เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่  4-18 มังกรเกราะหนาม

ตอนที่  4-18 มังกรเกราะหนาม

ตอนที่  4-18 มังกรเกราะหนาม


ในถ้ำใต้ดิน ลินลี่ย์นอนพักเอาแรงอยู่ครู่หนึ่งหลังจากรู้สึกดีขึ้นแล้วจึงลุกขึ้น เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาการถูกล้อมกรอบโจมตีโดยมังกรยักษ์นับร้อยเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่ลินลี่ย์เคยเผชิญมาทุกวินาทีเขาได้แต่คิดหวาดกลัวทุกลมหายใจเข้าออก แต่เมื่อผ่านพ้นมาแล้วจิตใจเขาก็สงบขึ้นลินลี่ย์วางแผนจะหยุดพักหายใจชั่วครู่เพื่อดื่มด่ำกับชีวิตแต่ในส่วนลึกของจิตใจเต็มไปด้วยความปรารถนา...ปรารถนาที่จะแข็งแกร่งขึ้น!

ต่อหน้ามังกรยักษ์เหล่านั้นเขาไม่มีค่าไปมากกว่าของเล่นฆ่าเวลาชิ้นหนึ่ง ซึ่งเขาไม่สามารถต้านทานได้เลย

“เจ้านาย ไม่มีทางออกทางอื่นช่องทางเข้าออกของที่นี่มีทางเดียวคือทางที่เราใช้เข้ามาถัดจากที่เราอยู่ไปเป็นทางเดินที่กว้างมาก” บีบีสื่อสารกับลินลี่ย์ผ่านทางจิตเมื่อกระโดดขึ้นมายืนบนไหล่ของชายหนุ่ม

บริเวณถัดจากที่พวกเขาอยู่เป็นทางเดินที่ดูแตกระแหงกว้าง 10 เมตรและสูงจากพื้นด้านล่างเกือบ 10เมตรทางเดินที่ขรุขระและแตกระแหงนี้ทอดยาวไปยังทิศตะวันออกซึ่งเขามองไม่เห็นจุดสิ้นสุดหลังจากไตร่ตรองท่ามกลางความเงียบ ลินลี่ย์และบีบีก็ตัดสินใจเสี่ยงดวงมุ่งหน้าไปสู่หนทางที่มืดสนิท

ยิ่งเดินมาไกลเท่าใดอุโมงค์ก็ค่อยๆมืดลง จนกระทั่งในที่สุดก็ไม่สามารถเห็นสิ่งใดในความมืดนี้ได้ ลินลี่ย์ไม่เห็นแม้แต่ทางเดินด้วยซ้ำดังนั้นเขาจึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากและเลาะตามผนังฝั่งหนึ่งไป

“เจ้านาย! พวกเราอยู่ที่ไหนกันแน่เหตุใตจึงมีทางเดินยาวอยู่ในหุบเขาเช่นนี้ได้?” บีบีเอ่ยถาม

ลินลี่ย์ส่ายศีรษะ

“มีมังกรกว่าร้อยตัวรอเราอยู่ด้านบนนั่นหากออกไปก็เป็นการฆ่าตัวตาย พวกเราทำได้เพียงมุ่งหน้าเข้าไปเท่านั้น” ลินลี่ย์ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะฝ่าภัยอันตรายออกไปหนทางเดียวของเขาคือเดินตามเส้นทางที่ไม่อาจทราบจุดหมายได้

บีบีที่ตามติดลินลี่ย์เพิ่มความระมัดระวังถึงระดับสูงสุดมันมองซ้ายขวาราวกลับเกรงว่าอสูรเวทพร้อมจะผุดออกจากเงามืดได้ตลอดเวลา

“ตรงนั้นมีแสงจากข้างบน”ในความมืด ลินลี่ย์สังเกตเห็นแสงเรืองรองจากด้านบนเขาเพิ่มความเร็วในแต่ละย่างก้าวอย่างไม่รู้ตัว จนในที่สุดเขาก็พบทางออกจากอุโมงค์ทางออกนั้นมุ่งไปสู่บริเวณที่เรืองรองด้วยแสงสีแดง

ทันใดนั้น...

“ฮ่าฮ่า ซาร์เทียส เจ้าจะไม่ลำพองไปหน่อยหรือ? สิ่งที่เจ้าทำกับข้าเมื่อ300 ปีก่อน ข้าจะขอคืนให้เจ้าในวันนี้” เสียงโทนต่ำดังขึ้นจากทางออกเป็นน้ำเสียงทุ้มที่แฝงไปด้วยอำนาจดังก้องดั่งสายฟ้าฟาด

ลินลี่ย์ได้แต่รู้สึกตกใจ“มีคนอยู่!”

“ไม่ว่าผู้คนนั้นจะเป็นใครพูดคุยกับมนุษย์ย่อมง่ายดายกว่าอสูรเวทอยู่แล้วข้าไม่มีหนทางอื่นนอกจากตามเสียงดังก้องนี้ไป” ลินลี่ย์เกาะอยู่กับผนังอุโมงค์เดินตรงไปยังทางออกในขณะที่เหลืออีก 20 เมตรจะถึงทางออกนั้น ลินลี่ย์ก็มองเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นภายนอก

สิ้นสุดทางออกนั้นเป็นโถงถ้ำขนาดใหญ่

ถ้ำนี้มีความกว้างหลายกิโลเมตรและมีเพดานสูงหลายเมตร แต่สิ่งที่ทำให้ลินลี่ย์ตกตะลึง...

จากจุดที่เขายืนอยู่ลินลี่ย์สามารถมองเห็นร่างของหมีสีดำขนาดมหึมายืนอยู่ในอากาศความสูงของมันอย่างต่ำก็ 10 เมตร ขนทั่วร่างของมันเหมือนทำจากเหล็กเจ้าหมีสีดำตัวนี้ถูกปกคลุมด้วยลวดลายสีม่วงจำนวนนับไม่ถ้วนทำให้มันยิ่งดูอันตรายเข้าไปอีก

เป็นหมีสีดำนี่เองที่เอ่ยถ้อยคำด้วยภาษาของ‘มนุษย์’ ดังที่ลินลี่ย์ได้ยิน

“มัน...มัน...” ลินลี่ย์เกือบหยุดหายใจ

เขาได้แต่เอ่ยซ้ำไปซ้ำมาอย่างโง่งมมึนเบลอว่างเปล่า

“อสูรเวทระดับเซียน!” ในที่สุดลินลี่ย์ก็เข้าใจ

เมื่อบรรลุถึงระดับเซียนอสูรเวททุกสายพันธุ์จะสามารถบินได้ และสามารถพูดภาษามนุษย์ได้ เป็นจุดเด่นหนึ่งของอสูรเวทระดับเซียนอสูรเวทระดับเซียนถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายยิ่งมนุษย์ที่บรรลุระดับเซียนส่วนใหญ่ล้วนไม่สามารถต่อกรกับอสูรเวทระดับเซียนได้ มีแต่เพียงการร่วมมือกันระหว่างนักสู้ระดับเซียนเท่านั้นที่จะสามารถล้มอสูรเวทระดับเซียนได้สักตัว

และความสามารถพิเศษอีกอย่างหนึ่งของอสูรเวทระดับเซียนคือการเปลี่ยนขนาดอสูรเวทระดับเซียนใหญ่กว่า 100 เมตรสามารถย่อขนาดจนเล็กกว่างูเขียวได้

แต่อย่างไรก็ตาม....ไม่มีทางที่อสูรเวทระดับเซียนจะอยู่ในรูปกายของมนุษย์ได้

อาจเพราะพลังอำนาจของมันมากเกินกว่าจะอยู่ในรูปของมนุษย์ก็เป็นได้

“อสูรเวทระดับเซียน ข้าเพิ่งได้พบกับอสูรเวทระดับเซียน”ลินลี่ย์ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดังเขาได้แต่แอบมองจากซอกหลืบบริเวณทางออกของอุโมงค์ “มันคือเซียนหมีลายม่วง อสูรเวทระดับ9”

เซียนหมีลายม่วงนี้จัดเป็นอสูรเวทระดับ9 มีบางครั้งที่พวกมันจะสามารถบรรลุถึงระดับเซียนได้

“แต่ดูเหมือนเซียนหมีลายม่วงนี้จะตาบอดข้างหนึ่ง”ลินลี่ย์สังเกตเห็นรอยแผลเป็นร้ายแรงที่ตาซ้ายของเซียนหมีลายม่วงที่ยืนอยู่ในอากาศ

“ซาร์เทียสหลายปีมานี้ข้าเฝ้ารอโอกาสแก้แค้นเจ้ามาโดยตลอด ฮ่าฮ่าเจ้าคิดจะยึดที่แห่งนี้เป็นของตัวเองอย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!ตลอดเวลาที่หลบซ่อนอยู่ในสถานที่ที่มีอณูธาตุหนาแน่นเป็น 100 เท่าของโลกภายนอกนี้ในที่สุดข้าก็บรรลุระดับเซียนก่อนเจ้า ฮ่าฮ่า”

เห็นได้ชัดว่าเซียนหมีลายม่วงนี้ดูตื่นเต้นนัก

“แล้วซาร์เทียสที่เจ้าหมีนี่พูดถึงมันอยู่ที่ใดกันแน่?”ลินลี่ย์สอดส่องไปรอบๆแล้วค่อยๆคืบคลานไปยังอีกด้านของผนังอุโมงค์จากตรงนี้เขามองเห็นอสูรเวทอีกตัว และอสูรเวทตัวนี้ก็ทำให้หัวใจของลินลี่ย์เต้นถี่อีกครั้ง

“มันมีความยาวมากกว่า 10 เมตร และสูงกว่า 3 เมตร

ทั้งร่างปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำสนิทซึ่งมีลวดลายแปลกประหลาดยิ่ง แต่ละเกล็ดมีขนาดใหญ่พอๆกับฝ่ามือของมนุษย์

แต่ลวดลายของเกล็ดที่สอดรับกันอย่างแปลกประหลาดนี้ช่างข่มขวัญให้หัวใจผู้มองเห็นหวาดกลัวยิ่งนัก

หลังของมันมีหนามแหลมยาว30 เซนติเมตรจำนวนมาก ปกคลุมตลอดแผ่นหลังกลับไปจนถึงหลังคอ

ส่วนที่น่าหวาดกลัวที่สุดคือดวงตาของมัน...

ดวงตาสีทองเข้มที่เย็นยะเยือกราวกับจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่ง

“มังกรเกราะหนาม อสูรเวทประเภทมังกรที่อันตรายที่สุดในระดับ9” หัวใจของิลนลี่ย์แทบกระดอนออกมาจากอกในหัวของเขาพยายามรวบรวมข้อมูลของมังกรเกราะหนามที่เคยได้รับ

มังกรเกราะหนาม: อสูรเวทระดับ9 ธาตุความมืด อสูรเวทประเภทมังกรที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดามังกรระดับเดียวกันมังกรเกราะหนามมีพลังป้องกันสูงที่สุดในบรรดาสายพันธุ์เดียวกัน มีกรงเล็บแหลมคมเป็นอาวุธ

โดยไม่มีข้อสงสัยในบรรดามังกรระดับเดียวกัน มังกรเกราะหนามนี้ต้องเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่สุดอย่างแน่นอน

“มันเป็นมังกรเกราะหนาม!” ตอนนี้ลินลี่ย์เข้าใจทุกอย่างแล้ว

เซียนหมีลายม่วงเป็นคู่ต่อสู่ที่น่ากลัวยิ่งในบรรดาอสูรเวทตระกูลหมีมันถือว่ามีความแข็งแกร่งที่สุดซึ่งนับว่าแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง

ในบรรดาอสูรเวทระดับ9มีน้อยสายพันธุ์ที่จะเหนือไปกว่าเซียนหมีลายม่วง...แต่มังกรเกราะหนามนับเป็นหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

มังกรเกราะหนามปรายสายตาเย็นยะเยือกมายังลินลี่ย์

ลินลี่ย์รู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุเหงื่อจำนวนมากผุดขึ้นบริเวณศีรษะ ความกลัวที่เขารู้สึกในตอนนี้มากกว่าความกลัวเมื่อตอนเด็กที่เผชิญหน้ากับมังกรดำระดับ9 ในเมืองอู่ซันอย่างเทียบกันไม่ติด

แม้ว่ามังกรเกราะหนามจะรับรู้ถึงการมีอยู่ของลินลี่ย์มันก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะบัดนี้ศัตรูอันร้ายกาจของมันคือเซียนหมีลายม่วงตรงหน้าในบรรดาอสูรเวทระดับ 9 มังกรเกราะหนามนับว่าร้ายกาจที่สุด เมื่ออยู่ต่อหน้าอสูรเวทระดับเซียน....

“กรรร...” มังกรเกราะหนามส่งเสียงคำรามต่ำ

“ซาร์เทียส เจ้ากล่าวว่าข้าเพิ่งได้เป็นอสูรเวทระดับเซียนอย่างนั้นหรือ? เป็นเหตุที่เจ้าไม่เกรงกลัวข้า?ฮ่าฮ่า จริงอยู่ที่ข้าเพิ่งบรรลุระดับเซียนแต่กระนั้นก็เพียงพอจะสังหารเจ้าแล้ว! หืม ในเมื่อข้าก้าวเข้าสู่ระดับเซียนเจ้าก็ไม่ใช่คู่มือ” ใบหน้าของเซียนหมีลายม่วงระดับเซียนฉาบไปด้วยความมั่นใจ

“มังกรเกราะหนาม เจ้าเป็นมังกรจำพวกที่พัฒนาได้เชื่องช้าเจ้าครอบครองสถานที่แห่งนี้และสำราญกับอณูธาตุที่หนาแน่นนี้มายาวนานเกินไปแล้วแม้ว่าเจ้าจะอยู่จุดสูงสุดของระดับ 9 แต่ก็ไม่สามารถฝ่าขั้นสุดท้ายไปได้ในวันนี้ข้าจะให้เจ้ารับรู้ถึงพลังอำนาจของระดับเซียน” กลิ่นอายของเซียนหมีลายม่วงแผ่พลังออกมาอย่างเข้มข้น

แม้ว่าเซียนหมีลายม่วงจะพูดจาโอ้อวดเสียใหญ่โตแต่ใจมันรู้ดีถึงพิษสงของมังกรเกราะหนาม

มังกรเกราะหนามมีพลังป้องกันสูงที่สุดในบรรดามังกรด้วยกันและซาร์เทียสก็อยู่ขั้นสูงสุดของระดับ 9 แล้ว เพียงแค่ก้าวเดียวจะบรรลุเป็นเซียนมังกรเกราะหนามด้านพลังป้องกันนับว่าเทียบได้กับมังกรระดับเซียนแต่นอกจากนั้นก็มีเพียงสิ่งเดียวที่มันต้องระวัง!

คือกรงเล็บทั้งสองของมังกรเกราะหนามที่แหลมคมอย่างยากจะหาผู้ใดมาเปรียบ!

“ไม่ว่าอย่างไร...ข้าก็บรรลุระดับเซียนแล้ว”เซียนหมีลายม่วงทะนงตนอย่างยิ่ง

“เมื่อบรรลุระดับเซียนข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งคือสามารถบินได้ข้อได้เปรียบที่สองคือข้าสามารถส่งพลังวิญญาณออกนอกร่างกายของข้าได้อสูรเวทส่วนใหญ่ใช้ประสาทสัมผัสในการต่อสู่ แต่นักสู้ระดับซียนจะใช้พลังวิญญาณในการตรวจจับการเคลื่อนไหวของศัตรูในระหว่างการต่อสู้ศึกครั้งนี้ข้ามีข้อได้เปรียบมากมาย”

และที่สำคัญเมื่อบรรลุระดับเซียน พลังโจมตีจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ลินลี่ย์แทบหยุดหายใจจ้องมองสถานการณ์ของอสูรเวทอันตรายทั้งสองอยู่ที่ช่องแคบนั้น

มังกรเกราะหนามที่อยู่จุดสูงสุดของระดับ9 ปะทะกับเซียนหมีลายม่วง ลินลี่ย์รู้สึกว่าเลือดของเขาเดือดพล่านอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อลินลี่ย์จ้องมองไปยังดวงตาของมังกรเกราะหนามเขาพลันรู้สึกหวาดกลัวมันมากกว่าเซียนหมีลายม่วงเสียอีก

“เริ่มแล้ว” ดวงตาของลินลี่ย์เบิกกว้าง

เซียนหมีหมีลายม่วงเหยียบย่างลงบนพื้นในขณะเดียวกันก็คำรามเสียงลั่น กล้ามเนื้อทุกมัดบนร่างหมีสั่นระริกและเริ่มแตกออกเสียงกร๊อบดังขึ้น เซียนหมีลายม่วงที่เคยสูง 10 เมตร บัดนี้สูงขึ้นอีก 2 เมตรกลายเป็น 12 เมตรแล้ว แม้ว่าช่วงตัวจะมีขนาดเท่าเดิม แต่ช่วงขาของมันขยายใหญ่ขึ้น

“ตายซะ ซาร์เทียส!”

แสงเรืองรองขึ้นก่อนร่างเซียนหมีลายม่วงจะพุ่งออกไปเป็นภาพติดตาเข้าหามังกรเกราะหนามมังกรที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วตวัดหางฟาดพื้นส่งให้ร่างกายทะยานขึ้นหลบการโจมตี

รอยแตกที่พื้นลึกราวหนึ่งเมตรจากแรงฟาดของมังกรเกราะหนามเมื่อชั่วอึดใจก่อน“ตูม!” ลินลี่ย์มองเห็นพื้นดินที่ร้าวเป็นรัศมีสองถึงสามเมตรรอบอุ้งมือของเจ้าหมีจากนั้นพื้นดินก็กลายเป็นฝุ่นผง ลึกกว่าครึ่งเมตรและเป็นรอยแตกแผ่ออกเป็นรัศมีหลาย 10 เมตรราว 7 – 8 รอย

“ช่างน่าหวาดกลัวยิ่ง” เหมือนหัวใจของลินลี่ย์ขึ้นมาจุกอยู่ตรงคอหอย

ทันใดนั้นเซียนหมีลายม่วงก็กลับตัวสายตาอันตรายของมันเปล่งแสงสีแดง จับจ้องไปยังมังกรเกราะหนาม

มังกรเกราะหนามยังคงหยุดนิ่งดวงตาสีทองฉายแววเยือกเย็น ไม่ได้เข้าโจมตีแต่อย่างใด

“ซาร์เทียส เหมือนว่าเจ้ากำลังกลัวนะ”เซียนหมีลายม่วงหัวเราะอย่างยินดี จากนั้น ทั่วร่างของมันก็ปลดปล่อยไอสีดำ“วูชชชช!” ลูกเตะอันทรงพลังฟาดกับพื้นดิน ส่งให้ร่างของมันทะยานขึ้นไปในอากาศเคลื่อนไหวด้วยรูปแบบอันตรายในขณะที่พุ่งตรงมาที่มังกรเกราะหนาม

มังกรเกราะหนามปรายตามองหมีลายม่วงด้วยสายตาเย็นยะเยือกจากนั้น หางมังกรดุจแซ่เหล็กก็ตวัดออก...

“แควก!”เสียงฟาดกับอากาศดังลั่นจนแก้วหูของลินลี่ย์เจ็บปวด“หางมังกรนี้อันตรายกว่าหางของมังกรลมกรดพวกนั้นมากนัก แม้แต่ข้าบีบีคนนี้ก็ไม่สามารถทานทนไหว” ในเวลานี้ ดวงตาเล็กๆของบีบีเบิกกว้างจนแถบถลน

อุ้งมือซ้ายของเซียนหมีลายม่วงปรากฏกลุ่มพลังสีดำก่อนคว้าเข้าที่หางของมังกรเกราะหนามอุ้งมือของเซียนหมีลายม่วงนั้นทรงพลังอย่างยิ่ง และมีพลังป้องกันมหาศาลเช่นกัน

“ตุ้บ”

หางมังกรพันรอบอุ้งมือใหญ่เสียงลั่นดังขึ้น อุ้งมือของเซียนหมีลายม่วงสั่นเล็กน้อยก่อนที่หางมังกรจะบีบรัดยิ่งขึ้น

แต่เมื่อมันแลกเปลี่ยนการโจมตีกันบัดนี้อุ้งมือขวาของเซียนหมีลายม่วงก็จับยึดเข้ากับร่างกายของมังกรเกราะหนามมังกรเกราะหนามไม่ได้แม้แต่จะหลบเลี่ยง ในทางกลับกัน มันใช้หนามแหลมคมบริเวณหลังโจมดีอุ้งมือนั้น

มังกรเกราะหนามและเซียนหมีลายม่วงคู่นี้นับว่าเป็นอริเก่าแก่ซึ่งหมีรับรู้ถึงลูกเล่นนี้ของมังกรดี

ไม่ใช้เพียงแต่มังกรเกราะหนามที่มีพลังป้องกันสูงส่งร่างกายของมันยังถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี เมื่อคู่ต่อสู่จับยึดเข้ากับร่างกายมันก็สามารถใช้หนามอันแหลมคมตอบโต้ฝ่ามือมรณะนี้ได้อย่างง่ายดาย

“ซาร์เทียส ข้าไม่ได้เป็นเพียงอสูรเวทระดับ 9อีกต่อไปแล้ว” นัยน์ตาของเซียนหมีลายม่วงฉายแววอันตรายอย่างยิ่ง ทันใดนั้นแสงสีดำก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากอุ้งมือของเซียนหมีลายม่วงอุ้งมือนั้นเริ่มเคลื่อนไหวรวดเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างเทียบไม่ติดทำลายหนามแหลมของมังกรเกราะหนามด้วยพละกำลังอันมหาศาล

“โครม!”ร่างของมังกรเกราะหนามฟาดลงกับพื้นจากการโจมตีนั้น รัศมีความเสียหายแผ่กว้างกว่า 100เมตร พื้นหินเบื้องล่างแยกออก หนามแหลมแถบหนึ่งบนแผ่นหลังของมันกรเกราะหนามหักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเลือดสดๆไหลออกมาจากปากของมังกรเกราะหนาม

จบบทที่ ตอนที่  4-18 มังกรเกราะหนาม

คัดลอกลิงก์แล้ว