เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10-41 ไม้เด็ด

ตอนที่ 10-41 ไม้เด็ด

ตอนที่ 10-41 ไม้เด็ด


“ปัง ปัง ปัง!”......

ปืนใหญ่พลังเวทเหล่านั้นยังยิงโจมตีต่อไปราวกับว่าแท้จริงแล้วเงินไม่ใช่อุปสรรคเลย ใต้เมืองค็อดกลายเป็นทะเลเพลิง และท้องฟ้ายามราตรีมีประกายแสงงดงามหลากสีนับไม่ถ้วนชัดเจน

จากในที่ไกลผู้บัญชาการของกองกำลังร่วมเวส พอร์ตเตอร์และกิลเยโมมีเงาพาดผ่านใบหน้าพวกเขา

“ไม้เด็ด?”

เวสพอร์ตเตอร์มองดูกิลเยโม  เขากล่าว“ท่านคาร์ดินัลกิลเยโมข้าคิดว่าทหารเมืองค็อดอ่อนเพลียเต็มที่แล้วง่ายต่อการพ่ายแพ้จากการโจมตีของกองกำลังศักดิ์สิทธิ์ของศาสนจักรเจิดจรัสได้  ไม่มีความจำเป็นต้องให้ฝ่ายข้าเข้าไปร่วมด้วย”

ไม้เด็ดของศาสนจักรเจิดจรัส– กองกำลังศักดิ์สิทธิ์!

กองกำลังศักดิ์สิทธิ์!

ในพื้นที่ของแดนอนารยชนนี้ศาสนจักรเจิดจรัสใช้ความพยายามและวัตถุทรัพยากรมหาศาลเพื่อฝึกสร้างกองกำลังที่ทรงพลังนี้ขึ้นมา

กองกำลังศักดิ์สิทธิ์  มีกำลังพลรวมสามหมื่นคน

ห้าพันคนของทหารในกองกำลังศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นนักรบระดับเจ็ด  ขณะที่อีกสองหมื่นห้าพันคนมีพลังอย่างน้อยระดับห้า  ในกองพลอื่นนักรบระดับห้าคนหนึ่งอาจนับได้ว่าเป็นทหารฝีมือระดับสูงได้แล้ว  แต่ในกองกำลังนี้พวกเขาเป็นเพียงทหารที่อ่อนแอที่สุด

ต้องเข้าใจไว้ว่าลำพังความสามารถในการกระโดดของนักรบระดับเจ็ดก็ทำให้พวกเขาพลิกตัวผ่านกำแพงเมืองสูงสามสิบเมตรได้

ไม้เด็ดของกองกำลังนี้เมื่อเข้าสู่การรบจะทำให้กองทัพเสียสมดุล อย่างไรก็ตามการฝึกกองกำลังเช่นนั้นขึ้นมาได้ยากมาก  ราคาของการฝึกฝนพวกเขามากยิ่งกว่าการฝึกทหารเป็นล้านคน

“ถ้าเซียนของลินลี่ย์ทำลายข้อตกลงและกำจัดกองกำลังศักดิ์สิทธิ์ของเรา  นั่นคงจะน่ากลัว”  กิลเยโมลอบยินดี  เวส พอร์ตเตอร์ก็คิดอย่างเดียวกันนี้ พวกเขาทั้งสองกลัวว่าพวกเซียนจะทำลายข้อตกลงและเข้าร่วมในการสู้รบ

ตัวอย่างเช่นมังกรระดับเซียน ลินลี่ย์ และนักรบอมตะ

ถ้าทหารธรรมดาสองสามแสนคนถูกฆ่า ศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงาคงเกณฑ์ทหารเพิ่มสองสามแสนคนได้ง่าย  ทั้งหมดต้องการแค่เวลาฝึกฝนสักปีหรือสองปี  แต่กองกำลังศักดิ์สิทธิ์..ทหารแต่ละคนคือตัวแทนของการฝึกฝนและค่าใช้จ่ายมากมายในหลายปี  การสูญเสียทหารแต่ละคนลำพังแค่เงินอย่างเดียวไม่สามารถเติมเต็มได้

“เวส พอร์ตเตอร์เจ้ากำลังล้อเล่นหรือเปล่า?” กิลเยโมหน้าตึง

เวสพอร์ตเตอร์หัวเราะทันที  “กิลเยโม,อย่าโกรธไปเลยน่า กองกำลังเงาของลัททธิเงาก็จะร่วมโจมตีพร้อมกัน”

กองกำลังเงาเป็นกองทัพที่ลัทธิเงาสร้างขึ้นเพื่อไว้ตอบโต้กองกำลังศักดิ์สิทธิ์  พลังของพวกเขาพอๆ กัน

นี่คือสองกองกำลังที่แข็งแกร่งน่ากลัว

แม้ว่าแต่ละกองกำลังจะมีกำลังพลสามหมื่นนายและพอรวมกันพวกเขาก็มีกำลังพลหกหมื่นนาย สำหรับทั้งสองฝ่ายกองกำลังไม้เด็ดของพวกเขามิได้ด้อยไปกว่ามีกองทัพเป็นล้าน

ที่ด้านบนกำแพงเมือง ลินลี่ย์และบาร์เกอร์มองดูการสู้รบราวกับว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเขา

ทหารป้องกันเมืองในพื้นที่นั้นถูกไล่ออกไป

“ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น” ทหารฝ่ายศัตรูมองเห็นชัดเจนว่าตรงพื้นที่นั้นมีคนยืนอยู่เพียงสองคน

“เร็วเข้า โจมตีตรงนั้น”

การสู้รบรุนแรงมากจนไม่มีทหารคนใดไตร่ตรองให้ชัดเจน  เมื่อเห็นว่ามีพื้นที่ว่างตรงกำแพง  พวกเขาบุกเข้าโจมตีทันที แต่ขณะที่พวกเขาปีนขึ้นบันไดและบุกเข้าหาลินลี่ย์และบาร์เกอร์ขณะชูอาวุธ...

“ฉัวะ”

จู่ๆมีดสายลมนับไม่ถ้วนก่อตัวเป็นกำแพง นักรบสามคนที่บุกเข้ามากลายเป็นเลือดเนื้อเลอะเลือนทันที และแม้แต่นักรบที่ใกล้จะขึ้นถึงด้านบนสุดบันไดก็ถูกฟันร่วงลงพื้นไปด้วยภาพเช่นนี้.. เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าในการสู้รบไม่มีใครสามารถเข้าไปใกล้คนทั้งสองนี้ได้

“แม่มันเอ๊ย.. ข้ารู้สึกหงุดหงิดเป็นบ้า”  บาร์เกอร์สบถเบาๆ

บาร์เกอร์มองดูลินลี่ย์ ลินลี่ย์ดูเหมือนจะไม่รู้สึกอะไรแม้แต่น้อย  บาร์เกอร์อดพูดไม่ได้  “ท่านลอร์ดลินลี่ย์,ท่านเอาแต่ดูอย่างเดียวได้ยังไง?”

“ทำไมจะไม่ได้เล่า”  ลินลี่ย์จ้องมองข้างล่าง

“โอว?” บาร์เกอร์มองดูลินลี่ย์อย่างสงสัย

ลินลี่ย์หัวเราะอย่างใจเย็น “ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้วว่าเทพสงครามรู้สึกยังไง  ปล่อยให้โลกเป็นไปตามธรรมชาติ  ผู้คนมักจะตายในสงคราม  ถ้าข้าไม่สร้างอาณาจักรบาลุค  บางทีผู้คนมากมายอาจจะต้องตายในสงครามวุ่นวายไม่สิ้นสุดเหล่านั้น”

ลินลี่ย์มองลงมาข้างล่าง  “โลกมีกฎเกณฑ์ของโลก  และเรามีกฎเกณฑ์ของเราเช่นกัน!”

“ข้าจะยึดถือข้อตกลงของเรา ต่อให้พวกเขาทำลายและผ่านเข้าไปถึงเหมืองอัญมณีเวทได้  ข้าจะไม่ขัดขวาง”  ลินลี่ย์พูดอย่างใจเย็น

บาร์เกอร์เริ่มคลั่ง  “แต่ห้องมิติที่เราเพิ่งค้นพบจะเป็นยังไงเล่า?”

“เจ้าต้องกลัวอะไรด้วย?”

ลินลี่ย์หัวเราะอย่างใจเย็น  “เป็นไปไม่ได้ที่คนผู้ไม่ใช่เซียนจะเข้าไปในห้องลับได้ แต่เซียนคนไหนเล่าจะกล้าเฉียดผ่านเข้ามาในดินแดนของข้า” ลินลี่ย์มองดูการสู้รบด้วยสายตาและจิตใจที่ว่างเปล่า  ไม่สำคัญเลยว่าพวกเขาจะชนะหรือแพ้...

และนอกจากนี้ห้องมิติไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปได้

“ท่านพูดถูก, ท่านลอร์ด”  บาร์เกอร์เริ่มเข้าใจ

เมื่อเข้าถึงระดับเซียน  พวกเขามีพลังอายุขัยอมตะ  พวกเขาอยู่เหนือมนุษย์ธรรมดา  ความจริงการสู้รบกันและเรื่องราวต่างๆทางโลกไม่ได้เป็นของพวกเขาต่อไป  และพวกเซียนก็ไม่ได้เป็นของพวกเขาเช่นกัน  แต่แม้ว่าพวกเขาจะเข้าใจเรื่องนี้  แต่ทั้งบาร์เกอร์และลินลี่ย์ก็ยังมีความคาดหวัง....

คาดหวังว่าฝ่ายของพวกเขาจะได้รับชัยชนะ

“แย่แล้ว” หน้าของบาร์เกอร์เปลี่ยนไปทันที

ที่ด้านล่างของเมืองนักรบฝีมือดีจำนวนมากกำลังบุกผ่านกำแพงเมืองเข้ามาด้วยความเร็วสูง  พวกเขารวมกลุ่มหนาแน่นมีจำนวนเป็นหมื่นๆ  กลุ่มนักรบฝีมือดีกลุ่มใหญ่นี้วิ่งด้วยลักษณะก้าวเท้าที่ประหลาดในแต่ละครั้งที่ร่างของพวกเขากระพริบ จะเคลื่อนที่ไปไกลถึงยี่สิบหรือสามสิบเมตรไม่ถึงนาทีพวกเขาก็มาถึงกำแพงเมือง

“ยิง!”

ปืนใหญ่พลังเวทจากประตูตะวันออกเข้ามาผลัดเปลี่ยนด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ปืนใหญ่พลังเวทมากกว่ายี่สิบกระบอกยิงลงมาอย่างต่อเนื่อง  กระสุนแสงระเบิดใส่ทหารข้างล่าง

“ฟิ้ว!”  “ฟิ้ว!’

ทหารฝีมือดีหลายคนหลบหลีกด้วยความเร็วสูงทันที แต่ปืนใหญ่พลังเวทโจมตีใส่ด้วยความเร็วเช่นกัน อย่างไรก็ตามทหารฝีมือดีสามารถหลบจากศูนย์กลางแรงระเบิดได้มีทหารโชคไม่ดีสองสามคนที่ตาย  ขณะที่คนอื่นๆที่หลบออกมาจากรัศมีระเบิดก็ยังได้รับบาดเจ็บบ้างเช่นกัน

แต่ก็มีเวลาพอได้ยิงเพียงครั้งเดียว!

ปืนใหญ่พลังเวทมีเวลาพอยิงได้ครั้งเดียวก่อนที่ทหารฝีมือดีจะเข้าประชิดกำแพงเมือง

“มีหลายคนมากเกินไป  ทหารหลายหมื่นคน  นักรบที่แข็งแกร่งทรงพลังทั้งหมดนี้มาจากที่ไหนกันแน่?  มีนักรบระดับเจ็ดตั้งมากมายหลายคน”  บาร์เกอร์รู้สึกทึ่งอัศจรรย์ใจ

ลินลี่ย์สังเกตเห็นว่าทหารฝีมือดีกลุ่มใหญ่ปรากฏออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเช่นกัน เนื่องจากระดับพลังในปัจจุบันของลินลี่ย์และบาร์เกอร์ พวกเขาสามารถประเมินพลังของทหารเหล่านี้ได้ทันที  “นักรบระดับเจ็ดมากมายนักหรือ? พวกเขาก็เหมือนกองอัศวินของศาสนจักรเจิดจรัสที่ข้าเคยพบที่สหภาพศักดิ์สิทธิ์”

“นี่ต้องเป็นกองกำลังฝีมือดีที่ศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงาสร้างขึ้นมา  คล้ายๆ กับกองพลที่แปด  นี่คือกองกำลังฝีมือสูงส่งที่แท้จริงของพวกเขาในแดนอนารยชนแห่งนี้”  ลินลี่ย์คาด

และก็เป็นเช่นนั้นแน่นอน

“ควั่บ!”  “ควั่บ!” “ควั่บ!” “ควั่บ!”

นักรบจำนวนมากเข้าประชิดกำแพงเมืองและกระโจนขึ้นมาทันที พวกเขากระโดดขึ้นกำแพงระยะความสูงสามสิบเมตรได้อย่างง่ายดาย กลุ่มนักรบหนาแน่นมาถึงด้านบนกำแพงและพวกเขามีพลังนักรบระดับเจ็ด

“ปัง!”  ดาบและกระบี่กระพริบฉายประกายไปทุกที่และปราณยุทธระเบิดผ่านไปตามพื้นที่

ทหารรักษาเมืองสองหมื่นถึงสามหมื่นตายทันที กองกำลังรักษาเมืองมีพลังนักรบระดับสองหรือสามเท่านั้น้  นักรบระดับห้าก็ยังถูกมองว่าเป็นนักรบระดับสูง แต่นักรบที่เพิ่งโดดขึ้นมาบนกำแพงนี้เป็นนักรบระดับเจ็ดทั้งหมดและมีจำนวนเกือบหมื่นคน

เป็นการสังหารอย่างเดียว

พวกเขาไม่สามารถตอบโต้ได้แม้แต่น้อย!  และขณะเดียวกัน...

นักรบที่เป็นเพียงระดับห้าและหกจำนวนมากเริ่มจะปีนขึ้นมาตามบันไดด้วยความเร็วสูง

แม้ว่าจะมีทหารหลายแสนที่ประตูทิศใต้แต่มีเพียงทหารสองถึงสามหมื่นเท่านั้นที่สามารถสู้กับนักระดับเจ็ดได้แค่ช่วงเวลาหนึ่ง และเมื่อทหารระดับห้าและระดับหกจำนวนห้าหมื่นบุกเข้ามา...

“เราแพ้แล้ว”

บาร์เกอร์ถอนหายใจ

หลังจากทหารฝีมือดีจำนวนหกหมื่นของกองกำลังศักดิ์สิทธิ์และกองกำลังเงาบุกเข้ามาทหารธรรมดาหลายแสนขึ้นบันไดตามหลัง  แนวกำแพงด้านใต้ของกำแพงเมืองตกอยู่ในความครอบครองของศัตรูทะลักเข้ามาเหมือนกับมดเข้าโจมตีเมืองค็อด

แต่ที่ซึ่งลินลี่ย์และบาร์เกอร์ยืนอยู่  ไม่ว่าจะมีนักรบบุกเข้ามามากเพียงใด พวกเขาล้วนเปลี่ยนสภาพเป็นเลือดเนื้อเลอะเลือนเพราะดาบสายลมกันหมด

“ไปกันเถอะ” ลินลี่ย์เหาะออกจากกำแพงเมืองทันที

“จะปล่อยให้พวกเขาได้ปืนใหญ่พลังเวทไปไม่ได้”  บาร์เกอร์กล่าว  ร่างของบาร์เกอร์กระพริบวาบไปตามแนวกำแพงเมืองและปืนใหญ่พลังเวทถูกเก็บเข้าในแหวนมิติเก็บสมบัติทีละกระบอกเป็นไปได้ยังไงที่ทหารฝ่ายศัตรูจะขัดขวางยอดฝีมือระดับเซียนอย่างบาร์เกอร์?

“โธ่เอ๊ย..บาร์เกอร์...”  ลินลี่ย์ส่ายศีรษะและหัวเราะ

“เรียบร้อย” บาร์เกอร์เหาะกลับมาอยู่ข้างๆ ลินลี่ย์

บาร์เกอร์และลินลี่ย์เหาะขึ้นไปอยู่เหนือเมืองค็อด พวกเขาสามารถเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งเมืองได้ชัดเจน  ว็อทส์เตรียมทิ้งที่มั่นนี้ขณะที่ทหารถอยออกไปทางประตูตะวันตกและทิศเหนือ

ในขณะเดียวกันทหารหลายคนในเมืองค็อดเตรียมตัวรบและต่อต้านกองกำลังที่ไล่ตาม

กองกำลังจำนวนมากหนีไปทางทิศเหนือของเมืองค็อด

ว็อทส์จ้องมองเมืองค็อดแต่ไกลและถอนหายใจเบาๆ  ในที่สุดเขาก็แพ้อยู่ดี  เมื่อสองกองกำลังที่น่ากลัวปรากฏ ว็อทส์รู้ว่าไม่มีทางที่พวกเขาจะป้องกันได้ ศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงารวมกำลังทหารฝีมือระดับสูงที่เป็นนักรบระดับเจ็ดถึงหมื่นคน

สำหรับนักรบระดับเจ็ดกำแพงยังไม่อาจต้านทานได้

การป้องกันกองกำลังที่ทรงพลังมากมายขนาดนั้นจะเป็นไปได้ยังไง?

“ว็อทส์, ท่านจะเศร้าไปทำไม?”  เกทส์อยู่ข้างเขา  “ถ้าเราแพ้, ก็ปล่อยให้แพ้ไป  เมื่อตอนข้าอยู่ในแปดแคว้นอิสระเหนือการพ่ายแพ้สงครามเป็นเหตุการณ์ธรรมดา  แต่แน่นอน..ข้าก็ยังรู้สึกหงุดหงิดอยู่ดี”

เกทส์ถอนหายใจเช่นกัน

เมื่อกลุ่มทหารฝีมือดีบุกโจมตีพวกเขาจะเหลือคนสักกี่คน เกทส์จะฆ่าเองได้สักกี่คน? ที่สำคัญ พวกเขาไม่ใช่แค่วิ่งมาหาเขาแล้วรอให้เขาฆ่า

“ถ้าข้าเป็นจอมเวทระดับเซียนก็คงจะดีมากมายเพียงไหน ข้าจะร่ายเวทต้องห้ามและกวาดล้างพวกมันไปให้หมด”  เกทส์พึมพำกับตนเอง

ในเวลานี้ลินลี่ย์และบาร์เกอร์ก็บินมาสมทบ  พวกเขาเห็นเกทส์ บูน อังเก้และเฮเซอร์แล้วพวกเขาค่อยบินลงมา  ขณะนั้นลินลี่ย์ถามว็อทส์  “ว็อทส์ท่านมีคนอยู่เท่าใดที่เหลือไว้ยับยั้งศัตรู?”

“แสนคน”

ว็อทส์ตอบ  “เรามีทหารเหลือรวมแสนกับห้าหมื่นเมื่อถอนกำลังในส่วนนี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ทหารอีกแสนหนึ่ง มีอยู่ครึ่งหนึ่งได้รับบาดเจ็บอีกครึ่งยังมีกำลังเหลือ พวกเขาจะอาศัยกับดักและอุโมงค์ลับที่เราขุดไว้ก่อนนั้นก็น่าจะสามารถต้านกองกำลังของศัตรูได้หนึ่งชั่วโมง”

“หนึ่งชั่วโมง?”  ลินลี่ย์ถาม

“ถูกแล้ว, หนึ่งชั่วโมง  หลังจากหนึ่งชั่วโมงคนของข้าจะส่งสัญญาณธนูให้ทหารทุกคนยอมแพ้ทันที”  ว็อทส์ถอนหายใจ  “ไม่มีอะไรที่จะทำต่อไปได้แล้ว  ถ้าพวกเขาสู้จนถึงที่สุด  พวกเขาจะตายกันหมด”

ลินลี่ย์พยักหน้าเข้าใจ

ในแดนอนารยชนสำหรับทหารพ่ายแพ้และยอมจำนน เป็นเรื่องธรรมดา

“หนึ่งชั่วโมงมากพอให้เรายืดระยะหนีห่างจากพวกเขา”  ว็อทส์กล่าว

มีทหารอยู่สองแสนคนประจำการอยู่ที่เหมืองอัญมณีเวท และการป้องกันที่นั่นมีการเตรียมการไว้นานแล้ว  ว็อทส์และคนของเขาหนีไปในตอนเช้าขณะที่ในตอนบ่ายทหารหนึ่งแสนห้าหมื่นที่รอดชีวิตก็มาถึงเหมืองอัญมณี  ทันทีที่พวกเขามาถึง  พวกเขาถูกส่งไปพักผ่อนและกินทันที

ตกกลางคืนภายในกระโจม

ลินลี่ย์บาร์เกอร์และพวกนั่งรวมกันกินมื้อเย็นด้วยกัน ขณะนั้นเองมีบางคนมาถึง ผู้มาคือเดเลีย เมื่อนางมาถึงทุกคนหยุดกินทันที แม้แต่บาร์เกอร์เกทส์และบูนทุกคนออกมาทักทายนาง

“ลินลี่ย์, พวกท่านยังจะกินอยู่ได้ยังไง?”  เดเลียค่อนข้างโมโห

“มีอะไรหรือ?” ลินลี่ย์มองดูเดเลีย

เดเลียกล่าว “กองกำลังของศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงาจวนจะมาถึงอยู่แล้วเราจะทำยังไงกันดี?”

“เราจะทำยังไงกันดี?  เราจะทำอะไรได้?”  ลินลี่ย์ส่ายศีรษะอย่างจนใจ  “เดเลีย, ตอนนี้คนจำนวนมากต่างทำเหมืองอย่างสุดความสามารถเราทำเหมือนเสร็จไปเกินกว่าหนึ่งในสี่ของเหมืองอัญมณีแล้ว” นี่คือวิธีหนึ่งเช่นกัน

ทำเหมืองให้มากที่สุด

แต่ทันใดนั้น...

“พี่ใหญ่” ทันใดนั้นบีบีปรากฏตัวอยู่เหนือโต๊ะอาหารทันที  เขาจ้องมองลินลี่ย์ด้วยดวงตาเท่าลูกปัด  “ศัตรูส่งคนเข้ามามากมายเกินไป  พี่ใหญ่, ข้าพาซาสเลอร์มาแล้วให้ซาสเลอร์ร่ายเวทต้องห้าม”ผีดิบหายนะ“และเรียกทหารผีดิบออกมากำจัดพวกเขาเถอะ”

ขณะนี้เองกระโจมถูกเปิดขึ้น

ชายชราคนหนึ่งสวมชุดยาวสีดำเดินเข้ามา  เขาผอมเหมือนโครงกระดูกเดินได้  นั่นคือพ่อมดจอมเวทซาสเลอร์

“ท่านลอร์ดลินลี่ย์  ข้าพร้อมจะฟังคำสั่งท่านได้ทุกเมื่อ  ถ้าท่านออกคำสั่งทหารเป็นล้านที่อยู่ข้างนอกจะไม่มีใครรอดชีวิต” ตาของซาสเลอร์เป็นประกายสีเขียว ทหารผีดิบของซาสเลอร์ ไม่ใช่แค่ผีดิบธรรมดาแต่ยังรวมผีดิบระดับเก้าและยังมีสองสามตนเป็นผีดิบระดับเซียน

ทำลายกองทัพเป็นล้านง่ายพอๆกับการยกมือ!

จบบทที่ ตอนที่ 10-41 ไม้เด็ด

คัดลอกลิงก์แล้ว