เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9-4 ดาบนามว่าประหารปรปักษ์

ตอนที่ 9-4 ดาบนามว่าประหารปรปักษ์

ตอนที่ 9-4 ดาบนามว่าประหารปรปักษ์


ลินลี่ย์หันหน้ามามองน้องชาย  เขายิ้มพลางกล่าว  “วอร์ตัน, บลูเมอร์ผู้นี้รู้วิธีการที่ได้ผลและยังท้าทายเจ้า ดูเหมือนเขามั่นใจมาก”

วอร์ตันพูดด้วยความมั่นใจ “ไม่ต้องห่วงพี่ใหญ่ เรานักรบเลือดมังกรกลัวคนในระดับเดียวกันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

“นั่นคือความเชื่อมั่นที่เจ้าควรมี”

ลินลี่ย์ชำเลืองมองบลูเมอร์ที่หายลับตาไป  “ข้าสังเกตเห็นกระบี่ของบลูเมอร์ดูเหมือนว่าจะมีความพิเศษ”

“ใช่แล้วกระบี่ของบลูเมอร์รวดเร็วมาก เมื่อเขาเข้าร่วมแข่งขันคัดตัวเป็นศิษย์กิตติมศักดิ์เขามีชื่อเสียงในเรื่องกระบี่ไว แต่กระบี่ไวปกติจะไม่ทรงพลังนัก เขาอาจจะเอาชนะศัตรูที่เป็นระดับเก้าธรรมดาได้  แต่เพราะพลังป้องกันของข้าต่อให้เขาฟันใส่ข้าได้ ก็เป็นไปได้ว่าเขาจะไม่สามารถทำลายพลังป้องกันของข้าได้”   วอร์ตันยังมั่นใจมากอยู่  “ถ้าการแข่งคัดเลือกศิษย์กิตติมศักดิ์คัดเอาผู้ชนะเลิศในการแข่งขันทั้งหมด  มีแนวโน้มว่าผู้ชนะเลิศอาจไม่ใช่เขาก็ได้”

ลินลี่ย์ยิ้มและใช้ไหล่เขากระทบไหล่วอร์ตัน  “พอได้แล้ว, ศิษย์กิตติมศักดิ์ของวิทยาลัยเทพสงครามหรือ? ฮึไปกันเถอะ ได้เวลากลับบ้านกันแล้ว”

ในฐานะเชื้อสายของตระกูลนักรบเลือดมังกร  ลินลี่ย์และวอร์ตันมีความภาคภูมิใจกันทั้งสองคน

บลูเมอร์รีบแจ้งให้จักรพรรดิโจฮันน์ทราบถึงเรื่องท้าประลองและจักรพรรดิโจฮันน์ส่งคนไปถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับวอร์ตัน หลังจากทรงทราบว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นแน่ โจฮันน์มีราชโองการทันทีให้จัดการตระเตรียมสนามประลองฝีมือระหว่างอัจฉริยะทั้งสองคน

ชาวเมืองหลวงทุกคนตื่นเต้นหลังจากที่ได้ทราบข่าวการประลองที่จะมีขึ้นนี้

คนหนึ่งบลูเมอร์เป็นศิษย์ส่วนตัวของเทพสงครามนักรบระดับเก้า

อีกคนหนึ่งสืบสายตระกูลนักรบเลือดมังกรวอร์ตันอัจฉริยะจากสถาบันโอเบรียน!

ที่สำคัญที่สุด...

อัจฉริยะทั้งสองคนนี้กำลังหมายปององค์หญิงเจ็ดเพราะนิสัยของคนทั่วไปชอบมีส่วนร่วมในการนินทาอยู่แล้ว  หลายๆคนเริ่มพูดว่าอัจฉริยะทั้งสองคนเปิดศึกชิงนางเพื่อองค์หญิงเจ็ด  ข่าวลือทั้งหมดเกี่ยวกับวอร์ตัน บลูเมอร์และนีน่าเริ่มเป็นที่พูดคุยกันตามถนนตรอกเล็กซอกซอยในเมืองหลวง

เมืองแชนน์ด้านตะวันออก คฤหาสน์ของเคานท์วอร์ตันบนถนนโบลเดอร์ ภายในลานฝึกฝีมือ

ลินลี่ย์และวอร์ตันต่างยืนอยู่ด้านตรงข้ามของสนามฝึกฝน  พ่อบ้านแอชลีย์, ฮิลแมน, บาร์เกอร์และคนอื่นๆ กำลังมองดูอยู่ห่างๆ

การประลองที่จะมีขึ้นวันที่ 4กุมภาพันธ์นั้นวอร์ตันจะต้องชนะ

ลินลี่ย์จ้องมองวอร์ตัน “วอร์ตัน! เนื่องจากบลูเมอร์มีชื่อเสียงทางด้านใช้กระบี่ไวโจมตี  ข้าจะเป็นคู่ซ้อมให้เจ้าใช้กระบี่ไวโจมตี  จงอย่าลังเลแม้แต่น้อย ใช้พลังทั้งหมดของเจ้าสู้กับข้า”

“ได้เลย, พี่ใหญ่” เขาเปลือยกายท่อนบน วอร์ตันแปลงร่างของเขาทันที

เกล็ดมังกรสีฟ้าเริ่มครอบคลุมร่างทั้งหมดของวอร์ตัน  แขนและขาของเขาเริ่มปกคลุมไปด้วยเกล็ดเช่นกันขณะที่เล็บของเขาเริ่มงอกยาวออกมาและแหลมคม หางมังกรผุดออกมาจากด้านหลัง และเขามังกรเดี่ยวงอกออกมาจากหน้าผาก

ตาของเขายังคงเป็นสีดำ มีประกายสีทองเป็นครั้งคราว

“นี่คือร่างนักรบเลือดมังกรที่มีอำนาจที่แท้จริงของตระกูลเรา”  เมื่อเห็นร่างแปลงของน้องชายลินลี่ย์รู้สึกตื่นเต้นมาก เขาตะโกนเสียงดังลั่นทันที  “วอร์ตัน! โจมตีข้าสุดกำลัง เร็ว”

“เข้าใจแล้ว”

ตาของวอร์ตันเป็นประกายและกระโจนจากพื้นเต็มกำลังทำให้พื้นดินที่เขายืนอยู่สั่นสะเทือน ร่างแปลงของวอร์ตันพลันพร่าเลือนขณะที่เขาจู่โจมใส่ลินลี่ย์มือของเขาจับดาบศึกประหารปรปักษ์แน่นที่มีคราบโลหิตติดอยู่เสมอ

“กวัดแกว่งของเบาเสมือนเป็นของหนัก!” เทพกระบี่เลือดม่วงในมือของลินลี่ย์แฝงไปด้วยพลังที่หนักหน่วงมหาศาลดูเหมือนจะลอยขึ้นด้วยความเร็วที่เชื่องช้าเข้าหาดาบประหารปรปักษ์ มันสามารถต้านรับดาบพิฆาตได้ด้วยวิถีที่แปลกประหลาด

“ปัง!”  พลังทั้งสองปะทะกัน

ลินลี่ย์รู้สึกเหมือนกับว่าเขาถูกดาวตกขนาดยักษ์กระแทกใส่เนื่องจากพลังประหลาดจากแรงระเบิดถูกส่งผ่านเข้าไปในเทพกระบี่เลือดม่วงของเขา

“เขาแข็งแรงอย่างเหลือเชื่อจริงๆ แรงฟันปกติจากเขาเท่ากับเราในร่างมนุษย์ที่ใช้เคล็ดกวัดแกว่งของเบาเสมือนของหนัก”  ลินลี่ย์อดถอนหายใจชมเชยไม่ได้ นักรบเลือดมังกรมีระดับความแข็งแรงที่ทรงพลังจริงๆ

ลินลี่ย์บิดตัวเหมือนพายุหมุนหลบเฉียดวอร์ตันไปอย่างง่ายดาย

“ควั่บ!”

ประกายม่วงปรากฏขึ้นเก้าครั้ง นี่เป็นเพียงการโจมตีที่ใช้ระดับความเร็วธรรมดาของเทพกระบี่เลือดม่วง  ลินลี่ย์ยังคงกังวลแม้ว่ากระบี่ของบลูเมอร์จะไวมากก็ตามแต่บางทีเขาน่าจะทำได้เพียงเข้าถึงความเร็วระดับนี้เป็นอย่างมากที่สุด

เมื่อเท้าของเขาแตะพื้นได้ วอร์ตันกระโจนกลับหลังหลบอย่างรวดเร็วขณะที่เขาใช้ดาบศึกประหารปรปักษ์ในมือป้องกันการโจมตีของลินลี่ย์

แต่แม้จะสามารถป้องกันการโจมตีได้หกครั้ง แต่พลังโจมตีจากลินลี่ย์ถูกต้องร่างของวอร์ตันสามครั้ง พลังโจมตีนี้เป็นพลังโจมตีปกติที่ลินลี่ย์ใช้ตอนอยู่ในร่างมนุษย์

“แคล้ง  แคล้ง แคล้ง!”

เสียงโลหะดังก้องได้ยินสามครั้ง  เส้นขาวเลือนรางสามขีดปรากฏอยู่บนเกล็ดสีฟ้าของวอร์ตัน

“ฮ่าฮ่า...วอร์ตันดูเหมือนว่าข้าไม่ได้ใช้พลังสักนิดนะ ข้าไม่สามารถทำร้ายเจ้าได้เลยแม้แต่น้อย”

วอร์ตันมองดูพี่ชายอย่างจริงจัง  “พี่ใหญ่ ไม่ต้องออมมือ”

“ในร่างมนุษย์ลินลี่ย์เป็นเพียงนักรบระดับเก้าชั้นต้น

แต่ตอนนี้วอร์ตันเป็นนักรบเลือดมังกรระดับเก้าชั้นสูงแล้ว  ในแง่ของความแข็งแกร่ง ปราณยุทธหรือพลังป้องกันตัว เขาโดดเด่นกว่าลินลี่ย์มากมาย

“ใต้เท้าถ้าท่านยังออมมือต่อไป ข้าเกรงว่าวอร์ตันจะล้มท่านได้ง่ายๆ”  เกทส์ตะโกนลั่นจากข้างๆ

ลินลี่ย์หัวเราะส่ายศีรษะ

“วอร์ตันระวังให้ดี”

ลินลี่ย์เคร่งขรึมมากขึ้นและจากนั้นเขาเริ่มเร่งความเร็วทันที ลานฝึกทั้งหมดดูเหมือนจะเต็มไปด้วยลมพัดกระโชกรุนแรงทันทีเนื่องจากร่างของลินลี่ย์ใช้ความเร็วระดับที่น่ากลัว

“ควั่บ!” เทพกระบี่เลือดม่วงฟันใส่วอร์ตันและดูเหมือนจะกดข่มวอร์ตันไว้ในพื้นที่รอบตัวเขา

เคล็ดกำหนด!

วอร์ตันรู้สึกว่าแรงกดดันที่เหลือเชื่อกำลังมาทางเขา แต่เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์อันตรายนี้เลือดมังกรในกายของเขาเริ่มเดือด วอร์ตันคำรามลึกระเบิดปราณเลือดมังกรในตัวทำให้พลังป่าเถื่อนนี้ระเบิดออกมาจากดาบศึกประหารปรปักษ์ของเขา

“ควั่บ”

อากาศที่กักตัวเขาไว้ถูกตัดเปิดและดาบศึกปะทะเข้ากับเทพกระบี่เลือดม่วงของลินลี่ย์โดยตรง

แต่เทพกระบี่เลือดม่วงของลินลี่ย์เพียงสั่นเล็กน้อย  จากนั้นเปลี่ยนเป็นเงากระบี่หกสาย ในช่วงเวลากระชั้นเช่นนั้นวอร์ตันไม่สามารถใช้ดาบศึกของเขาป้องกันได้

“ฮ่าาาาห์!”วอร์ตันกำลังหมัดซ้ายซึ่งมีแสงสีฟ้าครอบคลุม

“ปัง  ปัง ปัง ปัง!”

เงากระบี่หกสายเปลี่ยนเป็นตัวกระบี่เลือดม่วงแท้อีกครั้งหนึ่งแทงใส่วอร์ตันอีกครั้งมันแฝงรังสีทะลุทะลวงน่ากลัวจนทำให้วอร์ตันสั่น

การกวัดแกว่งของเบาเสมือนเป็นของหนัก! รวดเร็วดุจสายฟ้า!

ในพริบตา ลินลี่ย์แทงใส่จุดเดิมบนร่างวอร์ตันถึงสี่ครั้ง  การแทงซ้ำๆ เหล่านี้แทงผ่านปราณยุทธและเกล็ดป้องกันตัวของวอร์ตันตอกเข้าไปในเนื้อของเขา

ไม่ช้าเขาก็แทงผ่านเกล็ดได้  อย่างไรก็ตามลินลี่ย์รั้งกระบี่และถอยกลับออกมา

วอร์ตันยืนตะลึงอยู่กับที่  จากนั้นเงยหน้ามองดูลินลี่ย์เขาพูดด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ  “พี่ใหญ่,ท่านเร็วขนาดนั้นได้อย่างไร?” เขาไม่มีความสามารถพอตั้งตัว จากตรงนี้ ใครๆ ก็พอจะจินตนาการในสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาโจมตีสั้นๆ  แต่ลินลี่ย์ก็ยังโจมตีเต็มที่ได้สี่ครั้ง!

“เจ้าเรียกนั่นว่าเร็ว?  ถ้าข้าใช้จนถึงขีดจำกัดข้า  แล้วในสถานการณ์อย่างนั้นข้าจะยังโจมตีได้อีกหกกระบี่  นี่อาศัยความเร็วล้วนๆไม่ได้อาศัยความลี้ลับหรือความรู้แจ้งกฎที่ลึกซึ้งเลย  ถ้าข้าใช้เคล็ดระลอกลม...”  รอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าของลินลี่ย์  “ในพริบตาเดียวข้าสามารถใช้กระบี่โจมตีได้หลายร้อยทีหรืออาจมากกว่านั้น!”

ที่ใดมีลม กระบี่ของเขาสามารถปรากฏได้

พลังของเคล็ดระลอกลมอยู่บนพื้นฐานคำๆ เดียวคือ ‘เร็ว’  เร็วมากจนดูเหมือนเป็นการเทเลพอร์ต แต่เพราะความเร็วในการเข้าถึงดังกล่าวก็หมายความว่าพลังโจมตีในแต่ละครั้งจะไม่สูงมากนัก  แต่ด้วยพลังโจมตีของกระบี่เป็นร้อยผสานเข้าด้วยกันพลังโดยรวมจึงสูงส่งอย่างน่าประหลาด

“โจมตีร้อยกระบี่?”  วอร์ตันตกใจ “แต่... ยังดีที่ความเร็วของบลูเมอร์ยังด้อยกว่าท่านมาก  พี่ใหญ่, ถ้าเขาไวขนาดนี้ข้ายอมรับความพ่ายแพ้ดีกว่า”

“อย่าหวังแต่อาศัยโชค”  ลินลี่ย์เตือนอย่างเย็นชา  “วอร์ตัน,เจ้ามั่นใจมากพอนะว่าเจ้ารู้จักความเร็วสูงสุดของบลูเมอร์?”

“ไม่, ข้าไม่รู้”  วอร์ตันส่ายศีรษะ

“ใช้พลังของเจ้าทั้งหมดจู่โจมใส่ข้า”  ลินลี่ย์กล่าวจริงจัง

“ได้เลย พี่ใหญ่”  วอร์ตันเคร่งขรึมขึ้นเช่นกัน  “การโจมตีนี้เป็นสิ่งที่ข้าพัฒนาขึ้นมาจากความเข้าใจเคล็ด‘กวัดแกว่งของหนักเสมือนของเบา’  ชื่อของท่าก็คือ ‘ดาบเดี่ยวสังหาร’ วอร์ตันจับดาบศึกประหารปรปักษ์ด้วยมือทั้งสอง  และเงาโลหะสะท้อนอยู่ที่คมดาบ

รอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าของลินลี่ย์

“นั่นคือชื่อที่ข่มขวัญดี”  ลินลี่ย์กวัดกระบี่เลือดม่วงในมือเดียว

“ควั่บ!” วอร์ตันเร่งความเร็วในระดับสูงสุดและปรากฏตัวต่อหน้าลินลี่ย์ในพริบตาดาบศึกประหารปรปักษ์ดูเหมือนจะร่ายรำอยู่ในมือของเขาคล่องแคล่วเหมือนกับใบไม้ร่วง  “วืด!”มันฟันเข้าใส่ลินลี่ย์

แม้ความประทับใจที่มันแสดงออกดูเหมือนกับจะเคลื่อนไหวได้ช้า  แต่ในพริบตาก็มาถึงหน้าลินลี่ย์แล้ว เมื่อเผชิญกับพลังฟันเช่นนี้ลินลี่ย์รู้สึกได้ถึงพลังอำมหิตและกระหายเลือดที่แฝงมากับดาบ

ลินลี่ย์ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย

“แคล้ง  แคล้ง แคล้ง....”

ดูเหมือนลินลี่ย์จะกลายเป็นดวงอาทิตย์ขณะที่เขาแผ่รัศมีสีม่วงเป็นล้านสายประกายแสงสีม่วงนี้สว่างเจิดจ้าเข้าปะทะกับดาบศึกประหารปรปักษ์ พลังโจมตีที่น่ากลัวของดาบศึกประหารปรปักษ์ที่เดิมทีครองพลังที่ช้าแต่กลับต่อต้านสลายโดยแสงเจิดจ้าสีม่วงนับล้านๆ สาย

“ปัง!”  ดาบศึกถูกส่งกระเด็นไป และวอร์ตันเองถูกประกายสีม่วงฟันหลายครั้งส่งผลให้เขาปลิวกระเด็นเช่นกัน

วอร์ตันไอสองครั้งและลูบอกขณะลุกขึ้นยืน

“ไม่เลวมันทรงพลังมาก” ลินลี่ย์พูดอย่างเห็นด้วย  “ความจริงต้องใช้ถึงสิบ..ไม่ใช่สิสิบหกกระบี่ของข้าโจมตีจึงจะสลายพลังโจมตีของเจ้าได้”  เมื่อใช้ระลอกลมทุกกระบี่ที่ฟันใส่ค่อนข้างอ่อนแอ

ความจริงถ้าลินลี่ย์ต้องโจมตีเต็มกำลังการฟันแต่ละครั้งจะมีพลัง 25% ของแรงฟันของวอร์ตัน

พูดให้ถูกก็คือลินลี่ย์สามารถสลายพลังโจมตีของวอร์ตันด้วยการฟันเพียงสี่ครั้งเท่านั้น

“ตามหลักการไม่น่าจะมียอดฝีมือระดับเก้าที่รับมือเจ้าได้ เว้นแต่พวกเขาจะเป็นสุดยอดนักรบ  ในกรณีของเจ้า เจ้าอาจสู้ด้วยฝีมือเจ้าได้”ลินลี่ย์พูดทำนองเห็นด้วย

“นอกจากนี้”  ลินลี่ย์มองวอร์ตัน  “เจ้าจำเป็นต้องเรียนรู้ควบคุมปราณยุทธของเจ้าให้คล่องแคล่วขึ้นและวิธีเคลื่อนไหวให้ว่องไว เจ้าไม่ควรปล่อยให้คู่ต่อสู้โจมตีใส่ที่จุดเดียวซ้ำๆ หลายครั้ง”

วอร์ตันพยักหน้า

“ใต้เท้า”  บ่าวคนหนึ่งวิ่งเข้ามาแสดงความเคารพ  “ใต้เท้ามีคนผู้หนึ่งบอกว่าชื่อเรย์โนลด์แจ้งว่ามาขอพบท่านลินลี่ย์”

“เรย์โนลด์?”  ลินลี่ย์ตาเป็นประกาย

ลินลี่ย์ไม่สนใจคุยกับน้องชายต่อไปรีบวิ่งออกไปนอกคฤหาสน์  ลินลี่ย์ไม่ได้พบน้องสี่เรย์โนลด์มาเก้าปีเต็ม

เมื่อไปถึงลานหน้าคฤหาสน์ลินลี่ย์ชะลอฝีเท้าลง

เมื่อเห็นร่างที่อยู่นอกประตู  ลินลี่ย์รู้สึกเหมือนกับว่าเขาย้อนเวลากลับไปช่วงเวลาเยาว์วัยที่สุขใจที่สุดซึ่งได้ใช้เวลาร่วมกับพี่น้องของเขา เมื่อเด็กหนุ่มทั้งสี่คนไปที่สวรรค์วารีหยกเพื่อดื่มกินและสนุกสนาน

วันเวลาที่ห่างไกลเหล่านั้นสนุกสนานมาก

และตอนนี้ เรย์โนลด์ในปัจจุบัน...

เรย์โนลด์สวมชุดยาวเรียบง่าย  แต่เอวของเขาตอนนี้ตั้งตรง เขาใช้เวลาอยู่ในกองทัพนานปีจึงทำให้เขามีราศีของทหาร  และตอนนี้เรย์โนลด์สูง 1.9 เมตร

“น้องสี่!”

เรย์โนลด์กำลังรออยู่หน้าประตูได้ยินเสียงตะโกน  เขาชะเง้อมองทันที และตาเขาเป็นประกาย  ลินลี่ย์เปลี่ยนไปเช่นกันอัจฉริยะที่แพรวพราวตอนนี้สำรวมและสงบมากขึ้นกว่าเดิม  “พี่สาม!”

“ฮ่าฮ่า...”

สองพี่น้องวิ่งเข้ามากอดกันและกัน

“คาดไม่ถึงเลยว่าเป็นเจ้า,น้องสี่ เจ้าคงเข้าร่วมกองทัพแน่  เป็นเวลาเจ็ดหรือแปดปีแล้วใช่ไหม? ตอนที่เจ้ายืนอยู่ที่หน้าประตู ข้าไม่ค่อยแน่ใจว่าเป็นเจ้าจริงๆ  ข้ายังสงสัยตัวเองอยู่  ทำไมนายทหารถึงมาที่นี่?”  ลินลี่ย์หยอกล้อ

เรย์โนลด์ตีหน้าอกลินลี่ย์เบาๆ  “พี่สาม, โธ่เอ๊ย, ข้าไม่มีทางเลือกได้แต่ร่วมกองทัพ  ผู้อาวุโสของข้าบังคับข้าแล้วข้าจะทำอะไรได้?”

“โชคดีที่ตอนที่ข้าโดดงานเยลส่งคนมาแจ้งข้าว่าเจ้ามาถึงเมืองหลวง  ตอนข้ากลับข้าตั้งใจมาเยี่ยมน้องชายเจ้าและมองหาเจ้าด้วย ข้ารู้สึกมั่นใจว่าเมื่อมาถึงเมืองหลวง เจ้าจะต้องไปบ้านน้องชายแน่แล้วดูสิ? เจ้าอยู่นี่จริงๆ”

“ฮ่าฮ่า,เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ”

หลังจากแยกจากกันเก้าปี พี่น้องทั้งสองนี้มีเรื่องราวนับไม่ถ้วนต้องสนทนากัน  พวกเขาไม่เจอกันมานานเก้าปี  เก้าปีต่อมาบุรุษทั้งสองต่างก็ประสบความสำเร็จ

จบบทที่ ตอนที่ 9-4 ดาบนามว่าประหารปรปักษ์

คัดลอกลิงก์แล้ว