เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46: หลังจบศึก!

บทที่ 46: หลังจบศึก!

บทที่ 46: หลังจบศึก!


บทที่ 46: หลังจบศึก!

เมืองสำเนียงสวรรค์ ในลานบ้าน

สามพี่น้องตระกูลลู่มารวมตัวกันในห้อง

ลู่ชิงเฟิงมีสีหน้าครุ่นคิด ลู่ชิงซานยังคงมีสีหน้าตื่นเต้นไม่หาย ส่วนลู่ชิงอวี่มีสีหน้าปวดใจอย่างเห็นได้ชัด!

"พี่ใหญ่ แขนเจ้าหมายเลขหนึ่งขาดไปแล้ว!"

ลู่ชิงอวี่เงยหน้ามองพี่ชาย ใบหน้าเล็กๆ ยับยู่ยี่

กว่าครึ่งปีมานี้ ลู่ชิงอวี่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในเมืองสำเนียงสวรรค์ ได้รับสารอาหารครบถ้วน ร่างกายก็ค่อยๆ เจริญเติบโต ไม่ผอมแห้งตัวดำเหมือนตอนอยู่ค่ายโจรไม้ดำอีกแล้ว ใบหน้าและร่างกายมีเนื้อมีหนัง ผิวพรรณก็กลับมาขาวผ่อง

เริ่มฉายแววเป็นสาวงามสะพรั่ง

ก็แน่ล่ะ

พี่ชายทั้งสองอย่างลู่ชิงเฟิงและลู่ชิงซานหน้าตาไม่ขี้ริ้ว ลู่ชิงอวี่ที่เป็นน้องสาวแท้ๆ จะขี้เหร่ได้ยังไง

เห็นหน้าน้องสาวยับยู่ ลู่ชิงเฟิงก็เอื้อมมือไปขยี้ผมหน้าม้าของนางเบาๆ กล่าวอย่างเอ็นดู "รอให้เรื่องเงียบสักวันสองวัน พี่ใหญ่จะซ่อมเจ้าหมายเลขหนึ่งให้เจ้าเอง"

หมายเลขหนึ่ง คือหุ่นเชิดตัวที่สองที่ลู่ชิงเฟิงสร้างขึ้นในโลกจริง เพราะลู่ชิงอวี่เป็นคนผูกจิตกับมัน จึงตั้งชื่อว่า 'ชิงอวี่หมายเลขหนึ่ง'

ครึ่งปีมานี้ แม้จะรวบรวมวัสดุผ่านทางสำนักหยกคราม แต่เพราะหุ่นเชิดหนึ่งตัวต้องใช้วัสดุจำนวนมหาศาล การรวบรวมจึงเป็นไปอย่างล่าช้า

ทำให้ครึ่งปีที่ผ่านมา ลู่ชิงเฟิงสร้างหุ่นเชิดได้ทั้งหมดแค่ 3 ตัว

อีก 2 ตัว ลู่ชิงเฟิงและลู่ชิงซานแยกกันผูกจิตและควบคุม

การต่อสู้นอกเมืองเมื่อครู่ คือผลงานของสามพี่น้อง ที่เรียก 'ชิงเฟิงหมายเลขหนึ่ง', 'ชิงซานหมายเลขหนึ่ง' และ 'ชิงอวี่หมายเลขหนึ่ง' ออกมาจากส่วนลึกของเขาชิงจ้างมาดักซุ่มอยู่รอบประตูเมือง

แผนการเล่นงานสามพี่น้องของสำนักกุยเจิน ไม่ผิดไปจากที่ลู่ชิงเฟิงคาดการณ์ไว้

เริ่มจากลงมือก่อน ตัดท่อน้ำเลี้ยงของสามพี่น้อง จากนั้นก็จงใจส่งจางชงมาที่เมืองสำเนียงสวรรค์เพื่อยั่วยุลู่ชิงซาน แล้วให้จางชงรีบออกจากเมืองในคืนนั้นเลย!

การกระทำทั้งหมดนี้ ก็เพื่อล่อให้ลู่ชิงซาน หรือสามพี่น้องตระกูลลู่ออกมา

หรืออาจจะเพื่อล่อ 'คนเบื้องหลัง' ของพวกเขาออกมา!

ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ลู่ชิงเฟิงก็สนองให้ โดยการเรียกเมี่ยเจินรุ่นที่หนึ่งออกมาตรงๆ เวลา 50-60 ปีในเกม ทำให้ลู่ชิงเฟิงฝึกความชำนาญในการสร้างเมี่ยเจินรุ่นที่หนึ่งจนเต็มแม็กซ์แล้ว

การสร้างเมี่ยเจินรุ่นที่หนึ่งหนึ่งตัว ใช้เวลาไม่ถึง 5 วัน ต้นทุนวัสดุจากที่ต้องใช้ 3 ชุดถึงจะสร้างได้ 1 ตัว ก็ลดลงเหลือแค่ชุดกว่าๆ ก็สร้างได้แล้ว

จากนั้น

ลู่ชิงเฟิงก็เริ่มสร้างในโลกจริง

เริ่มจากเซ้งร้านตีเหล็ก ใช้เวลาหนึ่งเดือน ใช้วัสดุที่สำนักหยกครามรวบรวมมาให้ตลอดครึ่งปีจนหมด สร้างเมี่ยเจินรุ่นที่หนึ่งออกมาได้ 3 ตัว หลังจากนั้นก็ทยอยสร้างชุดศาสตราวุธยันต์ออกมาอีกหลายชุด

ศาสตราวุธยันต์เหล่านี้ สามพี่น้องมีคนละชุด ประกอบด้วย โล่เหล็กนิลเหินเวหา, รองเท้าเหยียบเมฆา, เข็มไร้เงา และมีดแม่ลูกแมลงทอง ทั้งหมดเป็นศาสตราวุธยันต์ระดับสอง ซึ่งใช้วัสดุที่หาได้ทั่วไป

นอกจากนี้ ยังสร้างธนูทะลุตะวันระดับสองให้หุ่นเชิดทั้ง 3 ตัวด้วย

วิธีสร้างศาสตราวุธยันต์เหล่านี้ผ่านการเสริมแกร่งจากลู่ชิงเฟิง แม้จะเป็นระดับสอง แต่อานุภาพน้องๆ ระดับสี่

คืนนี้

ธนูทะลุตะวันแสดงอานุภาพสังหารศิษย์สำนักกุยเจินไปหลายสิบคน!

และ 'ชิงซานหมายเลขหนึ่ง' ตัวเดียวที่ติดตั้งเข็มไร้เงาและมีดแม่ลูกแมลงทอง ก็ได้จัดการหัวหน้าหอของสำนักกุยเจินในการต่อสู้ระยะประชิด!

สะใจยิ่งนัก!

"เห็นหน้าคนที่ลงมือชัดไหม?" ลู่ชิงเฟิงรับปากจะซ่อม 'ชิงอวี่หมายเลขหนึ่ง' ให้น้องสาวเสร็จ ก็ถามต่อ

"เป็นคนอัปลักษณ์เจ้าค่ะ!"

ลู่ชิงอวี่นึกย้อนกลับไป ใบหน้าฉายแววรังเกียจ "หน้าตาคนคนนั้นมีแต่ขนสีเขียว น่าขยะแขยงที่สุด มันโผล่มาจากใต้ดิน เจ้าหมายเลขหนึ่งไม่ทันระวังตัว เลยโดนมันกระชากแขนขาด โชคดีที่ข้าไหวตัวทัน รีบสั่งให้เจ้าหมายเลขหนึ่งเก็บแขนแล้วหนีมา!"

"คนอัปลักษณ์ ขนเขียว"

ลู่ชิงเฟิงทบทวนรายชื่อยอดฝีมือสำนักกุยเจินที่สืบมาได้ช่วงนี้ แต่ไม่มีใครเข้าข่ายลักษณะนี้เลย

ตามคำบอกเล่าของชิงอวี่ คนคนนี้ฝีมือเหนือกว่าจ้าวโจวเสียอีก น่าจะเป็นยอดฝีมือที่สำนักกุยเจินซ่อนไว้ คราวนี้เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่พลาด จึงส่งออกมา

แต่คงคิดไม่ถึงว่าจะต้องมาเสียศิษย์ไปมากมายขนาดนี้ แถมจ้าวโจวยังต้องมาทิ้งชีวิตไว้นอกเมืองอีก

"สองสามวันนี้อย่าเพิ่งออกไปเดินเพ่นพ่าน สำนักกุยเจินเสียท่าขนาดนี้ ต้องมีแผนการขั้นต่อไปแน่ หุ่นเชิดซ่อนไว้ในเขาชิงจ้าง ถ้าไม่จำเป็นอย่าไปยุ่งกับมัน เราไม่มีหินวิญญาณ ต้องอาศัยหุ่นเชิดดูดซับพลังงานธรรมชาติสะสมเอาเอง ต่อสู้เต็มกำลังครั้งหนึ่ง สิ้นเปลืองพลังงานมาก เรื่องนี้ต้องจำให้ขึ้นใจ!"

เมี่ยเจินรุ่นที่หนึ่งพลังต่อสู้สูง แต่ก็กินพลังงานสูงเช่นกัน

ในเขตกว่างหยวนที่กันดาร ไม่มีข่าวคราวเรื่องหินวิญญาณเลย หุ่นเชิดจะขยับได้ ต้องพึ่งค่ายกลยันต์รวมวิญญาณในศูนย์ควบคุม ดูดซับและอัดแน่นพลังงานเก็บไว้

กว่าจะชาร์จเต็ม ต้องใช้เวลาประมาณ 5 วัน

และเมื่อชาร์จเต็ม จะต่อสู้ต่อเนื่องได้แค่ 2 ชั่วยาม นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ลู่ชิงเฟิงสั่งให้น้องๆ รีบพาหุ่นเชิดหนีทันทีที่เจอศัตรูที่แกร่งกว่า

ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ลู่ชิงเฟิงจำต้องกำชับน้องๆ

โดยเฉพาะลู่ชิงอวี่

ชิงอวี่รักสนุก แถมเมี่ยเจินรุ่นที่หนึ่งก็น่าตื่นตาตื่นใจ นางมักจะแอบบังคับมันไปวิ่งเล่นในเขาชิงจ้างอยู่เรื่อย

"รู้แล้วเจ้าค่ะ"

ลู่ชิงอวี่พยักหน้า เข้าใจถึงความร้ายแรง

เมื่อกำชับเรียบร้อย

ให้ลู่ชิงซานและลู่ชิงอวี่นอนค้างในห้องของเขา แล้วเรียกนกกระจิบเมฆามาเฝ้ายามในลานบ้าน ลู่ชิงเฟิงก็ล้มตัวลงนอน ล็อกอินเข้าสู่ 《หงฮวง》

...

นอกเมืองสำเนียงสวรรค์!

"หนีไปแล้ว!"

จั่วเซียวมองไปรอบๆ ไม่มีความเคลื่อนไหว ก็ถอนหายใจโล่งอก

เจอยอดฝีมือธนูในป่ามืดทึบแบบนี้ พวกเขาไม่ต่างกับเป้านิ่ง ถ้าศัตรูไม่ถอยไปเอง จั่วเซียวก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน

ข้างๆ กัน หลัวจวิ้นเสียสีหน้าทะมึน จมูกได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง กล่าวเสียงเหี้ยม "วิชาธนูและวิชาตัวเบาล้ำเลิศ คนพวกนี้ไม่ใช่คนดีแน่ ต้องสืบประวัติพวกมันให้ได้!"

"ต้องเกี่ยวข้องกับสามพี่น้องในเมืองสำเนียงสวรรค์แน่ เป้าหมายแรกของพวกมันคือจางชง" จั่วเซียวยังคงระแวงรอบด้าน สั่งให้ศิษย์กระจายกำลัง เก็บกู้ศพและเช็คจำนวนคน

ส่วนตัวเขาหันไปถามหลัวจวิ้นเสียหยั่งเชิง "พี่หลัว เมื่อครู่คนที่ยื่นมือมาช่วยคือ"

"เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่ทราบ น่าจะเป็นฝีมือของท่านอาจารย์" หลัวจวิ้นเสียหันไปทางทิศตะวันตกแล้วตอบอย่างนอบน้อม

"ท่านเจ้าสำนัก!"

จั่วเซียวหุบปากทันที ไม่ถามต่อ

จู่ๆ จั่วเซียวก็แปลกใจ "ศัตรูถอยไปแล้ว ทำไมพี่จ้าวถึงยังไม่กลับมา?"

ยังไม่ทันสิ้นเสียง เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวก็ดังมาจากส่วนลึกของป่า

"ท่านหัวหน้าหอจ้าวตายแล้ว!"

...

เช้าวันรุ่งขึ้น

ท้องฟ้าเหนือเมืองสำเนียงสวรรค์สว่างไสวตามปกติ แต่บางคนสังเกตเห็นว่าบรรยากาศดูแปลกไปเล็กน้อย

พอใกล้เที่ยง ข่าวหนึ่งก็ผ่าลงมาราวสายฟ้าฟาด สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองสำเนียงสวรรค์!

"จ้าวโจว 'ดาบไร้ชีวิต' แห่งสำนักกุยเจินตายแล้ว?!"

"เป็นไปได้ยังไง! จ้าวโจวไม่เพียงเป็นหัวหน้าหอลงทัณฑ์ แต่ยังเป็นยอดฝีมือขอบเขตลมปราณแท้จริงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง จะตายได้ยังไง"

"ข่าวไม่ผิด! ศพอยู่ที่เขาชิงจ้างนอกเมืองนี่เอง ได้ยินว่าจั่วเซียว หัวหน้าหอสังหาร และผู้อาวุโสหลัวจวิ้นเสีย รีบมาที่เมืองสำเนียงสวรรค์ตั้งแต่เช้าตรู่"

"คราวนี้ เรื่องใหญ่แน่!"

...

การต่อสู้นอกเมืองเมื่อคืนปิดยังไงก็ไม่มิด ศิษย์ตายนับสิบ หัวหน้าหอตายหนึ่ง สำนักกุยเจินจำเป็นต้องมีคำอธิบาย เพื่อกู้หน้าและทวงคืนความน่าเกรงขาม!

จบบทที่ บทที่ 46: หลังจบศึก!

คัดลอกลิงก์แล้ว