เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9-36 วิกฤติของเรย์โนลด์

ตอนที่ 9-36 วิกฤติของเรย์โนลด์

ตอนที่ 9-36 วิกฤติของเรย์โนลด์


บาร์เกอร์และน้องๆของเขาในเวลานี้ บาร์เกอร์ อังเก้ บูนและเกทส์ทุกคนถึงระดับเก้ากันแล้ว  หลังจากแปลงร่างพวกเขาจะมีพลังระดับเซียน  สำหรับน้องคนที่สามเฮเซอร์ขาดอีกก้าวเล็กๆในการบรรลุระดับเก้า คือสามารถจะเข้าถึงได้ทุกเมื่อ  บรรดาห้าพี่น้องนี้ บาร์เกอร์เกทส์และเฮเซอร์เชี่ยวชาญถึงเคล็ด ‘กวัดแกว่งอาวุธหนักเสมือนของเบาได้’

“หลังจากน้องของข้าแต่งงานแล้ว  เราจะมุ่งหน้าสู่แดนอนารยชน  ด้วยความช่วยเหลือของบาร์เกอร์และน้องๆหลายสิ่งหลายอย่างจะง่ายมากขึ้น” ตาของลินลี่ย์ฉายประกายโดยไม่ต้องพูด

ลินลี่ย์ตื่นเต้นดีใจแทบไม่อาจรอเริ่มอนาคตของเขาในแดนอนารยชนที่ซึ่งเขาจะสู้รบกับศาสนจักรเจิดจรัส

นอกจากเรื่องทึ่งน่ายินดีที่บูนเป็นนักรบระดับเก้าแล้ว ทุกคนยังคาดหวังงานแต่งงานที่จะมาถึงอย่างกระตือรือร้น  วอร์ตันยิ้มได้ทั้งวันทุกวันเช่นกัน

ครั้งนี้วอร์ตันและนีน่าจะร่วมกันฉลองงานแต่งงานในวังหลวง  ความตื่นเต้นความแออัดจะมากยิ่งกว่าการฉลองงานหมั้น

ภายในลานบ้านที่เงียบสงบ

หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกฝน ลินลี่ย์นั่งอยู่ข้างโต๊ะหิน  แค่เพียงพลิกมือเขาหยิบไวน์ผลไม้ออกมา  ขณะที่ดื่ม เขาจ้องมองไปข้างหน้าและไตร่ตรองจากลักษณะของเขา เขากำลังคิดบางอย่าง

บีบีแอบมองลินลี่ย์

“ควั่บ” บีบีมาปรากฏตัวบนโต๊ะของลินลี่ย์ทันที

ลินลี่ย์สะดุ้งเพราะบีบี  “บีบี,เจ้าทำอะไร?”

บีบียืนตัวตรงพับเก็บกรงเล็บจ้องมองลินลี่ย์ด้วยสายตาประเมิน  “เท่าที่ข้าบีบีประเมินดู  ข้าพบว่า พี่ใหญ่... กำลังคิดถึง...คิดเรื่องเกี่ยวกับความรัก

บีบีพูดด้วยลักษณะเชื่อมั่นอย่างแท้จริง

ลินลี่ย์ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “ข้ากำลังคิดถึงพี่น้องสหายของข้า ในอีกไม่กี่วันนี้จะเป็นวันแต่งงานของวอร์ตัน  แต่พี่ใหญ่เยล, พี่รอง, น้องสี่... ไม่มีใครมาได้เลย”

ลินลี่ย์ถอนหายใจยาว

“ข้าสงสัยว่าตอนนี้ทั้งสามคนกำลังทำอะไร” เยล เรย์โนลด์และจอร์จสหายรักทั้งสามของลินลี่ย์มีสถานะมั่นคงอยู่ในใจของลินลี่ย์ ความรักที่พวกเขามีต่อกันลึกซึ้งประดุจเป็นพี่น้องกันจริงๆ

เรย์โนลด์ไปได้ไม่ค่อยสวย หลังจากพักในช่วงเวลาสั้น เขากลับไปยังกองทัพ แม้หลังจากได้ทราบข่าวการประลองของลินลี่ย์กับเฮนด์เซน  เขาก็ไม่มีโอกาสมาชมดู

ทั้งนี้เป็นเพราะ ในฐานะทหารคนหนึ่ง เขาต้องทำตามคำสั่งและขั้นตอน

แม้ว่าเรย์โนลด์ค่อนข้างเหลวไหลและเกียจคร้านอยู่บ้าง  แต่เมื่อเขาอยู่ในกองทัพ  เขาจะเป็นลูกผู้ชายที่ทำตามคำสั่งและเชื่อฟังคำสั่งโดยไม่มีข้อสงสัย

ที่ชายแดนมณฑลอาคเนย์แห่งจักรวรรดิโอเบรียนในพื้นที่ด้านใต้ของเมืองนีลเป็นพื้นที่ซึ่งจักรวรรดิโอเบรียนให้ความสนใจระวังจักรวรรดิโรฮอลท์  ที่นี่คือพื้นที่ซึ่งวุ่นวายหนัก

จักรวรรดิโรฮอลท์ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของดินแดนอนารยชนและทางทิศตะวันตกของทุ่งราบใหญ่ตะวันออกไกล

เนื่องจากมีสงครามประจำกับนักรบบนหลังม้าแห่งทุ่งราบใหญ่  จักรวรรดิโรฮอลท์มีความดุร้ายมาก มีจิตวิญญาณนักสู้และกองทหารของพวกเขาที่เป็นอัศวินบนหลังม้า มีความห้าวหาญเป็นตำนาน จักรวรรดิโรฮอลท์และจักรวรรดิโอเบรียนทำสงครามกันตลอดในพื้นที่ใกล้กับเมืองนีลเลือดจากการรบพุ่งนับไม่ถ้วนย้อมพื้นที่กันดารนอกเมืองจนเป็นสีแดงเข้ม

“วิ้ววว!”  “วิ้วววว!” ลมพัดแรงหวีดหวิวผ่านทุ่งหญ้าซึ่งสูงชั่วครึ่งบุรุษ  หญ้าไหวเอนตามลม เมื่อมองผ่านไปจะมองเห็นว่ามีลำธารเล็กสายหนึ่งอยู่ใกล้ๆ ม้าหลายสิบตัวกำลังก้มกินน้ำ

อัศวินหลายคนนั่งพักอยู่บนพื้น ขณะที่อีกหลายคนยังคงจับตาเฝ้าดู

ตอนนี้ เรย์โนลด์กำลังนั่งอยู่บนต้นไม้ต้นหนึ่ง  ตาเหมือนเหยี่ยวของเขามองกวาดไปรอบๆ  เมื่อเขาอยู่ในกองทัพ เรย์โนลด์จะทำตัวแตกต่างจากไปจากวิธีที่เขาทำเป็นปกติส่วนตัว ตอนนี้เขาสวมเกราะสีน้ำเงินซึ่งมีตราเครื่องหมายเป็นเพลิงสีทองที่หน้าอกของเขา  เครื่องหมายนี้บ่งบอกว่าเขาเป็นสมาชิกของกองพลเพลิงทองหนึ่งในกองพลระดับสูงของจักรวรรดิโอเบรียน

และแบบของเกราะเขาเป็นการบ่งบอกยศของเขา นายกองอาวุโส

เรย์โนลด์ดึงนาฬิกาออกมาจากกระเป๋าเสื้อและตรวจดูเวลา  “บ่ายสามถึงห้าโมง อีกฝ่ายน่าจะมาถึงแล้ว”

“ใต้เท้า” อัศวินผมน้ำเงินเดินเข้ามาหาพร้อมกับหัวเราะ “จักรวรรดิโรฮอลท์ปัจจุบันนี้ไม่อยู่ในสภาพทำสงครามกับจักรวรรดิโอเบรียน  ท่านไม่รู้สึกว่าเราสิ้นเปลืองพลังงานไปกับการจับตาดูเป็นเวลานานหรือ”

“ไทเกอร์, ไม่ต้องพูดเลย” เรย์โนลด์ขมวดคิ้ว

“ขอรับ” อัศวินผมน้ำเงินไม่กล้าหัวเราะต่อไป

ผู้บัญชาการหน่วยอัศวินนี้เป็นตำแหน่งขั้นต่ำสำหรับยศนายกองอาวุโสโดยรวมแล้วมีกองกำลังขนาดกลางสามกอง มีจำนวนคนรวมเก้าร้อยคน  ตอนนี้พวกเขาแยกกันเป็นหน่วยเล็ก 18คนและใช้เส้นทางแยกกัน หน่วยที่เรย์โนลด์นำความจริงเป็นกองกำลังส่วนตัวของเขาและเป็นหน่วยที่แข็งแกร่งมาก

เขาอยู่ในกองทัพมาได้ 2-3 ปีแล้ว และเรย์โนลด์ค่อยๆได้รับการเลื่อนยศจากทหารทั่วไปจนอยู่ในตำแหน่งปัจจุบัน

“แม้ว่าจักรวรรดิโรฮอลท์จะไม่เปิดศึกกับจักรวรรดิโอเบรียนเรามาเกินกว่าสิบปีแล้วแต่ก็ยังมีการปะทะกันเล็กๆ น้อยๆ ตามแนวชายแดนไม่ใช่หรือ”  เรย์โนลด์พูดจริงจัง  “และตามการคำนวณของข้าเป็นเวลานานมากแล้วหลังจากทำสงครามครั้งใหญ่ ข้าคาดว่าประชากรของจักรวรรดิโรฮอลท์น่าจะถึงขีดจำกัดของพวกเขาแล้ว  และแน่นอนว่าพวกเขาจะต้องเกณฑ์คนเข้าทำสงคราม  ดังนั้นเราต้องระมัดระวังเอาไว้”

หมายความว่าการสู้รบจะมีขึ้นง่ายมาก

เมื่อประชากรเพิ่มพูนขึ้นมากและมีพื้นที่หรืออาหารสนับสนุนคนไม่พอ  จักรวรรดิจะเริ่มทำสงครามกับประเทศอื่นๆเป็นธรรมดา ถ้าไม่อย่างนั้นจักรวรรดิจะเกิดความวุ่นวายภายใน หลังจากจักรวรรดิทั้งสองมีคนได้รับบาดเจ็บมากมายและจำนวนประชากรลดลงก็หมายความว่าจำนวนที่ดินมีพอเหมาะแก่ประชาชน  พวกเขาจึงยุติการสู้รบเป็นธรรมดา

ความจริงนี่เป็นหนึ่งในหลักการพื้นฐานที่สุด

ที่สำคัญ ประชาชนส่วนใหญ่ พื้นฐานที่สำคัญที่สุดก็คือการมีอาหารอย่างเพียงพอและสถานที่ดำรงชีวิต

“ขอรับ, ใต้เท้า เราจะระมัดระวัง” อัศวินผมน้ำเงินหัวเราะ

“จริงสิ ใต้เท้า ก่อนนั้นท่านเคยอยู่ในสถาบันเอินส์กับอาจารย์ลินลี่ย์ ข้าได้ยินมาว่าเขาสู้กับท่านเฮนด์เซนและยังยืนหยัดอยู่ได้?”  อัศวินผมน้ำเงินพูดเบาๆ

เมื่อได้ยินบริวารของเขาถามเขาเรื่องลินลี่ย์ เรย์โนลด์อดยิ้มไม่ได้

“เพียงเหตุผลที่เขาตกเป็นรองบ้างก็เพราะเขามีปราณยุทธไม่พอ”  เรย์โนลด์พูดอย่างใจเย็น ในใจของเขาเรย์โนลด์รู้สึกว่าเขาค่อนข้างเสียดายที่เขาไม่สามารถไปดูการประลองเสี่ยงชีวิตของพี่ร่วมสาบานที่เขารัก

เขาหันหน้าจ้องมองไปทางตะวันตก เรย์โนลด์หยีตาเนื่องจากแสงอาทิตย์สาดส่อง พี่ร่วมสาบานที่รักของเขาอยู่ในเมืองหลวงทางตะวันตก

“อีกปีกว่า จะครบสิบปีแห่งความมุ่งมั่นของข้า และข้าจะออกจากกองทัพได้” เรย์โนลด์ลอบถอนหายใจกับตนเอง

แปดปีกว่าในการใช้ชีวิตกับกองทัพทำให้เรย์โนลด์มีความสนุกและเพลิดเพลินอย่างแท้จริง  แต่เรย์โนลด์รู้ว่าตามกฎของตระกูลของเขา  ถ้าลูกหลานของตระกูลสามารถไปถึงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพันหรือรองผู้บัญชาการกองพันได้  พวกเขาจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในกองทัพได้  ถ้าทำไม่ได้อย่างนั้นพวกเขาจะต้องกลับมายังตระกูล

ตอนนี้ เรย์โนลด์เป็นเพียงนายกองอาวุโส เขายังต้องไปอีกก้าวหนึ่ง

แต่แม้ว่าเรย์โนลด์จะค่อนข้างสนุกกับชีวิตทหาร  แต่เขาไม่ต้องการใช้ชีวิตทั้งหมดอยู่ในกองทัพ  เขายังคงต้องการหาที่เงียบสงบสำหรับฝึกเวทเขาเป็นจอมเวทระดับเจ็ดแล้ว ถ้าใช้เวลาฝึกฝนอย่างพากเพียรอีกร้อยปี เขาจะเป็นจอมเวทระดับเก้าได้

ขณะที่รออยู่เงียบๆ  หน่วยอื่นๆก็มาถึง เวลาราว 16.50 น. กองกำลัง 400 คนก็มารวมกันที่นี่ กับอีก 500 คนที่มาถึง

“หืม?” เรย์โนลด์ขมวดคิ้วทันที

ทันใดนั้นเขามีความรู้สึกถึงว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้น เหมือนกับว่ามีพลังสังหารที่มองไม่เห็นกำลังคืบคลานมาทางพวกเขา  ในฐานะจอมเวทคนหนึ่ง เรย์โนลด์มีพลังจิตที่ทรงพลังและลางสังหรณ์ของเขากล้าแข็งมากกว่าคนทั้งหมด

“ทุกคน, ระวังตัว!”  เรย์โนลด์ตะโกนอย่างเย็นชาทันที

“ขอรับ,ใต้เท้า!”  อัศวินรอบๆ ทั้งหมดสงสัย แต่ตอนนี้เองเสียงกีบเท้าของสัตว์ก็ดังขึ้นจนได้ยิน มันเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วสูง

“ศัตรูซุ่มจู่โจม!  ศัตรูซุ่มจู่โจม!”  เสียงตะโกนเร่งเร้าดังก้องท้องฟ้า

อัศวินแทบทุกคนมีปฏิกิริยารวดเร็ว คว้าหอกและยกโล่ของพวกเขา  ขณะที่ทุกคนพุ่งเข้าหาม้าด้วยความเร็วสูง แต่ขณะนี้เองก็เริ่มมีห่าธนูระดมยิงมาจากระยะไกล

“ควั่บ!”  “ควั่บ!”

ธนูถูกระดมยิงมาเป็นสายราวกับตั๊กแตนลง อัศวินทุกคนคุกเข่าตั้งโล่ป้องกันตนเองขณะที่ต่างฝ่ายต่างก็เคลื่อนไหวมาใกล้กัน

โล่ของจักรวรรดิมีคุณภาพสูง ในการสู้รบเป็นเรื่องยากที่ธนูธรรมดาจะสามารถทะลุผ่านไปได้  และแน่นอน ธนูหลายลูกกระทบเข้ากับโล่  แต่โล่เพียงสั่นสะเทือนเล็กน้อยและลูกธนูร่วงลงพื้นแต่ธนูราวๆ สิบดอกทะลุผ่านโล่ป้องกัน ราวกับว่าโล่เหล่านั้นทำจากกระดาษ...

“ฉึก!”

ธนูที่เคลื่อนอย่างรวดเร็วทะลุโล่จากนั้นปักเข้าที่ศีรษะอัศวินคนหนึ่งสมองระเบิดออก

เรย์โนลด์เมื่อเห็นเช่นนี้ รู้สึกไม่สบายใจ อัศวินเหล่านี้คือทีมที่เขาสร้างขึ้นมาและติดตามเขามานานถึงหกปี หกปีที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันย่อมมีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง  แต่เรย์โนลด์สามารถบอกได้ทันทีว่า  “สามารถยิงทะลุโล่ได้จากระยะไกลหลายร้อยเมตรได้ก็หมายความว่าพวกเขามียอดฝีมือระดับเจ็ดหรือแปดแน่นอน  และมีถึงสองสามคน”

“ครืนนน” ขณะที่ระยะห่างกระชั้นเข้ามา เสียงฝีเท้าม้าควบดังชัดขึ้น  คนกลุ่มนี้สวมเกราะสีเทาและกีบเท้าม้าของพวกเขาหุ้มผ้าเอาไว้

ต่อหน้าคนเหล่านี้ อัศวินที่ร่างเปื้อนเลือดเกินกว่าสิบกำลังหนี

รอสซี่,  เรย์โนลด์สีหน้าเปลี่ยน  อัศวินทั้งสิบเป็นคนในหน่วยของเขา

“ใต้เท้า, หนีเร็ว! นี่เป็นทหารแห่งจักรวรรดิโรฮอลท์ และจำนวนของพวกเขามาเป็นพัน! เร็วเข้า อ๊า..!!” อัศวินร่างเปื้อนเลือดวิ่งผ่านไปด้วยความเร็วสูง  แต่ในพริบตาธนูก็ทะลุคอหอยของเขา

“ฆ่าพวกมันให้หมด!  อย่าปล่อยให้ใครรอด!”  เสียงเย็นชาดังขึ้นแต่ไกล

“หนี!”

เรย์โนลด์ตะโกนลั่น สู้กับศัตรูจำนวนเป็นพัน ขณะที่เขามีคนเพียงไม่กี่ร้อยน่ะหรือ?  และยิ่งกว่านั้น พวกมันซุ่มโจมตีและศัตรูมีนักรบฝีมือดีระดับเจ็ดและระดับแปดหลายคน

นอกจากนี้ภารกิจของพวกเขาคือลาดตระเวน พวกเขาต้องรีบกลับไปแจ้งข่าว

ผู้โชคดีรอดชีวิตกระโดดขึ้นม้าศึกของพวกเขาทันที  บางทีเพราะศัตรูของพวกเขาต้องการจะได้ม้าหลายร้อยตัวธนูที่ระดมยิงลงมาจึงถูกแต่พวกอัศวินเท่านั้นไม่มีสักดอกที่ใช้สังหารม้า

หนี!

หนี!

มีเพียงสิ่งเดียวที่อยู่ในใจของเรย์โนลด์ก็คือหนีให้เร็วที่สุด  ตั้งแต่แรกคนสี่ร้อยคนพยายามหนี  แต่ตอนนี้เหลือเพียงร้อยคน ร้อยคนหนีไปได้เพราะเรย์โนลด์ใช้เวทคุกคามศัตรู  ขณะที่หนีไปเรย์โนลด์ยังคงร่ายคาถาอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่เรย์โนลด์เป็นศูนย์กลางเปลวเพลิงแปดสายรูปร่างเหมือนดาบยักษ์ระเบิดพลังออกมาทันทีแตกกระจายออกไปทุกทิศตำแหน่งและพุ่งโจมตีกองทัพที่กำลังไล่ตามมา

เวทธาตุเพลิง – ดาบเพลิงนรกพิฆาต!

“ฉัวะ ฉัวะ”เปลวเพลิงฟันใส่ร่างอัศวินเหล่านั้น พวกเขาส่งเสียงร้องโหยหวน เกราะเหล็กของพวกเขาหลอมละลายอย่างรวดเร็วและในพริบตาพวกเขาก็เหลือแต่เถ้าถ่าน ทุ่งหญ้าโดยรอบเริ่มติดไฟเช่นกัน และไล่ลามไปตามกองกำลังที่ไล่ตาม ทำให้พวกเขาช้าลง

“ไล่ตาม ไล่ตามไป!” ผู้นำผมทองจ้องมองเรย์โนลด์แต่ไกล

ถ้าไม่ใช่เพราะจอมเวทที่อยู่ห่างออกไปนั้น เขาคงกวาดล้างนักรบกลุ่มนี้ได้ไปนานแล้ว แต่เพราะจอมเวทนั่นทำให้ต้นไม้และหญ้าแห้งของฤดูใบไม้ร่วงเริ่มติดไฟได้ง่ายและลุกไหม้เป็นไฟลามทุ่งขัดขวางการไล่ตามของพวกเขา

พลังเวทไร้ที่สิ้นสุดจริงๆ

เรย์โนลด์ไม่กล้าใช้เวทระดับเจ็ด เวททั้งหมดที่ใช้ออกไปนั้นเขาใช้แค่เวทระดับหก  แต่ถึงอย่างนั้นก็แทบจะทำให้พลังเวทในตัวเรย์โนลด์หมดเกลี้ยง

มีเพียงหน่วยทหารจากจักรวรรดิโรฮอลท์หน่วยเดียวที่มีคนอยู่สามร้อยนายที่ไล่ตาม แต่หน่วยนี้มียอดฝีมือระดับเจ็ดเกินกว่าสิบคน  เห็นได้ชัดว่านี่คือหน่วยฝีมือดี และในหน่วยของเรย์โนลด์มีนักรบระดับเจ็ดอยู่เพียงคนเดียวและแน่นอนนั่นก็คือเขาเองซึ่งเป็นจอมเวทระดับเจ็ด

“เมืองนีล!  ข้าเห็นเมืองนีลแล้ว!”  หนึ่งในอัศวินตะโกนเสียงดัง

“เมืองนีล!”  เรย์โนลด์เห็นแต่ไกลโครงร่างสลัวของเมืองมองเห็นได้แต่ไกล ตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังและเขากระตุ้นม้าให้วิ่งไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง

“ควั่บ!”  ธนูอีกลูกหนึ่งยิงไล่หลังพวกเขาและเรย์โนลด์ที่อ่อนแรงหลบหลีกอย่างบ้าคลั่งขณะที่ใช้โล่บังได้อีกครั้ง ‘ฉัวะ’ เสียงธนูเจาะโล่และปักเข้าที่ไหล่ของเรย์โนลด์ พลังที่รุนแรงของธนูทำให้ร่างของเรย์โนลด์โอนเอน  จนเขาเกือบตกม้า

หลังจากวิ่งมาตลอดสองชั่วโมง ก็เกือบเป็นเวลาค่ำ

กำแพงเมืองนีลตั้งอยู่บนที่ราบสูง มีนักรบเดินไปมาไม่กี่คนขณะที่ขุนนางระดับสูงเดินเล่นไปมาอย่างไร้จุดหมาย

“เปิดประตูเมืองเร็วเข้า!” มีทหารของจักรวรรดิโรฮอลท์ไล่ตามเรามา ฆ่าพวกมันให้หมด!!” เรย์โนลด์คำรามอย่างโกรธเกรี้ยว

ในพริบตา เรย์โนลด์และทหารที่ได้รับบาดเจ็บหลายสิบคนก็มาถึงชานเมืองนีล  แต่ประตูเมืองไม่ยอมเปิด

“ควั่บ!” ธนูดอกหนึ่งยิงมาจากขุนนางบนกำแพงเมือง

“อย่าเปิด!  อย่าเปิดประตูเมือง!”  เสียงแหลมดังมาจากด้านบ้าน  “ยิงธนูของเจ้า!ยิงศัตรูให้ตาย!”

หน่วยไล่ล่าของจักรวรรดิโรฮอลท์หยุดในช่วงห่างระยะธนูยิง  มีสิบคนลงจากหลังม้า จากนั้นบุกตรงไปที่กำแพงเมือง  พวกเขาหลบลูกธนูที่ยิงมาจากด้านบนอย่างง่ายดายและทั้งหมดใช้ปราณยุทธคุ้มกัน

คนพวกนี้เป็นนักรบที่แข็งแกร่งแน่นอน

“ฆ่าจอมเวทซะ” ผู้นำของคนทั้งสิบจ้องมองเรย์โนลด์เขม็ง พวกเขาไล่ตามมาตลอดทางเพื่อฆ่าเรย์โนลด์ จอมเวทที่ไม่เหลือพลังเวทก็เป็นคนที่อ่อนแอมาก

ตอนนี้เรย์โนลด์ไม่สามารถตอบโต้ได้เลยแม้แต่น้อย

“เปิดประตู!” ตอนนี้อัศวินของเรย์โนลด์รู้สึกสิ้นหวัง แม้ว่าพวกเขาจะมีสิบกว่าคนและศัตรูจะมีสิบคนแต่จากที่เห็นปราณยุทธของฝ่ายตรงข้าม พวกเขาสามารถบอกได้ว่าผู้นำของศัตรูสามารถฆ่าพวกเขาได้ทั้งหมด

จบบทที่ ตอนที่ 9-36 วิกฤติของเรย์โนลด์

คัดลอกลิงก์แล้ว