เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6-11 จอมบงการหลังม่าน

ตอนที่ 6-11 จอมบงการหลังม่าน

ตอนที่ 6-11 จอมบงการหลังม่าน


ทั่วร่างกายของลินลี่ย์ถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำบริเวณข้อศอกและหัวเข่าปรากฏหนามแหลมคมสีดำยื่นออกมาทั่วแผ่นหลังของเขาก็มีหนามแหลมแบบเดียวกันนี้เรียงเป็นแถวตามแนวกระดูกสันหลังนัยน์ตาของลินลี่ย์เปลี่ยนเป็นสีทองเข้มทอประกายความเย็นชาสร้างความหวาดหวั่นแก่ดยุคแพตเตอร์สันยิ่งนัก

“เจ้าคือ..เจ้าคือใครกันแน่?” ดยุคแพตเตอร์สันกลัวจนหน้าซีดเผือด ขณะกล่าวอย่างตะกุกตะกัก

ตัวประหลาดเบื้องหน้าเขาเป็นตัวอะไรกันแน่?

“ข้าเป็นใครงั้นหรือ” ลินลี่ย์พูดพร้อมจ้องไปยังดยุคแพตเตอร์สันอย่างเย็นชา

กร๊อบ กร๊อบ เสียงกระดูกถูกบดดังออกมาจากร่างแพตเตอร์สัน เมื่อลินลี่ย์เพิ่มแรงที่หางซึ่งกำลังรัดร่างแพตเตอร์สันอยู่ให้มากขึ้นไม่ว่าแพตเตอร์สันจะพยายามดิ้นรนอย่างไรก็ดิ้นไม่หลุด

ความเจ็บปวดเริ่มแผ่ขยายจากแขนทั้งสองข้างลามไปทั่วทั้งร่างของเขา

“เจ้ามาจากดินแดนอื่นอย่างนั้นหรอ” แววตาของแพตเตอร์สันเต็มไปด้วยความขลาดกลัวจากรูปลักษณ์ของลินลี่ย์ ณ ตอนนี้ มีเพียงชนต่างเผ่าพันธุ์จากดินแดนอื่นเท่านั้นที่จะสามารถทำในสิ่งที่ลินลี่ย์เพิ่งกระทำได้“ลินลี่ย์ ข้าขอร้องท่าน ได้โปรดไว้ชีวิตข้าเถอะข้าจะไม่เผยความลับของท่านให้ใครรู้แน่นอน”

แพตเตอร์สันสูญเสียความเยือกเย็น ชะงักงันทันที เพียงแค่ถูกลินลี่ย์จ้อง

“ไว้ชีวิตเจ้า?” รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนหน้าลินลี่ย์“นั่นคงเป็นไปไม่ได้ แต่ข้ามีบางเรื่องอยากถามเจ้า เมื่อประมาณ 12-13 ปีก่อนเจ้าได้ส่งคนไปลักพาตัวสตรีคนหนึ่งมาใช่หรือไม่”

แพตเตอร์สันสะดุ้งเฮือก

เขาพยายามนึกถึงเรื่องราวเมื่อ12-13ปีก่อน แต่เวลาก็ผ่านมาตั้ง 12-13ปีแล้วมันนานมากเกินไป “ลินลี่ย์ ไม่สิ ใต้เท้าลินลี่ย์ ข้า..ข้านึกไม่ออก”

“เวลาผ่านมานานเหลือเกินและตลอดเวลาที่ผ่านมาข้ามักจะส่งคนไปนำตัวสตรีที่ข้าถูกใจมาที่ปราสาทเสมอข้าไม่แน่ใจว่าท่านกำลังพูดถึงสตรีคนใด”

รังสีอำมหิตของลินลี่ย์เพิ่มสูงขึ้น

นี่เจ้าแพตเตอร์สันลักพาตัวสตรีบ่อยจนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วงั้นรึ?

จากหน้าตาของลินลี่ย์ แพตเตอร์สันไม่สามารถบอกได้เลยว่าลินลี่ย์กำลังคิดอะไรอยู่การอยู่ในร่างมังกรแปลงเต็มตัวทำให้ลินลี่ย์ดูเย็นชา ไร้อารมณ์ และน่าเกรงขาม

“สตรีนางนั้นเพิ่งให้กำเนิดบุตรได้ไม่นานนางโดนลักพาตัวไปขณะเดินกลับโรงแรมหลังจากการอธิษฐานขอพรที่วิหารเจิดจรัสเสร็จแล้ว”ลินลี่ย์ยังคงจ้องมองแพตเตอร์สันด้วยสายตาเย็นชาเขาไม่ได้เพิ่มเสียงให้ดังขึ้นเลยแม้แต่น้อย

ได้ยินที่ลินลี่ย์กล่าว แพตเตอร์สันตัวแข็งทื่อ จากนั้นก็มองไปยังลินลี่ย์ด้วยความประหลาดใจ

“นึกออกแล้วสินะ”

แน่นอนเขาย่อมจำได้ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเคยลักพาสตรีที่เพิ่งคลอดบุตรได้ไม่นานเพียง 2 ครั้งเท่านั้นเขาจึงจำได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเมื่อ 13 ปีก่อนครั้งนั้นเขาถูกย้ำเตือนให้เปิดเผยร่องรอยให้น้อยที่สุดจากผู้ที่สั่งให้เขาลงมือ

“ข้าจำไม่ได้แล้วจริงๆ” แพตเตอร์สันกล่าวอย่างหวาดกลัว  “ใต้เท้าลินลี่ย์ ข้าขอร้องท่านได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด ข้าไม่รู้เรื่องที่ท่านพูดมาจริงๆต้องมีการเข้าใจผิดเป็นแน่”

ตาของลินลี่ย์เกิดประกายวาบขึ้นมา

“เจ้าอยากตายอย่างนั้นหรือ” ลินลี่ย์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชากว่าเดิม

“อ๊ากกกกกกก” แพตเตอร์สันร้องเมื่อหางของลินลี่ย์เพิ่มแรงบีบรัดมากกว่าเดิมเสียงกระดูกใกล้จะแตกหักทำให้เขาใจสั่นระรัว แต่ลินลี่ย์ยังคงมองอย่างเย็นชา

“กร๊อบบบ”   “อ๊ากกกก”เสียงบดกระดูกจนใกล้หักใครได้ยินคงใจสั่นสะท้าน

แต่ลินลี่ย์ยังคงจ้องดูแพตเตอร์สันอย่างเย็นชา

“กร๊อบ”

“อ๊าคคค!”

เสียงกระดูกหักผสมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความทรมานดังออกมาจากแพตเตอร์สันกระดูกแขนซ้ายของเขาถูกบดละเอียดจากแรงบีบรัด

“ไม่เลว” ริมฝีปากลินลี่ย์กระตุกเล็กน้อยขณะที่มุมปากของเขายกขึ้นราวกับกำลังยิ้ม

แต่แพตเตอร์สันกลับไม่ได้มองว่านั่นเป็นรอยยิ้ม เมื่ออยู่ในสภาวะร่างมังกรแปลงมุมปากที่กำลังยกขึ้นอยู่นั้นกลับทำให้เขายิ่งดูน่าสยดสยองกว่าเดิม

“หืม เจ้าเองก็รู้นี่ว่าอวัยวะใดที่ต้องปกป้องไว้ลมปราณส่วนใหญ่ของเจ้าถูกใช้เพื่อปกป้องอวัยวะสำคัญเอาไว้เหลือเอาไว้ปกป้องแขนเพียงเล็กน้อย มันก็จริงที่ว่าแขนหักไปสักข้างย่อมไม่ทำให้เจ้าถึงตาย แต่หากอวัยวะสำคัญถูกทำลายเจ้าย่อมไม่อาจรักษาชีวิตไว้ได้” ลินลี่ย์พูดอย่างใจเย็น

แพตเตอร์สันคอแห้งผาก

เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าลินลี่ย์จะมีด้านที่น่ากลัวเช่นนี้

“ตอนนี้ เจ้านึกออกรึยัง” ลินลี่ย์ถามอีกครั้ง

แพตเตอร์สันกำลังจะตอบคำถาม แต่เมื่อคิดถึงบทลงโทษที่เขาจะต้องเผชิญหากเขาตอบก็ได้แต่ปิดปากเงียบขณะที่ใจสั่นกลัวสีหน้าของเขาชวนสงสาร เขาร้องออกมาอย่างอนาถใจว่า “ใต้เท้าลินลี่ย์ ข้าขอร้องท่านได้โปรดอย่าได้ทรมานข้าอีกเลย ข้าไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ ถึงแม้ท่านจะฆ่าข้าข้าก็ยังขอยืนยันว่าข้าไม่รู้เรื่องนี้”

เขาเชื่อว่าในเมื่อเรื่องราวผ่านมาถึง13 ปีแล้ว ลินลี่ย์ในสมัยนั้นยังเด็กมากเกินไปไม่มีทางเลยที่ลินลี่ย์จะล่วงรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้อย่างแม่นยำ

เขาสันนิษฐานว่าตัวลินลี่ย์เองน่าจะได้ยินรายละเอียดมาคร่าวๆและไม่แน่ใจในเรื่องราวนักตราบใดที่เขายังยืนยันปฏิเสธ ไม่แน่ว่าลินลี่ย์อาจจะเชื่อเขา

“ใต้เท้าลินลี่ย์ หากข้ารู้ข้าก็คงบอกท่านไปนานแล้วเพื่อจะได้หลุดพ้นจากความทรมานนี้ ใต้เท้าลินลี่ย์ข้าขอร้องล่ะ ได้โปรดตรวจสอบเรื่องราวนี้ใหม่โดยละเอียดอีกครั้งเถอะ”หยาดน้ำตาไหลรินจากตาแพตเตอร์สัน เขาแสดงสีหน้าอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร หากว่าลินลี่ย์ไม่ได้อ่านจดหมายของพ่อเขาเขาคงเกิดความลังเลใจ

เมื่อจ้องมองไปยังแพตเตอร์สัน ริมฝีปากลินลี่ย์แสยะยิ้มกว้างกว่าเดิม

แพตเตอร์สันเห็นดังนั้น จึงเริ่มมีความหวังและผ่อนคลายมากขึ้น

“ดี ดีมาก” ทันใดนั้นเองหางของลินลี่ย์ที่ยังรัดร่างของแพตเตอร์สันไว้ก็สะบัดขึ้นยกร่างแพตเตอร์สันขึ้นแล้วฟาดลงมากระแทกพื้นหินอย่างแรง  ยังดีที่เอาเท้าลง ไม่ได้เอาหัวลง

ลินลี่ย์ออกแรงใช้หางมังกรของเขาอย่างเต็มที่

ฝ่าเท้าของแพตเตอร์สันกระแทกพื้นหินเต็มแรง

“กร๊อบ”

เสียงกระดูกหักผสมผสานกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น

เข่าซ้ายของแพตเตอร์สันปรากฏให้เห็นแง่งกระดูกสีขาวทะลุผิวหนังและกางเกงออกมาภายนอกเข่าขวาของเขากลับแย่ยิ่งกว่า มันทิ้งตัวอยู่อย่างแน่นิ่งบนพื้นขณะที่กางเกงบริเวณข้อเท้าเต็มไปด้วยรอยเลือด

“อ๊ากกกกกกกกก” แพตเตอร์สันร้องโหยหวนไม่หยุด

ความเจ็บปวดในครั้งนี้กำลังทำให้เขาทรมานราวกับกำลังจะตายอย่างไรก็ตามลมปราณของเขายังคงปกป้องอวัยวะสำคัญจากอันตรายเอาไว้ได้เขาจึงยังไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

“ปีศาจชัดๆ” แพตเตอร์สันเอาแต่ก่นด่าสาปแช่งลินลี่ย์อยู่ในใจ  เขาตระหนักดีถึงพลังอำนาจที่ลินลี่ย์ครอบครองเมื่อเทียบกับตัวเขาที่อยู่ในนักรบขั้น 7อย่างมากเขาทำได้ก็แค่เพียงป้องกันอันตรายเฉพาะส่วนสำคัญภายในเท่านั้น

เขายังไม่อยากตาย

ขาพิการงั้นหรอ?

ไม่ใช่ปัญหา ขอเพียงมีเงินมากพอ เขาย่อมสามารถเชิญจอมเวทขั้นที่ 9 จากวิหารเจิดจรัสมาให้ใช้‘บทเพลงแห่งชีวิต’เพื่อรักษาเขาได้ ตราบใดที่เขายังไม่พร้อมที่จะตายไม่ว่าบาดแผลจะร้ายแรงเพียงใด ก็สามารถรักษาได้!

“จำได้แล้วหรือไม่? หญิงนางนั้นที่เจ้าสั่งให้ลักพาตัว” น้ำเสียงของลินลี่ย์ยังคงสงบอยู่

แต่กลับยิ่งทำให้แพตเตอร์สันกลัว

“ข้าจำได้ ข้าจำได้แล้ว” เม็ดเหงื่อซึมออกมาบนใบหน้าแพตเตอร์สันไม่ใช่จากความเจ็บปวด แต่เป็นความกลัว

แพตเตอร์สันรู้ดีว่าที่ด้านนอกคงไม่มีผู้ใดได้ยินว่าเกิดอะไรขึ้นภายในห้องลับใต้ดินที่เขาอยู่นี้ไม่ว่าเขาจะกรีดร้องดังแค่ไหน และถึงแม้จะมีคนอยู่ด้านนอกต่อให้ยืนอยู่ใกล้จนแนบชิดประตูหินก็ยังอาจได้ยินเสียงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แต่..จะมีผู้ใดอยู่ในบริเวณหน้าห้องลับนี้แล้วบังเอิญแนบหูฟังที่ประตูอยู่อย่างพอดิบพอดีเขารู้ดีว่า

นั่นเป็นไปไม่ได้ ไม่มีใครสามารถช่วยเขาได้ต่อให้เขาร้องดังขนาดไหน

“หากเจ้ายอมรับเร็วกว่านี้ ก็คงไม่ต้องเจ็บตัวเช่นนี้ ทีนี้จงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด”

แพตเตอร์สันพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว “ใต้เท้าลินลี่ย์ ในปีนั้นหญิงสาวนางนั้นงดงามเป็นอย่างมาก ข้าถูกสะกดด้วยความงามของนางจึงคิดแผนร้ายในการลักพาตัวนางมาที่พักของข้าเพื่อร่วมหลับนอนกับนาง แต่ผิดคาดนางกลับดื้อรั้นกว่าที่ข้าคิดไว้มาก สุดท้ายนางฆ่าตัวตายโดยการโขกหัวกับผนังหิน”

เขาพูดอย่างตะกุกตะกัก แพตเตอร์สันมองดูลินลี่ย์

ในความเห็นของแพตเตอร์สันนั้นเห็นว่ามีคนไม่กี่คนที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจริงกับสตรีผู้นั้น  ลินลี่ย์คงไม่ได้เบาะแสใดๆ

“เจ้ายังคงโกหก!!”

ในที่สุดลินลี่ย์ก็เริ่มเกิดโทสะ ดวงตาของลินลี่ย์คล้ายกับเปลี่ยนเป็นสีแดงเขาตวัดหางดึงแพตเตอร์สันเข้ามาใกล้ตัว จ้องเข้าไปยังนัยน์ตาของแพตเตอร์สัน

เมื่ออยู่ต่อหน้าลินลี่ย์ที่อยู่ในรูปลักษณ์ของนักรบมังกรที่เต็มไปด้วยเกล็ดสีดำและเขามังกรบนหน้าผาก  แพตเตอร์สันได้แต่หวาดหวั่น

“ข้าไม่ได้โกหกท่านนะ” แพตเตอร์สันกล่าวอย่างลนลาน

ฝ่ามือของลินลี่ย์ที่บัดนี้กลายเป็นกรงเล็บตวัดเข้าที่ใบหน้าของแพตเตอร์สันอย่างแรง

"แควก!" ชิ้นเนื้อทั้ง 5 ชิ้นฉีกขาดออกจากใบหน้า เลือดไหลเป็นสายแต่เนื่องจากลินลี่ย์ไม่ต้องการจะสังหารแพตเตอร์สันไม่อย่างนั้นเขาคงจะบดขยี้สมองของแพตเตอร์สันด้วยการโจมตีนี้แล้ว

"โอ๊ย..โอ๊ย...โอ๊ย"ความเจ็บปวดในครั้งนี้มีมากจนเขาไม่อาจบรรยายได้

ลินลี่ย์จ้องแพตเตอร์สันอย่างเย็นชา  “ฟังนะแพตเตอร์สัน ข้ารู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดีเจ้าควรเลิกพูดโกหกกับข้าได้แล้วไม่เช่นนั้นเจ้าจะไม่ได้เจอเพียงแค่กรงเล็บเมื่อครู่นี้หรอก ข้าจะบอกให้รู้ไว้หญิงที่เจ้าลักพาตัวคนนั้น คือมารดาของข้า!”

“...มารดา” แพตเตอร์สันได้แต่นิ่งงัน ลืมแม้กระทั่งความเจ็บปวด

“ข้าพยายามสืบค้นหาเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาตลอดชีวิตข้าจงพูดความจริงมาไม่อย่างนั้น...อย่าหวังว่าข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”  ลินลี่ย์กล่าวอย่างเยือกเย็น

อันที่จริง ไม่ว่าแพตเตอร์สันจะพูดอะไร ลินลี่ย์ก็ไม่คิดจะไว้ชีวิตเขาอยู่แล้ว

เพราะแพตเตอร์สันยังไม่รู้ว่าชายที่เขาส่งลูกน้องออกไปไล่ล่าจนเสียชีวิตคือบิดาของลินลี่ย์หากเขารู้เรื่องนี้ก็คงไม่ยอมบอกความจริงออกมาง่ายๆ

“บอกข้ามา เจ้าส่งตัวมารดาข้าให้กับผู้ใด”

“เจ้ารู้?” ใบหน้าแพตเตอร์สันซีดลงทันที

ลินลี่ย์รู้กระทั่งว่าเขาส่งตัวนางให้กับผู้อื่นงั้นหรือ

“บอกชื่อของเขามา แต่อย่าได้บังอาจพูดโกหกกับข้าถ้าข้ารู้ว่าที่เจ้าพูดไม่ใช่ความจริง ข้าจะทำให้ชีวิตเจ้ามีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย” ลินลี่ย์กลับมาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบอีกครั้ง

แพตเตอร์สันลังเลอยู่ชั่วขณะ

“ข้าบอกไป เจ้าก็ทำอะไรชายผู้นั้นไม่ได้หรอก” แพตเตอร์สันพูดเสียงต่ำ

“เจ้าคิดอย่างนั้นรึ ฟังนะแพตเตอร์สัน ที่เจ้าต้องทำคือบอกข้ามาว่าเขาเป็นใครข้าจะสามารถแก้แค้นได้หรือไม่นั้นไม่เกี่ยวกับเจ้าเจ้าคิดหรือว่านี่คือความสามารถทั้งหมดของข้าแล้ว”

ได้ยินเช่นนั้น แพตเตอร์สันก็แอบเห็นด้วยในใจ

‘ลินลี่ย์’ ที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นน่าหวั่นเกรงจนเกินไป เพียงแค่ความสามารถของลินลี่ย์ที่คนทั่วไปรู้ก็นับว่าเขาเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งได้แล้วแต่ลินลี่ย์ ณ ตอนนี้ เขามั่นใจว่าในด้านพละกำลังนั้นเลยนักรบขั้นที่ 7 ไปมากแล้วเขาไม่อาจขัดขืนต่อพละกำลังนั้นได้แม้แต่น้อย

แพตเตอร์สันเริ่มไตร่ตรองในใจ

ลินลี่ย์ไม่ได้เร่งเขา เพียงแต่จับจ้องไปยังแพตเตอร์สัน

หลังจากที่คิดคำนวณอยู่นาน แพตเตอร์สันขบฟันขณะมองมายังลินลี่ย์ “ลินลี่ย์ข้าจะบอกว่าเขาคือใคร แต่เจ้าต้องรับปากว่าจะไม่ให้ใครรู้ว่าเจ้าได้ยินเรื่องนี้มาจากข้าและเจ้าต้องสัญญาว่าจะไว้ชีวิตข้า”

ใบหน้าของลินลี่ย์ยังคงไว้ด้วยความเยือกเย็น “ได้ ข้ารับปากเจ้าว่าจะไม่บอกใครและสัญญาจะไม่ฆ่าเจ้า”

สิ้นคำพูดของลินลี่ย์ แพตเตอร์สันลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

“เมื่อราวๆ 12 ปีก่อน พวกเราในฐานะสมาชิกของราชวงศ์เฟนไลได้ไปเยี่ยมชมวิหารเจิดจรัสตอนนั้นเองที่พวกเราได้พบกับมารดาเจ้า หลังจากนั้นข้าได้ส่งคนไปลักพาตัวนางมา”แพตเตอร์กล่าวต่อทันทีว่า “แต่นั่นไม่ใช่ความตั้งใจของข้าเพียงผู้เดียวข้าถูกสั่งมาจากคนอื่นอีกที”

“ใคร” ลินลี่ย์ถาม

แพตเตอร์สันเหลือบมองลินลี่ย์ เขากล่าวออกมาอย่างช้าๆว่า “คำสั่งนั่นมาจากพี่ชายของข้าเองราชาองค์ปัจจุบันของอาณาจักรเฟนไล ราชาเคลย์

“เคลย์?” ลินลี่ย์ตื่นตระหนก

ความภาคภูมิแห่งอาณาจักรเฟนไล ราชสีห์ทองคำ ‘เคลย์’ นักรบขั้นที่ 9คนนั้นน่ะรึ?

“ใช่ เคลย์นั่นแหละ” แพตเตอร์สันกล่าวอย่างมั่นใจ“ข้ารู้แค่เคลย์ประเมินค่ามารดาเจ้าไว้สูงมาก เขากำชับข้า ไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามบอกใครเกี่ยวกับเรื่องมารดาของเจ้าเป็นอันขาดไม่อย่างนั้น เขาจะฆ่าข้า”

ลินลี่ย์มองดูแพตเตอร์สัน

“เขาน่าจะพูดความจริง” เสียงเดลิน โคเวิร์ทดังขึ้นในหัวของลินลี่ย์“ข้าเห็นความสั่นสะเทือนในจิตวิญญาณของเขา

ลินลี่ย์ได้ข้อสรุปแล้ว

แพตเตอร์สันมองลินลี่ย์ด้วยสายตาอ้อนวอน “ลินลี่ย์เจ้าจะไว้ชีวิตข้าใช่หรือไม่ข้ารับปากว่าจะไม่หลุดปากเรื่องในวันนี้ไม่ว่าจะกับใครแม้แต่คำเดียว”

“แน่นอน ข้าย่อมรักษาสัญญา” ลินลี่ย์คลายหางมังกรที่รวบตัวแพตเตอร์สัน

ร่างของแพตเตอร์สันร่วงหล่นลงบนพื้น สีหน้ายินดีปรากฏบนใบหน้าของเขา เขามองลินลี่ย์ด้วยแววตาซาบซึ้ง

ในตอนนั้นเอง เงาสีดำผาดผ่านไปรวดเร็ว

"กร้วม "

เจ้าบีบีพุ่งเข้าไปกัดลงที่คอของแพตเตอร์สันแพตเตอร์สันเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวมายังบีบีเขาเพิ่งรู้สึกก้าวพ้นจากประตูแห่งความตายมาได้แต่บัดนี้ก็เหมือนกับได้ตกลงไปยังประตูบานที่สองแพตเตอร์สันจำเจ้าหนูเงาตัวนี้ได้เป็นอย่างดี มันมักจะอยู่บนไหล่ของลินลี่ย์เสมอ

แพตเตอร์สันจ้องลินลี่ย์ด้วยสายตาคาดไม่ถึง

“ข้าบอกว่า ข้าจะไม่ฆ่าเจ้าก็จริง แต่อสูรเวทของข้านั้นไม่ได้ถูกนับรวมไปด้วย”ลินลี่ย์จ้องแพตเตอร์สันที่ตอนนี้กำลังมีเลือดไหลท่วมบริเวณลำคออย่างเย็นชา“ข้าจะบอกอะไรให้เจ้าฟังอีกอย่าง เมื่อหลายเดือนก่อนมีชายคนหนึ่งแอบลักลอบเข้าไปยังคฤหาสน์ของเจ้าเจ้าได้ส่งคนตามล่าจนกระทั่งเขาถูกสังหารในที่สุด ชายคนนั้น...คือบิดาของข้า!”

จบบทที่ ตอนที่ 6-11 จอมบงการหลังม่าน

คัดลอกลิงก์แล้ว