เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9-11 ท้าทาย

ตอนที่ 9-11 ท้าทาย

ตอนที่ 9-11 ท้าทาย


ยุติการต่อสู้?

ผู้ชมทั้งแปดหมื่นคนเริ่มบ่นพร้อมกันเมื่อได้ยินคำพูดนี้จากเซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซน  บางคนลอบสบถใส่เขาเงียบๆ

ลินลี่ย์และโอลิเวอร์เป็นสองคนที่ยอดเยี่ยมที่สุดของทวีปยูลาน นักรบหลายคนสละชีวิตพวกเขากันเลยทีเดียวหากหมายความว่าพวกเขาจะได้เห็นการต่อสู้เช่นนั้นระหว่างยอดฝีมืออัจฉริยะระดับเซียน

แต่ขณะที่การต่อสู้กำลังดำเนินไปถึงจุดที่ตื่นเต้นที่สุด  เซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซนก็โผล่ออกมา

จะไม่ให้พวกเขาโกรธได้ยังไง?

แต่คนที่ยุติการต่อสู้ก็คือเฮนด์เซน เซียนหมายเลขหนึ่งของโลก

“ดีที่สุดแล้วถ้าเรายุติการต่อสู้ที่เกิดขึ้นไว้เพียงเท่านี้และเดี๋ยวนี้”  หน้าผากพ่อบ้านแอชลี่ย์เต็มไปด้วยเหงื่อ

ไม่ใช่แค่พ่อบ้านแอชลี่ย์ ฮิลแมน วอร์ตันและคนอื่นๆที่ห่วงลินลี่ย์กันทุกคนเท่านั้น ฝีมือที่โอลิเวอร์แสดงออกมาไม่ด้อยไปกว่าของลินลี่ย์เลย และวิชากระบี่อัคนีนั้นดูเหมือนจะแปลกประหลาดด้วยเช่นกัน

สัจธรรมแห่งธาตุดินของลินลี่ย์ก็ทรงพลังอย่างแท้จริง

แต่พลังโจมตีซึ่งโอลิเวอร์พัฒนาขึ้นมาจากพื้นฐานความเข้าใจกฎธรรมชาติของธาตุมืดจะอ่อนแอกว่าสัจธรรมแห่งธาตุดินของลินลี่ย์จริงๆหรือ? โอลิเวอร์เองก็บอกว่าเขาไม่สามารถควบคุมพลังของกระบี่อัคนีได้เมื่อชักออกจากฝักแล้วไม่ใช่หรือ?

เพราะเซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซนเข้ามาแทรกแซงกะทันหัน ลินลี่ย์และโอลิเวอร์ยืนอยู่ที่ปลายสนามประลองในกลางอากาศตรงกันข้ามกันมองหน้ากันและโดยมีเฮนด์เซนคั่นอยู่ตรงกลางพวกเขา

ยอดฝีมือระดับเซียนสามคน สองคนเป็นสุดยอดอัจฉริยะ ขณะที่คนที่สามเป็นยอดฝีมือระดับเซียนที่เก่งที่สุดในโลก

“ยุติการต่อสู้?” โอลิเวอร์จ้องมองเฮนด์เซน

ลินลี่ย์ก็จ้องมองเฮนด์เซนเช่นกัน

“พลังของเฮนด์เซนผู้นี้น่าประหลาดจริงๆวิชาที่เขาเพิ่งแสดงออกมาไม่ได้ขึ้นอยู่กับปราณยุทธบริสุทธิ์ แต่น่าจะเป็นเคล็ดพลังป้องกันที่พัฒนาขึ้นมาจากกฎธาตุดินที่ลึกล้ำของเขา”

ลินลี่ย์สามารถรู้สึกได้ว่าคลื่นสีธาตุดินที่เฮนด์เซนเปล่งออกมาก่อนนั้นบรรจุไปด้วยชั้นพลังงานคล้ายคลื่น

“อย่างไรก็ตาม เขาคงไม่อาจทนต่อสัจธรรมแห่งธาตุดินของเราได้แน่”  ลินลี่ย์ยังมั่นใจในระดับพลังโจมตีสูงสุดของเขา

ความจริงเมื่อต่างคนต่างพุ่งเข้าโจมตีกันในลักษณะนี้ ลินลี่ย์และโอลิเวอร์ทั้งสองคนอยู่ในสภาพเร่งพลังขึ้น

ระดับของลินลี่ย์และของโอลิเวอร์ยอดฝีมือระดับเซียนชั้นสูง  พวกเขาไม่ได้สูญเสียพลังงานไปแต่อย่างใด  ทั้งวิชาสัจธรรมแห่งธาตุดินทั้งพลังโจมตีของโอลิเวอร์จะต้องรอจนกระทั่งเมื่อพลังโจมตีของทั้งสองฝ่ายปะทะกันก่อนที่พลังของพวกเขาจะปะทุออกมาทันที

ผู้ตกเป็นเหยื่อของสัจธรรมแห่งธาตุดินหลายคน เมื่อปะทะกับดาบหนักอดาแมนเทียม ในตอนแรกจะไม่รู้สึกถึงอันตรายแต่อย่างใด  แต่หลังจากนั้นในทันที...

พวกเขาจะรู้สึกถึงคลื่นโจมตีที่สั่นสะเทือนชั้นแล้วชั้นเล่าส่งผ่านเข้ามายังอวัยวะภายในของพวกเขา

เพียงแค่นั้น เฮนด์เซนผลักทั้งลินลี่ย์และโอลิเวอร์ด้วยวิชาเดียวได้จริงๆ  แต่นั่นเป็นเพราะไม่ว่าจะเป็นลินลี่ย์ไม่ว่าจะเป็นโอลิเวอร์ทั้งคู่ไม่ได้ใช้พลังโจมตีสุดยอดต่อเฮนด์เซน  มิฉะนั้นเฮนด์เซนคงไม่สามารถป้องกันพลังโจมตีของพวกเขาได้ง่ายแน่นอน

“ฮ่าฮ่า โอลิเวอร์, ลินลี่ย์” ตอนนี้จักรพรรดิโจฮันน์ลุกขึ้นยืนแล้ว ภายใต้สายตาผู้ชมแปดหมื่นคน จักรพรรดิโจฮันน์เดินออกมาจากที่นั่งกรรมการผู้ตัดสินตรัสด้วยเสียงดัง  “โอลิเวอร์, ลินลี่ย์การสู้กันระหว่างพวกเจ้าทั้งสองคนเป็นภาพที่เหลือเชื่อจริงๆและขยายมุมมองของเราด้วย  นอกจากนี้พวกเจ้าหาได้มีความแค้นเคืองจริงจังจนถึงกับต้องคลี่คลายกันด้วยความตายไม่”

จักรพรรดิโจฮันน์ไม่ปรารถนาให้ลินลี่ย์หรือโอลิเวอร์ต้องตาย

ถ้าอัจฉริยะทั้งสองคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ อย่างนั้นอิทธิพลของจักรวรรดิโอเบรียนในทวีปยูลานจะต้องแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ลินลี่ย์และโอลิเวอร์มองหน้ากัน

“ก็ได้” โอลิเวอร์พยักหน้า และหัวเราะอย่างใจเย็น “เมื่อน้องลินลี่ย์สามารถรับพลังโจมตีจากกระบี่เงาแสงของข้าได้  ข้าก็ไม่มีความต้องการจะสู้ต่อไปอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามข้าเองก็ผิดอยู่บ้างในเรื่องนี้เช่นกัน..”  โอลิเวอร์มองลินลี่ย์

“พลังของน้องลินลี่ย์เหนือกว่าที่ข้าคาดไว้มาก ข้าคาดไม่ถึงเลยว่าวิชากระบี่ที่เขาแสดงออกมาตอนแรกเริ่มจะเป็นความสามารถผิวเผินของเขา”  โอลิเวอร์ยิ้มให้ลินลี่ย์  “ข้ายอมรับว่าพลังของน้องลินลี่ย์ไม่ด้อยไปกว่าข้าเอง”

เห็นได้ชัดว่าโอลิเวอร์ตั้งใจแสดงความเป็นมิตรต่อลินลี่ย์  ถึงกับเรียกลินลี่ย์เป็นพี่น้องเลยทีเดียว

วิชากระบี่อัคนีทรงพลังจริง แต่วิชาดาบหนักอดาแมนเทียมก็แข็งแกร่งเช่นกัน ถ้าอัจฉริยะทั้งสองคนนี้สู้กันเต็มที่จนถึงจุดที่มีความตายเกิดขึ้นนั่นจะเป็นความสูญเสียและไม่คุ้มค่าเลย

เนื่องจากโอลิเวอร์พูดคุยด้วยมารยาทอันสมควร ลินลี่ย์จึงไม่กดดันต่อแต่อย่างใด

ที่สำคัญคือ เขาเพิ่งเข้ามาในจักรวรรดิโอเบรียนมาได้ไม่นาน  ไม่สร้างศัตรูมากเกินไปจะดีที่สุด

“ถ้าอย่างนั้นยุติการต่อสู้ไว้แต่เพียงเท่านี้ก็ได้”เสียงสงบของลินลี่ย์ดังก้องไปทั่วทั้งสนามประลองและผู้ชมทั้งแปดหมื่นคนเข้าใจได้ว่าการต่อสู้ระหว่างสุดยอดอัจฉริยะทั้งสองคงจะไม่มีต่อในวันนี้อีกแล้ว

แต่สิ่งที่ตามมาทันที...

เสียงปรบมือดังสนั่นทั่วทั้งสนามประลอง ผู้ชมทุกคนเปล่งเสียงเชียร์สนับสนุนอย่างเต็มที่  แม้ว่าการประลองจะต้องยุติลงแต่พวกเขาก็ยังตื่นเต้นอย่างควบคุมมิได้

“โอลิเวอร์!” “โอลิเวอร์!” “โอลิเวอร์!”

“ลินลี่ย์!”  “ลินลี่ย์!”  “ลินลี่ย์!”  “ลินลี่ย์!”

คลื่นเสียงแสดงความยินดีดังสนั่นแสบแก้วหูของทุกคน  ทุกคนส่งเสียงเชียร์แบบอย่างของพวกเขา

ในช่วงเวลานี้เองพวกเขาลืมไปว่าการประลองในวันนี้เกิดขึ้นระหว่างวอร์ตันกับบลูเมอร์

เห็นได้ชัด..

แม้ว่าวอร์ตันกับบลูเมอร์จะเป็นอัจฉริยะ แต่เมื่อเทียบกับพี่ๆ ของพวกเขาแล้วยังคงมีช่องว่างใหญ่ระหว่างพวกเขาในทุกด้าน พลกำลังที่น่าทึ่งของลินลี่ย์และโอลิเวอร์ข่มขวัญทุกคนในสนามประลองได้

เมื่อเห็นการต่อสู้ของพวกเขายุติลง เซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซน ก็รู้สึกยินดีมากเช่นกัน  ขณะนี้เองลินลี่ย์บินลงมาทางด้านของเขาเอง

เสียงโห่ร้องยินดีทั่วทั้งสนามประลองยังคงดังกระหึ่ม  ตอนนี้สายตาของผู้คนลินลี่ย์มีคุณค่าในระดับเดียวกับสถานะของโอลิเวอร์ ถ้ารวมปัจจัยเรื่องที่ลินลี่ย์อายุเยาว์และเป็นผู้เชี่ยวชาญงานสลักหินระดับปรมาจารย์ด้วยแล้วบางทีคุณค่าของลินลี่ย์อาจมากกว่าฉายากระบี่อัจฉริยะโอลิเวอร์ก็เป็นได้

“พี่ใหญ่..” จากตำแหน่งที่เขานั่ง วอร์ตันเห็นลินลี่ย์บินลงมา  เขาเรียกพี่ชายด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น

“ใต้เท้า”  บาร์เกอร์และน้องๆต้อนรับการกลับมาของเขาเช่นกัน เจนน์ รีเบ็คกาและลีนาทุกคนถอนหายใจโล่งอกขณะที่พวกนางออกมาต้อนรับเขาด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน

ลินลี่ย์กลับคืนร่างมนุษย์ปกติและสวมชุดยาว

“ใต้เท้า, ขืนสู้ต่อไป! โอลิเวอร์นั่นไม่ใช่คู่มือใต้เท้าแน่นอน ข้าคนหนึ่งล่ะที่ไม่เชื่อว่าเขาจะสามารถต้านรับพลังโจมตีของสัจธรรมแห่งธาตุดินของท่านได้”  เกทส์พูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

บาร์เกอร์และคนอื่นๆรู้กันทุกคนว่าสัจธรรมแห่งธาตุดินของลินลี่ย์ทรงพลังมากเพียงไหน  ทุกคนเชื่อมั่นว่าลินลี่ย์สามารถเอาชนะได้

แต่ลินลี่ย์ส่ายศีรษะและหัวเราะ  “อย่าประเมินโอลิเวอร์ต่ำเกินไป  เพราะว่าเขาสามารถสร้างพลังโจมตีที่พิเศษได้  วิชากระบี่เงาแสง หมายความว่าพลังของกระบี่อัคนีของเขานั้นประหลาดอย่างมาก  เจ้าต้องคิดถึงเรื่องนี้  ข้าสามารถรู้แจ้งสัจธรรมนี้ได้  แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนอื่นไม่ได้มีความสามารถจริงไหม? กฎธรรมชาติแห่งธาตุกว้างขวางไร้ขอบเขตเหมือนกับมหาสมุทร และความรู้แจ้งของข้าเป็นแค่น้ำหยดเดียวในมหาสมุทรเท่านั้น”

บาร์เกอร์และคนอื่นๆ ทุกคนพยักหน้าเหมือนกับว่าพวกเขาเข้าใจ

แต่ขณะนั้นเองมีเสียงดังขึ้นจากกลางอากาศเหนือสนามประลอง  “ท่านเฮนด์เซน ท่านยังจำได้ไหมการสู้กันระหว่างเราเมื่อหกปีที่แล้ว?”

ลินลี่ย์หันหน้าไปมองท้องฟ้าทันที คนที่กล่าวคำพูดเหล่านี้ก็คือเซียนกระบี่อัจฉริยะ โอลิเวอร์  ตาของเขาโอลิเวอร์เต็มไปด้วยประกายแสง และเขาจ้องเซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซนซึ่งเตรียมจะบินกลับลงมา

เฮนด์เซนชะงักและหันไปมองโอลิเวอร์ เขาพยักหน้ากล่าว  “หกปีที่แล้วคืนวันพระจันทร์เต็มดวง  แน่นอนข้ายังจำการต่อสู้คราวนั้นได้  ความเร็วของเจ้าทำให้ข้าประทับใจจริงๆ”

โอลิเวอร์มองดูเฮนด์เซน เขาพูดอย่างจริงจัง  “ข้าท่องเที่ยวมาหลายอาณาจักรและได้รับชัยชนะต่อยอดฝีมือต่างๆในจักรวรรดิอื่นๆ มาโดยตลอด  แต่ข้าแพ้ท่านและท่านผู้เดียวเท่านั้น  หกปี... หกปีเต็มระหว่างหกปีเหล่านี้ ข้าได้พัฒนาวิชากระบี่ศิลาดำเพื่อรับมือท่านโดยเฉพาะ”

สนามประลองเงียบลงอีกครั้ง

ดูเหมือนว่าจะมีประวัติที่ค้างคาใจกันเล็กน้อยระหว่างยอดฝีมือระดับเซียนทั้งสองคนนี้

“โอว, ใช้รับมือกับข้าน่ะหรือ?” เฮนด์เซนหัวเราะอย่างใจเย็น  “เจ้าเชื่อว่ากระบี่อัคนีของเจ้าสามารถทำลายแนวป้องกันของข้าได้งั้นหรือ?”

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่สุดซึ่งเฮนด์เซนเป็นที่รู้จักกันดีในนามว่าเซียนดาบจ้าวภูผาก็คือเพราะมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่ง ยอดฝีมือระดับเซียนชั้นสูงหลายคนไม่สามารถทำลายได้หรือทำให้เขาบาดเจ็บเท่าใดนัก

โอลิเวอร์นึกย้อนกลับไปถึงการต่อสู้เมื่อหกปีที่แล้ว  นั่นเป็นความอัปยศอย่างมาก!

ไม่ว่าเขาจะโจมตีเฮนด์เซนเพียงใด เขาก็ไม่สามารถทำร้ายเฮนด์เซนได้แม้แต่รอยขีดข่วน เขาเองได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากผลกระทบในการโจมตีแต่ละครั้ง  นอกจากนี้ เฮนด์เซนไม่ได้ช้ากว่าเขาแม้แต่น้อย

ความเหนือชั้นกว่า!

แม้ว่าโอลิเวอร์จะเป็นนักสู้ระดับเซียนชั้นสูง  แต่เมื่อเทียบกับเฮนด์เซน  เขาเหนือชั้นกว่าสิ้นเชิง  เหมือนกับว่าพวกเขามีระดับที่แตกต่างกันคนละชั้น ชื่อเสียงของเขาในฐานะยอดฝีมือชั้นเซียนอันดับหนึ่งมิใช่ได้มาง่ายๆ

“เราจะรู้กันว่าข้าจะสามารถทำลายพลังป้องกันของท่านได้หรือไม่  ถ้าเราได้ทดสอบกันจริงไหม?  ท่านเฮนด์เซน วันนี้ที่สนามประลองข้าขอท้าทายท่านอย่างเป็นทางการ ถ้าท่านยอมรับ อย่างนั้นอีกสามเดือนเราจะประลองกันนอกเมือง”  โอลิเวอร์กล่าว

วันนี้โอลิเวอร์ใช้ปราณยุทธไปมากแล้วในการต่อสู้กับลินลี่ย์เขาจึงไม่อยู่ในสภาพพร้อมสูงสุด

“ท้าทาย?”

เฮนด์เซนย่นหน้าผาก  แต่มีรอยยิ้มบนใบหน้า

สนามชมการประลองเริ่มเต็มไปด้วยเสียงฮือฮาตื่นเต้น  เซียนกระบี่อัจฉริยะโอลิเวอร์ท้าทายเซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซนอย่างเปิดเผย  หลายคนตื่นเต้นจนหน้าพวกเขาแดง

ทุกคนหันไปมองเซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซน

“ก็ได้ ข้ายอมรับ” เฮนด์เซนยิ้มและพยักหน้า  “สามเดือนจากนี้ไป ข้าจะขอลองพลังของวิชากระบี่อัคนีซึ่งเจ้าพัฒนาขึ้นมาในช่วงหกปีมานี้”

“แน่นอน ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง” หน้าของโอลิเวอร์เต็มไปด้วยความมั่นใจสูงสุด

รอยยิ้มบนใบหน้าของเฮนด์เซนสดใสขึ้น

หกปีที่แล้ว มีความเหนือชั้นถึงขนาดที่เขาไม่เหลือความรู้สึกอยากต่อสู้ต่อไป โอลิเวอร์ได้เรียนรู้ว่าพลังป้องกันของเฮนด์เซนนั้นแข็งแกร่งเพียงใด  แต่โอลิเวอร์ยังมั่นใจขนาดนี้   โอลิเวอร์ไม่ใช่คนโง่  เห็นได้ชัดว่าเขาต้องมีบางอย่างที่เขาวางใจได้

“ไม่ทำให้ข้าผิดหวังน่ะหรือ?  ข้าหวังจริงๆว่าจะเป็นอย่างที่เจ้าพูด”  เฮนด์เซนเต็มไปด้วยความคาดหมายบางอย่าง

เขาไม่ได้พบกับคู่ต่อสู้ที่สามารถคุกคามเขาได้มาเป็นเวลานานแล้ว

เพียงก้าวสั้นๆ สามก้าวเซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซนก็มาปรากฏที่นั่งผู้ตัดสินอีกครั้ง สำหรับโอลิเวอร์ก็บินมาอยู่ที่ข้างตัวน้องชายเขา

ทั่วทั้งสนามชมการประลองเต็มไปด้วยเสียงพึมพำปรึกษากัน

ลินลี่ย์พอลงสนามต่อสู้ก็เอาชนะเคนยอนได้อย่างง่ายดายและจากนั้นยังยืนหยัดสู้กับโอลิเวอร์ได้อีกด้วย  และตอนนี้โอลิเวอร์ท้าประลองกับเซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซน

เหตุการณ์ต่อเนื่องครั้งนี้น่าตื่นเต้นอย่างไม่มีที่สุด

“ทุกท่าน”  ขณะนั้นบุรุษชราผมหงอกกลับขึ้นไปอยู่บนเวทีประลอง  “เมื่อครู่นี้ข้าเตรียมจะประกาศผลของการประลอง แต่คาดไม่ถึงเลยว่าท่านโอลิเวอร์จะมาถึง”

บุรุษชราผมเงินมีใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “นั่นยิ่งทำให้ข้าตื่นเต้นมากขึ้น นี่เป็นวันที่ตื่นเต้นที่สุดในชีวิตที่ยาวนานของข้า  การต่อสู้ของท่านโอลิเวอร์กับท่านลินลี่ย์คือสิ่งที่ข้าเชื่อว่าจะไม่มีใครลืมไปได้ในตลอดชีวิตที่ยังเหลือของพวกท่าน  แค่มองจากเวทีประลองและดูเสาธงเหล่านั้น”

การต่อสู้ที่เพิ่งเกิดขึ้นทำให้เวทีเกิดรอยแตกร้าวและรูพรุนไปทั่วเสาธงส่วนใหญ่ที่รายล้อมรอบเวทีหักไปครึ่งหนึ่ง และเสื้อผ้าของผู้ชมก็ปลิวกระจายไปอยู่ตามซอกมุมต่างๆของสนามประลอง มันภาพภัยพิบัติฉากหนึ่ง

แต่ฉากภัยพิบัตินี้กลับทำให้คนทั้งแปดหมื่นคนเริ่มหัวเราะ

“ฮ่าฮ่า พูดพอแล้วทุกท่านคงทราบกันแล้วว่าการประลองก่อนนั้นระหว่างวอร์ตันและบลูเมอร์ เป็นบลูเมอร์คว้าชัยชนะไปได้อย่างเฉียดฉิว”  บุรุษชราผมทองหัวเราะให้จักรพรรดิโยฮันน์  “ฝ่าบาทมีพระดำรัสจะตรัสบอกข้าหวังว่าทุกท่านจะตั้งใจฟังให้ดี”

หลังจากพูดเพียงเท่านี้บุรุษชราผมเงินก็ลงมาจากเวที

ตอนนี้จักรพรรดิโจฮันน์ประทับยืน ประชาชนบางส่วนในสนามประลองมองดูจักรพรรดิโจฮันน์ขณะที่คนอื่นๆมองดูลินลี่ย์ โอลิเวอร์และเฮนด์เซน ยอดฝีมือระดับเซียน

“วันนี้เป็นวันที่ตื่นเต้นที่สุดในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็นการประลองระหว่างวอร์ตันกับบลูเมอร์  หรือพี่ชายพวกเขา ลินลี่ย์กับโอลิเวอร์สิ่งที่เราเห็นประจักษ์ตานั้นน่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง

จักรพรรดิโจฮันน์ทรงแย้มพระโอษฐ์  “ทุกท่านก็รู้ว่าทั้งวอร์ตันและบลูเมอร์ต่างก็สู่ขอธิดาคนที่เจ็ดของเราแต่งงาน  หลังจากเห็นบุรุษหนุ่มทั้งสองผู้ฉลาดนี้ในวันนี้แล้วเราตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว เราตัดสินว่าวันที่ 15 มีนาคม ณ ตำหนักผู้กล้าเราจะประกาศอย่างเปิดเผยถึงผู้ที่จะแต่งงานกับธิดาคนที่เจ็ดของเรา”

จบบทที่ ตอนที่ 9-11 ท้าทาย

คัดลอกลิงก์แล้ว