เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7-18 มือที่ขาดหาย?

ตอนที่ 7-18 มือที่ขาดหาย?

ตอนที่ 7-18 มือที่ขาดหาย?


ลินลี่ย์แบกดาบหนักอดาแมนเทียมไว้บนหลังวิ่งไปตามถนนอย่างรวดเร็ว  อย่างไรก็ตามจากลักษณะที่ปรากฏไม่มีผู้ในสามารถบอกได้ว่าแท้จริงแล้วดาบหนักมากแค่ไหน  ดังนั้นลินลี่ย์จึงไม่ดึงดูดสายตาคนผู้เห็นเหตุการณ์

“ในที่สุดเคลย์ก็มา,  ข้ารอมานานมากทีเดียว!”  ลินลี่ย์ข่มความตื่นเต้นที่เขารู้สึก  “ใจเย็นไว้ ตอนนี้ไม่ว่ายังไงก็ตาม ข้าไม่อาจผิดพลาดได้อีก”

ครั้งแรกเขาคิดว่าเขามีโอกาสทำสำเร็จถึงเก้าในสิบ แต่คาดไม่ถึงเลยว่าเกราะชะตาระดับเซียนปรากฏออกมาจากที่ใดไม่ทราบทำให้แผนการของลินลี่ย์ล้มเหลวพังทลาย  ครั้งนี้ลินลี่ย์ไม่ต้องการก่อข้อผิดพลาด

“ลินลี่ย์” เสียงแหบแห้งของเดลินโคเวิร์ทดังขึ้น  “จำให้ดีก่อนนั้นเจ้าใช้เวลาช่วงหนึ่งเที่ยวไปกับชาร์คและคนของเขา  เมื่อเคลย์กลับไปชาร์คอาจรายงานความจริงกับเขาได้”

“เข้าใจแล้ว”

ลินลี่ย์คิดถึงความเป็นไปได้นี้มานานแล้ว  แต่เพื่อให้สามารถหาสถานที่ของเคลย์เจอ  เขาต้องเที่ยวไปกับชาร์ค เป็นเหตุให้พวกเขามาถึงเมืองเฮสพร้อมกัน  เขาไม่สามารถฆ่าชาร์คได้แน่นอน  เพราะเมื่อชาร์คและกลุ่มคนของเขาตาย  อย่างนั้นบางทีเคลย์อาจไม่ปรากฏตัวอย่างแน่นอน

“ข้าต้องทำแบบนี้...แต่..แม้ว่าเคลย์จะรู้ว่าข้าเดินทางไปกับชาร์คชั่วเวลาหนึ่ง เขาก็ทำอะไรไม่ได้เพราะ... ข้ารู้ที่ซ่อนตัวของเขา ไม่มีทางที่เขาจะหลบหนีได้”  ลินลี่ย์มั่นใจ ขณะเดียวกันบีบีที่เชื่อมโยงจิตใจกับเขากำลังจับตาเคลย์และคนของเขา

ขณะที่พวกเขาคุยกัน  ลินลี่ย์มาถึงถนนคีน

เพื่อป้องกันไม่ให้คนของเคลย์มองเห็นเขา ลินลี่ย์มุ่งหน้าไปยังที่พักของเขาผ่านซอกซอยด้านหลังหลายแห่งทันที

ทันใดนั้นร่างสีดำเลือนรางวิ่งเข้ามาในระยะหลายสิบเมตรและกระโจนมาอยู่บนแขนลินลี่ย์

“บีบี” ลินลี่ย์หัวเราะมองดูหนูเงาน้อยที่แขนเขา

ตาของบีบีเป็นประกายแวววาวขณะที่มันสนทนาทางจิตกับเขา“เจ้านาย, ข้าเห็นเคลย์มาที่นี่ยังไม่นานเท่าใดนัก แต่ข้าเห็นหน้าเพียงครึ่งเดียวก่อนที่เขาจะเข้าไปในคฤหาสน์  เจ้านาย, สองคนที่ท่านจ้างไว้ไร้ประโยชน์เสียจริง  พวกเขาไม่ได้สังเกตเขาเลยแม้แต่น้อย”

“หืม?”

ลินลี่ย์รู้สึกสงสัยบางอย่าง  เขาสั่งสองคนนั้นให้จับตาดูระวังไว้  พูดตามเหตุผล ทันทีที่เคลย์ปรากฏตัว พวกเขาน่าจะสังเกตเห็นได้

“นายท่าน, นายท่าน!”

ซีเนียร์กับจูเนียร์วิ่งออกมาและเรียนด้วยความเคารพ  “นายท่าน, เราเพิ่งเห็นคนกลุ่มใหญ่เข้าไปในคฤหาสน์เมื่อไม่นานนี้เอง”

“คนกลุ่มใหญ่?” ลินลี่ย์ถามทันที “หนึ่งในนั้นมีคนมือขาดบ้างหรือเปล่า?”

จูเนียร์สั่นศีรษะ“ไม่นะ, นายท่าน, นายท่านสั่งเราให้คอยจับตาดูกลุ่มคนที่เข้าไปในคฤหาสน์และนายท่านยังบอกให้เราคอยดูบุรุษที่มือขาดให้ดี  แต่เราไม่เห็นใครที่มือขาดในคนกลุ่มนั้น”

“เป็นไปไม่ได้” ลินลี่ย์พูดอย่างมั่นใจ “ต้องมีคนที่มือขาดแน่ๆ”

บีบีได้เห็นหน้าครึ่งหนึ่งของเคลย์แล้ว   และด้วยสายตาของบีบี มันคงไม่เข้าใจผิด  เนื่องจากบีบีเคยเห็นเขามาแล้ว  อย่างนั้นเคลย์ต้องอยู่ในกลุ่มนั้นแน่นอน

“แน่ใจนะ?” เมื่อได้ยินลินลี่ย์ถามยืนยัน เขารู้สึกอึดอัด  “นายท่าน บางที...บางที.. เพราะในกลุ่มมีคนมาก ดังนั้นพี่ชายข้าจึงไม่เห็นเขา”

ลินลี่ย์ขมวดคิ้ว

คนมากเกินไปหรือ?

ก่อนนั้นเมื่อเขาสู้กับกองทหารของเคลย์ที่วังหลวง ลินลี่ย์และบีบีฆ่าคนไปมาก น่าจะเหลือคนราวๆ สิบคน และเมื่อจำนวนอสูรเวทที่พบอยู่ในหนทางจนมาถึงนี่  ค่อนข้างจะพิเศษที่คนของเคลย์สิบคนยังรอดชีวิตอยู่ได้  อย่างนี้จะนับว่าคนมากเกินไปได้อย่างไร?

“คนมาก? มากเท่าใด?”  ลินลี่ย์ถาม

“เยอะมาก อย่างน้อยก็เจ็ดสิบหรือแปดสิบ”  บุรุษนั้นกล่าวเหมือนกับจะไม่แน่ใจ  “ช่างเถอะ มีมากก็แล้วกัน จู่ๆกลุ่มนั้นก็ปรากฏตัวและเข้าไปในคฤหาสน์ เราสองพี่น้องไม่อาจเห็นทุกคนในกลุ่มได้ชัดบางทีอาจมีคนที่มือขาดรวมอยู่ในกลุ่มพวกเขาก็เป็นได้”

ลินลี่ย์สับสน

เจ็ดสิบ หรือแปดสิบคน?

แม้แต่ตอนที่เขาพยายามสังหารเคลย์ในราชวัง  หน่วยพายุสายฟ้าของเคลย์ก็มีคนราวๆ สามสิบคนเองนอกจากนี้หลังจากที่เขากับบีบีเข่นฆ่าจนลดจำนวนลงคนตั้งมากมายโผล่มาอย่างไม่มีปีมีขลุ่ยได้อย่างไร?

ลินลี่ย์ไม่เข้าใจ

“เจ้านาย, มีคนมากจริงๆ” เสียงของบีบียังคงดังขึ้นมาในใจของลินลี่ย์  “เมื่อเวลาที่ข้าสังเกตเคลย์เขาแค่กำลังจะเข้าไปในคฤหาสน์ ข้าแค่มีโอกาสเห็นหน้าเขาครึ่งหนึ่ง แต่ด้านหลังของเขามีคนราวๆ ห้าสิบคน แต่มีคนเข้าไปในคฤหาสน์ก่อนหน้าเคลย์เท่าไหร่นั้น ข้าไม่แน่ใจเช่นกัน”

ลินลี่ย์เชื่อบีบีแน่นอน

“นั่นหลายคนเชียวหรือ?”  ลินลี่ย์สงสัยกับตัวเอง

“เอาล่ะ ตอนนี้พวกเจ้าไปได้แล้วนี่คือรางวัลสำหรับเจ้ากับน้อง คอยจับตาดูให้ข้าด้วย” ลินลี่ย์โยนถุงทองครึ่งถุงซึ่งมีทองอยู่ห้าสิบเหรียญในนั้น

เมื่อรับถุงทองมาแล้วเขาเหลือบมองในถุงที่เปิดออก ข้างในเต็มไปด้วยทองเป็นประกายทองครึ่งถุงนี้เกือบห้าสิบเหรียญทอง หัวใจเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเมื่อเขาลี้ภัยมาที่เมืองเฮสนี้ เขาไม่สามารถหาอาหารเลี้ยงตัวได้เลย  ตอนนี้ หลังจากทำงานให้ลินลี่ย์สองสามวัน บุรุษคนนั้นโยนถุงทองที่มีทองห้าสิบเหรียญให้เขา แล้วเขาจะไม่ตื่นเต้นดีใจได้อย่างไร?

“ขอบคุณ, นายท่าน, ขอบคุณนายท่าน” เขาตั้งใจว่าเขากับพี่ชายของเขาจะคอยจับตาดูคนในคฤหาสน์อย่างใกล้ชิด  เขาแยกจากมาทันที จากนั้นวิ่งขึ้นไปชั้นบนใกล้ๆร้านอาหารที่เขากับพี่ชายคอยจับตาดู

ภายในลานบ้าน

ลินลี่ย์อยู่ตามลำพังกำลังไตร่ตรองว่าเขาควรจะทำยังไงต่อไป

ขณะนั้นแสงส่องวาบจากแหวนมังกรขนดกลายสภาพเป็นเดลินโคเวิร์ทในชุดขาว ผมขาว หนวดเคราขาวโพลน เดลิน โคเวิร์ทลูบเคราของเขา หัวเราะเบาๆ เขากล่าว “ลินลี่ย์, เป็นอะไรไป?  อารมณ์ไม่ดีหรือ?”

ลินลี่ย์เงยหน้าขึ้นมองเดลินโคเวิร์ท  เมื่อเห็นปู่เดลินของเขา  ลินลี่ย์รู้สึกว่าใจของเขาสงบลงเล็กน้อย  มีผู้เฒ่าประสบการณ์สูงอยู่ข้างตัว อย่างน้อยลินลี่ย์ไม่รู้สึกคลั่งหรือไม่แน่ใจในตนเอง

“ปู่เดลิน,ข้ากำลังใคร่ครวญว่ากลุ่มคนที่อยู่กับเคลย์มาจากไหนกัน”  ลินลี่ย์กล่าว

เดลินโคเวิร์ทหัวเราะ “แทนที่เจ้าจะเสียเวลาครุ่นคิดเรื่องนี้ทำไมเจ้าถึงไม่ลงมือแทนเล่า?ซ่อนตัวอยู่ในมุมหนึ่งของกำแพงคฤหาสน์และจับตาดูด้วยตนเอง  จากนั้นเจ้าจะได้รู้แน่ว่าคนที่อยู่กับเคลย์คือใคร?”

ลินลี่ย์เริ่มหัวเราะ

ใช่แล้วทำไมเขาต้องมัวเสียเวลา?

“แบกดาบหนักนี้ไปด้วยยังคงมีผลต่อความเร็วของข้า”  ลินลี่ย์ปลดดาบหนักอดาแมนเทียมลงจากนั้นเดินเข้าไปในห้องนอน แล้ววางดาบไว้ใต้เตียงแล้วคว้าผ้าคลุมเตียงของเขามาคลุมไว้

บีบียืนอยู่บนไหล่ของลินลี่ย์จ้องมองดาบหนักอดาแมนเทียมด้วยความสงสัย มันถามลินลี่ย์ “เจ้านายดาบหนักเล่มนี้คือสมบัติที่เจ้านายสร้างโดยใช้แร่อดาแมนเทียมเหรอ?”

ลินลี่ย์หัวเราะและพยักหน้า

“ดาบเล่มนี้หนักเท่าไหร่?”  บีบีถามด้วยความสงสัย

“สามพันหกร้อยปอนด์” ลินลี่ย์บอกตามตรง

บีบีใช้อุ้งเท้าลูบจมูกน้อยของมันด้วยความประหลาดใจ  ขณะที่ดวงตาน้อยๆของมันกรอกไปมาอย่างตกใจขณะจ้องมองดาบหนักอดาแมนเทียม

“พอเถอะ, เจ้ายังมีเวลาอีกมากไว้ดูทีหลังเถอะ”  ลินลี่ย์ปูผ้าคลุมเตียงซ่อนดาบหนักไว้

“อา, เจ้านาย, จู่ๆ ข้าก็จำอะไรบางอย่างได้  บางทีเคลย์นั้นรู้แล้วว่าท่านอยู่ที่นี่” บีบีมองดูแหวนมิติเก็บสมบัติในนิ้วมือลินลี่ย์และร้องเตือน

“อะไร? ทำไม?” ลินลี่ย์ตกใจมาก  “เจ้านาย, ท่านครอบครองและทำสัญญากับเทพกระบี่เลือดม่วงของท่านโดยใช้หยดเลือด ข้าจำได้ว่าท่านพูดว่าเมื่อท่านถูกจองจำอยู่ในโบสถ์เจิดจรัส  แม้ว่ากระบี่เลือดม่วงจะถูกยึดไป ท่านก็ยังรู้สึกได้ว่ามันอยู่ที่ใด แหวนมิติเก็บสมบัติก็ทำสัญญาครอบครองโดยใช้เลือด อย่างนั้นเคลย์จะไม่รู้สึกถึงตำแหน่งของแหวนมิติเก็บสมบัติหรือ?”บีบีรีบถ่ายทอดความคิดของมันให้ลินลี่ย์ทราบ

ลินลี่ย์ได้ยินเช่นนี้ก็ได้แต่เริ่มหัวเราะ

“ฮ่าฮ่า” เดลินโคเวิร์ทที่ยืนถัดจากพวกเขาเริ่มหัวเราะเช่นกันเพียงแต่บีบีไม่สามารถได้ยินเสียงหัวเราะของเดลิน โคเวิร์ท

เมื่อออกจากเมืองเฟนไลทันทีลินลี่ย์ก็ได้ถามเดลิน โคเวิร์ทเกี่ยวกับแหวนมิติเก็บสมบัติที่เขาได้ไว้แล้ว

“บีบี” ลินลี่ย์หัวเราะขณะอธิบาย  “แหวนมิติเก็บสมบัตินี้แตกต่างจากต่างสมบัติชั้นเทพอื่นอย่างเทพกระบี่เลือดม่วง  ถ้าพูดกันโดยเทคนิคแล้วแหวนมิติเก็บสมบัติไม่ใช่สมบัติประดิษฐ์ชั้นเทพ มันเป็นแค่สมบัติเวทที่มีค่ามาก   พื้นฐานการทำงานคล้ายๆกับการ์ดเครดิตเวทซึ่งใช้ลายนิ้วมือและมันก็จะจำเจ้าของ  ขณะที่แหวนมิติเก็บสมบัติใช้เลือดเพื่อให้แหวนจำเจ้าของได้ มีแต่เจ้าของแหวนมิติเก็บสมบัติเท่านั้นที่เปิดและเอาของข้างในออกมาได้ อย่างไรก็ตามเมื่อสมบัติเวทถูกชิงไปก็ไม่มีทางที่เจ้าของจะรู้สึกถึงตำแหน่งของที่ถูกชิงไปได้เจ้าคิดว่าเทพสมบัติธรรมดาขนาดนั้นหรือ? แม้แต่ดาบเบลดเลสที่สร้างจากอดาแมนเทียมก็ยังไม่ถึงชั้นเป็นสมบัติชั้นเทพ”

สมบัติเทพ

เป็นไปไม่ได้ที่สมบัติเทพจะถูกหล่อสร้างขึ้นด้วยวัสดุที่เกิดขึ้นในทวีปยูลานแห่งนี้ ของหลายอย่างเช่นแหวนมังกรขนดและเทพกระบี่เลือดม่วงทั้งสองนี้เป็นสมบัติเก่าแก่โบราณมาก

“แหวนมังกรขนดจู่ๆก็ปลดปล่อยพลังระเบิดที่น่ากลัวเมื่อที่อยู่โบสถ์เจิดจรัสและช่วยข้าไว้ได้  นอกจากนี้เมื่อใช้เวทผ่านแหวนจะช่วยลดความสิ้นเปลืองพลังจิตและพลังเวทได้มากมายถึงหนึ่งในหก  กระบี่เลือดม่วงมันสามารถกลายสภาพเป็นยืดหยุ่นและแข็งได้ดังใจผู้ใช้และไม่สามารถทำลายได้”

ลินลี่ย์มีทฤษฎีบางอย่าง

เป็นความจริงข้อหนึ่งว่าแหวนมังกรขนดมีความลับซ่อนอยู่ภายในที่เขายังค้นไม่พบ แรงระเบิดที่น่ากลัวที่โบสถ์เจิดจรัสคือข้อพิสูจน์เป็นอย่างดี

สำหรับเทพกระบี่เลือดม่วงเล่า?

เพราะมันถูกใช้เป็นผนึกสำหรับข้อมูลของวิเศษลึกลับนั้น ก็หมายความว่ามันเป็นของที่มีคุณภาพพิเศษอย่างแน่นอน เพียงแต่ตอนนี้ลินลี่ย์ยังอ่อนแอเกินไปและยังไม่สามารถค้นพบความพิเศษเกี่ยวกับมันได้มากนัก

“กระบี่เลือดม่วง” ลินลี่ย์ชำเลืองมองดูกระบี่ซึ่งคาดเอวเขาเหมือนเข็มขัด  ความสามารถที่แท้จริงของกระบี่ยืดหยุ่นอย่างกระบี่เลือดม่วงคืออะไรกันแน่

“บีบี, ตอนนี้เจ้าเฝ้าอยู่ตรงนี้ก่อน”ลินลี่ย์สั่งการ

“รับทราบ” บีบีอยู่โยงในบ้านอย่างเชื่อฟังขณะที่ลินลี่ย์ลอบออกจากที่พักเขามุ่งหน้าไปที่คฤหาสน์ของเคลย์และชาร์คอย่างเงียบงัน

ลินลี่ย์แนบตัวกับกำลังคฤหาสน์ด้านหนึ่งที่ชาร์คจ่ายเงินซื้อ

“ชิ้ง”

ลินลี่ย์ปลดปล่อยพลังกรงเล็บคมตัดเปิดช่องเล็กในกำแพงได้อย่างง่ายดายจากนั้นเปลี่ยนแขนกลับคืนสู่สภาพเดิมขณะที่เขามองผ่านเข้าไปในช่องที่เปิด

คืนก่อนๆนั้นที่ลินลี่ย์พักอยู่ในที่พักกับชาร์ค  เขาจดจำรูปแบบในบ้านได้ทั้งหมดรวมทั้งเนินเขาจำลองและห้องแต่ละห้องลินลีย์เลือกตัดเปิดช่องในตำแหน่งเฉพาะอย่างยิ่งซึ่งช่วยให้เขาสามารถมองเห็นลานด้านหน้าและลานด้านหลังทั้งสองโดยไม่มีอะไรบดบังสายตา

“พระบิดา”

โสตประสาทของลินลี่ย์ว่องไวมากสามารถจับการสนทนาระหว่างชาร์คกับเคลย์ที่ลานหลังคฤหาสน์ได้  ลินลี่ย์มองดูตำแหน่งนั้นอย่างระวัง แน่นอนเคลย์กับชาร์คกำลังเดินเคียงไหล่อยู่ภายใต้การจับตามองของลินลี่ย์

“เป็นเคลย์นั่นเอง”  ลินลี่ย์เฝ้ามองดูอย่างระวัง

แต่สิ่งที่ทำให้เขาเห็นแล้วตะลึง“มือของเคลย์...มือของเขา....”

ตอนนี้มือทั้งสองของเคลย์อยู่ในสภาพสมบูรณ์แล้ว  แต่ลินลี่ย์เห็นชัดว่ามือของเคลย์ถูกตัดขาดไปแล้ว  เขายังได้ชิงเอาแหวนมิติเก็บสมบัติมาจากมือนั้นมาไม่ผิดพลาดแน่

“การฟื้นฟูมือที่หายไปจำเป็นต้องได้ความช่วยเหลือจากจอมเวทสายธาตุแสงระดับเก้าเป็นอย่างน้อย”ลินลี่ย์ประหลาดใจ

เมื่อเคลย์หนีออกไปเขาไม่เห็นจอมเวทสักคนที่อยู่กับเขา แล้วเขาไปได้จอมเวทระดับเก้ามาจากไหน?

“พระบิดา!ท่านเผชิญหน้ากับกองกำลังของศาสนจักรเจิดจรัสแล้วลงเอยอย่างไร?คนพวกนั้นน่ากลัวมากทุกคน” ชาร์คพูดด้วยเสียงประหลาดใจ

เคลย์พยักหน้า“แน่นอนว่าพวกเขาน่ากลัว  คนพวกนี้เป็นกลุ่มผู้นำที่น่ากลัวที่สุดของศาสนจักรเจิดจรัสแล้ว โยคีที่นำโดยท่านใบไม้ร่วงก็มีนักสู้ระดับเก้าที่น่ากลัวรวมอยู่ในนั้นได้เดินทางร่วมกับพวกเขาทำให้ปลอดภัยตลอดเวลา”

เคลย์พูดด้วยน้ำเสียงปกติ  การพูดกันอย่างธรมดาคนจากกำแพงฝั่งตรงข้ามจะไม่สามารถได้ยินเขา แต่ลินลี่ย์ในฐานะนักรบเลือดมังกรมีพลังโสตประสาทที่ผิดมนุษย์ธรรมดาสามารถได้ยินชัดทุกถ้อยคำ

“กลุ่มโยคี? นำโดยท่านใบไม้ร่วง?” สีหน้าของลินลี่ย์เปลี่ยน

ท่านใบไม้ร่วงเป็นนักสู้ระดับเซียนขั้นสูงและเขามีกลุ่มโยคีที่แข็งแกร่งผิดธรรมดาอยู่ด้วยมีเพียงไม่กี่คนที่พลังมีถึงระดับเก้า

จบบทที่ ตอนที่ 7-18 มือที่ขาดหาย?

คัดลอกลิงก์แล้ว