เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6-4 สนทนายามราตรี

ตอนที่ 6-4 สนทนายามราตรี

ตอนที่ 6-4 สนทนายามราตรี


"แพตเตอร์สัน!"

ลินลี่ย์แอบพูดชื่อนี้กับตัวเอง 11ปีก่อนมารดาของเขาถูกพาตัวไปโดยคนของแพตเตอร์สัน และบัดนี้ 11ปีให้หลังในระหว่างสืบหาที่อยู่ของมารดาเขาบิดาของเขาก็ได้รับบาดเจ็บและถูกฆ่าโดยคนของแพตเตอร์สันอีกเช่นกัน ช่วงเวลาของการสืบสวนเบาะแสของแม่ของเขา

รังสีฆ่าฟันที่ถูกซ่อนไว้เหมือนลาวาใต้ภูเขาไฟที่รอวันปะทุอยู่ในส่วนลึกของจิตใจลินลี่ย์แต่วันหนึ่งมันจะระเบิดออกมา

"นายท่าน ให้ข้าฆ่าเจ้าแพตเตอสันนี่เพื่อท่านเถอะ"เจ้าหนูเงาตัวน้อยพูดทางจิตขณะที่คุกเข่าด้านข้างลินลี่ย์

"อย่าขยับ" ลินลี่ย์ตะโกนตอบกลับทางจิต

ลินลี่ย์ยังคงคุกเข่าต่อไปภายในห้องโถงใหญ่ในขณะที่ขุนนางคนแล้วคนเล่าเข้ามาแสดงความเคารพต่อบิดาของลินลี่ย์

……

งานจัดเลี้ยงในวันนั้น ลินลี่ย์ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยเขายังคงคุกเข่าภายในห้องโถง ดำเนินพิธีกรรมกตัญญูไว้ทุกข์ต่อไป

ในที่สุดขุนนางส่วนใหญ่ก็เดินทางจากเมืองอู่ซันไปในช่วงบ่าย รีบเดินทางกลับไปยังเมืองเฟนไลแต่ยังมีบางคนที่ยังคงรั้งอยู่ที่เมืองอู่ซัน

อย่างคาร์ดินัลกิลเยโม หรือแม้แต่ดีเลีย

…..

พิธีกรรมกตัญญูไว้ทุกข์ต้องดำเนินไปทั้งหมด 7 วัน

คืนนั้น ลินลี่ย์กินอาหารเท่าที่มีไปบางส่วนแล้วกลับไปที่ห้องนอนของเขาเตรียมเริ่มการฝึกฝนของเขาต่อ

"ลินลี่ย์ เจ้าวางแผนจะล้างแค้นให้บิดาเจ้าหรือไม่?" เดลิน โคเวิร์ทในชุดคลุมสีขาวปรากฏตัวขึ้นด้านข้างเขา

ลินลี่ย์ชำเลืองมองเดลิน โคเวิร์ท "ท่านปู่เดลินข้าต้องล้างแค้นให้ท่านพ่อแน่นอนอยู่แล้วถึงแม้ข้าจะรู้แล้วว่าดยุคแพตเตอร์สันเป็นคนส่งนักฆ่ามาไล่ตามฆ่าท่านพ่อแต่นอกจากล้างแค้นแล้ว ข้ายังจำเป็นต้องสืบหาความจริงที่เกิดขึ้นกับท่านแม่และหาว่านางยังมีชีวิตอยู่หรือไม่"

ฆ่าแพตเตอร์สันนั้นไม่ยาก

แต่การฆ่าเขาโดยไม่ให้ผู้ใดรู้นั้นยากกว่า อย่างไรก็ตามหลังจากฆ่าแพตเตอสันแล้ว ลินลี่ย์ยังจำเป็นต้องตามหามารดาของเขา

เดลิน โคเวิร์ทพยักหน้าเล็กน้อย "มันเป็นปัญหาส่วนตัวของเจ้าเจ้าตัดสินใจด้วยตัวเองเถอะ ข้าแค่หวังว่าเจ้าจะไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม ไม่ว่ายังไงเจ้าในตอนนี้นั้นยังอ่อนแออยู่ เทียบกับจอมยุทธชั้นยอดแล้วอย่าว่าแต่แพตเตอร์สันเลย...แค่ทหารของเขาเจ้ายังไม่อาจจัดการได้เลย"

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย

แพตเตอร์สันเป็นน้องชายของเคลย์ ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาย่อมมีไม่น้อย

"ข้าคาดว่าภายในหนึ่งปี ข้าควรจะเลื่อนเป็นนักรบระดับ 7 ข้าไม่อาจเสียเวลาไปมากกว่านี้"ลินลี่ย์นั่งขัดสมาธิบนพื้นโคจรลมปราณนักรบเลือดมังกรไปทั่วร่างอีกครั้งกระดูกและกล้ามเนื้อของเขาเริ่มสั่น

ลินลี่ย์รู้สึกว่ากล้ามเนื้อและกระดูกเขาค่อยๆมีพลังเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆขณะเดียวกันเซลนักรบเลือดมังกรเริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกันกับกระดูกและกล้ามเนื้อของเขาความแข็งแกร่งและความอดทนของพวกมันกำลังเพิ่มมากขึ้น

เมื่อเริ่มต้นการฝึกฝนตามคัมภีร์ลับเลือดมังกรครั้งแรกแล้วความก้าวหน้าของการฝึกฝนนั้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ในสภาวะที่การฝึกฝนดำเนินไปนี้ทำให้ลินลี่ย์ลืมวันเวลาไปเลยทีเดียว

ราวๆ 5 ทุ่มคืนนั้น

"ก๊อก!" "ก๊อก!" "ก๊อก!"

ในเวลาเดียวกันกับเสียงเคาะประตู, เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น "ลินลี่ย์ นี่ดีเลียนะ ข้าเข้าไปได้มั้ย? "

ลินลี่ย์สะดุ้งตื่นจากสภาวะฝึกฝน

"ฟู่ว" ลินลี่ย์ปล่อยลมหายใจออกมายาวกล้ามเนื้อทั้งหมดสั่นและกลับมาเป็นปกติและรวบรวมลมปราณเลือดมังกรทั่วร่างกลับไปรวมกันที่จุดตันเถียนอีกครั้ง ลินลี่ย์มองไปที่ประตูเขาอดคิดในใจไม่ได้ว่า "ดีเลียมีธุระอะไรกับเขากันทำไมถึงได้มาที่นี่เพื่อพูดคุยกับข้ากลางดึกเช่นนี้?"

ในขณะที่เขาตั้งคำถามกับตัวเอง ลินลี่ย์ตอบกลับไปว่า "เข้ามา"

ดีเลียผลักประตูเปิดออก และเดินก้าวเข้ามาข้างใน

เมื่อเห็นดีเลียเข้า ตาของลินลี่ย์พลันเปล่งประกายวาบขึ้นมาเวลานี้ผมสีทองของดีเลียถูกมัดรวบเอาไว้ง่ายๆ เป็นพู่ห้อยลงมา ทำให้ชุดสีม่วงของนางดูสง่างามขึ้นมาลินลี่ย์ยอมรับว่า... ดีเลียเป็นสาวงามที่น่าหลงใหลคนหนึ่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางเป็นทายาทสายตรงของตระกูลเลโอนแห่งจักรวรรดิยูลานดีเลียมีกลิ่นอายของชนชั้นสูงซึ่งอลิซเทียบไม่ติด

"ลินลี่ย์ เจ้าสบายดีมั้ย?" ดีเลียถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ขณะที่นางเดินไปหาลินลี่ย์ที่เตียงและนั่งลงนางส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยให้กับลินลี่ย์

ลินลี่ย์อดรู้สึกถึงความอบอุ่นในหัวใจของเขาไม่ได้ เขายิ้มแล้วกล่าวว่า"ข้าไม่เป็นไร"

ดีเลียพยักหน้า "ข้าทราบข่าวว่าบิดาของเจ้าเสียชีวิตตอนอยู่ที่เมืองเฟนไลข้ากังวลเล็กน้อย แต่...เจ้าเป็นคนเข้มแข็งเช่นที่ข้าเคยรู้สึกเสมอจริงๆ"

"ขอบคุณ"

ลินลี่ย์พูดต่อว่า "ดีเลียมีเรื่องเร่งด่วนอันใดที่เจ้าต้องการพูดคุยกับข้ากลางดึกเช่นนี้รึ?"

"เจ้างั่งเอ้ย" เดลิน โคเวิร์ทแอบก่นด่าลินลี่ย์ในใจอยู่ข้างๆเขา

หญิงงามมาหาดึกๆดื่นๆเพื่อมาพูดคุยและปลอบโยนเจ้าแล้วเจ้ายังจะโง่ถามอีกจริงๆหรือว่านางต้องการอะไร?

ดีเลียหัวเราะอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย แต่แล้วนางกลับมาเป็นปกติเช่นเดิม"อะไรกัน หากข้าไม่มีธุระอันใด ข้าไม่อาจมาคุยกับเจ้าได้งั้นหรือ? ข้ารู้จักเจ้าตั้งแต่ปีแรก เราเรียนที่สถาบันเอินส์ด้วยกันเจ้าเห็นข้าเป็นคนอื่นคนไกลตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"

"เอ่อไม่ใช่ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น" ลินลี่ย์ตอบอย่างลนลาน

ดีเลียอดหัวเราะอย่างมีความสุขไม่ได้ แต่แล้วนางก็ถอนหายใจยาวออกมา "ลินลี่ย์ที่จริงมีบางเรื่องที่ข้าอยากคุยกับเจ้าซึ่งเป็นเหตุให้ข้าต้องมาพบเจ้ากลางดึกเช่นนี้"

"ว่ามาเลย" ลินลี่ย์อดที่จะเริ่มคาดเดาเรื่องที่ดีเลียจะพูดอยู่ในใจไม่ได้

ดีเลียพูดอย่างจนหนทาง "ลินลี่ย์ เจ้าน่าจะรู้ว่าปีนี้คือปี 9999ในปฏิทินยูลาน อีกแปดเดือนกว่าๆก็จะขึ้นปี 10000 ของปฏิทินยูลานวันแรกของแต่ละปีผู้คนทั่วทั้งทวีปยูลานจะร่วมจัดงานเฉลิมฉลองของทวีปยูลานงานเฉลิมฉลองครบรอบ 10000 ปีของทวีปยูลานจะยิ่งใหญ่ขนาดที่เจ้าไม่อาจจะจินตนาการได้เลยทีเดียว"

ลินลี่ย์พยักหน้า

แต่ลินลี่ย์ยังไม่เข้าใจว่าทำไมดีเลียถึงพูดเรื่องนี้ออกมา

"แม้ว่าทั่วทั้งทวีปยูลานจะให้ความสำคัญกับงานเทศกาลยูลานเป็นอย่างสูงจักรวรรดิยูลานของเราเองก็ถือว่ามันเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก" ดีเลียพูดต่อ

ลินลี่ย์เข้าใจว่าทำไมจึงเป็นอย่างนั้น จริงๆแล้วปีแรกของปฏิทินยูลานคือปีที่จักรวรรดิยูลานได้รวบรวมแผ่นดินทั่วทวีปเป็นหนึ่งเดียวเป็นเรื่องธรรมดาที่งานเฉลิมฉลองครบรอบ 10000 ปีของทวีปยูลานจะเป็นวันสำคัญอย่างยิ่งของจักรวรรดิยูลาน

"ตระกูลของข้าสั่งมาว่า ข้าจะต้องกลับบ้านเพื่อร่วมฉลองงานเฉลิมฉลองครบรอบ10000 ปีของทวีปยูลาน จักรวรรดิยูลานของเราจะดำเนินการเฉลิมฉลองไปทั่วอาณาจักรเป็นเรื่องปกติ ที่เราซึ่งเป็นทายาทสายตรงของตระกูลเลโอนจะต้องกลับไปมีส่วนร่วม"ดีเลียมองลินลี่ย์ "ลินลี่ย์ จักรวรรดิยูลานนั้นอยู่ไกลจากสหภาพศักดิ์สิทธิ์มากนักการเดินทางไป-กลับจะใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงสองปี พรุ่งนี้ข้าจะต้องออกเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดของข้าแล้ว"

ลินลี่ย์เข้าใจว่าดีเลียพยายามจะบอกอะไร

พูดอีกอย่างคือตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปเขาจะไม่มีโอกาสได้เจอดีเลียอีกอย่างน้อย1-2 ปี

ดีเลียกัดริมฝีปากของนางจ้องมองลินลี่ย์แล้วก็กล่าวว่า "ลินลี่ย์ก่อนข้าจะไป ขอให้ข้ากอดเจ้าสักครั้งได้หรือไม่?"

"กอดเหรอ?" ลินลี่ย์อึ้งเขาจ้องมองดีเลียอย่างงงงวย

ลินลี่ย์รู้ดีว่าดีเลียรู้สึกอย่างไรกับเขาแต่เพราะพวกเขาทั้งสองทำอะไรด้วยกันบ่อยเกินไปนับตั้งแต่ปีแรกที่พวกเขาเข้าศึกษาที่เอินส์ด้วยกันในใจของลินลี่ย์ดีเลียได้กลายเป็นเพื่อนสนิทที่สุด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเรื่องของอลิซหัวใจของลินลี่ย์ได้ถูกปิดตายและเฉยชากับเรื่องนี้ไปแล้ว

มองลึกไปในดวงตาของดีเลีย ลินลี่ย์พยักหน้า

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของดีเลีย และนางอ้าแขนของนางกอดคอลินลี่ย์แล้วดึงตัวเองแนบแน่นไปกับร่างกายของลินลี่ย์ดีเลียแนบแก้มของนางกับแก้มของลินลี่ย์เบาๆด้วย

ลินลี่ย์รู้สึกได้ถึงลมหายใจที่สัมพันธ์กันของพวกเขา...

นอกจากนี้เขายังได้กลิ่นหอมชวนหลงใหลจากดีเลียโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแก้มของพวกเขาสัมผัส เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากผิวของนาง...ทั้งหมดนี้ทำให้ลินลี่ย์รู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ

"ลินลี่ย์ ขอบคุณ" ดีเลียกระซิบข้างหูลินลี่ย์

ลินลี่ย์ไม่ส่งเสียงใดๆออกมา

ดีเลียปล่อยเขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ตาของนางยังคงถูกลินลี่ย์ดึงดูดไว้แต่ดีเลียชะงักการยืนไว้กลางคัน ตาของนางและลินลี่ย์อยู่ห่างกันเพียงสองนิ้ว

ทันใดนั้นดีเลียก้มลง

ริมฝีปากของดีเลียกดลงบนริมฝีปากของลินลี่ย์ ทำให้ลินลี่ย์ถึงกับแข็งเป็นหิน

ดีเลียไม่ปล่อยให้ลินลี่ย์มีโอกาสตอบโต้ใดๆ นางรีบลุกขึ้นยืน มองลินลี่ย์ครั้งสุดท้ายและนางรีบวิ่งออกไปจากห้องนอนของลินลี่ย์ทันที

"นายท่าน ท่านเพิ่งถูกบังคับจูบ!" ด้านตรงข้ามของผ้าห่มบีบีโผล่หัวเล็กๆ ของมันออกมามองลินลี่ย์ตาแป๋ว

"เจ้า กลับไปนอนเดี๋ยวนี้เลย" ลินลี่ย์ตะโกนใส่บีบีในใจ

บีบีร้องเสียงแหลมอย่างไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะมุดกลับไปใต้ผ้าห่ม ส่วนลินลี่ย์ยังคงจ้องมองไปยังประตูปิดสนิทที่ดีเลียเพิ่งผ่านออกไปจมูกของเขายังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมของดีเลียแก้มของเขายังคงรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากแก้มของดีเลีย

ลินลี่ย์ลูบริมฝีปากของเขา เขายังรู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่ม ความอบอุ่นแผ่ซ่านเต็มหัวใจของเขาความรู้สึกนี้คล้ายกับความรู้สึกที่เขามีในคืนนั้นคืนที่เขากับอลิซแอบอยู่บนระเบียงของนางและพูดคุยกันตลอดคืน

"ดีเลีย ... "

ลินลี่ย์ส่ายหัวไล่ความคิดเหล่านี้ออกไป

"ลินลี่ย์"เดลิน โคเวิร์ท มองลินลี่ย์อย่างสนใจ"ตอนที่เจ้ายังเด็กและครั้งแรกที่เข้าไปในสถาบันเอินส์และเป็นครั้งแรกที่เห็นสาวน้อยดีเลียข้าไม่ได้บอกเจ้าที่นั่นแล้วหรือ ว่านี่เป็นเรื่องดีงาม? ข้าบอกให้เจ้าตามจีบนางตอนนี้เจ้ารู้สึกเสียใจหรือยังที่ไม่เชื่อข้า?"

ลินลี่ย์ขมวดคิ้วขณะที่เขามองเดลิน โคเวิร์ท

"ก็ได้ ข้าจะไม่พูดตอนนี้" เดลินโคเวิร์ทกับเคราบิดเป็นเกลียวของเขา กลายเป็นลำแสงและถอยกลับเข้าไปในแหวนมังกรขนด

ลินลี่ย์เลิกคิดเรื่องนี้กลับไปนั่งขัดสมาธิอีกครั้งเขาเข้าฌานกลั่นพลังเวททันที

เช้าวันรุ่งขึ้นดีเลียนำคณะผู้แทนจากตระกูลเลโอนออกเดินทางจากเมืองอู่ซัน แต่ลินลี่ย์ไม่ได้ออกมาส่งนางเขายังคงคุกเข่าในห้องโถงใหญ่และยังคงดำเนินพิธีกรรมกตัญญูไว้ทุกข์ต่อไป

เพียงพริบตาเดียว พิธีกรรมกตัญญูไว้ทุกข์ 7 วันก็ได้ผ่านพ้นไป

ในเมืองอู่ซัน นอกเหนือจากพี่น้องของลินลี่ย์มีคนสำคัญอื่นๆที่ยังรั้งอยู่เพียง 2 คน : คาร์ดินัลแลมป์สันและคาร์ดินัลกิลเยโม

ในฐานะที่เป็นคาร์ดินัลของวิหารเจิดจรัสแลมป์สันกับกิลเยโมไม่มีอะไรที่พวกเขาจะต้องอยู่ จริงๆแล้วเรื่องเล็กๆส่วนใหญ่จะถูกจัดการโดยผู้ใต้บังคับบัญชาของพวกเขาทำให้ชีวิตของพวกเขาผ่อนคลายมากไม่กี่วันนี้ พวกเขาใช้เวลาหมดไปกับการกินลมชมวิวรอบๆเมืองอู่ซันบางครั้งพวกเขาจะขึ้นไปท่องเที่ยวบนภูเขาอู่ซันตามลำพัง

ตอนเช้า ชาวเมืองอู่ซันทุกคนกำลังยืนมองจากด้านข้างของถนน

คณะผู้แทนจากวิหารเจิดจรัสและจากหอการค้าดอว์สันกำลังจะเริ่มออกเดินทางจากไป

"พี่ใหญ่เยล พี่รอง น้องสี่ มีเรื่องที่ข้าจำเป็นต้องไปคุยกับคณะของใต้เท้ากิลเยโม"ลินลี่ย์บอกพี่น้องของเขา และแล้วปล่อยรถม้าของหอการค้าดอว์สันไว้, จากนั้นก็เดินไปที่รถม้าของคาร์ดินัลกิลเยโม"

แลมป์สันอยู่ในรถม้าเช่นกัน สองคาร์ดินัลและลินลี่ย์นั่งอยู่ในรถม้าคันเดียวกัน

แต่รถม้าคันนี้ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับคาร์ดินัลของวิหารเจิดจรัสมันมีเนื้อที่กว้างขวางมากมีพื้นที่มากพอให้พวกเขาทั้งสามนอนกลิ้งไปมาหรือนอนหลับได้หากว่าพวกเขาต้องการ

"ลินลี่ย์ เจ้าตัดสินใจได้แล้วรึ?" กิลเยโมหัวเราะขณะที่เขามองลินลี่ย์

ก่อนหน้านี้ลินลี่ย์เคยบอกกิลเยโมว่าเขาต้องการหารือเกี่ยวกับเรื่องร่วมงานกับวิหารเจิดจรัสกับบิดาของเขาก่อนแต่บัดนี้บิดาของเขาได้ล่วงลับไปแล้ว เป็นธรรมดา ที่ไม่มีใครให้ลินลี่ย์ปรึกษาเรื่องนี้ด้วยได้อีกถึงตอนนี้ เขาควรจะมีคำตอบให้พวกเขาได้แล้ว

"ใต้เท้ากิลเยโม ใต้เท้าแลมป์สัน อายุข้ายังน้อยข้าหวังว่า...จะอยู่ช่วยงานของฝ่าบาท ราชาเคลย์ชั่วคราว สำหรับตอนนี้ข้าคิดว่ามันจะดีที่สุด หากข้าไม่รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวิหารเจิดจรัสหากในอนาคต, วิหารเจิดจรัสยังคงต้องการข้าอยู่ข้ายินดีรับใช้วิหารเจิดจรัสทุกเวลา" ลินลี่ย์กล่าวตอบ

ทั้งกิลเยโมและแลมป์สันหัวเราะออกมา

รับใช้ราชาเคลย์? เคลย์เป็นผู้ปกครองของอาณาจักรเฟนไล ในขณะที่เมืองหลวงของเฟนไลที่ยังเป็นเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ของสหภาพศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งกว่านั้น ผู้ปกครองของเฟนไลยังอยู่ใต้อำนาจของวิหารเจิดจรัสโดยตรงอีกด้วย

สำหรับลินลี่ย์การรับใช้ราชาเคลย์ก็เท่ากับการรับใช้วิหารเจิดจรัสดีๆนี่เอง

"ดีมาก" แลมป์สันเป็นคนแรกที่เริ่มหัวเราะ "ลินลี่ย์เจ้าตัดสินใจได้หลักแหลมจริงๆ"

แต่ทั้งแลมป์สันหรือกิลเยโมไม่รู้ว่าเหตุผลที่ลินลี่ย์ตัดสินใจครั้งนี้เป็นเพราะเขาต้องการที่จะสืบหาเบาะแสที่อยู่ของมารดาเขาโดยใช้เพียงตัวเองเข้าไปรับตำแหน่งของอาณาจักรเฟนไลเขาจะมีโอกาสมากขึ้นที่จะต่อกรกับดยุคแพตเตอร์สันในอนาคต

กิลเยโมหัวเราะเช่นกัน "แล้วต่อไปข้างหน้า เจ้าจะตัดสินใจเข้าร่วมกับวิหารเจิดจรัสของเราโอ้, ใช่ เจ้ายังไม่ได้เรียนเวทดินและเวทลมระดับ7,8 หรือ 9 หรือแม้แต่เวทต้องห้ามใช่ไหม?"

"ถูกต้อง"ลินลี่ย์พยักหน้า "ข้าเพียงแต่พัฒนาคาถาสำหรับวิชาทะยานฟ้าผ่านการวิเคราะห์ทฤษฎีเวทมนต์เท่านั้น"

กิลเยโมกล่าวด้วยความพอใจว่า"มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะอนุมานบทร่ายสำหรับคาถาวิชาทะยานฟ้า แต่ยังคงน่าประทับใจอยู่ดีที่เจ้าสามารถอนุมานจากบทร่ายคาถาของวิชาลอยตัวลินลี่ย์!ไม่ต้องห่วง เมื่อเรากลับไปที่วิหาร เราจะส่งคนนำคัมภีร์ของเวทมนต์ระดับ7 และสูงกว่าทุกบทไปให้เจ้าศึกษา"

จบบทที่ ตอนที่ 6-4 สนทนายามราตรี

คัดลอกลิงก์แล้ว