เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6-25 ผลิตผงพิษ

ตอนที่ 6-25 ผลิตผงพิษ

ตอนที่ 6-25 ผลิตผงพิษ


เห็ดเมฆา เหตุผลที่แท้จริงที่ลินลี่ย์หามันก็เพื่อใช้ปรุงผงพิษสะบั้นโลหิต  และเหตุผลที่ต้องการผลิตพิษสะบั้นโลหิตก็เพราะเขาก็การเอามาใช้กับเคลย์

แต่ในที่สุดกลับเป็นเคลย์ที่มอบเห็ดเมฆาให้กับเขา

“เป็นไปได้หรือว่าแม้ซ่อนตัวอยู่ในโลกส่วนลึก ก็ยังมีสิ่งที่เรียกว่ากงเกวียนกำเกวียนตามสนองอย่างนั้นหรือ?”  ทันใดนั้นลินลี่ย์คิดถึงคำสอนของวิหารเจิดจรัส  มีส่วนหนึ่งที่กล่าวถึงชะตากรรม  ในอดีตลินลี่ย์ไม่เคยเชื่อในศาสนาใดๆ ทั้งนั้น แต่สัจจธรรมนี้มีวิวัฒนาการที่แปลกประหลาดเหลือเกิน

เมื่อถูกกำหนดว่าเห็ดเมฆาถูกส่งเข้ามาอยู่ในเงื้อมมือของเขา เขาจะไม่รับมันไว้ได้ยังไง?

“ขอบพระทัยฝ่าบาท” ลินลี่ย์ยิ้มคำนับขอบคุณ ขณะที่เขารับเห็ดเมฆาไว้

แต่ในใจแล้ว ลินลี่ย์กำลังหัวเราะอย่างเย็นชา “เพราะท่านเป็นผู้มอบมันให้ข้าเอง นี่ก็หมายความว่า สวรรค์ต้องการจะให้ท่านตายแน่นอน ท่านตำหนิข้าไม่ได้”

ลินลี่ย์แทบไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับมารดาของเขาเลย แต่นั่นไม่อาจหยุดลินลี่ย์จากความโหยหาความรักของมารดาที่อยู่ลึกในใจเขา เนื่องจากเขาไม่เคยรู้เรื่องของมารดา ลินลี่ย์จึงรู้สึกว้าเหว่อยู่เสมอ  เมื่อใดก็ตามที่เขาเห็นคนอื่นมีมารดา เขามักไม่ค่อยสบายใจ เขามักคิดอยู่เงียบๆ คิดถึงมารดาของเขาอย่างเดียวดาย

เมื่อจับเคลย์ได้  เขาคงจะได้พบเบาะแสของมารดาเขาแน่นอน!

“ลินลี่ย์! ข้าได้เชิญมหาเสนาบดีขวามาร่วมทานอาหารกลางวันในวันนี้ ทำไมเจ้าไม่ถือโอกาสอยู่ที่นี่ต่อเพื่อทานอาหารกลางวันกับเราเล่า” เคลย์ยิ้มให้ลินลี่ย์

“พะย่ะค่ะ, ฝ่าบาท” ลินลี่ย์แสดงความนอบน้อมถ่อมตน

ราชินีพยักหน้าให้ลินลี่ย์อย่างสง่างาม  จากนั้นพูดกับเคลย์ด้วยน้ำเสียงสุภาพ “พระองค์กับลินลี่ย์เชิญอยู่ต่อเถิด, หม่อมฉันขอตัวกลับก่อน” เคลย์พยักหน้าให้อย่างสงบเช่นกัน ในอาณาจักรเฟนไล อำนาจของกษัตริย์มีมากมายเหนือกว่าราชินี

อากาศในเดือนพฤศจิกายนเริ่มหนาวเย็น

แต่ลินลี่ย์และเคลย์ทั้งสองคนอยู่ในชุดเบา ไม่กลัวความหนาวเย็นแม้แต่น้อย ตอนนี้ลินลี่ย์เป็นนักรบระดับเจ็ด  ขณะที่เคลย์ก็เป็นนักรบระดับเก้าที่มีพลังยิ่งใหญ่กว่า

“ฝ่าบาท, ทำไมพระองค์ถึงเชิญเมอร์ริทมาร่วมทานข้าวกับพระองค์ด้วย?”  ลินลี่ย์สนทนากับเคลย์อย่างเป็นธรรมชาติและปกติ

เมื่อได้ยินคำพูดของลินลี่ย์ เคลย์มีใบหน้ายิ้มพอใจ  เขาชำเลืองมองนางกำนัลที่เพิ่งเดินออกไปอย่างว่าง่าย จากนั้นเคลย์จึงพูดเสียงเบาๆ “ลินลีย์! เจ้ารู้ไหมว่าเมื่อเร็วๆ นี้เมอร์ริทเพิ่งแต่งกับภรรยาคนที่สิบสาม?”

“คนที่สิบสาม?”  ลินลี่ย์ตะลึง

เขาไม่รู้ว่าผู้พิพากษาที่เคร่งครัดจริงจังอย่างเห็นได้ชัด อย่างมหาเสนาบดีขวาจะมากรักไม่แน่นอน

“ภรรยาคนใหม่ของเขาเป็นสตรีที่มีสีสันมาก” เคลย์เผยอยิ้มให้กับลินลี่ย์ เป็นรอยยิ้มที่บุรุษทุกคนเข้าใจกันได้เอง

เมื่อเห็นสีหน้าของเคลย์แล้ว ลินลี่ย์อดสะดุ้งไม่ได้

“ฮ่าฮ่า...” เคลย์ตบไหล่ลินลี่ย์ “ลินลี่ย์ ปีหน้าเจ้าจะอายุสิบแปดปีแล้ว  อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่เคยมีสัมพันธ์กับสตรีมาก่อน”

ลินลี่ย์ได้แต่อึดอัดอย่างช่วยไม่ได้

เคลย์ถอนหายใจ “เมอร์ริท เจ้าเด็กคนนั้นสามารถได้ตัวนางจิ้งจอกน้อยเจ้าเสน่ห์อย่างนั้น ช่างน่าอิจฉาเสียจริง แต่เนื่องจากข้าคิดจะครอบครองนาง  จิ้งจอกน้อยเจ้าเสน่ห์นั้นก็จะตกเป็นของข้า  เมอร์ริทจะไม่กล้าแตะต้องนาง นับตั้งแต่นี้ไป”

เคลย์พูดเรื่องเช่นนี้กับลินลี่ย์อย่างไม่ปิดบัง

“ฝ่าบาท?  ทำอย่างนั้น...จะดีหรือ?”  ลินลี่ย์ประหลาดใจเล็กน้อย

ที่สำคัญคือ นางเป็นภรรยาของมหาเสนาบดีขวา  แต่จากที่ได้ยิน เคลย์ตั้งใจจะยึดนางไว้เพื่อตัวเขาเองโดยตรง

“เรื่องนี้มีอะไรไม่เหมาะสมเล่า?  เมอร์ริทไต่ฐานะมาจนอยู่ในตำแหน่งปัจจุบันก็ผ่านภรรยามาหลายคนแล้ว  เขาควรจะรู้สถานะของตนเองดี  แต่ลินลี่ย์ วันนั้นที่เมอร์ริทแต่งงานและมีงานเลี้ยง ข้าคิดว่าเจ้าไม่ได้ไปร่วมด้วยนะ”เคลย์พูดอย่างสงสัย

ในช่วงเวลานี้ ลินลี่ย์กำลังขบคิดปัญหาเรื่องส่วนผสมสมุนไพร เขาไม่มีความคิดไปร่วมงานแต่งงานเลยแม้แต่น้อย กล่าวโดยทั่วไปก็คือ ลินลี่ย์ปฏิเสธคำเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงจากบรรดาขุนนางทั้งหลาย

งานเลี้ยงฉลองแต่งงานของมหาเสนาบดีขวาหรือ?

ปฏิเสธเหมือนๆ กันทั้งหมด

“ลินลี่ย์!  วันนี้เป็นยังไง, ระหว่างช่วงเวลาอาหารกลางวัน เจ้าลองมองดูวินด์เซอร์ภรรยาใหม่ของเมอร์ริท  ถ้าเจ้าชอบนาง  ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะยกนางให้เจ้า  ข้ารับรองได้ว่า ไม่ว่าเมอร์ริทจะกล้าและห้าวเพียงไหน เขาจะไม่กล้าแตะต้องวินด์เซอร์แม้แต่ครั้งเดียว” เคลย์พูดอย่างมั่นใจ

เคลย์ครองอำนาจในราชอาณาจักรเฟนไลแบบเบ็ดเสร็จ

วันแต่งงานของเมอร์ริท เคลย์ฉวยโอกาสชิงตัววินด์เซอร์  คืนนั้นเคลย์ส่งคนมารับตัววินด์เซอร์ไปที่ตำหนักชั้นนอก และเขา เคลย์ร่วมอภิรมย์ทั้งคืน

สำหรับเมอร์ริท เขาไม่กล้าแสดงความไม่พอใจแม้แต่น้อย

ยิ่งกว่านั้น ตั้งแต่คืนนั้นมา เมอร์ริทก็ไม่กล้าแตะต้องวินด์เซอร์อีกเลย

เสนาบดีบางคนที่รับตำแหน่งสำคัญในราชอาณาจักรเฟนไล บางคนก็ได้เลื่อนตำแหน่งผ่านความสามารถของตนเอง  พวกเหล่านั้นนับว่าเป็นเสนาบดีที่มีฝีมือแน่นอน  แต่เสนาบดีบางคนก็ได้ยศตำแหน่งผ่านการกระทำที่น่าเกลียด

ลินลี่ย์ลอบประหลาดใจต่อความเอาแต่ใจของเคลย์

แต่ครั้งหนึ่ง เคลย์มีสมญานามว่า “ราชสีห์ทอง” เต็มไปด้วยพละกำลังของพญาราชสีห์  ใครจะคาดคิดถึงวิธีที่เขาดำเนินการได้เล่า หากเขาพอใจที่จะทำ

“ทูลฝ่าบาท, ดยุคเมอร์ริทและดัชเชสเดินทางมาถึงแล้ว” มหาดเล็กวิ่งเข้ามารายงานด้วยความเคารพ

“ฮ่าฮ่า, มาเถอะ, ลินลี่ย์” เคลย์ยืนขึ้นทันที

ลินลี่ย์ได้แต่คว้าห่อเห็ดเมฆาและเดินตามออกไป  หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็มาถึงลานสีแดงสดใสสวยงามภายในวัง

เมอร์ริทและมาดามวินด์เซอร์รออยู่ตรงนั้น ที่ประตูทางเข้าลานวัง

ลินลี่ย์อดเหลือบมองมาดามวินด์เซอร์ไม่ได้  นางได้รับความสนใจจากเคลย์

รูปร่างของมาดามวินด์เซอร์เพรียวบางมาก แม้ว่านางจะแต่งกายมิดชิดตามรูปแบบจารีตอนุรักษ์นิยม  แต่ชุดนั้นก็ขับเน้นส่วนเว้าโค้งรูปร่างที่โปร่งบางของนาง  เอวของนางบอบบางมากขับเน้นหน้าอกให้ดูอวบเต็ม

ผมแดงเข้มของนางมีเสน่ห์น่าดู

โดยเฉพาะนัยน์ตาของมาดามวินด์เซอร์นี้ดึงดูดใจนัก ทุกคนที่เห็นนางคงได้คิดฟุ้งซ่านอย่างควบคุมสติไว้ไม่ได้

“ถวายบังคมฝ่าบาท, ใต้เท้าลินลี่ย์” เมอร์ริทพูดเสียงก้องพร้อมกับเสียงเบานุ่มนวลของมาดามวินด์เซอร์

“นางเป็นจิ้งจอกสาวพราวเสน่ห์จริงๆ” ลินลี่ย์พูดกับตนเอง

เคลย์เหลือบมองลินลี่ย์อย่างยินดี และกระซิบใกล้หูลินลี่ย์ “เจ้าคิดว่าไงบ้าง?   รู้สึกมีแรงกระตุ้นที่จะ...?”

“ฝ่าบาท!  เชิญเสวยกระยาหารกลางวันเถิด” ลินลี่ย์กระซิบตอบ

“ฮ่าฮ่า...”  เคลย์เริ่มหัวเราะลั่น

วินด์เซอร์อดไม่ได้ที่จะเพ่งมองลินลี่ย์ด้วยนัยน์ตาหยาดเยิ้ม ดูเหมือนนางจะให้ความสนใจลินลี่ย์  ถ้าเมอร์ริทกับเคลย์ไม่อยู่ตรงนั้น บางทีนางอาจจะตรงเข้าไปสนทนากับเขาก็เป็นได้

“ว้าว, ช่างเป็นสาวงามหยาดเยิ้มเสียจริง”  บีบีอยู่บนไหล่ของลินลี่ย์ตลอด  เวลากล่าว นัยน์ตาของมันกลมเป็นประกาย

“ควิช.”

บีบีกระโจนออกจากไหล่ของลินลี่ย์ลงบนอกของวินด์เซอร์โดยตรง

“เบ้อเริ่มเลย....” เสียงของบีบีดังขึ้นในใจลินลี่ย์

ลินลี่ย์งุนงง

“ช่างเป็นหนูที่น่ารักจริงๆ!”  วินด์เซอร์กอดบีบีด้วยความตื่นเต้น  มันใช้ศีรษะถูบนอกที่อวบอูมของนาง ดูเหมือนมันจะมีความสุขมาก

….

“ฟิ้ว”

ลินลี่ย์คว้าตัวบีบีได้ในที่สุดก็รีบออกจากวัง  ตลอดเวลาที่อยู่ในวัง วินด์เซอร์พยายามใช้สายตาที่หยาดเยิ้มมองดูเขา  แม้แต่ลินลี่ย์เองก็ยังรู้สึกว่ายากจะรับได้

เขาเข้าไปนั่งในรถม้าโดยสาร

“กลับ” ลินลี่ย์ออกคำสั่งให้ยามคุ้มกันเขาให้เริ่มออกรถทันที

“เฮ้! เจ้านาย จะรีบไปถึงไหน? ก็เคลย์ผู้นั้นบอกเองว่ายินดีจะยกวินด์เซอร์ให้ท่านไม่ใช่หรือ?  ท่านน่าจะรับไว้นะ” บีบีใช้ตาน้อยๆ ของมันจ้องมองลินลี่ย์

ลินลี่ย์อดไม่ได้ที่จะตบหัวมันเบาๆ  “เจ้าหนูน้อยลามก”

“ฮื่ม.. ข้ากำลังจะเป็นหนุ่มแล้ว เจ้านายก็รู้” บีบีพูดอย่างไม่พอใจ

ลินลี่ย์ตะลึง ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

แต่เมื่อคิดย้อนไปถึงสิ่งที่เขาได้รับจากการเข้าวัง ลินลี่ย์อดยิ้มเต็มหน้ามิได้ เขาเอากล่องออกมาไว้ข้างตัวเขา

ภายในกล่องนี้ก็คือเห็ดเมฆากอหนึ่ง

“ตอนนี้ข้ามีเห็ดเมฆาอยู่ในมือแล้ว  ส่วนผสมทั้งแปดเตรียมพร้อมแล้ว  ข้ามีสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ในการปรุงผงพิษสลายโลหิตแล้ว”  ลินลี่ย์ตัดสินใจแล้วว่าเขาจะเริ่มปรุงผงพิษทันทีเมื่อเขากลับไปถึงบ้าน

“เจ้านาย!  ข้ารู้สึกเหมือนว่าเคลย์คล้ายกับพี่น้องที่ยืนเคียงข้างท่าน ท่านจะฆ่าเขาจริงๆ หรือ?” บีบีกระซิบ

ลินลี่ย์ขมวดคิ้วมองดูบีบี

“บีบี!  เคลย์เป็นกษัตริย์ปกครองราชอาณาจักร  ตราบใดที่เขายังมีสมองอยู่บ้าง เขาจะสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับข้าเป็นธรรมดา  เขาแสดงความเป็นมิตรและทำดีกับข้า ก็เพราะสถานะและศักยภาพของข้า  ถ้าข้าไม่มีศักยภาพ อย่างนั้นเคลย์อาจจะไม่ให้ความสนใจข้าเลยด้วยซ้ำ  บางทีถ้าข้ามีภรรยาที่งดงาม  เขาอาจจะชิงไปเป็นสมบัติตนเองก็ได้  เหมือนที่ทำกับเมอร์ริท”

ลินลี่ย์เข้าใจเคลย์อย่างเห็นได้ชัด

ความจริง คนอย่างเคลย์อำมหิตไร้ความปราณี  แต่เขาก็นับได้ว่าเป็นกษัตริย์ที่ประสบความสำเร็จ อย่างน้อย เขาสามารถแยกแยะระหว่างเสนาบดีผู้มีความสามารถและไร้ความสามารถออกจากกันได้

“ความจริง ข้ายังเริ่มสงสัยว่าในอดีต เคลย์เห็นท่านแม่ข้างดงามจึงต้องการลักพาตัวไปเพื่อตัวเอง” เมื่อเห็นวินด์เซอร์ ลินลี่ย์คิดถึงความเป็นไปได้นี้

เกี่ยวกับนิสัยของเคลย์ เรื่องนี้มิใช่ว่าเป็นไปไม่ได้

“บีบี! บอกข้าซิว่า ข้าจะยอมไว้ชีวิตเคลย์ได้อย่างไร?” ลินลี่ย์จ้องบีบี แค่คิดถึงความเป็นไปได้เช่นนั้นก็ทำให้ความต้องการฆ่าของลินลี่ย์พรั่งพรูเต็มหัวใจ

บางทีเพราะมันรู้สึกได้ถึงความต้องการฆ่าเคลย์ของลินลี่ย์  บีบีพูดทันที “ฆ่าเขา, ฆ่าเขา  ข้าบีบีจะเป็นคนแรกที่จัดการเขา” บีบียกอุ้งเท้าหน้าตะกุยลมไปมาพร้อมกับแยกเขี้ยว เพื่อแสดงให้ลินลี่ย์เห็นว่ามันก็รู้สึกเกลียดชังเคลย์เหมือนกัน

“เจ้าไม่จำเป็นต้องออกตัวหรอก หลังจากพบเบาะแสเกี่ยวกับท่านแม่แล้ว ข้าจะเป็นคนแรกที่ลงมือ” ลินลี่ย์กล่าวเย็นชา

ภายในห้องลับคฤหาสน์ของลินลี่ย์ ภายใต้โคมสิบแปดดวงส่องสว่างไสวไปทั้งห้อง  ลินลี่ย์ปรุงผงพิษสลายโลหิตอย่างระมัดระวัง

ขั้นตอนในการปรุงพิษมีความซับซ้อนมาก แต่ละขั้นตอนต้องระมัดระวังรอบคอบเป็นพิเศษ

หากมีข้อผิดพลาดแม้แต่เพียงเล็กน้อย ส่วนผสมก็อาจสูญเสียเปล่าก็เป็นได้

ตอนนี้ บนโต๊ะภายในห้องลับ มีอุปกรณ์เครื่องมือของนักเล่นแร่แปรธาตุและส่วนผสมทั้งแปด  ทั้งหมดถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กน้อยจำนวนมาก

“ฉับ ฉับ”

ลินลี่ย์กรองน้ำสมุนไพรออกจากหม้อกรอง จากนั้นใส่น้ำที่คั้นไว้ในหม้อต้มใบใหม่และเริ่มต้ม ขณะเดียวกันลินลี่ย์ก็เริ่มเพิ่มส่วนผสมที่เหลืออีกสามอย่างเพื่อผสมเข้าด้วยกัน

“เพื่อไม่ให้เก็บของผิด  ข้าควรใส่หญ้าใจฟ้า จากนั้นก็ขมิ้นแล้วตามด้วยเม็ดกระวาน”

เมื่อลินลี่ย์จ้องมองหม้อปรุงยา  เขาทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการนี้ มองดูว่าจะมีผลตอบสนองเช่นไร แต่ละขั้นตอนจะต้องแม่นยำไม่ผิดพลาด

ผ่านไปตลอดทั้งคืน

“ในที่สุดก็ได้น้ำยาที่สมบูรณ์จนได้”  ลินลี่ย์จ้องเขม็งดูของเหลวใสปริมาณน้อยในหม้อต้มยา ที่ไหลลงในถาดสีขาว

“ของเหลวโปร่งใสนี้ใสเหมือนกับน้ำแยกความแตกต่างไม่ออกเลยจริงๆ” ลินลี่ย์ถอนหายใจอย่างตื่นเต้น

ตามพื้นฐานคำแนะนำในการปรุงผงพิษสลายโลหิต ของเหลวขั้นตอนสุดท้ายนับได้ว่าเป็นพิษสลายโลหิตรูปแบบหนึ่ง  อย่างไรก็ตามขอเพียงทำให้มันเหือดแห้งจนเหลือแต่ผง ถึงจะนับได้ว่าเป็นพิษระดับสุดยอด

ตอนนี้ ของเหลวชุดนี้ผ่านการต้มมาครั้งหนึ่งแล้ว และมีน้ำเหลืออยู่ภายในไม่มากนัก  ส่วนใหญ่ภายในเวลาสิบวันก็จะเหือดแห้งไปหมดเหลือแต่ผงพิษสลายโลหิต

“น้ำยานี้ถือว่าเป็นความสำเร็จชุดแรก  พรุ่งนี้ข้าจะปรุงชุดที่สอง”  ลินลี่ย์ระมัดระวังมาก

เขาไม่กล้าใช้วัสดุทั้งหมดในการปรุงรวดเดียว  ที่สำคัญคือ ถ้าเขาล้มเหลว ก็นับว่าเป็นหายนะ แต่โดยวิธีแบ่งวัสดุและใช้ความพยายามทำหลายครั้ง  อย่างน้อยผิดพลาดครั้งเดียวก็ไม่ถึงกับเสียหาย

ความจริงผงพิษที่ปรุงออกมาก็น่าจะพอแล้ว  แต่เพื่อความระมัดระวัง ลินลี่ย์ตัดสินใจเตรียมยาไว้หลายชุด

สิ้นเดือนพฤศจิกายน ปี 9999 ตามปฏิทินยูลาน

ลินลี่ย์ปรุงพิษสลายโลหิตไว้หกชุด โดยลินลี่ย์ปรุงได้สำเร็จและผลิตออกมาในสภาพผงพิษ  แค่มองดูเฉยๆ จะเห็นเป็นผลึกโปร่งแสง ยากจะนึกภาพออกว่ามันมีพลังอำนาจทำลายนักรบระดับเก้าได้

“เฮ้อ,  แม้ว่าเราต้องใช้ส่วนผสมของเราจนหมดสิ้น ผงพิษหกชุดนี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว”  เมื่อมองดูผงพิษทั้งหกชุดบนโต๊ะของเขา ลินลี่ย์ถอนหายใจเฮือก

เพื่อให้ได้ผงพิษสลายโลหิตมา ลินลี่ย์ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักหน่วง และตอนนี้ เขาทำได้สำเร็จแล้ว

“ตอนนี้ สิ่งเดียวที่เรายังขาดก็คือโอกาสที่เราจะใช้กับเคลย์”  ลินลี่ย์อดไม่ได้ที่จะเริ่มไตร่ตรองหาวิธีใช้ยาพิษกับเคลย์และจับเขาโดยไม่มีผู้ใดสงสัยว่าลินลี่ย์เป็นคนทำ

จบบทที่ ตอนที่ 6-25 ผลิตผงพิษ

คัดลอกลิงก์แล้ว