เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8-59 พี่น้องพบกัน

ตอนที่ 8-59 พี่น้องพบกัน

ตอนที่ 8-59 พี่น้องพบกัน


หลายวันผ่านไปตั้งแต่บลูเมอร์ได้รับบรรดาศักดิ์มาร์ควิส

“ใต้เท้า” ยามที่หน้าประตูคฤหาสน์เคานท์แสดงความเคารพ

วอร์ตันดูเหมือนจะไม่ได้สังเกตมองยามเฝ้าประตูแม้แต่น้อย  ไม่แม้กระทั่งจะชำเลืองมอง เขาเดินตรงเข้าคฤหาสน์  ยามทั้งสองคนได้แต่มองหน้ากันเอง

“ท่านเคานท์ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่กี่วันนี้เขาดูเหมือนสูญเสียโลกของตัวเองไปอีกครั้ง”

“ใช่ ในอดีตเขามักจะยิ้มและทักทายเรา จากที่เห็น คำขอแต่งงานกับองค์หญิงของบลูเมอร์ในตำหนักคงสร้างความกระทบกระเทือนใจกับท่านเคานท์ใหญ่หลวง”

ข่าวการทูลขอแต่งงานของบลูเมอร์แพร่กระจายไปทั่วนครหลวง

หลายคนในเมืองหลวงรู้เรื่องราวความสัมพันธ์ของวอร์ตัน องค์หญิงเจ็ดและบลูเมอร์ในถนนใหญ่ ตรอกเล็กซอกซอย ในโรงแรมและร้านอาหารหัวข้อนี้มักจะได้ยินพูดคุยกันบ่อยๆ

“วอร์ตัน, เป็นอะไรไป?” มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

วอร์ตันหันหน้ามองผู้พูด เป็นเนเดอร์บุตรของฮิลแมน  วอร์ตันส่ายศีรษะถอนหายใจ เนเดอร์เข้าใจ  “ไม่ได้พบองค์หญิงเจ็ดใช่ไหม?”

“ใช่” วอร์ตันพยักหน้า

วอร์ตันและองค์หญิงเจ็ดมักออกไปเที่ยวด้วยกันเสมอและวันเวลาเหล่านี้กลายเป็นเรื่องธรรมดา แต่นับแต่บลูเมอร์ทูลขอแต่งงานกับนีน่าที่ตำหนักผู้กล้า  วอร์ตันได้พบนีน่าเพียงครั้งเดียว  วันต่อมาหลังจากเหตุการณ์นั้นสามวันแล้วที่เขาไม่ได้พบนีน่า

เขาไม่ได้พบเห็นนาง เป็นธรรมดาที่วอร์ตันจะรู้สึกหดหู่ใจมาก

เนเดอร์รู้สึกเสียใจแทนวอร์ตันมากเช่นกัน เขาแค่นเสียงกล่าว “บลูเมอร์ต้องการก่อเรื่องน่าปวดหัว เขาทูลขอแต่งงานกับองค์หญิงเจ็ดโดยตรง เขานึกอะไรอยู่กันแน่”

“ไม่มีประโยชน์อะไรจะมาพูดกันตอนนี้แล้ว” วอร์ตันส่ายศีรษะ

ขณะนั้นเอง...

“ท่านเคานท์  ท่านเคานท์”  เสียงชัดใสดังขึ้นจากข้างนอก  วอร์ตันหันหน้าไปมองและเห็นว่าผู้กล่าวคือหญิงรับใช้คนสนิทขององค์หญิงเจ็ดนามว่าลูซี่

“ให้นางเข้ามา”  วอร์ตันกล่าวทันที

ยามปล่อยให้ลูซี่วิ่งเข้ามา ลูซี่วิ่งเข้ามาหาวอร์ตันและยืนหอบกล่าว  “วอร์ตันองค์หญิงถูกฝ่าบาทสั่งให้อยู่แต่ในวังและไม่ให้ออกจากตำหนัก  แม้แต่ข้าก็ต้องหาอุบายพิเศษกว่าจะออกมาได้ นี่คือจดหมายที่องค์หญิงขอให้ข้าส่งให้เจ้าให้ได้  นี่รับไปเถอะ ข้าไม่มีเวลาแล้ว ข้าต้องกลับไปเดี๋ยวนี้ ถ้าข้ากลับไปช้าอาจจะเกิดเรื่องร้ายแรง”

ลูซี่ส่งจดหมายให้วอร์ตัน วอร์ตันยืนตะลึงอยู่กับที่  แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดลูซี่ก็วิ่งออกไปแล้ว

“ฝ่าบาทคิดยังไงกันแน่?” เนเดอร์ขมวดคิ้วรู้สึกโกรธแทน

วอร์ตันเปิดซองจดหมายและดึงจดหมายออกมาจากซอง เมื่อเห็นเนื้อความในจดหมายวอร์ตันรู้สึกเหมือนมีความร้อนพลุ่งผ่านหัวใจ ร้อนใจนัก

ปราณยุทธสีฟ้าระเบิดออกมาจากมือของวอร์ตันเผาจดหมายเป็นเถ้าถ่าน

“ทั้งสองฐานะคือหนึ่งศิษย์ส่วนตัวของเทพสงครามและเป็นน้องชายของโอลิวิเยร์  ดูเหมือนจักรพรรดิจะทรงโปรดบลูเมอร์”วอร์ตันมองเห็นอะไรได้ชัด

ถ้าฝ่าบาทไม่เข้มงวดไม่ให้นีน่าออกมา นีน่าจะไปพบวอร์ตันไม่ใช่บลูเมอร์

คำสั่งนี้ตีความได้ชัดว่าเขาช่วยบลูเมอร์

วอร์ตันแค่นเสียงเย็นชา เขารู้สึกจนใจ  แม้แต่ในร่างมังกรเขาก็คงเป็นได้เพียงนักสู้ระดับเก้าชั้นสูง จะสร้างความยุ่งยากหรือก่อให้เกิดอำนาจแม้แต่น้อยได้ยังไง?

หลายวันต่อมาที่ชานเมืองหลวง

รถม้าคันหนึ่งและม้าอีกหลายตัวและเสือดำสนิทตัวหนึ่ง บนตัวเสือดำนั้นมีบุรุษหนุ่มชุดยาวเรียบง่ายขับขี่อยู่

“ลินลี่ย์ ดูสิ” ซาสเลอร์ขี่ม้าของตนเองชี้ภูเขาสูงที่อยู่ไกลๆ  ภูเขานั่นมียอดมากมาย  “นั่นคือภูเขาเทพสงครามที่มีชื่อก้องโลก  วิทยาลัยเทพสงครามก็อยู่บนยอดเขานั่น”

“วิทยาลัยเทพสงคราม?” ลินลี่ย์นัยน์ตาเป็นประกาย

พลังที่กล้าแข็งที่สุดในตำนานและดึงดูดใจอยู่ในจักรวรรดิ วิทยาลัยที่เทพสงครามก่อตั้งขึ้นอยู่ในระดับสุดยอดของทั่วทวีปยูลาน  ขณะจ้องมองดูภูเขาเทพสงครามไกลๆลินลี่ย์อดถอนหายใจชื่นชมไม่ได้

“เทพสงคราม...”

เทพสงครามโอเบรียนเป็นภาพที่แพรวพราวยิ่งนัก เขาไม่เพียงแต่ก่อตั้งจักรวรรดิโอเบรียนที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น เขายังต่อสู้กับสุดยอดมหานักพรตเหนือแม่น้ำยูลาน  การสู้รบครั้งนั้นสร้างชื่อเสียงให้เขา ทำให้เขามีชื่อเสียงสถานะทัดเทียมสุดยอดนักพรต

หลังจากผ่านไปห้าพันปี ไม่มีใครรู้ว่าเทพสงครามมีพลังมากเท่าใดกันแน่  เดิมทีเขาอยู่ในระดับเดียวกับสุดยอดนักพรต  แต่ตอนนี้เล่า แต่เทพเพียงองค์เดียวที่นับถือบูชากันภายในจักรวรรดิโอเบรียนก็คือเทพสงคราม  จากจุดนี้ใครๆก็เห็นได้ว่าเทพสงครามนั้นน่าเลื่อมใสเพียงไหน

หัวใจของลินลี่ย์เต็มไปด้วยแรงกระตุ้นที่ห้าวหาญ “คงมีสักวันที่ข้าจะขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสุดยอดของทวีปยูลานด้วยเช่นกัน!”

ลินลี่ย์เบือนศีรษะไม่มองดูภูเขาเทพสงครามอีกต่อไป  ไม่สำคัญว่าภูเขาเทพสงครามจะงดงามเพียงใด  ยังไงก็ยังเป็นของเทพสงคราม

“นครหลวงแชนน์”เขาจ้องไปทางทิศตะวันออกเห็นเมืองขนาดใหญ่ร่ำลือกันว่าใหญ่ที่สุดในทวีปเลยทีเดียว  แชนน์คือเมืองที่ใหญ่มากมีแต่นครหลวงของจักรวรรดิยูลานจึงจะเทียบกันได้

สถาปัตยกรรมของเมืองแชนน์เรียบง่ายปราศจากการตกแต่ง

“เมืองหลวงของจักรวรรดิที่ทรงอำนาจทางทหารมากที่สุดในทวีป  แชนน์เป็นเมืองที่ยอดฝีมือมากมายพำนักอาศัยอยู่”  ริมฝีปากของลินลี่ย์มีรอยยิ้ม  ภายใต้แสงอาทิตย์แพรวพราวลินลี่ย์และคณะมุ่งหน้าเขาเมืองแชนน์

ไม่มีคนกลุ่มไหนที่ให้ความสนใจกับนักเดินทางกลุ่มนี้

แต่พวกเขาไม่รู้ว่าคนเหล่านี้ในไม่ช้าจะก่อกวนภายในจักรวรรดิโอเบรียนจนแผ่นดินสั่นสะเทือน

“ฮ่าฮ่า เมืองหลวงของจักรวรรดิโอเบรียนมีชีวิตชีวาสมชื่อจริงๆถนนเหล่านี้กว้างมากเลยทีเดียว” บาร์เกอร์หัวเราะลั่น ทำให้ลินลี่ย์พลอยหัวเราะไปด้วย

คณะของลินลี่ย์กำลังเดินอยู่กลางถนนสายหลักของเมืองหลวง

บาร์เกอร์และน้องๆ ของเขาลงจากม้า ขณะที่พวกเขาคอนอาวุธขึ้นหลัง ขวานยักษ์ด้ามยาวที่น่าประหลาดนั้นบนเส้นทางระยะยาวพวกเขาจะเก็บขวานยักษ์ด้ามยาวไว้ในแหวนมิติเก็บสมบัติของลินลี่ย์  ที่สำคัญคือขวานยักษ์มีน้ำหนักมากเกินไปม้าไม่สามารถรับน้ำหนักได้ไหว

“โอว..กล้ามเป็นมัดๆ เลย”

หลายคนในเมืองหลวงเปิดทางด้านหน้าให้กลุ่มคนพวกนี้  บาร์กอร์และน้องๆ มีรูปร่างใหญ่โตน่ากลัวทุกคนสูงราวๆ 2.2 เมตร เอวหนาเหมือนหมีและมีกล้ามเนื้อเป็นมัดผิดมนุษย์ธรรมดา  นอกจากนี้บนหลังของพวกเขายังแบกขวานยักษ์ด้ามยาวที่เปล่งประกายโลหะเย็นคนละเล่ม

แม้ว่าขวานยักษ์ด้ามยาวเหล่านั้นจะสร้างขึ้นมาจากเหล็กกล้าอย่างดี  จะมีน้ำหนักอย่างน้อยพันปอนด์  แต่ดูจากสีสันของขวานยักษ์เหล่านั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นอาวุธที่ไม่ธรรมดา คนอ่อนแอทั่วไปจะกล้ากวัดแกว่งอาวุธหนักแบบนั้นหรือ?

และเสือดำที่ขนเป็นมันวาวซึ่งไม่มีร่องรอยสีอื่นปนอยู่เลยเล่า?

ไม่มีใครในเมืองหลวงเคยเห็นเสือดำอย่างนั้นมาก่อน นี่เป็นเพราะหลังจากเสือดำเมฆาบรรลุระดับเซียนแล้วมันมีความสามารถในการเปลี่ยนสีขนตนเองได้อย่างง่ายดาย

“ถนนโบลเดอร์” ลินลี่ย์รู้สถานที่ซึ่งวอร์ตันพักอยู่และทุกคนในตอนนี้มุ่งหน้าไปยังถนนโบลเดอร์ด้านทิศตะวันออกของเมืองแชนน์

“ข้าพนันได้เลยว่าท่านบลูเมอร์จะได้แต่งงานกับองค์หญิงนีน่าแน่นอน”

ลินลี่ย์ชะงักทันทีหันหน้าไปมองร้านอาหารใกล้ๆ และขมวดคิ้ว  “นีน่า? นีน่าที่วอร์ตันชอบพออยู่น่ะหรือ? คนที่ชื่อเคย์ลันเป็นคู่แข่งของวอร์ตันไม่ใช่หรือ?บลูเมอร์ผู้นี้ทำแบบนี้ได้ยังไง?”

ลินลี่ย์รู้ว่าบลูเมอร์เป็นใคร

เมื่อวอร์ตันมีส่วนร่วมแข่งขันเพื่อเป็นศิษย์กิตติมศักดิ์ในที่สุดเป็นบลูเมอร์ที่คว้าชัยชนะไป

“เหลวไหล  ข้ายินดีพนันได้ว่าท่านวอร์ตันจะต้องได้แต่งงานกับองค์หญิงนีน่า องค์หญิงนีน่ากับใต้เท้าวอร์ตันชอบพอกันมานานจนถึงเดี๋ยวนี้แล้ว”

“ยากจะบอกได้ ดูสถานะของท่านบลูเมอร์ในปัจจุบันสิ เขาเป็นศิษย์ส่วนตัวของเทพสงคราม”

“ใต้เท้า?”  บาร์เกอร์พูดเบาๆ

ลินลี่ย์ยืนนิ่งอยู่กับที่ชั่วขณะหนึ่ง

บลูเมอร์คือน้องชายของโอลิวิเยร์  เขากลายเป็นศิษย์ส่วนตัวของเทพสงครามหรือ? และดูเหมือนว่าเขาจะทูลขอจักรพรรดิเพื่อแต่งงานกับนีน่า

บาร์เกอร์และคนอื่นๆ มองดูลินลี่ย์

“ไปกันเถอะ”  ลินลี่ย์กล่าว

คณะของลินลี่ย์มาถึงถนนโบลเดอร์ คฤหาสน์ทุกหลังที่ตั้งอยู่ในถนนโบลเดอร์เป็นของตระกูลขุนนางทั้งนั้น  ดังนั้นถนนโบลเดอร์จึงมีคนไม่พลุกพล่าน

ขณะเดินอยู่บนถนนโบลเดอร์ที่ว่างเปล่า ลินลี่ย์สำรวจสัญลักษณ์ไปตามคฤหาสน์ทุกหลัง

“ตรงไปข้างหน้า” ลินลี่ย์นัยน์ตาเป็นประกาย

ยามเฝ้าประตูสองคนกำลังสนทนากันเพลินจึงไม่ทันสังเกตในตอนแรกว่าลินลี่ย์และคณะกำลังเดินเข้ามาหา  พวกเขาตื่นตัวทันที  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นบาร์เกอร์และน้องๆร่างกายใหญ่โตแข็งแรง

“คนพวกนี้สูงใหญ่ล่ำสันพอๆ กับท่านเคานท์” ยามเฝ้าหน้าประตูต่างตกใจ

“พวกเจ้าเป็นใคร?” หนึ่งในยามเฝ้าประตูรวบรวมความกล้าร้องเรียกออกไป

เกทส์เป็นคนแรกที่ส่งเสียงตอบดังลั่น “นี่คือบ้านพักเคานท์วอร์ตันใช่หรือไม่?”

“ถูกแล้ว” ยามพยักหน้า

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ลินลี่ย์รู้สึกหัวใจสั่นเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น เป็นเวลากี่ปีกันแล้ว? วอร์ตันจากไปเมื่ออายุหกขวบ  อีกไม่กี่ก็จะครบสิบเจ็ดปีที่แยกจากกัน

สิบเจ็ดปี!

ลินลี่ย์ยิ้มพลางกล่าว “ช่วยไปแจ้งข่าวด้วยว่าลินลี่ย์พี่ชายของเขามาถึงแล้ว”  เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้  ยามสองคนประหลาดใจมาก  พี่ชายของเคานท์วอร์ตัน?  พวกเขาไม่เคยได้ยินว่ามีคนเช่นนั้นมาก่อน

แต่ยามทั้งสองคนตัดสินใจได้ดี พวกเขาสามารถบอกได้ทันทีว่าคนกลุ่มนี้น่ากลัวเพียงไหน  ยามคนหนึ่งไม่กล้าพูดอะไรอื่น เขาคำนับ “โปรดรอสักครู่  ข้าจะเข้าไปรายงานก่อน”

ลินลี่ย์สูดหายใจลึก เพื่อสงบจิตใจ

“ลินลี่ย์ นี่คือบ้านพักของน้องชายเจ้าหรือ?” ซาสเลอร์เดินเข้ามาหาพลางหัวเราะ “ดูเหมือนน้องชายเจ้าก็ทำได้ดีนะ เพราะเขายังอยู่ในเมืองหลวงได้”

ลินลี่ย์อดภูมิใจไม่ได้

พ่อบ้านแอชลีย์กับฮิลแมนกำลังจิบไวน์และสนทนากัน  แต่ทันใดนั้นยามคนหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ท่านฮิลแมนขอรับ มีคนกลุ่มหนึ่งเพิ่งมาถึง ผู้นำกลุ่มของพวกเขาอ้างว่าเขาเป็นเป็นพี่ชายของท่านวอร์ตันและเขาชื่อลินลี่ย์”

“เพล้ง!”  แก้วเหล้าในมือพ่อบ้านแอชลีย์ร่วงลงกระแทกพื้นจนแตก

“ลินลี่ย์!”

พ่อบ้านแอชลี่ย์และฮิลแมนลุกขึ้นยืนทันที พวกเขามองหน้ากันเอง นัยน์ตาเบิกกว้างทั้งตกใจปนดีใจ

“ไป ไปเร็ว!ไปแจ้งให้ท่านเคานท์ทราบ!”  แอชลี่ย์สั่งทันที

และจากนั้นแอชลี่ย์และฮิลแมนวิ่งออกไปหน้าคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าพ่อบ้านแอชลี่ย์สูญเสียความอดทนตามปกติ ยามผู้นั้นตระหนักได้ว่านี่เป็นเรื่องสำคัญขนาดไหน  เขารีบวิ่งไปที่ลานฝึกฝีมือทันที

ในไม่ช้าแอชลีย์และฮิลแมนก็มาถึงลานหน้าคฤหาสน์  พอก่อนจะถึงประตูใหญ่ พวกเขาก็ค่อยชะลอความเร็วขณะที่มองดูข้างหน้าอย่างระมัดระวัง

พวกเขาเห็นบุรุษร่างกายมีมัดกล้ามกำยำที่น่ากลัวห้าคน  แค่เพียงขวานยักษ์ด้ามยาวที่พวกเขาคอนไว้ก็ทำให้พวกเขาสั่นได้แล้ว ด้านข้างบุรุษทั้งห้าคนเป็นชายชราร่างผอมแห้งนัยน์มีประกายสีเขียวเต็มไปด้วยกลิ่นอายน่ากลัว

นอกจากชายชราแล้วยังมีเด็กสาวสวยน่ารักน่าชมสามนาง

และข้างหน้าของทุกคน...

“ลินลี่ย์!”  ฮิลแมนเป็นคนพูดก่อน  พ่อบ้านแอชลีย์ยังคงตรวจสอบลินลี่ย์อย่างระมัดระวัง  หลังจากนั้นชั่วขณะ  เขาก็จดจำลินลี่ย์ได้ทันที  เขาร้องออกมาอย่างประหลาดใจและดีใจ  “คุณชายลินลี่ย์”

ลินลี่ย์อยู่ในระหว่างสนทนากับซาสเลอร์หันหน้ากลับมา

ปู่แอชลีย์ดูเหมือนยังอยู่ในความทรงจำของลินลี่ย์  จมูกเขาแดงเหมือนเหล้าไวน์แดงและลุงฮิลแมนก็ยังดูดีอยู่เช่นกัน ขณะมองดูพวกเขา ลินลี่ย์พบว่าเขาไม่สามารถข่มความตื่นเต้นดีใจไว้ได้

“ปู่แอชลีย์ ลุงฮิลแมน” ลินลี่ย์วิ่งเข้าไปในลาน นัยน์ตาของเขาเริ่มชื้น

พ่อบ้านแอชลีย์เดินเข้ามาอยู่ข้างๆ ลินลี่ย์ ตาเขาแดง “เจ้าโตขึ้น  เจ้าโตแล้ว คุณชายลินลี่ย์เจ้าสูงกว่าเมื่อก่อนเสียอีก” เป็นเวลาสิบเจ็ดปีเต็มที่พ่อบ้านแอชลีย์ไม่ได้พบเห็นลินลี่ย์

เมื่อเขาออกไปพร้อมกับวอร์ตัน ลินลี่ย์อายุเพียงสิบปี

“ปู่แอชลีย์ ปู่ยังดูเหมือนเดิมเลยนะ” ความดีใจในใจลินลี่ย์ทำให้เขาไม่สามารถพูดได้ดังใจ

ขณะมองดูลินลี่ย์ ฮิลแมนพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ “คุณชายลินลี่ย์ ท่านโตขึ้นมาก แต่ยังดูคล้ายกับเมื่อสิบปีก่อน”

สิบปีที่แล้ว ลินลี่ย์สูง 1.7 เมตร ลักษณะของเขาจึงไม่ถือว่าเปลี่ยนไปจากนั้นมาก

ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งเข้ามาได้ยินชัดเจน

เมื่อหันหน้าไปลินลี่ย์เห็นร่างสูงใหญ่แข็งแรงปรากฏอยู่ที่ทางเดินประตูเหมือนกับเป็นภาพฝัน บุรุษผู้นี้ดูคล้ายกับตัวลินลี่ย์ ลินลี่ย์รู้สึกได้ว่าคนผู้นี้มีแนวโน้มว่าจะเป็นวอร์ตันน้องชายเขา

ตอนที่วอร์ตันจากไปเขาอายุเพียงหกปี เขาเปลี่ยนไปอย่างมากมาย

แต่วอร์ตันจำเป็นต้องใช้เวลาครู่หนึ่งก่อนจะจำลินลี่ย์ได้ ลินลี่ย์ยังคงดูคล้ายกับที่เขาเป็นเหมือนในอดีต  วอร์ตันอ้าปาก น้ำตาเขาเริ่มไหลนองหน้า  “พี่....”

ลินลี่ย์ค่อยๆ เดินหาวอร์ตัน สายตาของเขามองอยู่ที่วอร์ตัน

“พี่ใหญ่...” วอร์ตันถลำเข้ามาสองก้าวเช่นกัน

“น้องวอร์ตัน เป็นเจ้าจริงๆ หรือนี่?” ลินลี่ย์จ้องมองวอร์ตัน ใบหน้าเด็กกลมป้อมเปลี่ยนเป็นผู้ใหญ่สูง 2.2 เมตร

“พี่ใหญ่ ข้าเอง  ข้าเอง”  ขณะนี้วอร์ตันลืมปัญหานีน่าไปชั่วคราว  หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเขาไม่สามารถข่มความตื่นเต้นลงได้

ลินลี่ย์ยื่นมือที่สั่นสะท้านและจับไหล่วอร์ตันไว้  เขามองดูวอร์ตันอย่างระมัดระวัง  หน้าของเขายิ้มกว้าง  ขณะที่น้ำตายังคลอเบ้าเป็นประกายวูบวาบลินลี่ย์พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่น “น้องวอร์ตัน เจ้าโตแล้ว”

ใบหน้ากลมป้อมในความทรงจำของเด็กน้อยที่มักจะเรียกเขาว่า ‘พี่ใหญ่’‘พี่ใหญ่’ อยู่เสมอด้วยน้ำเสียงเด็กน้อยน่ารัก  ตอนนี้เติบโตแล้ว

“พี่ใหญ่! วอร์ตันกอดลินลี่ย์แน่นเมื่อได้เห็นวอร์ตัน ลินลี่ย์รู้สึกตื่นเต้นอยู่นาน  ในที่สุดเขาก็ไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไปต่างคนต่างซบหน้า

จบบทที่ ตอนที่ 8-59 พี่น้องพบกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว