เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9-41 ความเอื้อเฟื้อของเทพสงคราม

ตอนที่ 9-41 ความเอื้อเฟื้อของเทพสงคราม

ตอนที่ 9-41 ความเอื้อเฟื้อของเทพสงคราม


“ในช่วงการสู้รบเหล่านั้น ข้าโชคดีมาก  แม้ว่าข้าจะซ่อนตัวอยู่ไม่ห่างแต่ข้าก็ได้รับประกายศักดิ์สิทธิ์มา  นอกจากนั้นยังเป็นประกายศักดิ์สิทธิ์ของเทพชั้นต้น  ถ้าเป็นประกายศักดิ์สิทธิ์ของเทพกลาง  ข้าคงไม่สามารถดูดซับและผสานกับมันได้เลย”  เทพสงครามหัวเราะอย่างใจเย็น

ทันใดนั้นลินลี่ย์เริ่มเข้าใจ

มีเงื่อนไขบางอย่างสำหรับคนที่หลอมรวมเข้ากับประกายศักดิ์สิทธิ์

คนผู้ยังไม่กลายเป็นนักสู้ระดับเทพบางทีอาจจะทำได้เพียงหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์ของเทพชั้นต้น

“ทำไมยอดฝีมือจากพิภพอื่นเหล่านั้นถึงได้ลงมาสู้รบกันในทวีปยูลานนี้?”  ลินลี่ย์ถามทันที

เทพสงครามมองลินลี่ย์  “สำหรับตอนนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนี้” เห็นได้ชัดว่าเทพสงครามไม่ต้องการบอกลินลี่ย์

ลินลี่ย์ไม่มีทางเลือกจึงได้แต่เงียบ

“สุสานแห่งทวยเทพจะเปิดทุกๆ พันปีแต่ละครั้งที่เปิดออกผู้ที่ได้รับการยอมรับและได้รับอนุญาตจากเราเหล่านักสู้ชั้นเทพจะอนุญาตให้เข้าไปในสุสานของทวยเทพและร่วมสำรวจได้”  เทพสงครามชำเลืองมองลินลี่ย์  “แต่ข้าต้องบอกเจ้าไว้ก่อน  สุสานแห่งทวยเทพคือสถานที่อันตรายมาก!”

“มีคนเคยทำสำเร็จบ้างไหม?”  ลินลี่ย์ถาม

“แน่นอน” เทพสงครามพูดอย่างมั่นใจ “แต่มีเพียงคนเดียว และสิ่งที่น่าตลกก็คือทันทีที่เขาได้รับประกายศักดิ์สิทธิ์และบรรลุขอบเขตใหม่  เขาก็มุ่งหน้าไปพิภพชั้นสูงทันที”

ลินลี่ย์ลอบหัวเราะ

กลายเป็นเทพช่างยากเย็นแสนเข็น

แต่คงไม่ใช่ง่ายมากกับแค่การได้รับประกายศักดิ์สิทธิ์จากภายในสุสานของทวยเทพและจากนั้นก็หลอมรวมกันหรือเปล่า?  มิน่าเล่าผู้โชคดีรอดชีวิตจากในอดีตจึงตัดสินใจซ่อนตัวอยู่ที่นี่ในทวีปยูลาน

ที่สำคัญแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เซียนนักสู้จะได้รับประกายศักดิ์สิทธิ์ในพิภพระดับสูง

“ท่านเทพสงคราม!มีความแตกต่างกันระหว่างการกลายเป็นนักสู้ระดับเทพด้วยประกายศักดิ์สิทธิ์และการกลายเป็นเทพผ่านการรู้แจ้งด้วยตนเองและบรรลุระดับใหม่หรือไม่?”  ลินลี่ย์ถาม

เทพสงครามพยักหน้าและถอนหายใจ  “มีแน่หลังจากดูดซับหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์แล้ว การฝึกในอนาคตของนักสู้จะยากลำบากยิ่งขึ้น  ที่สำคัญประกายศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าหลอมรวมด้วยไม่ใช่สิ่งที่ตกทอดและก่อตัวขึ้นในวิญญาณของเจ้าโดยธรรมชาติ  ยังมีคุณภาพที่แตกต่างกัน”

ลินลี่ย์พยักหน้า

ในใจของเขาลินลี่ย์ชื่นชมความจริงที่ว่าเทพสงครามให้ข้อมูลที่สำคัญนี้กับเขา

“แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น, แล้วยังไงเล่า? ลินลี่ย์ถ้าข้าวางประกายศักดิ์สิทธิ์ไว้ต่อหน้าเจ้าซึ่งถ้าเจ้าหลอมรวมเข้าด้วยกันเจ้าจะกลายเป็นเทพชั้นต้นกับราคาที่จะทำให้การฝึกฝนในอนาคตของเจ้าช้าลงและยากลำบากมากขึ้น...เจ้ายินดีจะหลอมรวมกับมันไหมเล่า?” เทพสงครามมองดูลินลี่ย์

ลินลี่ย์ตกใจ

ความจริงถ้าประกายศักดิ์สิทธิ์ของเทพชั้นต้นวางอยู่ต่อหน้าของเขา  มันคือโอกาสจะได้เป็นนักสู้ชั้นเทพแม้รู้ว่าอนาคตการฝึกของนักสู้จะยากลำบากขึ้น ก็มีแนวโน้มว่าหลายคนจะเลือกดูดซับหลอมรวมกับประกายศักดิ์สิทธิ์

“เอาล่ะ ลินลี่ย์ ถ้าไม่มีอะไรอื่นตอนนี้เจ้าไปได้แล้ว” เทพสงครามพูดอย่างใจเย็น

ลินลี่ย์รีบกล่าวทันที  “ท่านเทพสงครามในอีกไม่กี่วันข้าตั้งใจจะไปยังดินแดนอนารยชน วอร์ตันน้องชายของข้าจะรั้งอยู่ในเมืองหลวง ข้าเพียงแต่กังวลว่ากองกำลังของศาสนจักรเจิดจรัสจะตามรังควานน้องชายข้า...”

“ไม่ต้องห่วง นครหลวงไม่ใช่สถานที่ซึ่งศาสนจักรเจิดจรัสจะเที่ยวลงมือได้ตามอำเภอใจ”  เทพสงครามพูดอย่างสงบ

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้จากเทพสงครามแล้วลินลี่ย์สงบมากขึ้น

“ท่านเทพสงคราม จักรพรรดิคนปัจจุบันโจฮันน์...” ลินลี่ย์ไม่ทันพูดจบก่อนที่เทพสงครามจะขมวดคิ้วและกล่าว  “ข้าให้ตราเครื่องหมายของข้าไปแล้ว  แค่แสดงให้โจฮันน์ดูและเขาจะรู้ว่านั่นคือตัวแทนอำนาจของข้า จักรพรรดิแต่ละรุ่นจะรู้เรื่องนี้”

ลินลี่ย์สะดุ้ง

ตราเครื่องหมายที่มีคำว่า‘สงคราม’ อยู่บนนั้นซึ่งเทพสงครามได้มอบให้เขาก่อนหน้านี้ก็ใช้งานแบบนี้ได้ด้วยหรือ?

เทพสงครามมองลินลี่ย์อย่างเย็นชา “แต่เจ้าอย่าใช้ตราเครื่องหมายนี้อย่างป่าเถื่อนเกินไปดีกว่า  ถ้าทำให้จักรวรรดิตกอยู่ในความวุ่นวาย  อย่างนั้นเจ้าจะต้องเป็นคนแก้ปัญหา โอวจริงสิเมื่อเจ้าไปยังดินแดนอนารยชน จำไว้ให้ดี มีอยู่คนหนึ่งที่เจ้าต้องไม่ไปล่วงเกิน”

“ใครกัน?” ลินลี่ย์ตกใจ

แดนอนารยชนไม่มียอดฝีมืออยู่ไม่ใช่หรือ?

เทพสงครามพูดอย่างใจเย็น  “หนึ่งในห้าสุดยอดเซียนใช้ชีวิตอยู่ในแดนอนารยชน  ชื่อของเขาคือ เดลี่ พลังของเขาพอๆ กับเฟน”

ลินลี่ย์จดจำชื่อนี้ไว้ทันที

คนที่มีพลังเทียบเท่ากับเฟนอยู่ห่างจากระดับเทพเพียงก้าวเดียวเท่านั้น

“เอาล่ะ, ตอนนี้เจ้าไปได้”  เทพสงครามพูดอย่างใจเย็น

ลินลี่ย์คำนับทันทีจากหมุนตัวเตรียมตัวจากไป

“จำไว้ให้ดีจงปฏิบัติกับบีบีอสูรเวทของเจ้าด้วยความเมตตา” เทพสงครามพูดขึ้นมากะทันหัน

ลินลี่ย์ตกใจหันหน้ามองเทพสงคราม  ลินลี่ย์ไม่ประหลาดใจที่เทพสงครามรู้เรื่องความคงอยู่ของบีบี แต่ทำไมเทพสงครามจึงบอกเขาให้ปฏิบัติกับบีบีให้ดี?

เทพสงครามไม่ให้ความสนใจลินลี่ย์อีกต่อไป  เพียงก้าวเดียวผมสีแดงเพลิงก็งอกยาวคลุมตัวเขาเขาลอยตัวโฉบเข้าหาบอลเพลิงทันทีกลับเข้าไปฝึกต่อ

“บีบี?”

ความจริงลินลี่ย์รู้สึกว่าเทพสงครามค่อนข้างจะดีต่อเขา  ไม่ว่าจะเรื่องการแต่งงานของวอร์ตันหรือบอกเขาหลายเรื่องตอนที่เขามาเยี่ยมเยือน... ตอนนี้ลินลี่ย์รู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับบีบี

บีบี?

ลินลี่ย์ยังคงจำได้ถึงเรื่องที่บีบีบอกเขาว่าเขามาจากตระกูลที่มีชื่อตระกูลเบรุต

“พลังของบีบีน่ากลัวและระดับการเติบโตก็น่าประหลาดเช่นกัน และเขามาจากตระกูลเบรุต  ตอนนี้เทพสงครามยังกล่าว...” ทันใดนั้นลินลี่ย์เริ่มสงสัยสถานะของบีบี

ภายในอุทยานดอกไม้วังหลวง เมืองหลวงแชนน์

จักรพรรดิโจฮันน์อยู่ในช่วงอารมณ์ที่ดี เขาเดินทอดน่องอยู่ในอุทยานเพลิดเพลินกับภาพดอกไม้งามนานาพันธุ์ เพราะลินลี่ย์ไม่ติดใจทวงถามความยุติธรรมให้เรย์โนลด์อีกต่อไปเขาจึงรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเป็นธรรมดา

“ฝ่าบาท, มีคนกำลังเหาะมาทางนี้”  มหาดเล็กประจำพระองค์ทูลทันที

มีคนเหาะมาทางนี้หรือ?

นักสู้ระดับเซียน!

จักรพรรดิหันมามองทันที  ในท้องฟ้าเขาเห็นลินลี่ย์ในชุดสีฟ้าเหาะทะยานมาทางนี้ ในพริบตา ลินลี่ย์ก็เข้ามาถึงอุทยานดอกไม้

“โอว อาจารย์ลินลี่ย์นี่เอง”  จักรพรรดิโจฮันน์ยิ้มเต็มหน้าทันที  “มีอะไรที่ท่านต้องการหรือ อาจารย์ลินลี่ย์?”

ลินลี่ย์มองดูมหาดเล็กประจำพระองค์

“เจ้าออกไปก่อน”  จักรพรรดิโจฮันน์บอกมหาดเล็กที่อยู่ใกล้  เขาเดินออกไปอยู่ห่างๆ ทันที ตอนนี้มีเพียงลินลี่ย์และจักรพรรดิโจฮันน์เท่านั้นไม่มีผู้อื่นอยู่ใกล้  แม้แต่ราชองครักษ์ก็ยังอยู่ห่างออกไปร้อยเมตร

ลินลี่ย์จ้องมองจักรพรรดิโจฮันน์อย่างเฉยเมย

เห็นลินลี่ย์จ้องมองด้วยอาการอย่างนั้น  จักรพรรดิโจฮันน์เริ่มรู้สึกงงและอึดอัดใจ  หรือว่าลินลี่ย์พบว่าความตายของเรย์โนลด์มีความเกี่ยวข้องกับจูเลียน?

“จักรพรรดิโจฮันน์ พระองค์เชื่อว่าพระองค์บอกความจริงเรื่องการตายของเรย์โนลด์ในการสู้รบกับข้าหมดสิ้นใช่ไหม?”  ลินลี่ย์มองดูจักรพรรดิโจฮันน์

หัวใจของจักรพรรดิโจฮันน์เริ่มเต้นแรง  เขารู้สึกเหมือนกับว่าตกลงไปในเหวลึกไร้ก้น

จักรพรรดิโจฮันน์ไม่โง่  เมื่อได้ยินคำพูดของลินลี่ย์  เขาสามารถเดาได้ว่าลินลี่ย์รู้ทุกอย่างเป็นธรรมดา

“ลินลี่ย์ นั่นคือรายงานที่มาจากกองทัพ  ก็ไม่น่าจะปลอมไปได้”  จักรพรรดิโจฮันน์พูดจริงจัง  ความหมายในคำพูดของเขาชัดเจน  แม้ว่าข้อมูลจะผิดไปบ้างแต่ก็เป็นความผิดพลาดของผู้รายงานกองทัพ และไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขา

ลินลี่ย์จ้องมองจักรพรรดิโจฮันน์

“จักรพรรดิโจฮันน์เกี่ยวกับเรื่องที่ข้าได้รู้ เรย์โนลด์สหายรักของข้านำกลุ่มอัศวินออกลาดตระเวน แต่กลับถูกกองกำลังจักรวรรดิโรฮอลท์ไล่ล่าจนมาถึงกำแพงเมืองนีล  กองกำลังไล่ล่าของจักรโรฮอลท์มีจำนวนสามร้อยคน!  แต่เวลานั้น เจ้าชายจูเลียนออกคำสั่งให้ทหารอยู่ในที่และป้องกันเมืองอยู่ภายในเมืองด้วยความขลาดกลัว!”

สีหน้าท่าทางของโจฮันน์เปลี่ยน

“เผชิญหน้ากับกองกำลังเพียงสามร้อยคน ทำไมกองกำลังรักษาการณ์ที่มีกำลังพลเป็นหมื่นนายต้องยืนอยู่ในที่ในเมืองนีลด้วย?”  เสียงของลินลี่ย์เย็นชาทุกที  “เรย์โนลด์น้องข้าและผู้ใต้บังคับบัญชาสิบกว่าคนร้องตะโกนขอให้เปิดประตูจากฐานกำแพงเมือง  แต่เจ้าชายจูเลียนออกคำสั่งให้คงปิดประตูเมืองและด้วยคำสั่งนั้น... เรย์โนลด์และคนของเขาต้องเสียชีวิต ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม”

ลินลี่ย์จ้องมองโจฮันน์อย่างเย็นชา  “จักรพรรดิโจฮันน์  บอกข้าที เราจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ยังไง?”

จักรพรรดิโจฮันน์รู้แล้ว่าไม่มีทางใดคลี่คลายสถานการณ์นี้ได้  เขาไม่กล้าโกหกหรือพูดกำกวมเมื่ออยู่ต่อหน้าเซียนระดับสูง ข้ออ้างยังจะใช้ได้อีกหรือ?

หน้าของโจฮันน์แข็งทันที  “จูเลียน เจ้าบัดซบนั่น!”

โจฮันน์มองดูลินลี่ย์ด้วยสายตาที่ไม่พอใจ  “อาจารย์ลินลี่ย์ เราไม่รู้ว่าจูเลียนทำเรื่องอะไรอย่างนี้จริงๆ  เขาทำให้จักรวรรดิของเราได้รับความอับอาย  อาจารย์ลินลี่ย์  โปรดอย่ากังวล เรารับรองว่าเราจะดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อตำหนิเขา พรุ่งนี้ ไม่สิ เราจะส่งมหาเสนาบดีของเราไปที่มณฑลอาคเนย์และสอบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง เราจะไม่ยอมให้ใครที่ก่อความผิดสำคัญได้รับโทษเบาๆแน่”

ลินลี่ย์มองเห็นลูกไม้เล็กๆน้อยๆ ของโจฮันน์ตั้งแต่แรกแล้ว

โจฮันน์จะส่งคนไปหรือ?

ต่อให้พวกเขาพบอะไรก็ตาม พวกเขาจะไม่กล่าวโทษเจ้าชายจูเลียนด้วยความผิดร้ายแรง

“ฝ่าบาท, พระองค์ไม่ต้องยุ่งยากลำบากเลย  ใครก็ตามที่ทำให้น้องของข้าตาย  ข้าจะทำให้พวกมันตาย”  เสียงของลินลี่ย์เย็นชาดุร้ายทำให้หัวใจของโจฮันน์สั่นไหว

แต่จักรพรรดิโจฮันน์ก็โมโหเช่นกัน

ความจริงลินลี่ย์กำลังบอกว่าเขาจะฆ่าจูเลียนตรงๆ! เขากำลังจะฆ่าน้องชายของโจฮันน์ เขา โจฮันน์มีน้องชายเพียงคนเดียว เรย์โนลด์เป็นตัวอะไร?  ไม่มีอะไรมากกว่าขุนนางทั่วไป  ถ้าเขาตาย ก็ถือว่าตายไป

ชีวิตของเรย์โนลด์จะเทียบได้กับของน้องชายเขาได้ยังไง?

“ลินลี่ย์ จักรวรรดิมีกฎหมายของจักรวรรดิ” จักรพรรดิโจฮันน์พูดด้วยเสียงเย็นชา

เพื่อประโยชน์ของน้องชายของเขา  เขาตัดสินใจเผชิญหน้ากับลินลี่ย์สักครั้ง

ลินลี่ย์มองดูจักรพรรดิโจฮันน์เขากล่าวด้วยเสียงเย็นชา “ข้าของบังอาจถาม  ตามกฎอาญาศึกจะต้องลงโทษยังไงกับคนที่กลัวต่อการรบกับทหารศัตรูสามร้อยคนและยังยืนดูปล่อยให้ทหารฝ่ายตนเองถูกสังหาร?”

“ก็ต้องลงโทษประหารชีวิตแน่นอน”  โจฮันน์พยักหน้า  “อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องมีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น”

ลินลี่ย์จ้องมองโจฮันน์  “สิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจนมากอยู่แล้ว  ข้าเพียงแต่มาแจ้งท่านถึงสิ่งที่ข้าจะทำ  โจฮันน์ อย่ากดโชคของตัวเองให้ตกต่ำ  อย่าคิดว่าท่านจะใช้กฎโลกๆผูกมัดและจำกัดข้าได้”

ยอดฝีมือระดับเซียนมีอิสระเหนือกฎหมายและข้อบังคับแน่นอน

จักรพรรดิโจฮันน์จ้องมองลินลี่ย์  ทันใดนั้น เขาพูดเสียงอ่อนและขอร้อง  “ลินลี่ย์ เจ้าก็มีน้องชายคนหนึ่งเช่นกัน  เจ้าน่าจะเข้าใจว่าข้ารู้สึกอย่างไร”

“ฮ่าฮ่า...” ลินลี่ย์หัวเราะลั่น  “ฝ่าบาท,ดูเหมือนท่านจะแนะนำว่าตราบใดที่คนมีพี่ชาย แล้วพวกเขาก็สามารถฆ่าน้องชายของข้าได้โดยไม่มีโทษ  และจากนั้นจะมีพี่ชายของพวกเขามาพูดกับข้า  ‘เจ้ามีน้องชายที่ดีเช่นกัน’? แล้วให้ข้ายกโทษให้น้องชายเหล่านั้นใช่ไหม?”

ลินลี่ย์มีสีหน้าเย็นชาขึ้นเหมือนกับมีน้ำแข็งเคลือบอยู่บนใบหน้า “ช่างน่าขันนัก!”

ช่างน่าขันแน่นอน  ใครบางคนที่ฆ่าน้องชายของเขาและตอนนี้กลับพยายามขอความเห็นใจพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างพี่กับน้อง

“ลินลี่ย์, เจ้า...” จักรพรรดิโจฮันน์โกรธ

“โจฮันน์ข้าหวังว่าท่านจะไม่ปล่อยให้ตนเองทำอะไรบุ่มบ่าม...”  แค่เพียงพลิกมือลินลี่ย์ดึงตราสีแดงสดใสที่เทพสงครามมอบให้เขาออกมา

จักรพรรดิโจฮันน์เมื่อเห็นตราที่อยู่ในมือของลินลี่ย์  ก็เหมือนกับถูกราดน้ำเย็นรดศีรษะ  เขาสั่นตลอดทั้งร่าง

“ตราของเทพสงคราม?”  โจฮันน์จ้องมองตราด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ

หลังจากก่อตั้งจักรวรรดิโอเบรียน  เทพสงครามโอเบรียนได้สละและมอบราชสมบัติให้กับโอรสของเขาผู้รับราชบัลลังก์ตกทอดไปถึงคนรุ่นอนาคต  จักรพรรดิทุกรุ่นจะรู้กันดีว่าตราเทพเจ้าสงครามก็คือตัวแทนของเทพเจ้าสงคราม!

ใครก็ตามที่ถือตราเทพเจ้าสงครามนี้มีอำนาจบังคับให้จักรพรรดิสละราชสมบัติได้

ปกติมีคนเพียงไม่กี่คนที่ครอบครองตราเทพเจ้าสงครามและคนพวกนั้นคงไม่กล้าจะปลอมแปลงคำสั่งจากเทพสงคราม

“ยังดีที่ท่านจำตราเทพเจ้าสงครามได้”  ลินลี่ย์มองจักรพรรดิโจฮันน์อย่างใจเย็น  “จักรพรรดิโจฮันน์, ข้าไม่สนใจเรื่องที่ว่าท่านไม่สามารถจัดการอย่างเป็นธรรม  ข้า, ลินลี่ย์ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นแบบอย่างของเกียรติและความชอบธรรม  อย่างไรก็ตาม อย่าพยายามกีดกันและจำกัดข้า ข้าจะไม่รุกรานล่วงเกินคนอื่น แต่ข้าไม่ต้องการให้คนอื่นรุกรานข้าเช่นกัน”

“นอกจากนี้ ข้าไม่ต้องการเห็นท่านวางแผนต่อต้านหรือลงมือกับตระกูลดันสตัน  ตระกูลของเรย์โนลด์สหายข้า”  ลินลี่ย์พูดอย่างใจเย็นจากนั้นก็เหาะขึ้นอากาศไปทางทิศตะวันออกทันที

โจฮันน์ได้แต่มองขณะลินลี่ย์บินไปทางทิศตะวันออก

เขารู้...ว่าลินลี่ย์จะมุ่งหน้าไปทางหัวเมืองอาคเนย์เพื่อฆ่าน้องชายของเขา  แต่เขาจะกล้าห้ามลินลี่ย์หรือ?  ตอนนี้ โจฮันน์ไม่กล้าใช้คำพูดกระตุ้นโมโหลินลี่ย์อีก

เขาคือจักรพรรดิจริงๆ

แต่ใครให้อำนาจเขา?  เทพสงคราม! คำพูดเดียวจากเทพสงครามสามารถบังคับให้เขาสละราชสมบัติได้  เพียงแค่นั้น เขา, โจฮันน์ก็จะไม่เหลืออำนาจแม้แต่น้อย  การสูญเสียชีวิตของน้องชายของเขาหรือสูญเสียอำนาจจักรพรรดิ... อย่างไหนสำคัญกว่า?

โจฮันน์เลือกตนเอง

สายลมพัดอย่างรุนแรงขณะที่ลินลี่ย์บินไปมณฑลอาคเนย์ด้วยความเร็วสูง  เวลานี้แสงสีดำสายหนึ่งบินออกมาจากเมืองหลวงด้วยความเร็วสูง  ในไม่ช้าก็มาถึงข้างตัวลินลี่ย์  นั่นคือบีบี

“พี่ใหญ่, เป็นยังไงบ้าง?”  บีบีถาม

“แม้ว่าโจฮันน์จะลำเอียงเข้าข้างน้องชาย  แต่เขาให้คุณค่าของอำนาจจักรวรรดิมากกว่า  ข้าไม่ต้องพูดอะไร  ทั้งหมดที่ข้าทำคือแสดงตราประจำของเทพสงครามและเขาไม่กล้าขึ้นเสียงอีกต่อไป” ลินลี่ย์หัวเราะ

อำนาจโลกๆ?

นั่นไม่มีอะไรมากไปกว่าอำนาจรองที่คนอื่นยกมาให้ มีแต่อำนาจที่แท้จริงซึ่งพัฒนาโดยการฝึกฝน จึงจะมีผลที่แท้จริง มิน่าเล่าเทพสงครามจึงไม่ต้องการเป็นจักรพรรดิ  แต่กลับใช้เวลากับการฝึกฝนเงียบๆ แทน

ลินลี่ย์กับบีบีหนึ่งมนุษย์หนึ่อสูรเวทบินไปทางทิศตะวันออกด้วยความเร็วสูงและในพริบตาก็หายลับไปทางขอบฟ้าทิศตะวันออก

จบบทที่ ตอนที่ 9-41 ความเอื้อเฟื้อของเทพสงคราม

คัดลอกลิงก์แล้ว