เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8-53 อาคันตุกะ

ตอนที่ 8-53 อาคันตุกะ

ตอนที่ 8-53 อาคันตุกะ


การอาศัยอยู่ในมณฑลพายัพอาจกล่าวได้ว่าลินลี่ย์ได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการในพริบตาเดียวเขา บีบีและพี่รองอังเก้ได้เข้าถึงพลังระดับเซียนกันหมด กลุ่มของพวกเขาในตอนนี้มียอดฝีมือระดับเซียนสี่คน แม้แต่สามสหภาพการค้าใหญ่หรือสี่สมาคมนักฆ่าก็ยังไม่สามารถอวดโอ่ถึงจำนวนดังกล่าวได้!

นี่คือกองกำลังลับที่ทรงพลังอำนาจมาก

โชคร้ายในนครหลวงเหตุการณ์กลับตรงกันข้ามสำหรับวอร์ตัน

ในพื้นที่ฝึกฝนกว้างขวางด้านหลังคฤหาสน์  วอร์ตันกำลังฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งด้วยมรดกของเขาดาบศึกประหารปรปักษ์ เหงื่อไหลพรั่งพรูจากทุกส่วนของร่างกาย แต่ดูเหมือนว่าวอร์ตันจะไม่รู้สึกเหนื่อยแม้แต่น้อย  ขณะที่เขายังคงฝึกต่อไป

พ่อบ้านแอชลี่ย์มองดูอย่างเงียบๆและลอบส่ายศีรษะ

“วอร์ตันก็เหมือนกับบิดาของเขา  เขาทุ่มใจให้กับความรักมากเกินไป” แอชลี่ย์มองดูฮ็อกเติบโตและรู้ว่าฮ็อกมีความรักที่ลึกซึ้งต่อลีนามารดาของลินลี่ย์มากเพียงไหน เมื่อลีนาถูกลักพาตัวฮ็อกลำบากมาเกินกว่าสิบปี เหตุผลเดียวที่เขาทนอยู่ได้เป็นเพราะเขาต้องการยกระดับลินลี่ย์และวอร์ตัน

ทันทีที่ฮ็อกรู้สึกว่าลินลี่ย์และวอร์ตันสามารถเติบโตพึ่งพาตนเองได้ เขาละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อไปตรวจสอบสถานที่เกี่ยวกับภรรยาของเขา  ในที่สุดเขาก็ต้องจ่ายออกไปด้วยชีวิตของเขา

“วอร์ตันก็เป็นเหมือนกัน ฝ่าบาทไม่ถึงกับตัดความหวังของเขาอย่างสิ้นเชิง  พระองค์เพียงขอให้วอร์ตันอย่าเพิ่งเร่งรัด  และว่ายังไม่มีความจำเป็นที่องค์หญิงเจ็ดต้องแต่งงานเร็ว  แต่วอร์ตันกลับกลายเป็นแบบนี้....”  แอชลี่ย์ถอนใจต่อ

พ่อบ้านแอชลี่ย์ไม่รู้ว่าไม่ใช่แค่ฮ็อกและวอร์ตันที่เป็นแบบนี้เท่านั้นแม้แต่ลินลี่ย์ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน

“โกรววว”

หลังจากคำรามอย่างดุดันนี้แล้ววอร์ตันค่อยๆหยุดกวัดแกว่งดาบศึกในมือของเขา หลังจากฝึกฝนอย่างระมัดระวังเป็นเวลาหลายปีวอร์ตันก็ถึงความเชี่ยวชาญในการใช้ดาบศึกระดับสูง เสียงคำรามดุดันที่เพิ่งออกมาเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรูปแบบดาบศึกที่เขาพัฒนาขึ้น

“ปู่แอชลี่ย์” วอร์ตันมองดูพ่อบ้านแอชลี่ย์ พยายามทำหน้าฝืนยิ้ม

หลังจากเพิ่งจะระบายความหงุดหงิดทั้งหมดไปแล้ว  วอร์ตันรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นบ้าง

“วอร์ตัน อย่าเศร้าใจจนเกินไปนักเจ้ากับองค์หญิงเจ็ดยังคงมีโอกาสอยู่” แอชลี่ย์หัวเราะ “ข้าคิดถึงเหตุผลที่ฝ่าบาททอดเวลาออกไปเป็นเพราะพระองค์ลำบากใจที่จะเลือกระหว่างเจ้ากับเคย์ลัน”

วอร์ตันพยักหน้า

วอร์ตันเข้าใจเรื่องใหญ่ที่จักรพรรดิจะต้องรับมือ

พระองค์เป็นจักรพรรดิที่ให้ความสำคัญสูงมากกับมนุษย์ที่มีพรสวรรค์  และพระองค์ก็ค่อนข้างเด็ดขาด  แต่พระองค์มีข้อบกพร่องประการหนึ่ง  ข้อบกพร่องนั้นก็คือ อคติ  อคติที่รุนแรง

ทุกคนในนครหลวงทราบเรื่องนี้ดี

ตัวอย่างเช่นยี่สิบปีที่แล้ว ตระกูลที่ควบคุมมณฑลอาคเนย์ทำเรื่องผิดพลาดบางอย่าง  เนื่องจากพวกเขาไม่มียอดฝีมือระดับเซียนหนุนหลัง ในที่สุดตระกูลของพวกเขาก็ถูกจักรพรรดิตรวจสอบรื้อค้น  เวลานั้นมีหลายตระกูลต้องการจะได้รับมณฑลอาคเนย์มาดูแล แต่ในที่สุดแล้วจักรพรรดิได้มอบให้พระอนุชาคนเดียวของพระองค์ก็คือดยุคจูลินได้ปกครองมณฑลอาคเนย์

คนที่ใกล้ชิดจักรพรรดิ  เขามักจะลำเอียงไปทางคนผู้นั้น

บิดาของเคย์ลันเป็นมหาเสนาบดีซ้ายของจักรวรรดิจัดด์ ดาร์ริล ผู้เติบโตมาพร้อมกับจักรพรรดิ พวกเขามีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก หลังจากจักรพรรดิปัจจุบันขึ้นครองราชย์  พระองค์พระราชทานตำแหน่งสูงให้กับจัดด์ ดาร์ริล ทรงแต่งตั้งให้เป็นมหาเสนาบดีซ้ายของจักรวรรดิ เขามีอำนาจมากมายและอาจกล่าวได้ว่าเป็นรองเพียงองค์จักรพรรดิเท่านั้น

จักรพรรดิทรงสนิทกับมหาเสนาบดีซ้ายมากขนาดนั้นจึงเป็นธรรมดาที่จะเอนเอียงและปกป้องเคย์ลันด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้เคย์ลันยังมีพรสวรรค์มากเป็นคนที่คู่ควร  จึงเป็นเรื่องธรรมดามากที่จักรพรรดิจะทรงเห็นด้วยที่เคย์ลันพยายามสู่ขอนีน่า  อย่างไรก็ตาม วอร์ตันก็สู่ขอนีน่าเช่นกันและนีน่าเองก็ชอบพอกับวอร์ตัน นี่เองทำให้จักรพรรดิทรงลังเลพระทัย

เคย์ลันและวอร์ตันมีพรสวรรค์มากทั้งคู่

เขารักเคย์ลัน  แต่เขาก็ยังรักนีน่าด้วย

บิดาของเคย์ลันเป็นสหายรักของเขาและเป็นหนึ่งในเสาหลักของจักรวรรดิ  แต่วอร์ตันคือนักรบเลือดมังกร

เรื่องนี้ทำให้ยากจะตัดสินใจ!

“ข้าเข้าใจสิ่งที่ฝ่าบาทกำลังคิด สำหรับพระองค์การปฏิเสธคำขอแต่งงานกับนีน่าโดยตรงหมายความว่าจะไม่ง่ายนักที่สองเราจะอยู่ด้วยกันได้”  วอร์ตันถอนหายใจ

“วอร์ตัน, เจ้าจำเป็นต้องมีความมั่นใจในตัวเองบ้าง” พ่อบ้านแอชลี่ย์ให้กำลังใจ

วอร์ตันฝืนยิ้ม  “ปู่แอชลี่ย์ ข้ารู้ว่าสถานการณ์เป็นยังไง ในจักรวรรดิ คำตัดสินของฝ่าบาทคือกฎหมายเด็ดขาด  คนเดียวที่พระองค์กลัวก็คือเทพสงคราม นั่นคือเหตุผลที่ข้าพยายามร่วมแข่งขันเพื่อเป็นศิษย์กิตติมศักดิ์  ข้าต้องการสร้างความสัมพันธ์กับเทพสงคราม  ตราบใดที่เทพสงครามยินดีช่วยข้า  ทุกอย่างก็ลงตัว”

เทพสงครามคือรากฐานและเสาหลักของจักรวรรดิโอเบรียนแท้ๆ

คำเดียวจากเทพสงครามอาจทำให้จักรพรรดิสละราชสมบัติโดยไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ได้แม้แต่คำเดียว  ที่สำคัญเทพสงครามคือรากฐานของจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโอเบรียน และเขายังเป็นยอดฝีมือระดับเทพผู้ยืนอยู่ที่จุดสูงสุดของทั่วทั้งทวีปยูลาน

“เย็นไว้ เย็นไว้  ยังไม่ต้องเร่งร้อน”  พ่อบ้านแอชลี่ย์ปลอบใจ

“ท่านเคานท์ องค์หญิงเจ็ดมาเยือน” บ่าวรับใช้เดินเข้ามาในลานฝึกฝีมือและเรียนด้วยความเคารพ

“นีน่ามาเหรอ?” วอร์ตันประหลาดใจ

แม้ว่าทั้งสองจะสนิทกันมาก  แต่นีน่าไม่ค่อยมาเยี่ยมเขาถึงคฤหาสน์  วอร์ตันรีบอาบน้ำและเปลี่ยนชุดใหม่จากนั้นออกไปที่ห้องโถงใหญ่เพื่อพบกับนีน่า

ภายในห้องโถงใหญ่

ใบหน้าของนีน่ามีร่องรอยว่ามีความสุข บ่าวรับใช้หญิงอยู่ที่ด้านหลังนางแอบหัวเราะ  “องค์หญิง! ท่านคิดว่าท่านเคานท์จะทำสีหน้ายังไงเมื่อเขาได้ยินข่าวนี้?”

“คนตัวโตจะทำสีหน้ากระไรได้?” นีน่าไตร่ตรองเสียงหัวเราะของนางยิ่งแสดงอารมณ์ที่ดีขึ้น

ขณะที่นางคิดจะคุยทันใดนั้นนีน่าได้ยินเสียงฝีเท้า  นางหันไปมองร่างที่ใหญ่โตแข็งแรงกำลังเดินเข้ามาเหมือนกับเทพสงครามผู้สูงส่งและแข็งแกร่ง นีน่าจ้องมองดูร่างที่คุ้นเคยนี้แล้วรู้สึกวาบหวามในหัวใจ  ในใจของนางเห็นว่าวอร์ตันกลายเป็นเสาค้ำหัวใจของนาง

“นีน่า ทำไมเจ้ามาหาข้าถึงบ้านได้เล่า?  เจ้าไม่กลัวพระชนกดุด่าว่ากล่าวหรือ?”  วอร์ตันหัวเราะขณะเดินเข้าหา

นีน่าเชิดหน้าใส่  “เขาดุข้าได้ถ้าเขาต้องการ  แต่ข้าต้องการมาอยู่ดี”

เมื่อเห็นใบหน้าที่ดูน่ารักของนีน่าวอร์ตันรู้สึกถึงว่าอ่อนโยนและอบอุ่นในหัวใจ เขานั่งข้างๆ นางแล้วคว้ามือนางไว้ “นีน่า, ดูจากสีหน้าท่าทางเจ้าแล้ว ข้าคิดว่าเจ้ากำลังปกปิดอะไรบางอย่างจากข้า”

นีน่าย่นจมูกพูดอย่างดีใจ  “ข้าไม่สามารถปกปิดอะไรจากเจ้าได้  ข้าอยากจะบอกข่าวดีเจ้า”

“ข่าวดี? ข่าวดีอะไร?  พระบิดาของเจ้าเปลี่ยนใจยอมให้ข้าแต่งงานกับเจ้าใช่ไหม?”  วอร์ตันพูดอย่างไม่จริงจัง

คำตรัสของจักรพรรดิล้ำค่าประดุจทองพระองค์จะกลับคำที่ได้ตรัสไปแล้วได้ยังไง?

“แน่นอนว่าไม่” นีน่ายิ้มกว้าง

“อย่างนั้นอะไร?”

สีหน้าของนีน่าเคร่งขรึมมากขึ้น  “สองวันที่แล้ว เจ้าทูลขอพระชนกของข้า  แต่พระองค์ไม่เห็นด้วย ข้ารู้สึกไม่สบายใจดังนั้นข้าจึงคิดอะไรบางอย่าง ข้าไปหาพี่เคย์ลันโดยตรงเลย”

“เจ้าไปพบกับเคย์ลัน?”  คิ้วของวอร์ตันชี้ชัน  เคย์ลันก็คือศัตรูความรักของเขา  “เจ้าไปหาเขาเพื่ออะไร?”

นีน่าหัวเราะคิกคัก  “ก็ได้ เลิกเดาได้แล้ว  ข้าแค่ไปคุยดีๆ กับพี่เคย์ลัน ข้าบอกเขาถึงความรู้สึกข้าที่มีต่อเขา  ข้ารู้สึกกับเขาเหมือนเป็นพี่ชาย เราโตมาด้วยกันและเขาก็เป็นเหมือนพี่ชายของข้า  ข้าขอให้พี่เคย์ลันช่วยเราทั้งสองคนข้าบอกพี่เคย์ลันว่าถ้าข้าต้องพรากจากเจ้า วอร์ตัน ข้าคงมีชีวิตต่อไปไม่ได้”

วอร์ตันรู้สึกตื้นตันลึกๆ

“พี่เคย์ลันเงียบอยู่นาน  แต่ในที่สุดเขาเห็นด้วยว่าเขารับปากจะคุยกับฝ่าบาทให้ และว่าเขาจะเลิกตามพัวพันข้าและปล่อยให้เราได้อยู่ด้วยกัน”  รอยยิ้มของนีน่าเป็นประกาย

“เคย์ลันยอมแพ้แล้วหรือ?”  วอร์ตันตกใจ

วอร์ตันคลุกคลีอยู่เมืองหลวงมาเป็นเวลานานแล้วและและมีปฏิสัมพันธ์ต่อเคย์ลันอยู่หลายครั้ง  วอร์ตันรู้สึกได้ว่าเคย์ลันรักนีน่า  เขารักนีน่าแน่นอนแล้วเคย์ลันตัดสินใจยอมแพ้ วอร์ตันรู้สึกตื่นเต้นมาก ขณะเดียวกันเขาเริ่มชื่นชมเคย์ลัน

“พี่เคย์ลันยอมยกธงขณะที่คนอื่นไม่ค่อยคุกคามอะไรมากนัก สำหรับลามอนต์นั้นในใจของพระบิดาข้า  เขาไม่อาจเทียบได้กับเจ้า”  ท่าทีมีความสุขปรากฏอยู่บนใบหน้านีน่า  “คนตัวโต  ไม่มีใครห้ามไม่ให้เราอยู่ด้วยกันอีกแล้วนะ”

น่าตื่นเต้น!

ไม่มีทางที่เขาจะหยุดความรู้สึกตื่นเต้นและดีใจจากอาการหัวใจพองโตของเขา  คู่แข่งที่น่าลำบากใจที่สุด ปวดหัวที่สุดที่เขาเผชิญหน้าตัดใจยอมถอย  เรื่องน่าดีใจกะทันหัน คาดไม่ถึงนี้ทำให้วอร์ตันรู้สึกมึนงง

วอร์ตันจ้องมองรอยยิ้มที่สดใสของนีน่า  เขารู้สึกตื่นเต้นมากกว่าครั้งใดๆ

“ตอนนี้ไม่มีใครขัดขวางเราไม่ให้อยู่ด้วยกันแล้ว”  วอร์ตันกอดนีน่าแน่นไว้ในวงแขน

ลินลี่ย์ บีบี แฮรุรีเบ็คกา, ลีนา, เจนน์, ซาสเลอร์และบาร์เกอร์กับน้องๆออกจากหมู่บ้านยอดเมฆมุ่งหน้าสู่เมืองเอกเบซิล

ปราสาทตระกูลชาร์คเมืองเอกเบซิล

กลุ่มของลินลี่ย์มาถึงที่หน้าประตูใหญ่

“ใครมาอยู่ต่อหน้าเรา?”  ทหารยามประจำปราสาทส่งเสียงตะโกนมาแต่ไกล  ตระกูลชาร์คคือเจ้าถิ่นปกครองดินแดนมณฑลพายัพ  ที่ทำการใหญ่ของพวกเขาไม่ใช่สถานที่ซึ่งใครๆก็เข้าไปได้

เกทส์น้องคนที่ห้าตะโกนดังลั่นทันที“ช่วยไปแจ้งแม็คเคนซีว่าใต้เท้าลินลี่ย์ของเรามาถึงแล้ว”

“ใครกันมาส่งเสียงดังอยู่ข้างนอก?”

เสียงที่คุ้นเคยเสียงหนึ่งตะโกนขึ้น  ลินลี่ย์จ้องไปทางตำแหน่งของเสียงนั้นอย่างระมัดระวังบุรุษหนุ่มที่แต่งตัวในชุดหรูหราคืออัลเบิร์ตกำลังเข้ามาพร้อมกับบ่าวรับใช้ห้อมล้อมตัว

เมื่อเห็นกลุ่มของลินลี่ย์  สีหน้าของอัลเบิร์ตเปลี่ยนไป

“เจ้าชื่อว่าลีย์ใช่ไหม?  กล้าดียังไงมาถึงบ้านข้า?”  ท่าทางน่าเกลียดน่ากลัวปรากฏอยู่บนใบหน้าของอัลเบิร์ต  “ข้าคาดไม่ถึงเลยว่าคนทั้งหกนั้นซึ่งเป็นคนของศาสนจักรเจิดจรัสจะไม่สามารถฆ่าเจ้าได้  แต่ตระกูลชาร์คของข้า  ใช่ว่าจะข่มเหงกันได้ง่ายๆ ตามอำเภอใจเจ้า”

ขณะเดียวกันอัลเบิร์ตสังเกตว่าด้านหลังของลินลี่ย์ยังมีเจนน์ รีเบ็คกาและพี่สาวของนาง

ผิวของเจนน์ดูงดงามเหมือนกลีบดอกไม้ที่ลอยในสระน้ำขณะที่รีเบ็คกาและลีนามีราศีลึกลับบางอย่างที่น่าทึ่ง

“เจ้าผู้นี้มีสาวงามติดตามมากมายขนาดนี้ได้ยังไง?”  อัลเบิร์ตรู้สึกริษยามาก

“เจ้ากล้าดียังไงถึงมาหาเรื่องที่น่าประตูตระกูลชาร์ค?  ทหาร!  จับพวกมันไว้!”  อัลเบิร์ตสั่งเสียงดังทันที

ทหารยามรอบๆทุกคนบุกเข้าหา  แต่ก่อนที่ลินลี่ย์จะได้เคลื่อนไหวบาร์เกอร์และน้องๆ ก็พุ่งออกมาข้างหน้า

“ไว้ชีวิตพวกเขานะ”  ลินลี่ย์พูดอย่างใจเย็น

“ขอรับ” เกทส์พูดอย่างตื่นเต้น

“ตราบเท่าที่พวกเขาไม่ตายใช่ไหม?”  ตาของบาร์เกอร์มีประกายความสุข พี่น้องทั้งห้านี้มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่สิบแปดแคว้นอิสระทางเหนือเป็นนักรบกระหายเลือด  เมื่อพวกเขานำทัพรบ ได้ฆ่าผู้คนไปนับไม่ถ้วน

ห้าพี่น้องตัวมหึมาเหล่านี้เหมือนกับเครื่องจักร  พวกเขาจับทหารยามคนแล้วคนเล่าได้อย่างง่ายดายเหมือนจับไก่จากนั้นก็โยนพวกเขาเข้าประตูปราสาทง่ายๆ เหมือนกับกระสอบ พลังเหวี่ยงของพี่น้องบาร์เกอร์สูงมากนักรบเหล่านี้แค่ระดับห้า ระดับหก กระดูกพวกเขาลั่นทันทีที่ร่วงกระทบพื้น

“เจ้า...” อัลเบิร์ตโกรธจนสั่นไปทั้งตัว  “พวกเจ้าผยองและป่าเถื่อนเกินไปแล้ว  พวกเจ้ากล้าทำอย่างนี้ต่อหน้าตระกูลชาร์คหรือ?”

“เกิดอะไรขึ้นที่นี่กัน?”

เสียงตวาดโกรธเกรี้ยวได้ยินชัดขณะที่มีกลุ่มคนปรากฏออกมาจากภายในปราสาท ผู้นำเป็นบุรุษวัยกลางคนใบหน้าเหลี่ยม อัลเบิร์ตคำนับทันที  “ท่านพ่อคนพวกนี้มาหาเรื่องถึงหน้าประตูปราสาทของเรา และยังทำร้ายคนของเราบาดเจ็บอีกด้วย”

“โอว?” บุรุษวัยกลางคนคือประมุขตระกูลชาร์ค โอดิน ชาร์ค

โอดินชาร์คจ้องมองกลุ่มลินลี่ย์อย่างเย็นชา

“ฮ่าฮ่า, น้องลินลี่ย์ เจ้ามาถึงแล้ว!”  เสียงหัวเราะได้ยินเลือนรางดังมาจากท้องฟ้าปรากฏอยู่หน้าปราสาททันที

ร่างที่หลังตรงดุจคันทวนมีผมแซมขาว

โอดินและอัลเบิร์ตพอเห็นบุรุษผู้นี้จึงลดความเย่อหยิ่งทันทีและคำนับแสดงความเคารพ

“โอดิน, เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”  แม็คเคนซีมองดูโอดินด้วยสายตาเย็นชา

โอดินสั่นไม่กล้าพูดอะไรออกมา  เมื่อเขาได้ยินแม็คเคนซีเอ่ยคำว่า ‘น้องลินลี่ย์’ เขาไม่กล้าพูดอะไรสักคำ

“นี่ไม่มีอะไรเกี่ยวกับท่านโอดินก็แค่ความไม่พอใจกันเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างอัลเบิร์ตบุตรของเขาและข้าเอง  เขาแค่ต้องการใช้กองกำลังของตระกูลมาแก้ปัญหาส่วนตัวของเรา”  ลินลี่ย์พูดพลางหัวเราะอย่างใจเย็น

“ไม่พอใจหรือ?” แม็คเคนซีพยักหน้า

แม็คเคนซีชำเลืองมองอัลเบิร์ตอย่างเย็นชาแล้วหันไปมองโอดิน  “โอดิน,ให้อัลเบิร์ตไปช่วยงานลุงของเขาที่เมืองเดโก เมืองเบซิลไม่ใช่ที่เหมาะสมให้เขาอยู่ต่อไป”

หน้าของอัลเบิร์ตซีดขาวทันที

เมืองเอกเบซิลไม่ใช่ที่เหมาะสมให้เขาอยู่ต่อไป?นี่เป็นเรื่องดีที่จะบอกว่าเขาถูกถอดถอนออกจากผู้สืบทอดตำแหน่งประมุขตระกูล  นอกจากนี้ เขายังถูกเนรเทศไปเมืองรองและเขาจะไม่ได้แม้แต่ตำแหน่งเจ้าเมือง เขาแค่ไปเป็นผู้ช่วยของลุงเขา ในอนาคตเขาจะไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับคีนด้วยซ้ำ

“ขอรับ ท่านปู่” โอดินไม่กล้าลังเลแม้แต่น้อย

ในมณฑลพายัพ สถานะของแม็คเคนซีเป็นเหมือนสถานะของเทพสงครามในจักรวรรดิโอเบรียนแม้ว่าเขาต้องการปลดโอดินออกจากประมุขตระกูล โอดินก็ไม่กล้าส่งเสียงบ่นแม้แต่คำเดียว

“น้องลินลี่ย์, ข้าต้องขอโทษจริงๆ  ข้าเพิ่งออกไปเดินเล่นเดี๋ยวเดียวดังนั้นก็เลยมาถึงสายไปเล็กน้อย”  แม็คเคนซีต้อนรับลินลี่ย์เข้าปราสาทอย่างเป็นกันเอง

ลินลี่ย์ยิ้มและเดินเข้าไปในปราสาทพร้อมกับแม็คเคนซี่โดยมีโอดินเดินตามพวกเขาอยู่ด้านหลัง ขณะที่อัลเบิร์ตหน้าซีด ไม่มีใครให้ความสนใจเขาอีกต่อไป

จบบทที่ ตอนที่ 8-53 อาคันตุกะ

คัดลอกลิงก์แล้ว