เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5-8 เหล่าผู้มีอำนาจของทวีปยูลาน

ตอนที่ 5-8 เหล่าผู้มีอำนาจของทวีปยูลาน

ตอนที่ 5-8 เหล่าผู้มีอำนาจของทวีปยูลาน


บริเวณแผนกต้อนรับแขกระดับสูงของโรงแรมฮัวเดลี่ อัศวินระดับ 7 ของวิหารเจิดจรัส2 คนยืนอยู่สองฝั่งของทางเดินห้องโถงหลัก ขณะเดียวกันลินลี่ย์และพี่น้องทั้งสามของเขากำลังเดินเข้ามายังบริเวณแผนกต้อนรับแขกระดับสูงจากประตูอีกด้านการเดินก้าวแต่ละก้าวของพวกเขาส่งเสียงสะท้อนดังกังวาลสดใสเมื่อมันกระทบกับพื้นซึ่งเรียบเป็นมันเงาดังกระจกที่สร้างจากหินอ่อน

เมื่อลินลี่ย์, เยลและคนอื่นๆก้าวเข้าไปในบริเวณแผนกต้อนรับแขกระดับสูง ทั้ง 7คนที่รออยู่แล้วในบริเวณแผนกต้อนรับแขกระดับสูงก็หันกลับมาทางพวกเขา

"คาร์ดินัล 1 คน, บาทหลวง 3 คน และ อัศวินของวิหารเจิดจรัสอีก 3 คน" ลินลี่ย์สามารถบอกฐานะของแต่ละคนได้ทันทีและยังสัมผัสได้ว่าทั้ง 7 คนล้วนแล้วแต่ความแข็งแกร่งมาก นั่นคือทั้งหมดที่ลินลี่ย์รู้ในตอนนี้...

ในวิหารเจิดจรัสตำแหน่งของคาร์ดินัลเป็นรองก็เพียงจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นผู้ที่จะมาเป็นคาร์ดินัลได้นั้น ไม่เพียงแค่มีชื่อเสียงเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นมหาจอมเวทระดับ9 ด้วย

"มหาจอมเวทระดับ 9?" ลินลี่ย์อดไม่ได้ที่จะพินิจพิเคราะห์อย่างระมัดระวัง เมื่ออยู่ต่อหน้าคาร์ดินัล

คาร์ดินัลท่านนี้ดูเหมือนชายวัยกลางคนผมหยักศกสีเงิน จมูกแหลมโด่งริมฝีปากของเขาแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี เขาดูเป็นคนมีอัธยาศัยดี

"สวัสดีลินลี่ย์ และเจ้า หนุ่มน้อยเยล" คาร์ดินัลยิ้มในขณะที่เขาลุกขึ้นยืน"ข้าขอแนะนำให้รู้จัก บาทหลวงทั้งสามท่านนี้เป็นผู้ช่วยของข้า ส่วนอัศวินของวิหารเจิดจรัสทั้งสามตรงนั้นสังกัดหน่วย'รุ่งโรจน์' ข้าจะแนะนำพวกเขาตามลำดับ ผบ.มาร์คัสและรองผบ.ของเขาทั้งสองและตัวข้าเอง...เจ้าสามารถเรียกข้าว่ากิลเยโม"

คาร์ดินัลกิลเยโม

ลินลี่ย์เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ว่าสหภาพศักดิ์สิทธิ์มีกองอัศวินชั้นยอดอยู่ด้วยกัน8 กอง หนึ่งในนั้นคือกองพล 'รุ่งโรจน์' กองกำลังอัศวินแต่ละกองล้วนมีพลังสูงส่งและครอบครองพลังโจมตีอันสุดยอด

"ใต้เท้ากิลเยโม ใต้เท้ามาร์คัส และใต้เท้าทุกท่านข้าขอบังอาจถามได้หรือไม่ว่าพวกท่านมาทำไม?" ลินลี่ย์กล่าวอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน ในขณะเดียวกันลินลี่ย์ก็หันไปให้ความสนใจกับมาร์คัส

มาร์คัสเป็นผู้ชายหัวล้านที่ดูแข็งแกร่งตรงที่เขานั่งนั้นให้ความรู้สึกราวกับว่าภูเขาลูกหนึ่งที่ไม่ว่าจะใช้พลังมากมายเพียงใดก็ไม่อาจขยับเขยื้อนมันได้ในบรรดาคนจากวิหารเจิดจรัสทั้ง 7 คน มาร์คัสและกิลเยโมถือว่ามีระดับสูงที่สุด มาร์คัสมีฐานะเป็นถึง1 ใน 8 ผู้บัญชาการกองอัศวินชั้นยอดย่อมไม่มีทางที่จะมีฝีมือด้อยกว่ากิลเยโมเป็นแน่ไม่แน่ว่าฐานะของทั้งสองจะอยู่ในระดับเดียวกันด้วยซ้ำ

มาร์คัสเปิดปากพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่นออกมา "ข้าได้ฟังกิลเยโมพูดว่ามีสุดยอดอัจฉริยะถือกำเนิดขึ้นในสหภาพศักดิ์สิทธิ์ จอมเวทสองธาตุระดับ 7 อายุ 17ปี ข้าอยากเห็นมากว่าอัจฉริยะคนนั้นหน้าตาเป็นยังไง วันนี้ตอนนี้ข้ามีโอกาสได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้ว...ฮ่าฮ่า...และข้าดีใจที่ได้เจอเจ้า"

ด้วยประสบการณ์ของมาร์คัสเพียงกวาดตามองครั้งเดียว เขาก็บอกได้ทันทีว่าลินลี่ย์เป็นนักรบชั้นยอดคนหนึ่ง

"เจ้าหนู เจ้าเป็นนักรบระดับไหนแล้ว?" มาร์คัสถามตรงๆ

กิลเยโมยังคงนั่งอยู่ที่นั่น 'อย่างสบายใจ' ดูไปแล้วเขาไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองที่ถูกมาร์คัสขัดจังหวะ

ลินลี่ย์กล่าวอย่างถ่อมตัวว่า "ข้าเพิ่งจะได้เลื่อนเป็นนักรบระดับ 6ในปีนี้"

"โฮ่" ดวงตาของมาร์คัสเป็นประกาย "นักรบระดับ 6 อายุ 17 ปีน่าประทับใจมาก ตัวข้า มาร์คัส น้อยครั้งนักที่จะชื่นชมใครซักคน แต่ข้าคงต้องยอมรับว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะที่แท้จริงเจ้าไม่ได้เป็นแค่จอมเวทพรสวรรค์สูงส่ง เจ้ายังเป็นนักรบชั้นยอดอีกด้วย"

ลินลี่ย์ยิ้มอย่างสุภาพ

อัศวินทั้งสองคนเดินมานั่งประกบซ้ายขวามาร์คัสใบหน้าของทั้งสองฉายแววประหลาดใจด้วยเช่นกัน

กิลเยโมหัวเราะ "พอแล้ว มาร์คัส จริงอยู่ว่าน่าประทับใจที่ลินลี่ย์เป็นนักรบระดับ6 ด้วยอายุเพียง 17 ปี แต่พูดตามตรง เราสมารถจะหาคนแบบนี้ได้ 1 หรือ 2 คนจากทุกๆสถาบันฝึกฝนนักรบพรสวรรค์ที่แท้จริงของลินลี่ย์ยังคงเป็นพรสวรรค์ในด้านเวทมนต์"

การฝึกฝนของนักรบนั้นง่ายกว่าการฝึกฝนของจอมเวทมากนัก

ใครก็ตามหากฝึกฝนอย่างหนักพยายามให้มากพอ (โดยเฉพาะหากพวกเขามาจากครอบครัวที่ดี)และฝึกฝนพลังลมปราณตั้งแต่ยังเด็ก การจะเป็นนักรบระดับ 6 ด้วยวัย 17ปีไม่ใช่เรื่องยากลำบากเลย

"ลินลี่ย์เป็นศิษย์ของสถาบันในสังกัดสหภาพศักดิ์สิทธิ์ผู้ครอบครองพลังอันน่าทึ่ง เจ้าทำให้ข้า คาร์ดินัลแห่งวิหารเจิดจรัสภาคภูมิใจยิ่งนักข้าขอถามเจ้าว่า เจ้าตัดสินใจเข้าร่วมกับสหภาพศักดิ์สิทธิ์หรือไม่? ข้าเชื่อว่าด้วยความสามารถของเจ้าในตอนนี้หากเจ้าเข้าร่วมกับเรา ข้ารับรองได้เลยว่าเจ้าจะได้ดำรงตำแหน่งบาทหลวงแห่งวิหารเจิดจรัสและในอนาคตเจ้าจะได้เป็นคาร์ดินัลอย่างแน่นอน" กิลเยโมยื่นข้อเสนอต่อลินลี่ย์ตรงๆ

สุดยอดอัจฉริยะอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ มีโอกาสมากกว่า 90% ที่ลินลี่ย์จะได้เป็นถึงปรมาจารย์จอมเวทระดับเซียน  แม้จะมีโอกาสอีก10%ที่อาจจะประสบกับการล้มเหลวทางจิตบางอย่าง ซึ่งทำให้ลินลี่ย์จะหยุดพัฒนาตัวเองไว้ก็ตามแต่ว่าอย่างน้อยก็เป็นถึงมหาจอมเวทระดับ 9 เลยทีเดียว

นักสู้ที่มีศักยภาพระดับเซียน พรสวรรค์เช่นนี้ย่อมดึงดูดความสนใจจากองค์กรต่างๆมากมาย

"ใต้เท้ากิลเยโมข่าวนี้ออกจะกะทันเกินไปหน่อยสำหรับข้า"คำตอบถ่อมตัวและรอยยิ้มกระดากอายปรากฏอยู่บนใบหน้าของลินลี่ย์"ข้ามีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้นข้ายังไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มากนักระดับหัวแถวและอำนาจอันยิ่งใหญ่เป็นสัญลักษณ์ของความรับผิดชอบอันหนักหน่วงซึ่งตัวข้าในตอนนี้ยังไม่กล้าแบกรับรอข้า...อีกสัก2-3ปีได้หรือไม่? "

ลินลี่ย์กำลังตอบปฏิเสธ

ทำให้กิลเยโมขมวดคิ้ว

สุดยอดอัจฉริยะอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ของทวีปยูลานบุคคลที่มีโอกาสสูงที่จะได้เป็นนักสู้ระดับเซียนในอนาคตถ้าหากว่าเขาไม่เข้าร่วมกับพันธมิตรแห่งแสง ก็ไม่อาจให้เขาไปเข้าร่วมกับศัตรู

"ลินลี่ย์, ข้ารู้ดีว่าเจ้ายังอายุน้อย แต่เจ้าเป็นศิษย์อัจฉริยะของสถาบันในสังกัดสหภาพศักดิ์สิทธิ์จะเป็นการฉลาดกว่าหากว่าเจ้าใช้อัจฉริยภาพของเจ้าตอบรับข้อเสนอและใช้มันเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายของเจ้ามากกว่าที่จะพยายามปฏิเสธพวกเขา" กิลเยโมกล่าวเตือนเขาอย่างอ่อนโยน

"นอกจากนี้เจ้ายังได้เป็นบาทหลวงของข้าโดยตรงข้าขอรับรองว่าเจ้าจะมีอิสระที่จะทำสิ่งใดก็ตามที่เจ้าต้องการตราบเท่าที่การกระทำของเจ้าไม่ขัดผลประโยชน์ของวิหารเจิดจรัสข้าจะไม่สอดมือเข้าไปยุ่งกับสิ่งที่เจ้าทำ เจ้าจะยินยอมรับข้อเสนอนี้หรือไม่?"

"นอกจากนี้เจ้าจะเข้าร่วมกับกองกำลังของอาณาจักรใดก็ได้ที่อยู่ในสหภาพศักดิ์สิทธิ์และเราขอรับรองว่าเจ้าจะได้รับตำแหน่งดยุคเป็นอย่างน้อย" กิลเยโมกล่าวเขาพยายามรักษาท่าทางที่จริงใจเอาไว้

ลินลี่ย์เงียบไปชั่วขณะนึง

บาทหลวงทั้งสามของกิลเยโมเริ่มขมวดคิ้ว แต่กิลเยโมยังคงยิ้มแย้มอยู่ จับจ้องลินลี่ย์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งหวัง

ด้วยการมองเพียงอย่างเดียวมันก็ยากแล้วที่จะปฏิเสธคำขอของเขา

นอกจากลินลี่ย์แล้ว แม้แต่ เยล, เรย์โนลด์ และ จอร์จก็เงียบด้วย ในเวลาแบบนี้แม้แต่เยลยังไม่กล้าส่งเสียงใดๆออกมา ตอนนี้พวกเขากำลังเผชิญหน้าอยู่กับคาร์ดินัลของวิหารเจิดจรัส!

สหภาพศักดิ์สิทธิ์มีการแบ่งลำดับชั้นตามรูปแบบปิรามิด ตำแหน่งคาร์ดินัลอยู่ด้านบนของยอดปิรามิดพวกเขามีอำนาจเทียบเท่าราชา และแม้แต่พ่อของเยลก็ไม่ได้มีอำนาจมากพอไปเทียบกับพวกเขาได้แล้วเขาเป็นใคร ก็แค่นายน้อยของสหพันธ์การค้าจะกล้าพูดสอดได้หรือ?

สมองของลินลี่ย์คิดหาทางออกไม่หยุด ขณะที่เดลิน โคเวิร์ทเริ่มให้คำปรึกษากับลินลี่ย์ตั้งแต่พวกเขาเดินเข้าห้องมาแล้ว

จักรวรรดิใหญ่ทั้งสี่และสองสหพันธรัฐหลักพยายามต่อสู้เพิ่มความแข็งแกร่งเพื่อแย่งชิงผลประโยชน์โดยไม่เลือกวิธีการอยู่เสมอ'หากข้าไม่ได้ครอบครองไม่ว่าผู้ใดก็อย่าหวังจะได้ครอบครอง' นี่เป็นหลักการพื้นฐานเลยทีเดียว

"ใต้เท้ากิลเยโม" ลินลี่ย์พูดขึ้นมาในที่สุด

ดวงตาของกิลเยโมส่องประกายวาบขึ้นมา เขายิ้มและพูดกับลินลี่ย์ว่า"เจ้าตัดสินใจได้แล้วหรือ?"

ลินลี่ย์พยักหน้า "ใต้เท้ากิลเยโม ตัวข้านั้นเกิดและเติบโตในอาณาจักรเฟนไลนั่นทำให้ข้าเป็นคนของสหภาพศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว ข้าขอรับรองว่าตราบเท่าที่สหภาพศักดิ์สิทธิ์ไม่หักหลังข้าข้าจะไม่มีวันทรยศต่อสหภาพศักดิ์สิทธิ์เช่นกันข้าไม่คิดจะไปเข้าร่วมกับกลุ่มอำนาจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกองกำลังใดก็ตาม"

"เจ้าหมายความว่าอย่างไร?" กิลเยโมมองลินลี่ย์อย่างฉงน

ลินลี่ย์พูดต่อว่า "ข้าหมายความว่าในตอนนี้นั้นข้ายังไม่รีบตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกองกำลังใดๆได้โปรดให้ข้าได้ตัดสินใจเรื่องสำคัญเช่นนี้หลังจากที่ได้ปรึกษากับบิดาของข้าก่อนหลังจากนั้นข้าจะแจ้งให้ท่านทราบว่าข้าเลือกทางใด แต่ข้ารับรองกับท่านได้อย่างหนึ่งนั่นคือ... ข้าจะไม่เข้าร่วมกับจักรวรรดิใหญ่ทั้ง 4 หรือพันธมิตรมืดแน่นอน"

กิลเยโมพยักหน้าอย่างยิ้มแย้ม "ใช่แล้วการตัดสินใจเรื่องสำคัญเช่นนี้ต้องปรึกษากับบิดาของเจ้าก่อนข้าจะรอฟังคำตอบของเจ้า"

หลังจากพูดจบ กิลเยโมยืนขึ้นบาทหลวงทั้งสามอยู่ด้านข้างของเขา เช่นเดียวกับมาร์คัสและรองผบ.ทั้งสองก็ยืนขึ้นด้วย"ตั้่งแต่แรกพวกเรามาที่นี่เพื่อยื่นข้อเสนอเท่านั้นข้าไม่คิดรบกวนเวลาของเจ้ามากไปกว่านี้ นี่คือความจริงใจและความซื่อสัตย์ของวิหารเจิดจรัสและรวมถึงความอดทนของเรา ข้าได้แต่หวังว่าเจ้า ลินลี่ย์จะไม่จบลงที่การให้ข้าต้องรอฟังคำตอบนาน10 ปี หรือ 20 ปี หรอกนะ ฮ่าฮ่า..." กิลเยโมพูดจบแล้วหัวเราะออกมา

ลินลี่ย์และพี่น้องทั้งสามของเขาลุกขึ้นยืนเช่นกันและมองส่งกิลเยโมกับพวกเดินจากไป

หลังจากกลุ่มตัวแทนจากวิหารเจิดจรัสจากไป ลินลี่ย์และพี่น้องของเขารู้สึกราวกับยกภูเขาออกจากอก

"ฟู่ ตอนนั้นข้ากลัวแทบตายข้าไม่กล้าแม้แต่จะหายใจออกมาดังๆด้วยซ้ำ" เรย์โนลด์ถอนหายใจออกมา

จอร์จพยักหน้าเห็นด้วย "แม้ว่าคาร์ดินัลจะพูดคุยกับพวกเราอย่างเป็นกันเองแต่ข้ากลับรู้สึกหนักใจแทน"

เยลเริ่มหัวเราะ "เรื่องธรรมดาน่ะ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็นคาร์ดินัลผู้ซึ่งมีอำนาจมากที่สุดคนหนึ่งในสหภาพศักดิ์สิทธิ์ นี่น้องสาม เจ้าคิดว่าอย่างไร? การบอกปัดข้อเสนอของวิหารเจิดจรัสไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็อยู่ในเขตปกครองของวิหารเจิดจรัส"

"ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องรีบร้อน" ลินลี่ย์หัวเราะ"เมื่อท่านได้เจอกับพลังอำนาจของผู้อื่นท่านต้องไม่ลืมความแข็งแกร่งของท่านเอง อย่างไรก็ตามข้าไม่อาจเทียบกับพวกเขาได้ตราบเท่าที่ข้าไม่เข้าร่วมกับอีก 5 กลุ่มที่เหลือ วิหารเจิดจรัสจะไม่ทำอะไรข้าไม่ว่าอย่างไรข้าได้พูดออกไปแล้วว่าจะตัดสินใจหลังจากปรึกษาท่านพ่อแล้วตราบเท่าที่ข้ายังไม่ไปพบท่านพ่อ ข้าย่อมสามารถถ่วงเวลาได้นานอีกหน่อยไม่ใช่หรือ? "

ในขณะที่พูดเขามองไปที่เยล "พี่ใหญ่เยล ข้ามีเรื่องให้ท่านช่วย"

"ว่ามาเลย" เยลมองดูลินลี่ย์

ลินลี่ย์พูดด้วยเสียงเบา "นี่เป็นเรื่องที่ค่อนข้างพูดลำบากมรดกชิ้นหนึ่งของบรรพบุรุษตระกูลบาลุคอาวุธของผู้นำตระกูลรุ่นแรกของเรา 'ดาบศึกล่าสังหาร' ควรจะอยู่ในมือของตระกูลขุนนางใหญ่สักตระกูลหนึ่งของอาณาจักรเฟนไลข้าหวังว่าท่านจะช่วยข้าสืบหาร่องรอยของ 'ดาบศึกล่าสังหาร' ว่าตอนนี้ตระกูลใดเป็นผู้ครอบครอง"

"มรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ? ข้าจะตามหามันให้พบให้จงได้น้องสามเจ้าต้องการให้ข้านำมันมาส่งคืนให้เจ้าโดยตรงหรือไม่?"เยลตอบตกลงทันที

ลินลี่ย์หัวเราะ "พี่ใหญ่เยลแค่ท่านช่วยข้าระบุว่ามันอยู่ที่ใดก็มากเกินพอแล้วตอนนี้เรื่องเงินทองไม่เป็นปัญหาสำหรับข้าอีกต่อไป" ลินลี่ย์ไม่ชอบการเป็นหนี้บุญคุณผู้อื่น

……

สองวันต่อมา เวลาเช้าตรู่.

ส่วนหนึ่งของห้องลินลี่ย์ถูกปกคลุมด้วยชั้นแสงสีพื้นดินแสงสีพื้นดินนี้ไม่ได้ครอบคลุมพื้นที่กว้างมากนักเป็นเพียงวงกลมที่มีเส้นรอบวงประมาณ 2 หรือ 3 เมตรเท่านั้นใครก็ตามที่ก้าวเข้ามาภายในพื้นที่วงกลมจะรู้สึกว่ามีแรงโน้มถ่วงอันหนักหน่วงกดทับลงมา

เวทธาตุดิน – สนามแม่เหล็กพิเศษ!

เมื่อลินลี่ย์เลื่อนขึ้นมาเป็นจอมเวทระดับ 7 พลังของเวทสนามแม่เหล็ก ของลินลี่ย์แข็งแกร่งยิ่งกว่าเมื่อก่อนความเข้มข้นของสนามพลังแรงโน้มถ่วงภายในวงกลมนั้นมากกว่าแรงโน้มถ่วงปกติถึง 4 เท่าภายใต้แรงโน้มถ่วงที่มากกว่าปกติถึง 4 เท่านี้แม้กระทั่งระบบการไหลเวียนโลหิตยังได้รับความเสียหายอย่างหนักไม่ต้องพูดถึงส่วนอื่นๆของร่างกาย

ลินลี่ย์ไม่ได้ร่ายเวทธาตุดินอื่นๆเพื่อรับมือกับสนามแรงโน้มถ่วงนี้เขาใช้เพียงความแข็แกร่งของร่างกายเพื่อต้านแรงโน้มถ่วงอันหนักหน่วงตอนนี้เขากำลังวิดพื้นด้วยนิ้วเดียวอยู่ เพื่อฝึกกำลังนิ้วและข้อมือให้แข็งแกร่ง

“…725. 726.”

"ติ๋ง ติ๋ง" เหงื่อเป็นเม็ดๆผุดขึ้นมาจากบริเวณขมับของลินลี่ย์หยดลงพื้นอย่างต่อเนื่อง

ทันใดนั้นประตูห้องก็กระแทกเปิดออกและเยลก็พุ่งเข้ามาในห้องอย่างตื่นเต้น"น้องสาม น้องสาม ข้าได้ข่าวเกี่ยวกับ 'ดาบศึกล่าสังหาร' ที่เจ้าขอให้ข้าช่วยตามหาแล้ว" ระหว่างกำลังพูดเยลหลุดเข้ามาในพื้นที่สนามแม่เหล็กอย่างไม่ตั้งใจ

"พี่ใหญ่!" ลินลี่ย์ตบพื้นด้วยฝ่ามือของเขาและพลิกตัวเองขึ้นมาพร้อมกับดึงตัวเยลออกจากเขตของสนามแม่เหล็ก

"แฮ่ก ...ฟู่ ... " เยลระบายลมหายใจหนักหน่วงออกมา จ้องมองลินลี่ย์อย่างตกใจเขากล่าวว่า "น้องสามเจ้าร่ายเวทสนามพลังแม่เหล็ก ในห้องนอนทำไมกัน? เมื่อกี้ข้าถูกมันดูดเข้าไปความรู้สึกภายในนั้นมันช่างน่ากลัวจริงๆมันให้ความรู้สึกราวกับว่าหัวใจข้าสมารถจะหยุดเต้นได้ในทันที"

โชคดีที่เขาเข้าไปในสนามพลังเพียงครู่เดียวอย่างไรก็ตามร่างกายของเยลก็ยังได้รับบาดเจ็บจากมันอยู่ดี

"ใช่ พี่ใหญ่เยล ท่านพูดถึงข่าวเกี่ยวกับ 'ดาบศึกล่าสังหาร'ไม่ใช่หรือ?" ความสนใจทั้งหมดของลินลี่ย์มุ่งตรงไปที่ข่าวมรดกของบรรพบุรุษของเขานี่เป็นความปรารถนาชั่วชีวิตของบิดาเขาซึ่งก็คือเก็บกู้มรดกของบรรพบุรุษทั้งหมดกลับคืนมาจากการสูญหายตลอดห้าพันปีที่ผ่านมา

เยลพยักหน้าเล็กน้อย "อ้อใช่แล้ว ข้าเพิ่งได้รับรายงานมาว่า 'ดาบศึกล่าสังหาร' ตกอยู่ในมือของตระกูลใหญ่ในเมืองเฟนไลนี่เอง ตระกูลนั้นก็คือ... เอ่อ..." เยลอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ขณะที่เขากำลังพยายามนึกชื่อตระกูลที่ครอบครอง 'ดาบศึกล่าสังหาร'"เฮ้น้องสาม พี่ใหญ่เยล ผอ.ไมอามาขอพบพวกท่านอีกครั้งแล้ว"เสียงเรย์โนลด์ดังมาจากข้างนอกประตู

จบบทที่ ตอนที่ 5-8 เหล่าผู้มีอำนาจของทวีปยูลาน

คัดลอกลิงก์แล้ว