่ศาสนาของเราไว้สิ้นเชิง  เราก็พอใจแล้ว”

“เผยแพร่คำสอน? ไม่กดขี่ไว้?”  ลินลี่ย์ขมวดคิ้ว

อัฟเฟล็คพยักหน้าเช่นกัน  “ข้อขอร้องของเราก็เหมือนกัน  ให้นิกายเงาของเราได้เผยแพร่คำสอนอย่างเปิดเผยโดยไม่มีการกดขี่”

ลินลี่ย์หัวเราะ

ตอนนี้เขาเข้าใจความตั้งใจของพวกเขาแล้ว นิกายเงาและศาสนจักรเจิดจรัสให้คุณค่ากับพลังศรัทธา  เทียบกันแล้วพวกเขาไม่สนใจเรื่องการปกครองดินแดนเท่าใดนัก

สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างแท้จริงก็คือพลังศรัทธาจะต้องคงเอาไว้

“ลินลี่ย์!  การเผยแพร่คำสอนของเราในจักรวรรดิของเจ้าในแดนอนารยชนจะไม่ส่งผลต่อการปกครองของเจ้ามากนัก  เจ้าน่าจะยอมรับเรื่องนี้ได้จริงไหม?”  อัฟเฟร็คพูดโน้มน้าว

ไฮเดนส์เพียงแต่มองดูลินลี่ย์อย่างเงียบๆรอให้ลินลี่ย์ตอบ

“พวกท่านจะอนุญาตให้ข้ารวมดินแดน  และท่านแค่เผยแผ่ศาสนาน่ะหรือ?”  ลินลี่ย์มองดูทั้งสอง

“ถูกแล้ว” ไฮเดนส์พยักหน้าทันที “นี่เป็นเรื่องหลักที่เราสามารถทำได้ ลินลี่ย์!  ถ้าเจ้าตกลงเห็นด้วย  อย่างนั้นเราทั้งสองฝ่ายจะสามารถดำรงมิตรภาพต่อไปได้  และเราจะลืมเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต”

ถ้าลินลี่ย์เห็นด้วยอย่างนั้นศาสนจักรเจิดจรัสและนิกายเงาก็จะเห็นแก่หน้าลินลี่ย์ในอนาคตแน่นอน  ในอนาคตลินลี่ย์จะเป็นอิสระและไม่ถูกจำกัดในทวีปยูลานเหมือนปลาในน้ำ

แต่...

พวกเขาลืมไปว่าลินลี่ย์ไม่สนใจเรื่องการครอบครอง  ในหัวใจของเขามีสิ่งที่ปรารถนาคือความมั่นใจในตัวเองและถึงที่สุดของการฝึกฝน  ความรักของเขาที่มีต่อครอบครัวและสหายคำสาบานที่ฝังอยู่ในใจของเขา

คำสาบานที่เขาได้สาบานไว้เมื่อปู่เดลินตายและตอนที่เขาออกจากเมืองเฮส!

คำสาบานที่เขาจะทำลายศาสนจักรเจิดจรัสทั้งหมดแบบถอนรากถอนโคน!

บิดาของเขาตาย  มารดาของเขาตาย  ปู่เดลินของเขาต้องมาตาย!

“กลายเป็นสหายกันหรือ?  เป็นมิตรกับศาสนจักรเจิดจรัสน่ะหรือ?”  ลินลี่ย์หัวเราะในใจอย่างเย็นชา  “ดินแดนอนารยชน? ถ้าข้าสามารถได้ท่านพ่อท่านแม่และปู่เดลินกลับมามีชีวิต ข้ายอมสละแดนอนารยชนทั้งหมดและแม้กระทั่งพลังของข้าเอง!!!”

อารมณ์ของลินลี่ย์เริ่มไม่แน่นอน

“กลายเป็นสหายน่ะหรือ?แล้วให้พวกเจ้าเผยแพร่คำสอนต่อไปน่ะหรือ?” ความโกรธในใจลินลี่ย์ปะทุขึ้น แต่หน้าของเขายังคงสงบเหมือนเคย

ในห้องดาดฟ้าเรือเงียบทุกคนจ้องมองลินลี่ย์ รอคำตอบของลินลี่ย์

ยอมให้ลินลี่ย์ได้รวบรวมดินแดนอนารยชนขณะที่ทั้งสองลัทธิศาสนายังคงเผยแพร่คำสอนเป็นหลักเพื่อสองลัทธิศาสนาเหล่านี้  ถ้าลินลี่ย์ปฏิเสธอย่างนั้นเขาจะทำให้สองลัทธิศาสนานี้โกรธไปด้วย

เซียนของศาสนจักรเจิดจรัสและนิกายเงามองดูด้วยความคาดหวังริมฝีปากของลินลี่ย์โค้งยิ้มเล็กน้อย “ในดินแดนของข้า ทุกศาสนาจะต้องถูกห้าม ถ้าข้าพบเจอ  ข้าจะทำลายซะ!”

หน้าของไฮเดนส์อัฟเฟร็ค ท่านใบไม้ร่วงและคนอื่นเปลี่ยนไปทันที

“พวกท่านยังได้ยินข้าพูดชัดไม่พอหรือ?”  ลินลี่ย์มองดูพวกเขา  “นั่นคือคำตอบของข้า!”

“ฮึ่ม!” ตุลาการโอเซนโนและผู้เทวทูตตกสวรรค์เครเมอร์สันลุกขึ้นจ้องมองลินลี่ย์อย่างเย็นชาทันที

ครั้งนี้ไฮเดนส์และอัฟเฟล็คไม่ห้ามพวกเขา

“ลินลี่ย์นี่คือแก่นสำคัญที่สุดของศาสนจักรเราแล้ว และเป็นส่วนสำคัญที่สุดของมหาเทพของเรา เจ้ารู้ไหม... จะมีผลเช่นไรหากเจ้าท้าทายส่วนสำคัญของมหาเทพ?”  ไฮเดนส์หน้ายังคงสงบ

อัฟเฟล็คมองดูลินลี่ย์อย่างเย็นชา

ทันใดนั้นอุณหภูมิในห้องประชุมดาดฟ้าเรือพลันเพิ่มขึ้นสูง  ความเครียดหนาแน่นมากและอัดแน่น เป็นไปได้ว่าหากผู้ที่อยู่ไม่ใช่ระดับเซียนแล้ว  พวกเขาคงไม่สามารถหายใจได้

“ปัง!”  ลินลี่ย์ตบพนักวางแขนของเก้าอี้  ตาของเขาเย็นชากวาดมองดูคนข้างหน้า  “อะไรกัน, พวกท่านเจ้าต้องการคุกคามข้างั้นหรือ?”

เซียนของศาสนจักรเจิดจรัสและนิกายเงายังคงเงียบ  แต่ความตั้งใจของพวกเขาชัดเจนมาก

ความจริงพวกเขากำลังคุกคามเขา

“ไฮเดนส์ ท่านลืมข้อตกลงที่ทำไว้เมื่อสิบสองปีที่แล้วใช่ไหม?”  ลินลี่ย์จ้องมองทั้งสองฝ่ายอย่างเย็นชา

ตามข้อตกลงของพวกเขาพวกเซียนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามายุ่งกับการสู้รบทางโลก  แต่ถ้าเซียนไม่มีส่วนร่วม  ไม่มีทางที่พวกเขาจะสามารถหยุดฝูงหนูได้ ดังนั้นเมื่อพวกเขายกเลิกและเปลื้องตัวจากข้อตกลงทั้งหมดทั้งศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงาจะส่งพวกเซียนไปหยุดฝูงหนู

อีกส่วนหนึ่งของข้อตกลงก็คือภายในยี่สิบปีศาสนจักรเจิดจรัสไม่ได้รับอนุญาตให้โจมตีลินลี่ย์

“ลินลี่ย์, เจ้าทำเกินไปแล้ว”  ไฮเดนส์พูดเสียงต่ำ

อัฟเฟล็คกล่าว  “ลินลี่ย์! ลูกผู้ชายควรจะรู้เมื่อถึงคราวต้องถอยหนึ่งก้าว”

“น่าขายหน้า, ไร้ยางอายนัก!”  ลินลี่ย์ยืนขึ้น เขาหัวเราะและส่ายศีรษะ “ข้าไม่เคยเห็นคนที่ไร้ยางอายอย่างพวกเจ้าเลย เมื่อกองทัพของพวกเจ้าเข้ามารุกรานดินแดนข้า  พวกเจ้าบุกตะลุยตลอดทางจนถึงเหมืองอัญมณีเวท แต่ข้าไม่ได้เข้าแทรกแซงเพราะว่าข้ายังยึดมั่นข้อตกลงของเรา”

“แล้วพวกเจ้าเล่า?”

สายตาเยาะเย้ยของลินลี่ย์กวาดมองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และประมุขนิกายเงา  “พวกท่านเป็นผู้นำของสองกองทัพใหญ่ ทันทีที่การสู้รบเริ่มและท่านรู้ตัวว่าจะแพ้พวกท่านก็เข้ามาแทรกแซงทันที และยังกล่าวว่าข้ากระทำการเกินไปอีกหรือ? เท่าที่ข้าเห็น พวกท่านนั่นแหละไร้ยางอาย ไร้ยางอายสิ้นดี!”

คำพูดของลินลี่ย์ทำให้สีหน้าของเซียนทั้งฝ่ายศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงาบิดเบี้ยวน่าเกลียด  พวกเขามีสถานะสูงส่งกันทุกคน  เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะทนสายตาเยาะเย้ยของลินลี่ย์ไม่ได้

“ระวังปากของเจ้าไว้”  โอเซนโนแค่นเสียง

ตาของลินลี่ย์เป็นประกายเยือกเย็น ทั่วทั้งห้องประชุมเต็มไปด้วยแสงสีม่วงทันทีและโอเซนโนผู้น่ากลัวแปลงเป็นร่างเงามายาสี่ร่างถอยไปด้วยความเร็วสูง

“อ๊า!”อ๊า!” เสียงกรีดร้องเจ็บปวดดังต่อเนื่องสองครั้ง

ร่างของเทวทูตสี่ปีกผู้ยืนอยู่ด้านหลังโอเซนโนถูกตัดขาดเป็นสองท่อนศพของพวกเขาล้มลงพื้นเปรอะนองไปด้วยโลหิต

พลังโจมตีของจังหวะสายลมระดับสองผสานกับพื้นที่แช่แข็งและตัดพับพื้นที่

โอเซนโนจับหน้าอกและจ้องมองลินลี่ย์อย่างประหลาดใจ

“โอเซนโน ด้วยพลังเล็กน้อยที่เจ้ามีอย่ามาตวาดและตะโกนใส่หน้าข้า” ลินลี่ย์จ้องโอเซนโนเขม็ง  “ต่อให้ข้าไม่แปลงร่างก็ฆ่าคนอย่างเจ้าได้!”

จบบทที่ ตอนที่ 10-45 ไร้ยางอาย

คัดลอกลิงก์แล้ว