เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9-6 การประลอง

ตอนที่ 9-6 การประลอง

ตอนที่ 9-6 การประลอง


จักรพรรดิโจฮันน์และเคนยอนศิษย์ส่วนตัวของเทพสงครามทั้งสองคนลุกขึ้นยืนทันทีขณะยิ้มทักทายเฮนด์เซน  เฮนด์เซนทักทายจักรพรรดิโจฮันน์และเคนยอนด้วยมิตรภาพอันดีตามมารยาท

ผู้ตัดสินทั้งสองคนนั่งลง

ด้านหลังกรรมการมีอยู่หลายที่นั่งซึ่งมีคนนั่งทั้งหมด คนเหล่านี้ประกอบไปด้วยราชินี, พระสนม, เจ้าชายและเจ้าหญิง

“นีน่า” วอร์ตันเห็นว่านีน่าอยู่ในผู้คนกลุ่มนั้นด้วย

นีน่าก็เห็นวอร์ตันเช่นกันหลายวันก่อนจักรพรรดิเข้มงวดกับนางเรื่องการออกจากวัง ดังนั้นวอร์ตันกับนีน่าจึงไม่ได้พบกันนานเกินหนึ่งเดือนแล้ว เพราะส่วนลึกของทั้งสองคนรักและผูกพันกันไม่พบกันสามวันจึงรู้สึกเหมือนกับสามปี สามสิบวันที่ผ่านมาทั้งสองคนผ่านวันเวลาไปอย่างยากลำบาก

วอร์ตันกับนีน่าต่างมองกันและกัน พวกเขาทั้งสองคนสามารถรู้สึกได้จากสายตาของกันและกันความรักและความผูกพันที่มีต่อกัน

“ฮึ่ม” เมื่อเห็นเช่นนี้บลูเมอร์อดแค่นเสียงเย็นชาไม่ได้คนธรรมดาอาจเห็นไม่ชัดในระยะไกลหลายร้อยเมตรอย่างนี้  แต่สายตาของบลูเมอร์นั้นดีมาก  เขาสามารถเห็นท่าทางการส่งสายตาของคนทั้งสองนี้

บางครั้งการมีสายตาดีไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องดีเสมอไป

ผู้เฒ่าผมเงินมองดูจักรพรรดิและคณะผู้ตัดสินจักรพรรดิโจฮันน์พยักหน้า ผู้เฒ่าผมเงินหัวเราะลั่น  เขาพูดเสียงดังกังวาน  “ทุกๆ ท่านโปรดเงียบการประลองฝีมือระหว่างสองอัจฉริยะแห่งจักรวรรดิโอเบรียนจะเริ่มขึ้นอยู่แล้ว  อันดับแรกขอแนะนำผู้ท้าทายก่อนศิษย์ส่วนตัวของเทพสงคราม...บลูเมอร์!”

ผู้ท้าทายจะถูกประกาศชื่อก่อน  ขณะที่ผู้ถูกท้าทายจะถูกประกาศเป็นคนที่สองนี่คือกฎ

บลูเมอร์สะพายกระบี่ยาวไว้ที่หลังอยู่ในชุดนักรบสีฟ้า เขาบินขึ้นฟ้าสูงหลายสิบเมตรเข้าสู่แท่นประลอง

“บลูเมอร์!”

“บลูเมอร์!”

หลายคนในกลุ่มผู้ชมแปดหมื่นคนเริ่มส่งเสียงกระหึ่มเห็นได้ชัดว่าหลายๆ คนมาเพื่อเชียร์บลูเมอร์ในวันนี้ ในใจหลายคนนั้นโอลิเวอร์พี่ชายของบลูเมอร์คือความภาคภูมิใจของจักรวรรดิโอเบรียน

“เงียบ”บุรุษผมเงินยิ้ม  “คนต่อไปคือวอร์ตันแห่งตระกูลนักรบเลือดมังกร”

“แควก...”วอร์ตันฉีกชุดออกเปลือยร่างกายท่อนบน ท้อง อกของเขามีมัดกล้ามชัดเจนทำให้ผู้ชมหลายคนส่งเสียงฮือฮาตื่นเต้น

“ฮึ่ม..”  เมื่อเห็นเช่นนี้บลูเมอร์เพียงแต่แค่นเสียงเย็นชาดูถูก

วอร์ตันถือดาบศึกประหารปรปักษ์ไว้ในมือแล้วกระโจนขึ้นไปบนเวทีประลองเพราะวอร์ตันมีร่างที่สูงใหญ่ถึง 2.2 เมตร ถือดาบเล่มใหญ่อยู่ในมือพร้อมกับเปลือยกายท่อนบน...

วอร์ตันเปล่งประกายราศีของผู้กล้า

ผู้กล้าหาญ!

ราศีของผู้กล้านี้เองทำให้หลายๆคนเริ่มส่งเสียงกระหึ่มยินดี “วอร์ตัน!” “วอร์ตัน!” เสียงร้องเรียกกระหึ่มเริ่มดังพอๆกันและผู้ส่งเสียงเชียร์เหล่านี้มีจำนวนไม่น้อยกว่าของฝ่ายบลูเมอร์แน่นอน

“บลูเมอร์สามารถเป็นศิษย์ส่วนตัวของเทพสงครามจะน่าประทับใจแค่ไหน?  วันนี้ทุกคนจะได้พบคำตอบ” ชายชราผมเงินพูดเสียงก้อง “สำหรับนักรบเลือดมังกรในตำนานที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดนักรบ  วันนี้ทุกคนจะได้โอกาสเห็นประจักษ์ฝีมือของพวกเขาด้วยเช่นกัน”

“บัดนี้ข้าขอประกาศว่า...”

ชายชราผมเงินเร่งระดับเสียงขึ้นอีก  “เริ่มการประลองได้!”

ในพริบตาร่างของวอร์ตันปกคลุมไปด้วยเกล็ดมังกรสีฟ้า เขามังกรงอกออกมาจากหน้าผาก และหางมังกรสีฟ้าก็งอกออกมาเช่นกัน  ทั่วทั้งเวทีประลองเริ่มสั่นสะเทือน  ภายใต้แสงอาทิตย์เกล็ดมังกรสะท้อนเป็นประกายแพรวพราว

“โอวววว”

เสียงกระหึ่มอัศจรรย์ใจได้ยินชัดจากฝั่งผู้ชมดู  ไม่มีใครในที่นั้นเคยเห็นร่างแปลงมังกรมาก่อน การแปลงกายของวอร์ตันครั้งนี้สร้างความตื่นตะลึงให้กับคนดู

แต่หลังจากตะลึงไปชั่วขณะทุกคนก็ระเบิดเสียงเชียร์อย่างบ้าคลั่ง

“นักรบเลือดมังกร?” ผู้ตัดสินทั้งสามคนมองดูด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย  เฮนด์เซนมองดูวอร์ตันอย่างสนใจ  “คงจะยอดเยี่ยมไม่น้อยถ้าเขาจะเป็นนักสู้ระดับเซียน”

นักรบเลือดมังกรระดับเซียนในตำนานคือยอดฝีมือในหมู่นักสู้ระดับเซียน

และตัวเขาเองเซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซนก็เป็นยอดฝีมือในหมู่นักสู้ระดับเซียนเป็นเวลานานแล้วตั้งแต่เฮนด์เซนลิ้มรสความพ่ายแพ้ แต่ถ้าเขาท้าทายนักสู้ระดับเทพ เขาจะพ่ายแพ้แน่นอนสู้กับพลังที่สามารถครอบงำเขาได้ ไม่มีอะไรที่เฮนด์เซนจะทำอะไรอื่นได้

เขาหวังอย่างแท้จริงว่าจะมีนักสู้ระดับเซียนปรากฏออกมาเอาชนะเขาได้จริงๆ

บางทีเขาจะได้รับการรู้แจ้งบางอย่างและบรรลุเข้าสู่ระดับต่อไปซึ่งเป็นระดับเทพก็เป็นได้

“งั้นนี่ก็คือนักรบเลือดมังกร?” เด็กอายุสิบสองปีจับมือนีน่าที่นั่งข้างๆ และถาม นีน่ามองดูร่างบนเวทีประลองจากนั้นพยักหน้า  “ใช่แล้วนี่คือสุดยอดนักรบในตำนาน”

เพราะความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนวอร์ตันเคยแปลงร่างมังกรให้นางเห็นมานานแล้ว

“ฮ่าฮ่านักรบเลือดมังกร  ไม่เลว” บลูเมอร์มองดูวอร์ตันและเริ่มหัวเราะ “แต่ตระกูลอาเคอร์ลุนด์ของข้าไม่เคยเชื่อว่าสี่สุดยอดนักรบจะแข็งแกร่งที่สุด”

บลูเมอร์จ้องวอร์ตันด้วยสายตาเย็นชาพลางชักกระบี่ยาวออกมาแค่เพียงพลิกมือเท่านั้น

กระบี่ยาวมองดูเหมือนสร้างจากแท่งน้ำแข็งใสจนมองทะลุ ภายใต้แสงอาทิตย์สะท้อนเป็นสีรุ้ง บลูเมอร์มองดูวอร์ตันด้วยความมั่นใจและพูดเสียงดัง  “นี่คือกระบี่ที่มีค่าซึ่งพี่ชายข้ามอบให้เป็นของขวัญนามว่า ‘ฝันยะเยือก”

วอร์ตันยกดาบศึกประหารปรปักษ์ขึ้นกล่าวด้วยเสียงเย็นชา  “ดาบศึกประหารปรปักษ์มรดกตกทอดของตระกูลบาลุคเป็นอาวุธประจำตัวของนักรบเลือดมังกรคนแรก”

“เหรอ?” บลูเมอร์แค่นเสียง

ผู้ชมทุกคนพากันเงียบทั้งหมด พวกเขาเบิกตากว้างมองดูการประลองระหว่างอัจฉริยะทั้งสอง  พวกเขาไม่ต้องการพลาดทุกอย่าง

“ควั่บ!”

ในพริบตาเดียวบลูเมอร์ดูเหมือนกับจะหายไปขณะที่ลมพัดกระโชกรุนแรงปรากฏขึ้นทันทีอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยในเวทีประลอง นี่คือลมหมุนที่สร้างขึ้นจากความเร็วของบลูเมอร์

ลมปะทะใส่หน้าของวอร์ตัน  แต่วอร์ตันยังยืนอยู่กับที่โดยไม่ขยับ

“หืม?”  ทันใดนั้นวอร์ตันสังเกตว่าบลูเมอร์มาจากมุมตาด้านซ้าย  ขณะที่วอร์ตันหมุนตัวเตรียมโจมตีทันใดนั้นเขารู้สึกว่ามีลมอีกสายหนึ่งลอบทำร้ายเขาจากด้านขวา

ใช่แล้ว

ร่างแท้ของบลูเมอร์อยู่ที่ด้านขวาของเขา

บลูเมอร์หัวเราะเย็นชามองดูวอร์ตันขณะฟันกระบี่ฝันยะเยือกใส่วอร์ตันอย่างไร้ความปราณี  แต่วอร์ตันหันหลังให้บลูเมอร์ตวัดหางเหล็กมังกรหวดใส่เขาทันที

“ควั่บ!”หางมังกรกระแทกใส่กระบี่ฝันยะเยือกและส่วนปลายหางกระแทกใส่ร่างบลูเมอร์เช่นกัน

“ป้าบ!”

ร่างของบลูเมอร์ถูกฟาดปลิวเหมือนกระสอบทราย บลูเมอร์ฟื้นตัวและตีลังในกลางอากาศลงพื้นคุกเข่าข้างหนึ่งกับเวที

ผู้ชมทั้งหมดกลั้นหายใจไม่กล้าส่งเสียงฮือฮาหรือตะโกน

“อึก” บลูเมอร์กระอักโลหิตออกมาเล็กน้อย จากนั้นจ้องมองที่อกของเขา ตรงที่ถูกหางมังกรฟาด  ชุดของเขาฉีกขาด แม้ว่าอกของเขาจะมีปราณยุทธปกป้องเอาไว้แต่ปราณยุทธก็ฉีกออก มีแผลปรากฏอยู่ที่อกของเขา โลหิตค่อยๆ ไหลออกมา

เวลานี้วอร์ตันหันกลับมาจ้องมองด้วยดวงตาสีดำเย็นชาประกายสีทองฉายอยู่ในดวงตาเขา

“แข็งแกร่งดีนี่”  บลูเมอร์พูดเบาๆ

ไม่ต้องสงสัยกันแล้วไม่มีนักรบระดับเดียวที่มีพลังเทียบเท่าหรือพลังโจมตีเหมือนนักรบเลือดมังกร แค่เพียงหางมังกรหวดใส่เขาก็สร้างบาดแผลลึกให้กับบลูเมอร์ได้

ตอนนี้บลูเมอร์เข้าใจเต็มที่แล้วว่าในการต่อสู้กับวอร์ตันเขาไม่อาจปล่อยให้ตัวเองถูกฟาดได้ แค่เพียงปลายหางมังกรฟาดใส่หน้าอกของเขาก็ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บได้ ถ้าเป็นการพลังโจมตีเต็มที่ เขาคงไม่บาดเจ็บเบาๆ เป็นแน่

“บึ้ม!”

ด้วยพลังมหาศาลวอร์ตันใช้เท้ากระแทกพื้นทำให้สั่นสะเทือนแม้จะมีเวทม่านพลังป้องกันพื้นเวทีไว้ก็ตามวอร์ตันเปลี่ยนเป็นภาพเลือนรางในพริบตาก็พุ่งยาวไปเป็นร้อยเมตรย่นระยะลงขณะพุ่งเข้าโจมตีบลูเมอร์

“ฮารรร์!”

ดาบศึกที่แฝงพลังรุนแรงกระแทกลงใส่เขา  บลูเมอร์ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาหลบทันทีในขณะเดียวกันเมื่อเขาโจมตีด้วยดาบศึกเขาหมุนตัวเตะกวาดใส่ขาทั้งของบลูเมอร์

บลูเมอร์ไม่กล้ารับไว้แม้แต่น้อยได้แต่ถอยด้วยความเร็วสูงเพียงอย่างเดียว

“ควั่บ” แม้ว่าเขาจะถอยด้วยความเร็วสูง แต่หางมังกรที่เร็วดุจสายฟ้าก็หวดใส่เขาอีกครั้ง  บลูเมอร์รีบยกกระบี่ฝันยะเยือกป้องกันไว้

“บึ้ม!” แม้กระบี่ฝันยะเยือกจะป้องกันได้แต่พลังฟาดที่รุนแรงก็ยังคงส่งผลให้บลูเมอร์ปลิวไปทางจุดของผู้ชมดู คนที่ชมดูอยู่ในจุดนั้นแตกฮือขณะที่บลูเมอร์ลงกระแทกพื้น

“บึ้ม!”หินตรงจุดผู้ชมแตกหัก เศษอิฐหินกระจายว่อนและปกคลุมไปด้วยฝุ่น

ผู้ชมทุกคนสูดลมหายใจหนาวเหน็บ  นักรบเลือดมังกรทรงพลังมากจริงๆ  เพราะเกล็ดมังกรทรงพลังน่ากลัว ขาแขนและหางสามารถกระแทกใส่ตรงๆ ได้เหมือนอาวุธ

นี่คือจุดได้เปรียบหลัก

“ฮ่าหห์!” บลูเมอร์ส่งเสียงคำรามลั่นบินออกมาจากกองฝุ่น  เขาไม่บุกเข้าใส่วอร์ตันโดยตรง  แต่เขากลับตรงไปที่อีกฝั่งหนึ่งของสนามประลอง

กระโจนเพียงสามครั้งบลูเมอร์ก็มาถึงอีกฝั่งหนึ่ง

“บลูเมอร์เจ้าจะต้องแพ้แน่นอน” วอร์ตันพูดอย่างเย็นชา

ร่างของบลูเมอร์เต็มไปด้วยรอยเลือด  แต่ก็ยังยืนหลังตรงได้  บลูเมอร์ไม่มองวอร์ตัน  แต่มองดูกระบี่ยาวในมือของเขา  “เดิมทีข้าต้องการจะเอาชนะเจ้าด้วยวิชากระบี่ที่ข้าพัฒนามาด้วยตนเอง แต่ดูเหมือนว่าข้าต้องใช้วิชาที่พี่ชายของข้าสอนข้าเสียแล้ว”

“วิชากระบี่ของพี่ชายของเขา?”

เฮนด์เซนได้ยินแต่ละคำพูดชัดเจน  “กระบี่เงาแสงของโอลิเวอร์น่ะหรือ?  ข้าสงสัยว่าเขาเชี่ยวชาญวิชาของโอลิเวอร์มากน้อยแค่ไหน”

ลินลี่ย์ขมวดคิ้วเช่นกัน

วิชากระบี่ของโอลิเวอร์?

“จำเอาไว้วิชาที่เอาชนะเจ้าก็คือวิชากระบี่เงาแสง” เสียงเย็นชาของบลูเมอร์ดังขึ้น กระบี่ฝันยะเยือกในมือของบลูเมอร์มีรังสีทองคลุมเป็นชั้น

“ครืนนน...”

สิ่งที่แปลกก็คือบลูเมอร์ที่ยืนอยู่บนเวทีประลองแยกออกเป็นสองร่างในทันใดพร้อมกับกระบี่ยาวในมือของเขาเงาทั้งสองแยกออกกันอีกครั้ง

จากหนึ่งเป็นสอง  จากสองกลายเป็นสี่  จากสี่เป็นแปด

ภาพนี้แปลกประหลาดอย่างมาก

“เร็วจนน่าทึ่ง”  เนื่องจากระดับความรู้ปัจจุบันของเขาลินลี่ย์สามารถบอกได้ว่าบลูเมอร์ผู้นี้อาศัยระดับความเร็วที่น่าทึ่งจนสร้างผลสะท้อนเช่นนี้ได้

“ความเร็วนี้ความจริงเร็วกว่าความเร็วสูงสุดในร่างมนุษย์ของเราเล็กน้อย”  ลินลี่ย์ลอบตกใจ

วอร์ตันยังคงระมัดระวังป้องกันตัวอย่างเคร่งเครียด เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขาถูกเงาของบลูเมอร์ล้อมเอาไว้  บลูเมอร์ไวกว่าเขามาก  และยังไวกว่าพี่ลินลี่ย์ของเขาในร่างมนุษย์

“เจ้าจะต้องแพ้แน่นอน”

เสียงเย็นยะเยือกดูเหมือนจะดังออกมาจากเงาร่างทั้งหมดขณะที่วอร์ตันตั้งรับอย่างเหนียวแน่นมากกว่าเดิม เงาลวงตาเหล่านั้นพลันพร่าเลือนขณะที่บลูเมอร์มาปรากฏอยู่หน้าของเขา

“ควั่บ!”

วอร์ตันไม่มีเวลาได้ใช้ดาบศึกป้องกันตัวดังนั้นเขาเพียงแต่อาศัยแขนยกขึ้นป้องกันท่าโจมตีนี้

“แคล้ง!” เสียงโลหะกระทบดังขึ้นได้ยินอย่างชัดเจนกระบี่ฝันยะเยือกทิ้งรอยขีดสีขาวไว้บนเกล็ดของวอร์ตัน  แต่ขณะเดียวกันหางมังกรของวอร์ตัน...

“ควั่บ!”

หางมังกรฟาดใส่ แต่บลูเมอร์หายไปอีกครั้ง

เมื่อการโจมตีล้มเหลวเขาถอยทันที

“เกิดอะไรขึ้น?”  วอร์ตันตกใจทันที  “เขามาปรากฏต่อหน้าเราได้ยังไง?”

แต่ลินลี่ย์เห็นทุกอย่างชัดเจนและเข้าใจ  “ใช้เงาสะท้อนภาพลวงตาของวิชาเงาแสงนี้เขาสามารถลอบเข้าไปใกล้โดยคู่ต่อสู้ไม่ทันสังเกตและจากนั้นใช้ความเร็วที่เหลือเชื่อมาปรากฏตัวก่อนที่คู่ต่อสู้จะทันได้ตอบโต้”

ลินลี่ย์สามารถใช้ความเข้าใจกฎสายลมตรวจสอบจุดที่คู่ต่อสู้อยู่ได้ง่ายๆเนื่องจากเป็นวิธีเอาชนะวิชานี้

อย่างไรก็ตามวอร์ตันไม่ได้เชี่ยวชาญธาตุลม

“ทำไมถึงมีเงามากมายนักเล่า”  คนดูแปดหมื่นคนตะลึง พวกเขาเห็นว่าบนพื้นที่ประลองมีร่างของบลูเมอร์ปรากฏถึงสิบหกร่างขณะที่แสงสีทองฉาย หนึ่งในเงาร่างของบลูเมอร์ก็ปรากฏในตำแหน่งต่างๆ

จำนวนเงายังคงมีจำนวนสิบหกร่าง

เมื่อใดก็ตามที่เงาร่างหาย  อีกเงาหนึ่งก็จะปรากฏในตำแหน่งที่ต่างๆ  ทุกๆ ครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง  จะมีประกายแสงทองฉายวาบหนึ่ง

น่าประหลาดนัก

วอร์ตันมองดูอย่างระมัดระวัง  ขณะที่แสงทองฉายสายตาของวอร์ตันจะพร่าเลือน แต่ในทันใดนั้นเอง กระบี่ยาวของบลูเมอร์ปรากฏอยู่หน้าเขา  บลูเมอร์ไม่ได้แทงโจมตีที่ตำแหน่งอื่นเขามุ่งอยู่ที่ดวงตาวอร์ตันเท่านั้น

ประกายแสงทองของกระบี่ปรากฏอยู่ที่ตาของวอร์ตัน

จบบทที่ ตอนที่ 9-6 การประลอง

คัดลอกลิงก์แล้ว