เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 310 - เซียนหญิงอวิ๋นเหยา! คุณชายจื่ออัน

บทที่ 310 - เซียนหญิงอวิ๋นเหยา! คุณชายจื่ออัน

บทที่ 310 - เซียนหญิงอวิ๋นเหยา! คุณชายจื่ออัน


บทที่ 310 - เซียนหญิงอวิ๋นเหยา! คุณชายจื่ออัน

ลานกว้างเมืองแห่งศาสตรา

ที่นี่คือลานกว้างปูด้วยแผ่นหินสีเขียว รอบด้านมีอัฒจันทร์จุผู้ชมได้นับหมื่นคน

เดิมทีงานชุมนุมแลกเปลี่ยนเป็นเพียงงานเล็กๆ ของคนกลุ่มหนึ่ง แต่เมื่อจัดมาหลายครั้งเข้า ก็กลายเป็นงานใหญ่โต

เมื่อจางหลิงซาน มู่ฮ่วนเย่ว์ และคนอื่นๆ มาถึงที่นี่ภายใต้การนำของเหมยชิงอัน ต่างก็ตกตะลึงกับความคึกคักของสถานที่

"ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม!"

เหมยชิงอันอธิบาย "แม้ท่านเจ้าเมืองจะไม่มาออกหน้า แต่คุณหนูสามแห่งจวนเจ้าเมืองเป็นผู้รับหน้าเสื่อจัดงานชุมนุมครั้งนี้ ไม่สิ ตอนนี้ไม่เรียกว่างานชุมนุมแลกเปลี่ยนแล้ว เรียกว่าการประลองศาสตรา"

"การประลองศาสตรา?"

มู่ฮ่วนเย่ว์สงสัย "ประลองอย่างไร? ตีอาวุธกันต่อหน้าธารกำนัลหรือ? แบบนั้นวิชาตีอาวุธไม่ถูกขโมยไปหมดหรือ วิชาตีอาวุธของแต่ละตระกูลล้วนเป็นความลับ ไม่เปิดเผยให้คนภายนอกรู้หรอกนะ"

เหมยชิงอันกล่าว "แม่นางมู่พูดถูก แต่คุณหนูสามมีวิธีจัดการ พวกเรารอดูกันเถอะ เชิญทางนี้ ข้าจองห้องรับรองไว้ให้แล้ว"

มู่ฮ่วนเย่ว์ขมวดคิ้ว "งานใหญ่โตขนาดนี้ สือไป๋ฝานคงไม่โผล่หัวมาแน่ พวกเรามาเสียเที่ยวแล้ว"

เหมยชิงอันกล่าว "ได้มาเห็นงานชุมนุมเปลี่ยนรูปแบบเป็นการประลองศาสตรา ก็ถือว่าไม่เสียเที่ยวแล้ว นี่เป็นการประลองครั้งแรก ต่อไปต้องยิ่งใหญ่กว่านี้แน่ แม่นางมู่หากไม่รังเกียจ จะลองเอาวัสดุสักหน่อยมาให้คนตีเล่นดูก็ได้"

"หอหลอมศาสตราเหมยฮวาของพวกเจ้าส่งคนเข้าร่วมไหม" มู่ฮ่วนเย่ว์ถาม

เหมยชิงอันตอบ "มีน้องชายสายรองของข้าคนหนึ่งเข้าร่วม"

"ดี งั้นข้าจะให้เขาตีอาวุธ ถือว่าเป็นเกียรติแก่หอหลอมศาสตราเหมยฮวาของพวกเจ้า"

"ขอบคุณแม่นางมู่!"

เหมยชิงอันดีใจจนเนื้อเต้น นึกไม่ถึงว่ามู่ฮ่วนเย่ว์จะให้เกียรติขนาดนี้

นิมิตหมายอันดี

ดูท่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแม่นางมู่อาจพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้

"พี่ชิงอัน!"

ชายหนุ่มรูปร่างกำยำคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายเหมยชิงอันอย่างนอบน้อม

เหมยชิงอันแนะนำ "คนนี้คือน้องชายที่ข้าบอกว่าจะลงแข่งประลองศาสตรา ชื่อเหมยเถี่ยเฟิง (ยอดเหล็กเหมย) เสี่ยวเฟิง รีบขอบคุณแม่นางมู่เร็ว แม่นางมู่บอกว่าจะมอบวัสดุให้เจ้าตีอาวุธเชียวนะ นี่เป็นเกียรติสูงสุด คนตั้งเท่าไหร่ฝันอยากตีอาวุธให้แม่นางมู่แต่ไม่มีโอกาส"

"ขะ... ขอบคุณแม่นางมู่ ขะ... ข้า... จะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอนขอรับ!"

เหมยเถี่ยเฟิงหน้าแดงก่ำ รู้สึกต่ำต้อยไม่กล้าสบตามู่ฮ่วนเย่ว์

มู่ฮ่วนเย่ว์ชินกับพวกเด็กขี้อายแบบนี้แล้ว ยิ้มบางๆ กล่าวว่า "ไม่ต้องกดดันมาก วัสดุพวกนี้ข้าให้เปล่า เสียไปก็ไม่เสียดาย"

"ไม่ๆ ข้าจะต้องตีสุดยอดศาสตราวุธออกมาให้แม่นางมู่ให้ได้ จะไม่ทำให้แม่นางมู่ผิดหวังเด็ดขาด!"

เหมยเถี่ยเฟิงรับประกันเป็นมั่นเหมาะ

"ฮิฮิ มีไฟแบบนี้ก็ดีแล้ว"

มู่ฮ่วนเย่ว์หัวเราะแห้งๆ แล้วหันไปถามเหมยชิงอัน "ห้องรับรองที่เจ้าว่า คือที่นี่หรือ"

นางกวาดตามองโครงสร้างภายในห้องรับรอง "เตาหลอมขนาดใหญ่ขนมาแล้ว แสดงว่าจะตีอาวุธต่อหน้าคนดูจริงๆ ไม่กลัววิชาตีเหล็กตระกูลเหมยรั่วไหลหรือไง"

"ไม่หรอกขอรับ"

เหมยเถี่ยเฟิงกล่าว "คุณหนูสามเตรียมการไว้หมดแล้ว จะมีม่านป้องกันมาครอบพวกเราไว้ คนดูจะเห็นแค่เงาเลือนรางตอนพวกเราตีเหล็ก มองไม่เห็นรายละเอียดข้างใน"

"อ้อ? คุณหนูสามคนนี้ใจป้ำน่าดู ม่านป้องกันแบบนี้ไม่ใช่ของหาง่ายนะ"

มู่ฮ่วนเย่ว์ประหลาดใจ

เหมยเถี่ยเฟิงกล่าว "ใช่ขอรับ คุณหนูสามทุ่มทุนมหาศาล นางตั้งใจจะให้การประลองศาสตรานี้กลายเป็นงานใหญ่ระดับตำนานที่สืบทอดกันเป็นร้อยปีพันปี จึงไม่เสียดายทุนรอน"

"คุณหนูสามเป็นคนเก่งกล้าสามารถ มีบารมีเปี่ยมล้น ชาวเมืองแห่งศาสตรา ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบจวนเจ้าเมือง แต่ถ้าพูดถึงคุณหนูสาม ทุกคนต้องยอมรับนับถือ"

เหมยชิงอันอดชื่นชมไม่ได้ เก็บความเลื่อมใสที่มีต่อคุณหนูสามไว้ไม่อยู่

มู่ฮ่วนเย่ว์ขมวดคิ้วเล็กน้อย

คุณหนูสามคนนี้เป็นใครกัน ขนาดเหมยชิงอันยังชมไม่ขาดปาก แถมยังชมต่อหน้าข้ามู่ฮ่วนเย่ว์ด้วย

ไม่กลัวข้าไม่พอใจหรือไง?

เห็นได้ชัดว่าเหมยชิงอันนับถือคุณหนูสามจากใจจริง เทียบกันแล้ว มู่เซียนจื่อ (ฉายาของนาง) ในใจเขากลับดูด้อยค่าลงไปถนัดตา

"คุณชายเหมย คุณหนูสามที่พวกท่านพูดถึง คือใครหรือเจ้าคะ"

จางอวี้เหยียนอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้

เหมยชิงอันตอบ "คุณหนูสาม ก็คือเซียนหญิงอวิ๋นเหยา"

เซียนหญิงอวิ๋นเหยา อดีตอันดับสิบสองแห่งทำเนียบปฐพี แต่พอทะลวงขอบเขตเปิดชีพจร ก็ออกจากทำเนียบโดยอัตโนมัติ แล้วก็หายสาบสูญไป

หลายคนเดาว่านางอาจถูกลอบทำร้าย หรือถูกสำนักลึกลับรับตัวไปฝึกวิชาในป่าเขา

ใครจะนึกว่านางอยู่ที่เมืองแห่งศาสตรามาตลอด แถมยังเป็นลูกสาวแท้ๆ ของเจ้าเมืองฉี้อวี่เซวียน

"เป็นนางเองหรือ"

มู่ฮ่วนเย่ว์พึมพำ

เซียนหญิงอวิ๋นเหยาคือเป้าหมายที่นางไล่ตามมาตลอด แม้จะเชื่อมั่นว่าวันหน้าจะไม่ด้อยไปกว่าอีกฝ่าย

แต่ตอนนี้ นางยังห่างชั้นกับเขามาก

อย่างน้อย อีกฝ่ายก็อยู่ขอบเขตเปิดชีพจรแล้ว ส่วนนางยังแค่ขอบเขตเปิดทวาร

นอกจากนี้ เซียนหญิงอวิ๋นเหยายังเริ่มจัดงานใหญ่โต กลายเป็นผู้มีอิทธิพลในเมืองแห่งศาสตรา อนาคตคงได้ขึ้นเป็นเจ้าเมืองคนใหม่แทนฉี้อวี่เซวียน

นั่นคือบารมีระดับไหน?

นางมู่ฮ่วนเย่ว์จะเอาอะไรไปเทียบ?

คิดได้ดังนั้น มู่ฮ่วนเย่ว์ก็เกิดความร้อนรน กลัวว่าถ้ามัวแต่เสียเวลาจะยิ่งถูกทิ้งห่าง

ดังนั้น ต้องรีบล้วงความลับการขึ้นหอถ่ายทอดวิชาชั้นเก้าจากจางหลิงซานให้ได้ ไม่อย่างนั้นนางคงต้องอยู่ใต้เงาของเซียนหญิงอวิ๋นเหยาไปชั่วชีวิต

ต้องรู้ว่าตั้งแต่นางเริ่มมีชื่อเสียง ก็มีคนเอานางไปเปรียบเทียบกับเซียนหญิงอวิ๋นเหยา เรียกนางว่าอวิ๋นเหยาคนที่สอง

มู่ฮ่วนเย่ว์ไม่ยอมรับ

นางคือนาง อวิ๋นเหยาคืออวิ๋นเหยา จะเอามาปนกันได้อย่างไร

คนที่สองบ้าบออะไร

นางมู่ฮ่วนเย่ว์จะเป็นที่หนึ่ง ให้อวิ๋นเหยามาเป็นมู่ฮ่วนเย่ว์คนที่สองต่างหาก!

"คุณหนูสามมาแล้ว!"

เหมยเถี่ยเฟิงกล่าวเสียงเข้ม สีหน้าเคร่งขรึม ยืดตัวตรง มองไปที่เวทียกสูงกลางลานด้วยความเคารพ

เวทีนี้ค่อยๆ ยกตัวขึ้นมาจากใต้ดิน สตรีผู้สวมชุดหรูหราสีขาวปักดิ้นทองดูสง่างามยืนอยู่กลางเวที

เมื่อเวทีขึ้นไปถึงจุดสูงสุด หญิงสาวยิ้มบางๆ กล่าวเสียงกังวาน "ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติข้าฉี้อวิ๋นเหยา มาร่วมงานประลองศาสตราครั้งแรกของเมืองแห่งศาสตรา เชิญผู้เข้าแข่งขันขึ้นเวที"

"พี่ชิงอัน ข้าไปล่ะ"

เหมยเถี่ยเฟิงบอกกล่าว แล้วรีบเรียกผู้ติดตามเข็นเตาหลอมออกจากห้อง ไปประจำที่รอบเวทีของฉี้อวิ๋นเหยา

เช่นเดียวกับเหมยเถี่ยเฟิง

ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ก็เข็นเตาหลอมออกมาจากห้องรับรองของตน

ทุกคนล้อมวงกัน รวมทั้งสิ้นยี่สิบทีม

แต่ละทีมจะมีผู้เข้าแข่งขันหลักหนึ่งคน เป็นตัวแทนของหอหลอมศาสตราแต่ละแห่ง

เช่นเหมยเถี่ยเฟิงก็เป็นตัวแทนของหอหลอมศาสตราเหมยฮวา

ข้างกายผู้เข้าแข่งขันหลัก จะมีผู้ช่วยและลูกมือคอยช่วยงาน

เพราะการตีเหล็กเป็นงานใช้แรง ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคนถึงจะสร้างผลงานได้ในเวลาสั้นๆ

ไม่อย่างนั้น ตีคนเดียวช้าๆ ได้ตีกันยันชาติหน้าแน่

คนตีมีอารมณ์ตี แต่คนดูไม่มีอารมณ์ดูหรอกนะ

"ผู้เข้าแข่งขันประจำที่หมดแล้ว ตอนนี้ขอให้ผู้เข้าแข่งขันมอบถุงสมบัติให้คนรับใช้ถือไว้ คนรับใช้ห้ามเข้าใกล้เตาหลอม ห้ามใช้วัสดุอื่นมาเติมแต่ง ต้องใช้วัสดุที่ลูกค้ามอบให้เท่านั้น มิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิ์ และถูกขับไล่ออกจากเมืองแห่งศาสตราตลอดกาล!"

เสียงของฉี้อวิ๋นเหยาไม่ดังมาก แต่ทุกคำพูดชัดเจนเข้าหูทุกคน

ทุกคนต่างรู้สึกเกรงขาม รู้ว่าฉี้อวิ๋นเหยาไม่ได้ล้อเล่น

หากใครกล้าแหกกฎ ก็จะถูกลบชื่อออกจากเมืองแห่งศาสตราถาวร หมดอนาคตในวงการตีเหล็ก

"เซียนหญิงอวิ๋นเหยาวางใจ ข้าเหมยเถี่ยเฟิงไม่มีวันทำผิดกฎ"

"ถูกต้อง! หอหลอมศาสตราจินกวง (แสงทอง) ของเราก็เช่นกัน"

"หากใครไม่ไว้หน้าเซียนหญิงอวิ๋นเหยา แอบโกง ข้าตังจื่ออัน จะไม่ปล่อยมันไปแน่!"

"นั่นตังจื่ออันนี่นา"

"ตังจื่ออันก็มาด้วย เซียนหญิงอวิ๋นเหยาหน้ากว้างจริงๆ"

"สมกับเป็นเซียนหญิงอวิ๋นเหยา"

"ลือกันว่าตังจื่ออันตามจีบเซียนหญิงอวิ๋นเหยามาหลายปี แต่ถูกปฏิเสธตลอด แต่เขาก็ไม่ท้อ ยิ่งแพ้ยิ่งสู้ สุดท้ายก็ตามมาถึงเมืองแห่งศาสตราจนได้"

"ตังจื่ออันคือใคร?"

มีคนถามขึ้น

อีกคนตอบ "อันดับแปดสิบเอ็ดแห่งทำเนียบสวรรค์ ขอบเขตเปิดชีพจรขั้นสูงสุด เจ้าไม่รู้จักหรือ?"

"แค่แปดสิบเอ็ดเองหรือ?"

คนถามดูผิดหวัง

คนตอบแค่นเสียง "แปดสิบเอ็ดแล้วจะทำไม เจ้าดูอายุตังจื่ออันด้วย อันดับต้นๆ ของทำเนียบสวรรค์ล้วนเป็นตาแก่รุ่นลายคราม คุณชายจื่ออันเพิ่งสามสิบกว่าๆ ก็ติดอันดับแปดสิบเอ็ดแล้ว อนาคตไกลลิบ วันข้างหน้าอาจติดสิบอันดับแรกก็ได้!"

"เป็นไปไม่ได้ สิบอันดับแรกนิ่งมานานแค่ไหนแล้ว จากสิบเอ็ดไปสิบ มันห่างกันราวนรกกับสวรรค์ อัจฉริยะกี่คนก็ถมไม่เต็ม"

"ไม่แน่หรอก! ประวัติศาสตร์สร้างด้วยมือคน สถิติมีไว้ทำลาย คลื่นลูกใหม่ไล่คลื่นลูกเก่า สักวันต้องมีคนก้าวเข้าสู่สิบอันดับแรกได้"

"..."

ผู้คนถกเถียงกันเซ็งแซ่ คึกคักจอแจ

แค่ชื่อตังจื่ออันชื่อเดียว ก็พาหัวข้อสนทนาไปไกลถึงทำเนียบสวรรค์

แต่ยังไม่ทันได้คุยกันนาน ฉี้อวิ๋นเหยาก็ดึงความสนใจทุกคนกลับมา "กางม่านพรางตา!"

"รับทราบ!"

ทหารเมืองชุดเงินยี่สิบนายตบถุงสมบัติที่เอวทันที ลูกแก้วใสลูกเล็กๆ ลอยออกมา

พวกเขาพึมพำร่ายมนตร์ มือทำท่ามุทราอย่างรวดเร็ว

วิ้ง!

ลูกแก้วใสขยายใหญ่ขึ้นตามสายลม กลายเป็นม่านแสงรูปชามคว่ำ ครอบลงบนทีมตีเหล็กทั้งยี่สิบทีมอย่างมั่นคง

ทุกคนเห็นเพียงใต้ฝาครอบนั้นมีไอแสงลึกลับลอยอวล

มองผ่านไอแสงนั้นยังพอเห็นข้างในได้ แต่พอคนข้างในเริ่มจุดไฟเผาเตา ทุกอย่างก็เริ่มเลือนราง

"ข้าขอประกาศ การประลองศาสตราครั้งที่หนึ่ง เริ่มขึ้น ณ บัดนี้! ไม่ทราบว่าวีรบุรุษท่านใดประสงค์จะเป็นคนแรกที่มอบวัสดุ ให้ช่างตีเหล็กรุ่นเยาว์เหล่านี้ได้สร้างสุดยอดศาสตรา?"

ฉี้อวิ๋นเหยาประกาศก้อง

"ข้าตังจื่ออัน ขอมอบทรายทองนันหลีเกิงหนึ่งตำลึง หินหยกขาววิเศษหนึ่งก้อน เหล็กหงเจียงยี่สิบชั่ง ให้ถังอวี้ไป๋แห่งหอหลอมศาสตราไป๋อวี้ (หยกขาว) ตีอาวุธ"

คุณชายจื่ออัน ขาอวยอันดับหนึ่ง รีบตะโกนรับลูกทันทีที่สิ้นเสียงฉี้อวิ๋นเหยา

ฟึ่บ!

เขาโยนถุงสมบัติออกไปเบาๆ มันลอยละลิ่วไปตกลงหน้าทีมหอหลอมศาสตราไป๋อวี้อย่างแม่นยำ

ทว่า

ก่อนจะถึงมือถังอวี้ไป๋ ทหารเมืองชุดเงินที่เฝ้าอยู่ก็หยิบถุงสมบัติไปก่อน แล้วนำวัสดุสามอย่างที่ตังจื่ออันบอกออกมาแสดงให้ทุกคนดู จากนั้นจึงส่งเข้าไปในม่านพรางตาของถังอวี้ไป๋

"ยุติธรรม โปร่งใส เปิดเผย! ในสายตาเซียนหญิงอวิ๋นเหยาไม่มีที่ว่างให้เม็ดทราย ทุกขั้นตอนเข้มงวด ไม่ยอมให้ใครโกงได้ นี่แหละการประลองที่แท้จริง หลังจบงานนี้ ชื่อของผู้ชนะเลิศจะต้องก้องกังวานไปทั่วแผ่นดินเก้าแคว้น! เป็นอัจฉริยะการตีเหล็กอันดับหนึ่งตัวจริงเสียงจริง!"

ใครคนหนึ่งตะโกนเชียร์

แม้ทุกคนจะรู้ว่าหมอนี่เป็นหน้าม้าที่ถูกจ้างมา แต่ก็ต้องยอมรับว่าฉี้อวิ๋นเหยาทำงานได้เนี้ยบจริง

ถ้าภายใต้ขั้นตอนที่เข้มงวดและการจับตามองของสาธารณชนขนาดนี้ ยังมีคนโกงได้

คนผู้นั้นถ้าไม่ใช่อัจฉริยะการตีเหล็กอันดับหนึ่ง ก็ต้องเป็นอัจฉริยะการโกงอันดับหนึ่งแล้วล่ะ

"ข้าเผิงซีเหวิน ขอมอบไผ่ยักษ์สีชาดหนึ่งต้น เหล็กเทพเจ็ดดาวหนึ่งก้อน น้ำทองแดงม่วงหนึ่งกา ให้เฉาเฟิงแห่งหอหลอมศาสตราจินกวง ตีกระบองหนึ่งด้าม"

"ข้าจ้าวเผิงอวิ๋น..."

เสียงขานรับดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า

ดูท่าทุกคนเตรียมตัวมาดี หอหลอมศาสตราแต่ละแห่งล้วนมีหน้าม้าหนุนหลัง ของที่เอาออกมาแม้จะไม่ใช่ของวิเศษสุดยอด แต่เกรดก็ไม่ต่ำเลย

แถมวัสดุที่แต่ละคนเอาออกมายังเข้าคู่กันได้พอดี ไม่ใช่อิฐหินดินทรายที่หยิบฉวยมามั่วซั่ว

"แม่นางมู่"

เหมยชิงอันเร่ง

ถ้ามู่ฮ่วนเย่ว์ไม่เอาของออกมา เขาจะให้คนของหอหลอมศาสตราเหมยฮวาที่เตรียมไว้จัดการแทน

"ข้ามู่ฮ่วนเย่ว์ ขอมอบไม้เทพหงส์ฟ้า หินร่วงหงษา ผลึกเขียวเล็บหงส์ ขนหงส์เพลิง เอ็นหงส์เพลิง ให้เหมยเถี่ยเฟิงแห่งหอหลอมศาสตราเหมยฮวา ตีธนูเทพหนึ่งคัน"

มู่ฮ่วนเย่ว์กล่าวเสียงดังฟังชัด

ทุกคนตื่นตะลึง

ถึงกับเป็นชุดวัสดุสายหงส์ครบเซ็ต มู่ฮ่วนเย่ว์ผู้นี้เป็นใครกัน ช่างใจป้ำนัก

มีวัสดุดีขนาดนี้ เอามาให้เด็กใหม่ตีอาวุธที่นี่ ไม่เสียของแย่หรือ

ต่อให้เป็นอัจฉริยะช่างตีเหล็กที่เก่งแค่ไหน ก็เป็นแค่อัจฉริยะ ยังไม่เติบโตเต็มที่ ยังไงก็ไม่ใช่ปรมาจารย์

"แม่นางมู่!"

"คารวะแม่นางมู่!"

"นึกไม่ถึงว่าแม่นางมู่จะมาร่วมชมการประลองศาสตราด้วย เซียนหญิงอวิ๋นเหยาเชิญมาหรือ"

"เขาว่ากันว่าแม่นางมู่คือเซียนหญิงอวิ๋นเหยาคนที่สอง วันนี้ได้เจอตัวจริง สมคำร่ำลือจริงๆ"

"วันนี้มีบุญตาได้เห็นเซียนหญิงอวิ๋นเหยาและแม่นางมู่ สองนางฟ้าพร้อมกัน ชาตินี้ตายตาหลับแล้ว"

ผู้คนพากันชื่นชมวิพากษ์วิจารณ์

แม้บางคนจะไม่เคยได้ยินชื่อมู่ฮ่วนเย่ว์ แต่ทันทีที่เห็นตัวจริง ก็ต้องตะลึงในความงาม รู้สึกว่านางกับฉี้อวิ๋นเหยาเปรียบเสมือนดวงจันทร์คู่ฟ้า เป็นสาวงามหาตัวจับยาก นางฟ้าจำแลงกายลงมา

"น้องหญิงเย่ว์ เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่"

ตังจื่ออันในชุดบัณฑิตกระโดดแผล็วลงมาข้างกายมู่ฮ่วนเย่ว์ ถามด้วยความดีใจ

มู่ฮ่วนเย่ว์กลอกตา "พี่จื่ออัน ท่านเพิ่งเห็นข้าหรือ เมื่อกี้ท่านวิ่งหนีไปอย่างกับโดนผีหลอก ข้านึกว่าไปทำเรื่องใหญ่โตอะไร ที่แท้ก็มาตามจีบเซียนหญิงอวิ๋นเหยานี่เอง"

"เฮะๆ นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือ"

ตังจื่ออันยิ้มอย่างภูมิใจ สายตาพลันเหลือบไปเห็นจางหลิงซาน คิ้วขมวดมุ่น "นี่ใคร กลิ่นอายโลหิตสังหารรุนแรงนัก! ฮ่วนเย่ว์ อยู่ห่างมันไว้ คนผู้นี้ไม่ใช่คนดีแน่!"

จางหลิงซานประหลาดใจเล็กน้อย

ช่วงนี้เขาเก็บตัวเงียบ นอกจากบำรุงเลือดลม ก็ดูดซับพลังปราณฟ้าดินมาเติมเต็มเส้นชีพจร ไม่เคยไปหาเรื่องใคร จิตใจสงบลงมาก

ตามหลักแล้ว กลิ่นอายโลหิตสังหารในตัวน่าจะสลายไปหมดแล้ว หรือต่อให้ยังไม่หมด ก็ถูกกดข่มไว้ ไม่น่ารั่วไหลออกมา

ตังจื่ออันผู้นี้กลับมองทะลุถึงแก่นแท้ได้ในปราดเดียว ญาณหยั่งรู้ช่างเฉียบคมนัก

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 310 - เซียนหญิงอวิ๋นเหยา! คุณชายจื่ออัน

คัดลอกลิงก์แล้ว