- หน้าแรก
- พวกเจ้าฝึกเป็นพันปี ระบบให้ข้ายืนเล่นแป๊บเดียวก็แซงแล้ว
- บทที่ 650 - ติดกับดัก อานุภาพดาบร้อยภพ! จานค่ายกลเสวียนเทียน
บทที่ 650 - ติดกับดัก อานุภาพดาบร้อยภพ! จานค่ายกลเสวียนเทียน
บทที่ 650 - ติดกับดัก อานุภาพดาบร้อยภพ! จานค่ายกลเสวียนเทียน
บทที่ 650 - ติดกับดัก อานุภาพดาบร้อยภพ! จานค่ายกลเสวียนเทียน
"เจ้าหอสุราตงเฟิง!"
เมื่อได้ยินเสียงเตือนของเจ้าเมืองชิงเสวียน ทุกคนก็หันขวับไปมองตำแหน่งของเจ้าหอสุราตงเฟิงทันที
"คนหายไปแล้ว"
คนหนึ่งร้องขึ้น
อีกคนกล่าว "นางหนีไปได้ไม่ไกลหรอก จับตัวนางได้ ก็เท่ากับจับขุมทรัพย์ลับเกาะเสวียนเทียนได้"
"ไม่ถูก เกิดอีกฝ่ายทิ้งนางไปแล้วล่ะ" อีกคนแย้ง "แทนที่จะไปไล่จับนาง สู้รีบตามอิงเฉินไปดีกว่า"
คำพูดนี้ได้รับการตอบรับจากคนจำนวนมากทันที
ใครที่มั่นใจในความเร็วของตัวเอง ต่างพุ่งทะยานเข้าสู่เกาะเสวียนเทียน
เซี่ยหรู ซ่งหวยหลี่ ฟู่เซวียน และเจ้าเมืองอวี้เสวียน ต่างล่วงหน้าไปก่อนแล้ว หากพวกเขาช้ากว่านี้ แม้แต่ตดก็คงไม่ได้ดม จะมัวมาเสียเวลาอยู่ตรงนี้ทำไม
"บัดซบ!"
เจ้าเมืองชิงเสวียนสบถลั่น แล้วรีบตามไปเช่นกัน
ส่วนเจ้าหอสุราตงเฟิง ถูกทุกคนโยนทิ้งไว้ข้างหลังนานแล้ว
ผู้หญิงคนนี้ ชัดเจนว่าไม่ใช่ตัวหลักในการเปิดขุมทรัพย์ลับ
เป็นที่รู้กันทั่วว่า นอกจากคนของลัทธิเสวียนเทียน ไม่มีใครเปิดขุมทรัพย์ลับได้
ดังนั้นหน้าที่ของนาง ก็แค่พาคนของลัทธิเสวียนเทียนเข้างานมาเท่านั้น
เช่น เจ้าอิงเฉินนั่น
มิน่าเล่าถึงได้ยืนกรานจะเข้าสังกัดเจ้าหอสุราตงเฟิงให้ได้ ไอ้เด็กนี่ แผนสูงจนเขาเจ้าเมืองชิงเสวียนยังต้องทึ่ง
แต่ว่า... โลภมากขนาดนี้ จะเคี้ยวไหวหรือ?
'ไปกันหมดแล้ว'
ในขณะที่ทุกคนมุ่งหน้าไปหาอิงเฉิน เจ้าหอสุราตงเฟิงก็เดินออกมาจากมุมมืด
ที่แท้นางไม่ได้ไปไหนเลย แต่อาศัยของวิเศษชิ้นหนึ่งอำพรางตัว ตัดขาดการรับรู้ของทุกคน
นางยังคงกำลูกแก้วสีเขียวอ่อนเม็ดนั้นไว้แน่น แล้วบินตรงดิ่งไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับอิงเฉินด้วยความเร็วสูง
หากเซี่ยหรูและพวกสังเกตเห็น จะต้องตระหนักได้ทันทีว่า พวกเขาติดกับดักแล้ว
น่าเสียดาย
เพราะเจ้าหอสุราตงเฟิงกำลูกแก้วไว้ตลอดเวลา และความสนใจของทุกคนถูกดึงดูดไปที่ร่างจริงอินทรีที่พุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่ง จึงไม่มีใครสนใจทางด้านนี้ ปล่อยให้เจ้าหอสุราตงเฟิงไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัย
และในขณะนั้นเอง
ร่างจริงอินทรีจู่ๆ ก็หายวับไปกับตา
รวมถึงจางหลิงซาน เสวียนชิง อิงเฉิน และคนอื่นๆ ที่อยู่ในร่างจริงอินทรี ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
"เคลื่อนย้ายพริบตา!?"
ฟู่เซวียนและพวกต่างตกใจ
ไม่ใช่!
นี่ไม่ใช่การเคลื่อนย้ายพริบตา
เพราะในวินาทีที่ร่างจริงอินทรีหายไป สภาพแวดล้อมรอบข้างก็หายไปด้วย แทนที่ด้วยต้นไม้ชนิดอื่น
ราวกับว่า... เป็นการย้ายพื้นที่แถบนั้นทั้งแถบ หรือจะบอกว่าพาพื้นที่แถวนั้นย้ายไปด้วยกันก็ว่าได้
'แม่งเอ๊ย!'
จางอู๋เซิงสบถในใจ รีบลอยตัวขึ้นสูง มองลงมาทั่วเกาะเสวียนเทียน ค้นหาร่องรอยของจางหลิงซาน
มุกนี้ เขาคุ้นเคยดีเหลือเกิน คุ้นเคยชนิดที่ว่าไม่มีใครคุ้นเคยไปกว่าเขาแล้ว
เพราะก่อนหน้านี้ จางหลิงซานก็ใช้มุกนี้ปั่นหัวเขาจนหัวหมุน
ตอนนี้
ไอ้เด็กนี่เอามุกเดิมมาใช้อีกแล้ว
'ไอ้เด็กนี่ไปรวมหัวกับคนของลัทธิเสวียนเทียนได้ยังไง แถมยังร่วมมือกันเปิดขุมทรัพย์ลับได้อีก'
จางอู๋เซิงคิดแล้วก็เหลือเชื่อ
ไอ้เด็กนี่มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่?
ไม่ใช่เพิ่งจะจุติมาจากทวีปเก้าแคว้นได้ไม่นานหรือไง ทำไมถึงก่อเรื่องราวพิสดารได้มากมายขนาดนี้
ไม่เพียงหนีรอดจากเงื้อมมือเขาได้
ยังเข้าไปร่วมก๊วนกับลัทธิเสวียนเทียนที่ถูกทำลายไปแล้ว ร่วมมือกันปั่นหัวเหล่าขอบเขตนิมิตธรรมที่นี่จนหัวหมุน
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่อาศัยร่างจริงอินทรีของอิงเฉินล่อทุกคนมารวมกัน แล้วใช้วิชาย้ายภูผาผลัดตำแหน่งหนีไป ก็เพียงพอจะสร้างชื่อก้องโลกได้แล้ว
อย่างน้อย ขอบเขตนิมิตธรรมทุกคนที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นฟู่เซวียน เจ้าเมืองอวี้เสวียน ปิงอวิ๋นเจินจวิน รูเยว่เจินจวิน ต่างก็โดนมันปั่นหัวกันถ้วนหน้า
บัดซบ!
ไอ้เด็กนี่เล่นใหญ่กว่าข้าจางอู๋เซิงเสียอีก
ในขณะที่จางอู๋เซิงบินขึ้นฟ้ามองหาจางหลิงซาน คนอื่นๆ ก็ได้สติ รีบบินขึ้นไปมองหาบ้าง
มีเพียงคนเดียวที่หน้าเขียวคล้ำ ตวาดลั่น "กล้าปั่นหัวข้า!"
ปัง!
ร่างของนางหายวับไปจากที่เดิม ไปโผล่ที่ร่างของคนดวงซวยที่ถูกกระตุ้นตราประทับอีกคนในระยะไกลลิบ
ผู้เข้าร่วมงานระดับขอบเขตแก่นแท้จริงผู้นั้นยังไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างก็ระเบิดเละเทะ ถูกเซี่ยหรูเข้าแทนที่
ความเร็วในการเคลื่อนย้ายนี้ เหนือกว่าวิชาย้ายภูผาผลัดตำแหน่งของจางหลิงซานเสียอีก
แต่...
การเคลื่อนย้ายของนาง ขึ้นอยู่กับว่าตรงนั้นมีคนที่มีตราประทับอยู่หรือไม่ ไม่ใช่นึกจะย้ายไปไหนก็ไปได้ ถูกจำกัดด้วยตำแหน่งของคนที่มีตราประทับ
ส่วนวิชาย้ายภูผาผลัดตำแหน่งของจางหลิงซาน อยากไปไหนก็ไปได้ตามใจนึก
เขาคือชายผู้เริ่มต้นกฎเกณฑ์ห้าธาตุเชียวนะ
และเป็นกฎเกณฑ์ห้าธาตุที่แท้จริงและสมบูรณ์ เหนือชั้นกว่ากฎเกณฑ์ที่พวกเล่อปิงอวิ๋น หลานปิงหนิง หรือจางอู๋เซิงเข้าใจ
เมื่อใช้กฎเกณฑ์ห้าธาตุเสริมพลังให้วิชาย้ายภูผาผลัดตำแหน่ง ความเร็วของจางหลิงซานจึงเร็วกว่าตอนสู้กับจางอู๋เซิงเสียอีก
ตอนนั้นจางอู๋เซิงยังจับเขาไม่ได้ ตอนนี้ยิ่งจับไม่ได้เข้าไปใหญ่
เซี่ยหรูแม้จะเก่ง แต่จะเก่งกว่าจางอู๋เซิงสักแค่ไหนเชียว?
เมื่อจางหลิงซานพบว่าเซี่ยหรูโผล่มาดักหน้าบนพื้นดิน เขาก็เปลี่ยนทิศทางกะทันหัน เคลื่อนที่แบบวิถีโค้ง
"หมัดเทพจันทรามายา!"
เซี่ยหรูตวาดก้อง ชกหมัดขวาออกไปเต็มแรง
ตูม!
หมัดนี้ไม่ได้ปล่อยหมัดออกมา แต่ปล่อยดวงจันทร์กลมโตลูกหนึ่ง พุ่งเข้าใส่จางหลิงซานราวกับอุกกาบาต
บนท้องฟ้า จางอู๋เซิงและคนอื่นๆ ต่างตกใจ
นังเซี่ยหรูบ้าไปแล้วหรือ?
หมัดนี้รุนแรงกะเอาตาย หากต่อยอีกฝ่ายตาย แล้วจะเปิดขุมทรัพย์ลับเกาะเสวียนเทียนได้อย่างไร?
พวกเขาคิดเช่นนั้นเพราะไม่รู้จักเซี่ยหรูดีพอ
หากเป็นอาจารย์ของเซี่ยหรู หรือเจ้าแม่วังเทพจันทราอยู่ที่นี่ นางจะรู้ดีว่า ตอนนี้เซี่ยหรูไม่สนขุมทรัพย์ลับบ้าบออะไรแล้ว
ชีวิตนี้มีแต่นางปั่นหัวคนอื่น คนอย่างนางจะยอมให้คนอื่นมาปั่นหัวเล่นได้ยังไง?
ดังนั้น
ในใจของเซี่ยหรู นี่คือความอัปยศที่สุดในชีวิต ต้องฆ่าไอ้สารเลวนี่ให้ตายถึงจะล้างอายได้ ระบายความอัดอั้นในใจ
ส่วนขุมทรัพย์ลับเกาะเสวียนเทียน ช่างหัวมัน พลิกแผ่นดินหาเอาก็ได้ ไม่เชื่อหรอกว่าจะเปิดไม่ได้
ขาดคนแซ่จางไปสักคน ข้าเซี่ยหรูจะต้องกินหมูทั้งขนหรือไง?
"ไป!"
จางหลิงซานสะบัดมือขวา โยนน้ำเต้าวิเศษม่วงทองออกไปปะทะกับดวงจันทร์อุกกาบาตกลางอากาศ
น้ำเต้าใบนี้ไม่ใช่ของใครอื่น เป็นของที่ได้มาจากการฆ่าสยงโฉ่ว ผู้อาวุโสสมาพันธ์ซ่านซิวเมืองจื่อเสวียน
สยงโฉ่วเคยบอกว่า ในน้ำเต้านี้มีการโจมตีของยอดฝีมือขอบเขตนิมิตธรรมซ่อนอยู่
บัดนี้
จางหลิงซานกระตุ้นน้ำเต้านี้ออกไป
ปัง!
ดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ปรากฏขึ้น ต่อต้านดวงจันทร์อุกกาบาต ขวางไว้ได้พอดี
แม้จะขวางได้เพียงชั่วพริบตา แต่ก็เพียงพอให้จางหลิงซานรอดพ้นวิกฤต
เพราะในชั่วพริบตานั้น วิชาย้ายภูผาผลัดตำแหน่งได้พาเขาหนีห่างจากเซี่ยหรูและหมัดเทพจันทรามายาไปไกลแล้ว
ดวงจันทร์อุกกาบาตพลาดเป้า ก็ไม่มีโอกาสโจมตีโดนอีก
"นั่นมันพลังสุริยันของท่านนี่"
บนท้องฟ้า เจ้าเมืองอวี้เสวียนอุทาน
ฟู่เซวียน หรือเซวียนหยางเจินจวิน ก็ตกตะลึง ก่อนจะสบถออกมา "ที่แท้สยงโฉ่วที่ประจำการเมืองจื่อเสวียนก็ถูกมันฆ่า นี่คือน้ำเต้าช่วยชีวิตที่ข้าให้สยงโฉ่วไว้ กลับถูกมันชิงไปใช้ช่วยชีวิตตัวเอง บัดซบ!"
เป็นที่รู้กันดีว่าเซวียนหยางเจินจวินเป็นสุภาพบุรุษผู้สง่างาม มีชื่อเสียงดีงาม
ตอนนี้ถึงกับสบถคำหยาบออกมาต่อหน้าเจ้าเมืองอวี้เสวียนหญิงในดวงใจ แสดงว่าโกรธจัดจริงๆ
แต่โกรธไปก็เท่านั้น ด้วยความเร็วของวิชาย้ายภูผาผลัดตำแหน่ง ต่อให้เขาเร่งความเร็วสูงสุด ก็คงตามไม่ทัน
ไม่ใช่ว่าเขาช้า
แต่เป็นเพราะเขาและคนอื่นๆ ถูกอิงเฉินหลอกล่อให้ไปผิดทางเสียไกล ทำให้เสียโอกาส
ตอนนี้จะไล่ตามก็สายไปแล้ว
คนเดียวที่มีโอกาสตามทัน คือเซี่ยหรูที่ใช้วิชาเคลื่อนย้ายไปดักหน้า
ถ้าเซี่ยหรูดักได้ พวกเขาก็จะกรูเข้าไปรุมจับ
ถ้าเซี่ยหรูดักไม่ได้ ก็คงได้แต่ยืนมองตาปริบๆ ดูอีกฝ่ายเข้าขุมทรัพย์ลับไป
แน่นอน เพื่อให้ทันท่วงทีหากเซี่ยหรูดักได้ ทุกคนจึงไม่ได้ยืนดูเฉยๆ แต่พยายามเคลื่อนที่ตามจางหลิงซานไปติดๆ
เผื่อจังหวะสำคัญจะได้มีส่วนร่วม ไม่เสียเที่ยวที่มา
ปัง!
เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง
คนดวงซวยอีกคนถูกเซี่ยหรูเข้าแทนที่
หมัดเทพจันทรามายา!
เซี่ยหรูงัดไม้เดิมออกมาใช้
นางไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะมีน้ำเต้าวิเศษม่วงทองที่มีพลังขอบเขตนิมิตธรรมอยู่อีก
"รับไป!"
จางหลิงซานประกบมือเข้าหากันดังปัง
เงาสีดำสายหนึ่งพุ่งออกจากข้อมือซ้าย เงาสีขาวสายหนึ่งพุ่งออกจากข้อมือขวา
เงาดำดูเหมือนจะกลืนกินแสงสว่างได้ทุกสิ่ง
เงาขาวกลับดูเหมือนจะส่องสว่างความมืดมิดได้ทุกอย่าง
สองเงากระบี่ที่ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง กลับพันเกลียวเข้าหากัน กลายเป็นกระบี่มหึมาสีขาวดำ ขวางกั้นระหว่างจางหลิงซานกับดวงจันทร์อุกกาบาตของเซี่ยหรู
"นั่นมันอะไร!?"
ทุกคนตกตะลึง
กระบี่มหึมาสีขาวดำนั้น คือกระบี่วิเศษ
มันคือ 'กระบี่วิเศษหยินหยาง' ที่เกิดจากการรวมตัวของกระบี่เฮยหมิงและกระบี่หลิงกวงที่จางหลิงซานได้มาจากทวีปเก้าแคว้น
กระบี่เล่มนี้ จางหลิงซานไม่ค่อยได้ใช้ เพราะเขาไม่ถนัดกระบี่ และไม่เคยเจอสถานการณ์ที่ต้องใช้
แต่ตอนนี้
กระบี่นี้ตั้งตระหง่านขวางดวงจันทร์อุกกาบาต ฟันลงไปเต็มแรง ต้านทานไว้ได้ชั่วพริบตา
เหมือนกับน้ำเต้าวิเศษม่วงทอง แม้จะต้านได้แค่พริบตาเดียว ก็ช่วยแก้ปัญหาให้จางหลิงซานได้
วูบ!
กระบี่หยินหยางที่ถูกกระแทกกระเด็น พุ่งกลับมาที่ข้อมือทั้งสองของจางหลิงซาน
ข้อมือของจางหลิงซานสั่นสะท้าน เลือดสดๆ ไหลซึมออกมา
'ร้ายกาจ'
เขาตกใจ
แรงกระแทกจากหมัดเทพจันทรามายาของเซี่ยหรูส่งผ่านมาทางกระบี่หยินหยางเข้าสู่ตัวเขา โชคดีที่เขามีกายาเซียนและกายาทองคำทมิฬ ไม่อย่างนั้นถ้าเป็นขอบเขตแก่นแท้จริงทั่วไปคงตายไปแล้ว
"ไม่ตาย!?"
เซี่ยหรูตกใจ
ขนาดนี้ยังไม่ตาย?
น้ำเต้าวิเศษม่วงทองเป็นของใช้แล้วทิ้ง ระเบิดไปแล้ว ส่งแรงกระแทกมาไม่ได้ นางยอมรับ
แต่กระบี่เมื่อกี้ อีกฝ่ายรับกลับเข้าร่าง แรงกระแทกที่ตกค้างจากหมัดเทพจันทรามายา น่าจะฆ่าเขาได้เป็นสิบครั้ง
แต่ทว่า...
อีกฝ่ายไม่เพียงไม่ตาย ความเร็วในการย้ายภูผาผลัดตำแหน่งก็ไม่ลดลงเลย
ทำได้อย่างไร?
ร่างกายแข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวหรือ
หรือมีไม้ตายอื่น
ขอบเขตนิมิตธรรมแอบซ่อนพลังไว้?
แต่ถ้าเป็นขอบเขตนิมิตธรรม ก็ไม่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนขนาดนี้ น่าจะรับมือได้สบายกว่านี้
งั้นก็แสดงว่า เจ้านี่เป็นแค่ขอบเขตแก่นแท้จริง
แต่ขอบเขตแก่นแท้จริง รับหมัดเทพจันทรามายาของนางไปสองหมัดแล้วยังไม่ตาย
เหลือเชื่อ!
ใต้หล้านี้มีขอบเขตแก่นแท้จริงที่เก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
คนระดับนี้ ไม่น่าจะไร้ชื่อเสียงเรียงนาม
ไม่มีเวลาคิดมาก
เซี่ยหรูเคลื่อนย้ายไปหาคนดวงซวยคนต่อไป
แต่คราวนี้ ยังไม่ทันได้ปล่อยหมัด จางหลิงซานก็หัวเราะลั่น "เจ้าก็รับมีดข้าไปสักเล่มเถอะ"
"บังอาจ!"
เซี่ยหรูโกรธ
ระดับไหนกันเชียวกล้ามาใช้มีดกับข้า
ไม่เจียมตัว
นางมั่นใจว่าเคยเห็นวิชาดาบของจางหลิงซานมาแล้ว ก็แค่จิตดาบตัดผ่ามิติที่ใช้เปิดทางให้ร่างจริงอินทรีของอิงเฉินนั่นไง
ลูกไม้ตื้นๆ คิดจะมาหยุดข้า?
แต่ทว่า ผิดคาด จางหลิงซานฟันดาบนี้ออกมา ต่างจากครั้งก่อน
เห็นเพียง
ดาบประหลาดที่มีรอยยับย่นนับพัน ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
"นั่นมันอะไร!?"
ทุกคนตกใจ
ทุกคนที่นี่ล้วนเป็นขอบเขตนิมิตธรรม สายตาเฉียบคม มองปราดเดียวก็รู้ว่าดาบเล่มนี้ไม่ธรรมดา
แค่หยิบออกมา ก็ทำให้จิตใจสั่นไหว
ดาบนี้ดูเหมือนมีรอยยับย่นนับพัน ไม่เหมือนดาบ แต่เหมือนเอาเศษซากอะไรต่อมิอะไรมาอัดรวมกันมั่วๆ
แต่ทว่า...
พอมองให้ดี กลับพบว่าดาบเล่มนี้เรียบเนียนราวกับโปร่งใส รอยยับย่นอะไรนั่นไม่มีอยู่จริง
และในขณะที่จ้องมอง จิตใจก็หวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตอย่างควบคุมไม่ได้
ชั่วขณะนั้น
เซี่ยหรูที่อยู่ใต้คมดาบ ได้รับผลกระทบมากที่สุด ภาพความทรงจำในอดีตที่ถูกปิดผนึกไว้ไหลบ่าเข้ามาในสมองราวกับโคมไฟหมุน
ความทรงจำดีๆ และความทรงจำร้ายๆ
เซี่ยหรูหน้าเปลี่ยนสี ตวาดลั่น "คิดจะปั่นหัวข้า ไสหัวไป!"
ปัง!
นางชกหมัดสวนออกไปเต็มแรง
'ดาบร้อยภพ' พุ่งกลับเข้ามือจางหลิงซาน
แม้จะกระแทกจนมือจางหลิงซานเลือดออกอีกครั้ง แต่ความเร็วของเขาก็ยังไม่ตก ผ่านด่านไปได้อีกครั้ง
"ถึงกับส่งผลต่อจิตใจพวกเรา ทำให้เซี่ยหรูเสียกิริยาได้ ดาบเล่มนี้ต้องเป็นศาสตราเซียนแน่"
มีคนอุทาน
ศาสตราเซียน
ของวิเศษระดับนี้ไม่ใช่ใครจะมีได้ แม้แต่พวกเขาระดับขอบเขตนิมิตธรรม ก็มีไม่กี่คนที่มี
ศาสตราเซียน มีคำว่า 'เซียน' อยู่ จะธรรมดาได้หรือ?
ต้องรู้ว่าพลังปราณที่พวกเขาดูดซับอยู่ทุกวันนี้ ก็แค่ไอเซียนที่แม่น้ำต้นกำเนิดพัดพาลงมาจากแดนเซียนเท่านั้น
แค่ไอเซียนยังแย่งกันแทบตาย
ศาสตราเซียนยิ่งไม่ต้องพูดถึง เป็นของหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
และเมื่อพูดถึงศาสตราเซียน ในเกาะเสวียนเทียนแห่งนี้ ทุกคนก็นึกถึงศาสตราเซียนที่มีชื่อเสียงเล่มหนึ่ง
จานค่ายกลเสวียนเทียน!
นี่คือศาสตราเซียนเพียงหนึ่งเดียวของลัทธิเสวียนเทียน เป็นสมบัติประจำตัวของท่านเสวียนเทียน เต้าจื่อแห่งลัทธิ
น่าเสียดายที่ท่านเสวียนเทียนตาย จานค่ายกลเสวียนเทียนก็หายสาบสูญ
ศาสตราเซียนระดับนั้น น่าจะเหนือกว่าดาบเล่มนี้อีกขั้นกระมัง
เพราะเป็นสมบัติสืบทอดของลัทธิเสวียนเทียน ย่อมไม่ธรรมดา
แต่ท่านเสวียนเทียนมีสมบัติระดับนี้อยู่กับตัว ยังอุตส่าห์ตายได้ จะเรียกว่าเขาห่วย หรือคนฆ่าเขาเก่งกว่าดีนะ
ไม่มีใครกล้าว่าท่านเสวียนเทียนห่วย
เพราะเขาได้รับการยอมรับว่าเป็นอันดับหนึ่งในรุ่นเยาว์ของแดนเสวียนเจียง เป็นขอบเขตนิมิตธรรมที่อายุน้อยที่สุด!
จริงสิ
ตอนนี้เซี่ยหรูก็เป็นขอบเขตนิมิตธรรมแล้ว แถมเคล็ดวิชาเทพจันทรามายาก็ฝึกจนแก่กล้า
พูดกันตามตรง ตอนนี้เซี่ยหรูต่างหากคืออันดับหนึ่งในรุ่นเยาว์ของแดนเสวียนเจียง
ท่านเสวียนเทียนกลายเป็นอดีตไปแล้ว
แต่พอนึกถึงว่าสองคนนี้เคยรักกันปานจะกลืนกิน กำลังจะแต่งงานกัน ใครบ้างจะไม่ทอดถอนใจ
เซี่ยหรูคนนี้ หรือว่าจะกลืนกินโชคชะตาของท่านเสวียนเทียนไป ถึงได้กลายมาเป็นอันดับหนึ่งแทน
ทั้งที่ก่อนหน้านี้นางแม้จะมีพรสวรรค์ แต่ก็อยู่ในระดับเดียวกับคนอื่น ไม่ได้โดดเด่นเหนือใครเหมือนท่านเสวียนเทียน
ทำไมพอท่านเสวียนเทียนตาย นางกลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง ไม่เพียงมีรัศมีเทพจันทรา ยังใช้วิชาเคลื่อนย้ายประหลาดนี้ได้อีก
เกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่?
"ฮ่าฮ่าฮ่า!"
จางหลิงซานหัวเราะลั่น ดึงดูดความสนใจของทุกคน
จากนั้น
เห็นเพียงจางหลิงซานโยนจานค่ายกลใบหนึ่งออกมา แล้วทุกคนก็หายวับเข้าไปในจานค่ายกลนั้นพร้อมกัน
"จานค่ายกลเสวียนเทียน!!!"
ทุกคนร้องอุทานพร้อมกัน
[จบแล้ว]