เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7-2 สัตว์เลี้ยงเทพลงประทับ

ตอนที่ 7-2 สัตว์เลี้ยงเทพลงประทับ

ตอนที่ 7-2 สัตว์เลี้ยงเทพลงประทับ


บนชั้นที่เก้าโบสถ์เจิดจรัส

ลินลี่ย์ดูเหมือนถูกทอดทิ้งและถูกลืมไว้ที่นี่  เพียงคนเดียวที่แวะมาก็คือมือปราบของศาลศาสนจักรชุดม่วงหน้าเย็นชา   แต่ละวันเขาจะนำเนื้อมาให้เขา  แขนและขาของเขาหักหมดลินลี่ย์ทำได้แต่เพียงกระเสือกกระสนก้มหัวลงมาที่อาหาร

ภายในคุกที่มืดสลัว วันคืนผ่านไปวันแล้ววันเล่า

เป็น? หรือตาย?

ลินลี่ย์ไม่รู้ว่าผลจะลงเอยเช่นไร แต่ลินลี่ย์ไม่ยอมละทิ้งความหวังที่จะรอดชีวิตง่ายๆ

ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ลินลี่ย์ใช้เวลาไตร่ตรองหาสาเหตุว่าเพราะเหตุใดความพยายามล้างแค้นของเขาในครั้งนี้ถึงได้ล้มเหลว เกือบทุกอย่างอยู่ในการคำนวณคาดการณ์ของเขารวมทั้งความมีอยู่ของอสูรเวทของเคลย์ก็อยู่ในแผนการของเขาด้วย  แต่ลินลี่ย์คาดไม่ถึงว่าเคลย์จะมีเวทเกราะระดับเซียนคุ้มกันอยู่

การสร้างม่านพลังอาคมยากยิ่งกว่าการร่ายเวทธรรมดา

เพื่อจะสร้างม่านพลังเวทระดับเซียนให้ได้จำต้องใช้ทั้งพลังวิญญาณและพลังเวทยิ่งกว่าการใช้พลังเวทโดยตรงจากจอมเวทระดับเซียน ลินลี่ย์ไม่เชื่อว่าเคลย์จะมีเกราะม่านพลังระดับเซียนอยู่ในตัวของเขาเอง

แม้แต่เดลิน โคเวิร์ทก็ยังกล่าว  “อย่าว่าแต่เคลย์เลย มีแนวโน้มว่าแม้แต่พวกคาร์ดินัลแห่งศาสนจักรเจิดจรัสก็คงไม่มีม่านพลังระดับเซียนอยู่กับตนเอง”

และพลังของลินลี่ย์ในฐานะนักรบระดับเก้าในร่างแปลงมังกรแล้วยังผนึกกำลังกับบีบีเคลย์ก็น่าจะตายอย่างมิต้องสงสัย แม้ว่าลินลี่ย์อาจจะเร่งรัดแผนการล้างแค้นของเขามากเกินไปบ้าง  แต่เขาก็มีโอกาสประสบความสำเร็จเกือบเต็มร้อย  ดังนั้นเกราะชะตานั่นเองที่ทำลายแผนของลินลี่ย์ทั้งหมด

“ใครจะคิดกันว่าผู้ครองอาณาจักรจะมีม่านพลังป้องกันระดับเซียน!  ลินลี่ย์ยังไม่อาจทำใจยอมรับได้

เขาไม่อาจยอมรับได้จริงๆ

อุณหภูมิยามราตรีในฤดูหนาวหลายคืนมานี้หนาวเหน็บมากมีเพียงไม่กี่คนอยู่บนท้องถนนของเมืองเฟนไล หนูเงาสีดำตัวหนึ่งกำลังยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของสี่แยกจ้องมองโบสถ์เจิดจรัสแต่ไกล หนูเงายังคงยืนจ้องอยู่อย่างนั้นไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิด

ตลอดราตรี หนูเงาน้อยยังคงยืนจ้องอยู่ที่นั่น จนดวงตะวันทอแสง

มันไม่กล้าเข้าไปในโบสถ์เจิดจรัส เพราะมันรู้ดีว่าโบสถ์เจิดจรัสเป็นสถานที่แม้แต่นักสู้ระดับเซียนก็ยังกลัวที่จะรุกราน มันเป็นอสูรเวทประเภทหนูตัวหนึ่งคงไม่สามารถหลบหนีได้  ถ้าในที่สุดแล้วมันถูกจับไปด้วยลินลี่ย์ก็คงหัวใจสลาย

วันนี้แหละ

“เจ้านาย,ข้าจะล้างแค้นให้ท่านแน่นอน”  บีบีจ้องมองโบสถ์เจิดจรัสเป็นครั้งสุดท้ายจากนั้นก็วูบหายวับไป

ในช่วงยี่สิบวันที่ผ่านมาหนูเงาบีบีได้คิดหาวิธีล้างแค้นให้ลินลี่ย์ แต่มันพบว่าเคลย์ในตอนนี้เป็นเหมือนนกหวาดกลัวเกาทัน เขาไม่เพียงแต่สั่งนักเวทให้ร่ายเวทรอบตัวเขาหลายๆ ชั้นเท่านั้นเขายังสั่งให้ไกเซอร์รั้งอยู่ข้างตัวเขาตลอด หนูเงาน้อยจึงไม่มีโอกาสลอบทำร้ายเขาแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตาม บีบีมีความอดทนมาก

มันยังรอต่อไปอย่างอดทน มันจะรอจนกระทั่งถึงวันที่เคลย์ประมาทและตอนนั้นมันจะปรากฏตัวทันทีและขย้ำเคลย์ล้างแค้นให้ลินลี่ย์

เที่ยงคืนวันที่ 28 ธันวาคม

“แคล้ง!”

ประตูห้องขังลินลี่ย์ถูกกระชากเปิดออกและบาทหลวงสองคนก้าวเข้ามา ดูเหมือนพวกเขาไม่ได้เย็นชาและน่ากลัวเหมือนมือปราบของศาลศาสนจักร  และพวกเขายังนำเปลสนามเข้ามาด้วย  พวกเขาวางลินลี่ย์ไว้บนสนามอย่างระมัดระวังจากนั้นจึงยกลินลี่ย์ไป

“พวกเจ้าจะทำอะไร?”  ลินลี่ย์มองดูบาทหลวงทั้งสองคนอย่างเย็นชา

เมื่อนึกถึงว่าลินลี่ย์สังหารคนในอดีตที่ผ่านมาอย่างไร  ใจของบาทหลวงทั้งสองคนรู้สึกกลัวเขา

“ใต้เท้าลินลี่ย์,จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เตรียมจะรักษาอาการบาดเจ็บของท่าน”  นักบวชหญิงพูดเสียงนุ่มนวล

“รักษาอาการบาดเจ็บของข้า?”

หัวใจลินลี่ย์เต้นแรง “เป็นไปได้ไหมว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จะยอมปล่อยให้เขามีชีวิตอยู่จริงๆ?”  ลินลี่ย์ไม่ได้พูดอะไรอย่างอื่น  ยังคงนิ่งเงียบอยู่ เขาปล่อยให้บาทหลวงทั้งสองนำเขาขึ้นบันไดไปที่ชั้นบนสุดของโบสถ์เจิดจรัส  ผ่านไปชั้นแล้วชั้นเล่า...

ในที่สุดบาทหลวงทั้งสองคนก็พาลินลี่ย์มาถึงชั้นบนสุดของโบสถ์เจิดจรัส  ตอนนี้ในชั้นนี้มีแต่ความว่างเปล่า  ในท่ามกลางห้อง มีปะรำพิธีรูปดาวแปดเหลี่ยมเวทที่ดูซับซ้อน ในแต่ละมุมเหลี่ยมจะมีโยคีเท้าเปล่าผมกระเซิงสวมผ้ากระสอบนั่งอยู่เงียบๆในตอนกลางของปะรำพิธีดาวแปดเหลี่ยมมีจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ไฮเดนส์ยืนอยู่  เขาสวมชุดขาวเลิศหรูดูสง่างาม

ที่ด้านบนสุดของชั้นดาดฟ้านี้มีคาร์ดินัลสามคนและผู้ช่วยตุลาการสองคน กับมือปราบของศาลศาสนจักรอีกหกคน  ทั้งหมดนี้เป็นนักสู้ระดับเก้า  ใครๆ ก็สามารถบอกได้ว่าศาสนจักรเจิดจรัสทรงอำนาจขนาดไหน   เพราะสามารถเรียกนักสู้ระดับเก้ามาใช้ได้มากมาย

“วางเขาลง  ตอนนี้พวกเจ้าไปได้แล้ว”  กิลเยโมพูด

“ขอรับ”บาทหลวงทั้งสองคนไม่กล้าหายใจดัง  ตอนนี้ภายในห้องนี้ มีโยคีผู้ทรงพลังน่าอัศจรรย์ มือปราบของศาลศาสนจักรผู้ลึกลับ,คาร์ดินัลสามคนและผู้ช่วยตุลาการอีกสองคน

คนเหล่านี้เป็นคนสำคัญทั้งหมด  มีตำแหน่งสำคัญ

หลังจากวางลินลี่ย์แล้ว บาทหลวงทั้งสองคนรีบแสดงความเคารพและเดินออกมา  แล้วปิดประตูไว้เบื้องหลังพวกเขาทันที

ลินลี่ย์นอนอยู่เปลสนามกวาดสายตามองดู ลินลี่ย์สามารถบอกได้ว่าแต่ละคนที่อยู่ที่นี่มีพลังเหลือเชื่อและน่าทึ่งทุกคนอย่างน้อยก็เป็นนักสู้ระดับเก้าหรืออาจสูงกว่า “จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ท่านตั้งใจจะทำอะไร?” ลินลี่ย์พูดเสียงแหบแห้ง

ไฮเดนส์ชำเลืองมองลินลี่ย์  เขาหัวเราะอย่างใจเย็นและกล่าว “ลินลี่ย์!  แม้ว่าครั้งนี้เจ้าจะก่อความผิดอุกฉกรรจ์แต่หลังจากได้พิจารณาภายในศาสนจักรแล้ว เราตัดสินใจให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง ตอนนี้เราเตรียมดำเนินการใช้เวทเพื่อรักษาบาดแผลของเจ้าด้วยวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้”

ถ้าลินลี่ย์มีประสบการณ์เกี่ยวกับเวทแสงอยู่บ้างเขาคงเห็นพิรุธในคำกล่าวอ้างของไฮเดนส์อย่างรวดเร็ว

“ปู่เดลิน! ดูเหมือนว่าโบสถ์เจิดจรัสกำลังวางแผนการใหญ่บางอย่าง”  ลินลี่ย์สนทนาทางใจกับเดลิน โคเวิร์ท

“ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น?”  เดลิน โคเวิร์ทยังคงรอบคอบมากไม่ได้ปรากฏออกมาและไม่กล้าแสดงแม้กระทั่งคำแนะนำทางจิตของเขา

ไฮเดนส์เป็นนักสู้ระดับเซียนชั้นสูง  ถ้าเดลิน โคเวิร์ทออกมาจากแหวนมังกรขนดจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จะตรวจพบเขาได้แน่นอน

“มีคนอยู่รอบๆราวยี่สิบคน และคนที่อ่อนแอที่สุดก็เป็นนักสู้ระดับเก้ามีโยคีแปดคนและจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ยืนอยู่ในวงเวทดาวแปดเหลี่ยม” ลินลี่ย์รายงาน

เดลิน โคเวิร์ทมีประสบการณ์มากกว่าลินลี่ย์นัก “ลินลี่ย์!ถ้าพวกเขาต้องการให้ร่างกายเจ้าฟื้นฟูเต็มที่นักสู้ระดับเซียนเพียงคนเดียวใช้เวทแสงก็เพียงพอจะฟื้นฟูร่างกายเจ้าได้เต็มที่แล้ว  ไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนทำเช่นนี้  ข้าคิดว่าพวกเขาต้องวางแผนอัญเชิญพลังงานของมหาเทพแห่งแสง ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องทำพิธีดังกล่าวให้ยุ่งยากซับซ้อน”

มีมหาเทพแห่งแสงมากกว่าหนึ่ง

อย่างไรก็ตามมหาเทพเจิดจรัสเป็นเทพที่ทรงพลังที่สุดในเทพเหล่านั้น

“อัญเชิญพลังของมหาเทพ?”ลินลี่ย์ตกตะลึงหนัก  “พวกเขาตั้งใจใช้พลังของมหาเทพกับข้าหรือ?  พวกเขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?”

“ข้าก็ไม่มั่นใจ”

ในยุคของเดลิน โคเวิร์ทศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงายังค่อนข้างเล็กและอ่อนแอไม่มีอะไรมากไปกว่าศาสนาสองลัทธิในบรรดาหลายศาสนาในจักรวรรดิพูเอนท์  ตอนนั้นศาสนจักรเจิดจรัสมียอดฝีมือน้อยมากและมีคนยังไม่มากเท่ากับวันนี้

“องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์  ได้เวลาแล้ว” กิลเยโมเรียนด้วยความเคารพ

ไฮเดนส์เงยหน้ามองดูท้องฟ้า จากนั้นจึงพยักหน้า

“เราเริ่มกันได้”  ไฮเดนส์พูดอย่างใจเย็น

แสงสีขาวเปล่งออกมาจากร่างของโยคีทั้งแปดที่นั่งอยู่ในมุมของปะรำดาวแปดเหลี่ยม  คลื่นพลังเวทแห่งแสงลอยเข้ามาในใจกลางปะรำพิธี  ปะรำพิธีเวททั้งหมดเปล่งแสงสว่างขึ้นทันที  ที่เบื้องหน้าไฮเดนส์คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์สีทองปรากฏขึ้นทันที ขณะที่ตัวไฮเดนส์เองเริ่มเรืองแสงสีทอง

ไฮเดนส์เปิดคัมภีร์หน้าแรก

“โอวมหาเทพ,พระองค์คือผู้ประทานทุกสิ่งทุกอย่างให้เรา” ไฮเดนส์กล่าวเสียงนุ่มนวล แต่เสียงของเขาดังก้องในใจทุกคนเหมือนพายุฟ้าคะนอง ขณะเดียวกันแสงเรื่อเรืองจากคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เริ่มสว่างสดใส และแสงสีขาวศักดิ์สิทธิ์ในใจกลางปะรำก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ลำแสงสองสายตัดกัน

“เปรี๊ยะ, เปรี๊ยะ!”

แนวแสงตรงสมบูรณ์แบบยิงขึ้นไปทะลุผ่านยอดแหลมของโบสถ์เจิดจรัส  จากนั้นจางหายไปในความมืดยามราตรี ทุกคนในเมืองเฟนไลสามารถเห็นแสงสีขาวศักดิ์สิทธิ์ได้ชัดเจนซึ่งมีเกลียวแสงสีทองพันรอบทะลุผ่านเมฆ

ภายในชั้นบนสุดของโบสถ์เจิดจรัส

ทันใดนั้นไฮเดนส์หันมามองดูลินลี่ย์ ลินลี่ย์รู้สึกเหมือนกับว่าพลังที่เข้มข้นมากได้ยกตัวเขาขึ้นทำให้เขาค่อยๆลอยขึ้นไปในอากาศ ลินลี่ย์ลอยมาอยู่ตรงกลางปะรำพิธีเวทเหนือศีรษะไฮเดนส์โดยตรง

“ข้าแต่มหาเทพ,พระองค์ทรงกรุณาและรักเมตตาทุกคนในโลกนี้ และในทางกลับกัน เราต้องศรัทธาในพระองค์”

ไฮเดนส์เงยหน้า ประกายที่ศักดิ์สิทธิ์ไร้ตำหนิฉายออกมาจากใบหน้าของเขา

“ครืนนน”

อากาศเหนือโบสถ์เจิดจรัสเริ่มสั่นสะเทือน เมฆแสงสีขาวเริ่มรวมตัวกันในอากาศเหนือโบสถ์เจิดจรัสครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง  หลายๆ คนในเมืองเฟนไลเริ่มสังเกตเห็น

“ถ้ามีคนทรยศพระองค์  มหาเทพอย่างนั้นพระองค์ควรจะดึงเอาทุกอย่างออกมาจากพวกมัน  แต่คนผู้มีศรัทธาในพระองค์ ก็ควรได้รับความรักความเมตตาของพระองค์”  ไฮเดนส์พลิกคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์หน้าต่อไป “บึ้ม!”

โลกสั่นสะเทือน ในอากาศเหนือโบสถ์เจิดจรัส ราตรีที่มืดมิดแตกสลายไปเพราะเมฆแสงสว่าง  ในท่ามกลางเมฆแสงสว่างมีรอยแยกมิติปรากฏอยู่รอยหนึ่ง และเส้นแสงสีขาวยิงออกมาจากรอยแยกด้วยความเร็วสูง

“วีดดดด”

ลำแสงสีขาวปรากฏขึ้นอย่างสง่างามทำให้หัวใจคนเต็มไปด้วยความยำเกรง  แสงได้ฉายทะลุผ่านยอดแหลมของโบสถ์เจิดจรัสลงมาที่ตัวลินลี่ย์ที่ยังลอยอยู่ในกลางอากาศใจกลางปะรำพิธี

ภายในชั้นบนสุดของโบสถ์เจิดจรัส

ไฮเดนส์, โยคีทั้งแปด, คาร์ดินัลทั้งสาม,ผู้ช่วยตุลาการสองคนและมือปราบพิเศษหกคนเงยหน้ามองดูลินลี่ย์  พลังอำนาจในลำแสงสีขาวเติมเต็มใจของไฮเดนส์ที่เต็มไปด้วยความนอบน้อมยำเกรง

แม้ว่าจะเป็นพลังสวรรค์ แต่พลังนี้ก็มาจากมหาเทพเจิดจรัสเอง

แสงสีขาวฉายผ่านร่างของลินลี่ย์และทั่วทั้งตัวลินลี่ย์ก็เริ่มเปล่งแสงสีขาวเช่นกัน  ขณะเดียวกันร่างของลินลี่ย์เริ่มฟื้นฟูด้วยความเร็วที่น่าประหลาดใจ  ในชั่วพริบตากระดูกที่แตกหักและบาดแผลทั่วทั้งตัวก็ได้รับการรักษา  สภาพร่างกายได้รับการฟื้นฟูจนดีกว่าเดิม

“อา!”

วิญญาณของลินลี่ย์คราง เมื่อแสงสีขาวเข้าไปในตัวลินลี่ย์ การรักษาเริ่มมีผลข้างเคียงเป้าหมายแรกของรังสีขาวนี้ก็คือวิญญาณของลินลี่ย์ เห็นได้ชัดว่าลำแสงขาวนี้ต้องการจะชำแรกเข้าไปรวมกับวิญญาณของลินลี่ย์

เมื่อพลังเทพนี้รวมกับวิญญาณของลินลี่ย์ อย่างนั้นลินลี่ย์จะไม่มีทางดิ้นรนหลุดพ้นการควบคุมของมหาเทพเจิดจรัสและจะกลายเป็นบริวารผู้ภักดีตลอดไป

แต่ขณะที่เหตุการณ์เช่นนี้ดำเนินไป

พลังมหาศาลได้ทะลักออกมาจากแหวนมังกรขนดบนนิ้วมือของลินลี่ย์ผ่านเข้าร่างลินลี่ย์วิ่งเข้าสู่สมองของเขา พลังที่น่าสะพรึงกลัวล้อมรอบพลังศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายลินลี่ย์และเริ่มกลืนกินและปัดเป่ามันออกไปอย่างรวดเร็ว

แล้วจากนั้น พลังที่คาดไม่ถึงนั้นระเบิดแล้วโคจรรอบตัวลินลี่ย์อีกครั้งหนึ่งก่อนจะกลับเข้าไปในแหวนมังกรขนด

“ปู่เดลิน,เกิดอะไรขึ้น?”  ลินลี่ย์ถามอย่างแตกตื่น

“ไม่รู้,พลังนั่นเป็นของแหวนมังกรขนดเอง พลังนั่นทรงพลังน่ากลัวเหลือเกิน มันน่ากลัว... ทรงพลังน่ากลัว น่ากลัวจริงๆ” เดลินโคเวิร์ทตกใจกังวลและพูดย้ำสามครั้งว่า น่ากลัว

เดลิน โคเวิร์ทครอบครองแหวนมังกรขนดมานานถึงห้าพันปีแล้ว  แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าพลังยอดเยี่ยมไร้เทียมทานนั้นจะนอนนิ่งอยู่ในแหวน

เดลินโคเวิร์ทมั่นใจแน่นอนว่าถ้าพลังนั่นใช้โจมตีคนผู้ใดก็ตาม ต่อให้เป็นนักสู้ระดับเซียนชั้นสูงถึงสิบคนก็คงถูกบดขยี้เป็นธุลีในพริบตา

“พลังระเบิดนี้มาจากไหนและมันคืออะไร?  แม้แต่ข้าที่เป็นเจ้าของและเจ้านายครอบครองแหวนนี้ก็ยังไม่รู้สึกและควบคุมได้เลยแม้แต่น้อย” ลินลี่ย์รู้ดีว่าพลังนี้ไม่มีทางใช้ออกได้ง่ายๆ  ในอดีตเดลินโคเวิร์ทก็สวมแหวนนี้ไว้กับตัวมาเกินกว่าพันปีในตอนที่เขายังมีชีวิต  แต่เขาไม่เคยค้นพบพลังระเบิดนี้เลย

ขณะที่เหตุนี้เกิดขึ้น

ทุกคนที่อยู่ในชั้นบนสุดของโบสถ์เจิดจรัสประหลาดใจกันไปตามกัน  จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ไฮเดนส์, โยคีทั้งแปด,คาร์ดินัลทั้งสาม, ผู้ช่วยตุลาการสองคนและมือปราบทั้งหกคนจ้องมองอย่างเหลือเชื่อ พวกเขาสามารถบอกได้ว่าร่างกายของลินลี่ย์ไม่ได้แสดงว่ายอมรับการอาบแสงศักดิ์สิทธิ์เลย  ไม่มีผนึกเจิดจรัสอยู่บนหน้าผากของเขา

“นี่เป็นไปได้อย่างไร?  ล้มเหลวหรือนี่?” ไฮเดนส์ตะลึงจ้องมองลินลี่ย์

จบบทที่ ตอนที่ 7-2 สัตว์เลี้ยงเทพลงประทับ

คัดลอกลิงก์แล้ว