เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6-27 ไวน์

ตอนที่ 6-27 ไวน์

ตอนที่ 6-27 ไวน์


ลินลี่ย์อดเหลียวมองไปที่ประตูไม่ได้

กิลเยโมอยู่ตรงนั้นเขาสวมชุดยาวสีแดงใบหน้ามีรอยยิ้มจริงใจ เอวตั้งตรง  อย่างไรก็ตามดวงตาของเขามีความมุ่งมั่นรุนแรงภายใต้การพิทักษ์ของไวการ์ (บาทหลวง) สองคน กิลเยโมตรงดิ่งเข้ามาในห้อง

“กิลเยโมมาถึงแล้ว  หวังว่าเคลย์จะมาช้าสักเล็กน้อย”ลินลี่ย์คาดหวังอยู่เต็มเปี่ยม

จุดอ่อนในแผนการนี้ของเขาก็คือความเป็นไปได้ว่าเคลย์และจอมเวทระดับเก้าผู้นี้จะมาในเวลาเดียวกัน  ที่สำคัญพิษสลายโลหิตไม่มีผลต่อจอมเวท

ลินลี่ย์เริ่มลุกขึ้นยืน“ใต้เท้ากิลเยโม”

“ลินลี่ย์, ดูตัวเจ้าสิ, หน้าของเจ้าซีดมากนั่งลง นั่งลง”กิลเยโมสาวเท้ายาวเข้ามาอย่างรวดเร็วเพื่อห้ามไม่ให้ลินลี่ย์ลุกขึ้น

“ใต้เท้ากิลเยโม, ข้าสบายดี แม้ว่าข้าจะได้รับบาดเจ็บภายในขณะฝึกเดินลมปราณแต่ข้ายังสามารถเดินและทำงานได้ตามปกติ น่าเสียดายที่ในช่วงเวลานี้ ข้าไม่สามารถฝึกเดินลมปราณได้มากกว่านี้”ลินลี่ย์พูดพลางถอนหายใจยาว

“ในเวลาอย่างนี้  เจ้ายังจะคิดเรื่องการฝึกลมปราณอีกหรือ?”กิลเยโมพูดด้วยความโมโห “อาการบาดเจ็บภายนอกรักษาได้ง่าย  แต่บาดเจ็บภายในนั้นอันตรายมากถ้าเจ้าไม่รักษาให้ดี เป็นไปได้ว่าอาการบาดเจ็บเหล่านั้นจะทำร้ายเจ้าไปทั้งชีวิต”

“ขอบคุณใต้เท้ากิลเยโมที่กังวลห่วงใย”

ความจริงลินลี่ย์มีความประทับใจที่ดีต่อกิลเยโม  เขาอดชำเลืองไปที่ประตูทางเข้าอย่างช่วยไม่ได้  “หวังว่าเคลย์คงจะมาถึงช้าสักนิดนะ”

หิมะที่ตกเมื่อวานนี้ทำให้เมืองเฟนไลหนาวจัดและมีผู้คนน้อยมากบนถนนจากพระราชวัง แต่ตอนนี้ราชองครักษ์ที่แข็งแกร่งร้อยคนเตรียมการป้องกันพร้อมสรรพนำหน้ารถม้าทองงดงามออกมาจากพระราชวัง

“กุบกับ, กุบกับ”

ล้อรถม้าโดยสารบดหิมะไปตามถนน

“แรนซัม, เปิดประตู” เคลย์สั่ง

รถม้าโดยสารมีขนาดใหญ่มากและสามารถรับโดยสารคนได้ห้าหรือหกคนได้อย่างสบายๆแรนซัมผู้นี้เป็นหนึ่งในราชองครักษ์ประจำตัวของเคลย์ เขารีบพูดทันที “พระเจ้าค่ะ,ฝ่าบาท”  เขารีบเปิดม่านประตูปล่อยให้อากาศเย็นไหลผ่านเข้าไป

ไม่ว่าจะเป็นแรนซัมหรือเคลย์ทั้งสองคนไม่รู้สึกหนาวแม้จะว่าความจริงเคลย์จะสวมแค่เสื้อแจ็คเก็ตทับไว้บางๆ เท่านั้น ขณะที่แรนซัมสวมเครื่องแบบเจ้าพนักงานประจำวังตามปกติ

“ลินลี่ย์นี้ความจริงเขาได้รับบาดเจ็บหนักจากการโหมฝึกลมปราณมากเกินไป  โธ่เอ๋ย” เคลย์อดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ขณะถอนหายใจ

แรนซัมพูดเบาๆ“ใต้เท้าลินลี่ย์ยังอายุน้อยมาก แต่ก็ยังมีความสำเร็จได้ขนาดนั้น  แต่ไม่ว่าคนเราจะมีพรสวรรค์มากเพียงไหนก็ตามก็ยังคงต้องฝึกฝนหนัก สำหรับนักรบที่สามารถทำตัวเองให้บาดเจ็บภายในได้เนื่องจากฝึกลมปราณมากเกินไปแสดงว่าเขาพยายามจะขยายขอบเขตพลังในขณะฝึกฝน”

ขีดจำกัดความอดทนของร่างกายมนุษย์บางทีอาจสูงมากก็ได้

แต่ทุกครั้งที่พยายามกระตุ้นศักยภาพของทุกคนก็ไม่ควรจะทำมากเกินไป  แม้จะเป็นเรื่องจริงที่ว่าความเพียรอย่างหนักเป็นประโยชน์ต่อนักรบในการฝึกฝน  แต่ถ้าฝืนเกินกำลังมากเกินไปร่างกายก็ไม่อาจรับได้เช่นกัน

“ใช่แล้ว ลินลี่ย์นี้ยังมีความสำเร็จในอนาคตที่ไร้ขีดจำกัดรออยู่”เคลย์พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน

เมื่อมองดูใบหน้าเคลย์  แรนซัมแอบถอนหายใจ

ในฐานะที่เป็นองครักษ์ประจำตัวของเคลย์ปกติเขาจะเข้าใจเจ้านายเขาอย่างลึกซึ้ง ด้วยบุคลิกเปี่ยมด้วยพลังที่เคลย์มียากนักที่เคลย์จะมีมารยาทมากกับใครบางคน แต่สำหรับลินลี่ย์ เคลย์ไม่เคยเสียมารยาทต่อเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“น่าเสียดายที่ในปีนั้น ฝ่าบาท...อนิจจา..ฝ่าบาทรู้ตัวว่าเขาไม่มีหวังจะเข้าถึงขอบเขตระดับเซียนได้ซึ่งเป็นเหตุผลที่เขาให้ความสำคัญต่อลินลี่ย์อย่างนั้น” แรนซัมรู้ความลับของเคลย์

แม้ว่าเคลย์จะเป็นนักรบระดับเก้า  เว้นแต่ราชันย์เจิดจรัสจะมอบพลังศักดิ์สิทธิ์ให้เคลย์  เคลย์จะไม่มีทางเข้าถึงระดับเซียนได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม

“ฝ่าบาท,เรามาถึงคฤหาสน์ของใต้เท้าลินลี่ย์แล้ว” แรนซัมพูดเบาๆ

จากประตูเข้าสู่คฤหาสน์ของลินลี่ย์สามารถมองเห็นได้ชัด ช่วงเวลานี้มีนักรบผู้ล่ำสันแข็งแรงยืนเฝ้าอยู่ที่ประตูชั้นนอกนักรบทั้งสองคนนี้เป็นสมาชิกฝีมือดีของหน่วยอัศวินชั้นยอดจากวิหารเจิดจรัศ

“ครึก” รถม้ามาถึงที่จอด

แรนซัมเป็นคนแรกที่ออกมาจากรถม้าและรออย่างนอบน้อมให้เคลย์ก้าวออกมา

“ถวายบังคมฝ่าบาท!” องครักษ์ทั้งสองคนคำนับอย่างนอบน้อม

“โอว, มีคนมาถึงก่อนข้าหรือนี่?”เคลย์สังเกตว่ายังมีรถม้าหรูอีกคันหนึ่งจอดอยู่ด้านนอกพร้อมกับกลุ่มอัศวินของโบสถ์เจิดจรัสกำลังยืนรอด้านนอก

“ทูลฝ่าบาท...เป็นใต้เท้ากิลเยโมเดินทางมาถึงแล้ว” หนึ่งในสองนักรบที่เฝ้าประตูทูลด้วยความเคารพ

“ใต้เท้ากิลเยโมมาถึงเหรอ? ไม่เป็นไร”  เคลย์เหลือบมองกลับมาที่คนของเขา“พวกเจ้าทุกคนรออยู่ตรงนี้  แรนซัม,มากับข้า” หลังจากออกคำสั่งนี้แล้ว  เคลย์เดินผ่านประตูเข้าไปเอง  ราชองครักษ์ส่วนตัวเดินตามหลังเขา

……

ตอนนี้ลินลี่ย์ยังคงสนทนาอยู่กับกิลเยโม ไม่มีใครรู้ว่าเคลย์มาถึงที่ประตูหน้าแล้ว

“นี่กิลเยโมยังไม่จากไปอีกหรือนี่?”ลินลี่ย์เริ่มร้อนใจ

ถ้ากิลเยโมยังคงตั้งใจคุยกับเขาต่อไปอย่างนี้ใครจะรู้กันว่าการสนทนานี้ยังคงดำเนินไปอีกนานเพียงใด? หลายๆอย่างจะซับซ้อนยิ่งขึ้น  เมื่อความกังวลใจเพิ่มมากขึ้น  จู่ๆลินลี่ย์ก็เอามือปิดปาก

“แค่ก, แค่ก!”ลินลี่ย์ไออยู่สองสามครั้ง ไอหนักจนกระทั่งหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง

“ลินลี่ย์” กิลเยโมประหลาดใจมาก

เขาคาดไม่ถึงเลยว่าลินลี่ย์จะได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้

“ลินลี่ย์ เจ้าต้องใช้ยาที่ข้านำมาให้เจ้านี้นะ  ยานี้จะส่งผลช่วยให้ร่างกายเจ้าฟื้นจากอาการบอบช้ำภายในได้”กิลเยโมรีบกล่าว “สภาพร่างกายของเจ้าตอนนี้ยังไม่ค่อยดี พักเสียก่อนเถอะ ข้าจะไม่รบกวนการพักผ่อนของเจ้าต่อไปแล้ว”กิลเยโมยืนขึ้น

หลังจากไอแล้วหน้าของลินลี่ย์ยิ่งซีดขาวมากกว่าแต่ก่อน ดูแทบปราศจากสีเลือด

“ใต้เท้ากิลเยโม ข้าต้องขออภัยจริงๆ”ลินลี่ย์ขอโทษ

“ไม่เป็นไร พักเสียเถอะ  ร่างกายของเจ้าเป็นเรื่องสำคัญ” กิลเยโมเตือนเขาอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปจากห้องพร้อมกับบาทหลวงที่มากับเขา

ขณะที่เคลย์และแรนซัมเดินตรงไปที่ประตูคฤหาสน์ของลินลี่ย์พวกเขาได้ยินเสียงเรียกดังมาจากข้างหลัง

“ฝ่าบาท, ฝ่าบาท”

เคลย์หันมาดูด้วยความสงสัยเห็นแต่เพียงเมอร์ริทที่รีบโดดลงมาจากรถม้า “ฝ่าบาท”

“เมอร์ริท, เจ้าก็มาด้วยหรือ?” เคลย์หัวเราะเบาๆขณะที่เขาหยุดมองดูเมอร์ริท

เมอร์ริทวิ่งเข้ามาหาเคลย์เขาทูลด้วยความเคารพ “ใต้เท้าลินลี่ย์ได้รับบาดเจ็บ  ข้าพระบาทจะไม่มาได้ยังไง?  ฝ่าบาท, พระองค์เข้าไปข้างในกับแค่แรนซัมได้ยังไง?มันไม่ปลอดภัยนะ!” เมอร์ริทรีบกล่าว

เมื่อกษัตริย์ต้องเข้าไปเยี่ยมเยือนข้าราชบริพาร  ปกติเขาจะต้องนำราชองครักษ์เข้าไปได้โดยตรง

เหตุผลประการแรกก็เพื่อคุ้มกันความปลอดภัยของผู้ปกครองอาณาจักร  ประการที่สอง เพื่อแสดงสถานะอำนาจของกษัตริย์

“ไม่จำเป็น, ข้าแค่มาเยี่ยมไข้ลินลี่ย์ไม่จำเป็นต้องยกขบวนแห่แหนอะไรอย่างนั้น” เคลย์หัวเราะเบาๆ  ภายในเมืองเฟนไลใครจะมาคุกคามทำอันตรายกับข้าได้ หืม?”

เคลย์มั่นใจตนเองว่าคงไม่โชคร้ายขนาดนั้น

ที่สำคัญที่สุดเคลย์ไม่กลัวนักสู้ระดับเก้าเป็นส่วนใหญ่ มีเพียงคนประเภทเดียวที่เคลย์กลัวก็คือนักสู้ระดับเซียนที่มุ่งหมายมาฆ่าเขาผู้เป็นราชา?ยิ่งกว่านั้น ที่นี่คือเมืองเฟนไลเป็นเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ของวิหารเจิดจรัส

ใครจะกล้าผลีผลามเข้ามาในอาณาเขตสำนักใหญ่ของวิหารเจิดจรัสได้เล่า?

“ใช่แล้ว ใช่แล้ว ข้าพระบาทเองกังวลเกินไปเอง”เมอร์ริทรีบกล่าว

“มาเถอะ, เราเข้าไปข้างในพร้อมกัน”เคลย์เข้าไปพร้อมกับเมอร์ริทกับแรนซัม

“ฝ่าบาท,ขณะนี้ลินลี่ย์พักรักษาตัวอยู่ในลานส่วนตัวปีกตะวันออก ข้าพระบาทขอนำทางเอง”หญิงรับใช้สาวสวยคอยนำทาง เคลย์, เมอร์ริทและแรนซัมจึงมุ่งหน้าไปยังบริเวณที่พักของลินลี่ย์  แต่เมื่อไปได้ครึ่งทาง...

เคลย์และบริวารอีกสองคนก็เห็นกิลเยโมและบาทหลวงของเขาอีกสองคน

“ใต้เท้ากิลเยโม” เคลย์,เมอร์ริทและแรนซัมแสดงความเคารพพร้อมกัน

“เคลย์, ท่านก็มาเหมือนกัน” กิลเยโมพยักหน้า “อาการบาดเจ็บภายในของลินลี่ย์ครั้งนี้ดูเหมือนจะหนักเอาการ เมื่อครู่เขายังไออยู่เลย เมื่อท่านไปเยี่ยมเขาอย่าเสียเวลามากเกินไป เอาแค่ดูว่าเขาเป็นยังไงบ้างก็พอ จากนั้นก็ปล่อยให้เขาได้พักเถอะ”

“ข้าเข้าใจแล้ว” เคลย์พยักหน้า

“อย่างนั้นข้าขอตัวก่อนนะ”กิลเยโมพยักหน้าให้เช่นกัน จากนั้นพาบาทหลวงทั้งสองคนออกไป

เคลย์เข้าไปในห้องของลินลี่ย์พร้อมกับเมอร์ริทและแรนซัม

กิลเยโมออกไปทำให้ลินลี่ย์ได้ถอนหายใจโล่งอกแต่ก่อนที่เขาจะได้สูดหายใจ หญิงรับใช้คนหนึ่งก็วิ่งเข้ามารายงาน

“ใต้เท้าลินลี่ย์เจ้าคะ,ฝ่าบาทและอัครเสนาบดีขวามาถึงแล้วเจ้าค่ะ” หญิงรับใช้รีบรายงาน

“มาถึงนี่แล้วหรือ?”

ลินลี่ย์ตาเป็นประกาย

ข้ารอมานานมากแล้วในที่สุดเขาก็มา“ ลินลี่ย์แทบไม่อาจระงับความตื่นเต้นในใจได้”ตอนนี้เจ้าไปได้แล้ว”ลินลี่ย์สั่งหญิงรับใช้ให้ออกไปทันที และจากนั้นเขายืนอย่างสงบรอการมาถึงของเคลย์อย่างเงียบๆ

ไม่กี่วินาทีต่อมาลินลี่ย์ก็ได้ยินเสียงฝีเท้า

“ลินลี่ย์”เสียงของเคลย์ดังแทบจะทันทีที่เขาเข้ามาในห้องเพียงสามก้าวเขาก็เข้ามาถึงข้างตัวลินลี่ย์ เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล “ลินลี่ย์ หน้าของเจ้าดูน่ากลัวจริงๆ เร็วเข้านั่งพักก่อน พักก่อนเถอะ”

ลินลี่ย์ถูกเคลย์กดตัวให้นั่งลง

“ใต้เท้าลินลี่ย์” เมอร์ริททักทายลินลี่ย์ตามมารยาท

“ขอบพระทัยฝ่าบาท, ขอบคุณใต้เท้าเมอร์ริท”ลินลี่ย์พูดด้วยเสียงที่อ่อนล้า

แต่ความตื่นเต้นในใจลินลี่ย์เริ่มเอ่อท้น  ในอดีตหลังจากได้รับรู้ความตายของบิดาเขาแล้วลินลี่ย์ได้สั่งให้ฮิลแมนนำสมบัติตกทอดของตระกูล “ดาบศึกล่าสังหาร”ไปที่จักรวรรดิโอเบรียน  ในเวลานั้นเขาทำใจไว้แล้วว่าการเสี่ยงตายไม่เพียงพอโยกคลอนความตั้งใจล้างแค้นของเขาได้

ท่านพ่อ, ท่านแม่!

ความตายของบิดาเขาเกี่ยวข้องกับเคลย์ด้วยเช่นกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเคลย์สั่งแพตเตอร์สันให้ไปลักพาตัวมารดาของเขาบิดาเขาจะตายเพราะพยายามล้างแค้นได้อย่างไร? และแน่นอนว่ามารดาของเขาหายไปเพราะการกระทำของเคลย์

“ฝ่าบาท, ข้าพระบาทไม่เป็นไร,แค่ลำบากจากอาการบาดเจ็บภายใน และไม่สามารถฝึกพลังปราณได้ชั่วระยะหนึ่ง แต่ข้าพระบาทยังสามารถทำกิจวัตรตามปกติได้ไม่มีปัญหาอะไร”ลินลี่ย์พูดพลางยิ้มพลาง

“ดีแล้ว นั่นนับว่าดีแล้ว” เคลย์ก็ยิ้มเช่นกัน

“ใต้เท้าเมอร์ริทก็มาเยี่ยมด้วยเช่นกัน” จู่ๆเหมือนกับลินลี่ย์จะนึกอะไรบางอย่างได้และรู้สึกตื่นเต้นยินดี “จริงสิ!ข้ายังไม่มีโอกาสดื่มเหล้าอวยพรท่านเมื่อครั้งล่าสุดเลย ใต้เท้าเมอร์ริท ไหนๆวันนี้ทั้งท่านและฝ่าบาทก็มาถึงแล้ว มาดื่มกันสักหน่อยเป็นไร”

ขณะที่พูดลินลี่ย์เดินไปที่ตู้สุราที่อยู่ใกล้ๆเขา

“ไม่ต้องก็ได้, ลินลี่ย์ เจ้ายังบาดเจ็บอยู่เจ้าไม่ควรดื่มสุรานะ” เคลย์แนะนำเขา

“ไม่เป็นไร, บาดแผลของข้าพระบาทแค่เพียงเล็กน้อยและดื่มสุราเล็กน้อยจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตด้วย”  ขณะที่พูด  ลินลี่ย์ดึงแก้วเหล้าออกมาพร้อมกับไวน์แดง“แรนซัม, ท่านควรจะนั่งด้วยเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องยืนกรานมีพิธีรีตองเกินไป”

ลินลี่ย์รู้ความสามารถแรนซัมดี

ในฐานะเป็นองครักษ์ส่วนตัวของเคลย์  แรนซัมแข็งแกร่งทรงพลังมากแม้ว่าลินลี่ย์จะยังไม่แน่ใจชัดเจนถึงพลังของเขา แต่ลินลี่ย์แน่ใจว่าเขาจะต้องเป็นนักสู้ระดับเจ็ดเป็นอย่างน้อยหรืออาจเป็นระดับแปดก็ได้

“ไม่ต้องหรอก, ข้าไม่ดื่มสุรา”แรนซัมส่ายหน้าปฏิเสธ

ในฐานะทหารคนสนิทของฝ่าบาท  เขาต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา

“ลินลี่ย์, แรนซัมไม่เคยดื่มเหล้าไม่จำเป็นต้องชวนเขาดื่มหรอก” เคลย์สั่นศีรษะให้ลินลี่ย์  “ลินลี่ย์ เมื่อใต้เท้ากิลเยโมพบข้าเมื่อครู่เขาบอกว่าเจ้าไออย่างหนัก  เขาต้องการให้เจ้าพักผ่อนให้ดี จะให้ดีที่สุดเราไม่ต้องดื่มก็ได้”

ไม่ต้องดื่มหรือ?

ไม่มีใครอื่นนอกจากลินลี่ย์ที่รู้เรื่องนี้  แต่พิษสลายโลหิตถูกผสมไว้ในเหล้านี้ถ้าเคลย์ไม่ดื่มแล้วเขาจะวางยาพิษได้อย่างไร?

“ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงใต้เท้ากิลเยโมกังวลห่วงใยข้าพระบาทมากเกินไปก็เลยพูดเช่นนั้น”  ลินลี่ย์ยิ้มและรินเหล้าใส่แก้วให้ทุกคน“เหล้านี้ เป็นเหล้าฉลองที่พิเศษ ใต้เท้าเมอร์ริท มาเถอะมาดื่มฉลองกัน” ลินลี่ย์ชูแก้วของเขาขึ้น

เคลย์และเมอร์ริทไม่มีทางเลือกได้แต่ชูแก้วขึ้นเหมือนกัน

เสียงกระทบแก้วพวกเขาดังเบาๆจากนั้นเคลย์, เมอร์ริทและลินลี่ย์ก็ดื่มเหล้า

“แค่ก..”

จู่ๆลินลี่ย์ก็เริ่มไออย่างรุนแรงอีกครั้งจนเหล้าหกออกจากปาก  ลินลี่ย์ไอจนหน้าแดงก่ำอีกครั้ง

“ลินลี่ย์, ข้าบอกเจ้าแล้วว่าไม่ให้ดื่มเจ้าก็ยังจะดื่มอีก” เคลย์พูดอย่างไม่พอใจ เขารีบเข้ามาช่วยประคองลินลี่ย์

“ข้าพระบาทไม่เป็นไร”ลินลี่ย์ยิ้มและยื่นมือออกมาห้ามเคลย์ไว้

ทันใดนั้นลินลี่ย์จ้องมองเคลย์ และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฝ่าบาท มีเรื่องที่สำคัญมากที่ข้าพระบาทอยากจะปรึกษากับท่าน”

“เรื่องที่สำคัญหรือ?” เมื่อสีหน้าของลินลี่ย์เคลย์รู้สึกสับสน

จบบทที่ ตอนที่ 6-27 ไวน์

คัดลอกลิงก์แล้ว