เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่  4-11 พบเจอ

ตอนที่  4-11 พบเจอ

ตอนที่  4-11 พบเจอ


ถนนศาลาหอมนั้นหนาแน่นไปด้วยผู้คนแต่เยล จอร์จและเรย์โนลด์กลับมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าผู้หญิงที่ยื่นอยู่ไม่ไกลจากพวกเขานั้นคือใครเป็นเวลานานนับปีที่ลินลี่ย์กับอลิซได้คบหาดูใจกัน ย่อมเป็นธรรมดาที่เยล จอร์จและเรย์โนลด์จะได้ไปแนะนำตัวกับอลิซ และพวกเขาก็จดจำนางได้อย่างแม่นยำ

“นั่นอลิซนี่” จอร์จลดเสียง

ในเวลานั้นอลิซกำลังเดินจับมือเคียงข้างกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง รอยยิ้มกระจ่างบนใบหน้าของนางหากลินลี่ย์ได้มายืนอยู่ตรงนี้ก็คงจะจำได้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นคือคาลันนั่นเอง

“บัดซบ!”สีหน้าโหดเหี้ยมราวกับฆาตกรฉาบบนใบหน้าเยล

เรย์โนลด์ก็ไม่สามารถอยู่เฉยได้เช่นกัน“2 เดือนที่ผ่านมา ลินลี่ย์ไปหานางที่บ้านนับครั้งไม่ถ้วน รอคอยอย่างขมขื่นเขาบันทึกช่วงเวลาต่างๆลงในลูกบอลแก้วผลึกนั่นเหมือนคนโง่ และถึงขั้นบอกกับพวกเราว่าในอนาคตเขาจะแต่งงานกับนังอลิซนี่ให้ตายเถอะ!”

“น้องสามของเราไม่คู่ควรกับนางตรงไหน?” จอร์จเริ่มอารมณ์เสียเช่นกัน

เยลพ่นลมหายใจแรงๆ“ไม่ใช่เรื่องเหมาะถ้าพวกเราจะเข้าไปต่อว่านางในตอนนี้ เราจะกลับไปที่สวรรค์น้ำหยกก่อนและรอจนกว่าน้องสามกลับมาเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องเตรียมจิตใจของเขาให้รองรับความผิดหวังนี้ให้ได้มิเช่นนั้นแล้วข้าเกรงว่าเขาอาจเจ็บปวดจนเสียผู้เสียคนก็เป็นได้”

จอร์จกับเรย์โนลด์พยักหน้าอย่างเห็นด้วยเช่นกัน

……

ห้องส่วนตัวในสวรรค์น้ำหยกเยล จอร์จ และเรย์โนลด์นั่งบนเก้าอี้คนละตัว คิ้วของพวกเขาขมวดแน่นไม่มีใครเอ่ยเรียกใช้หญิงบริการ ในแก้วแต่ละใบมีเพียงน้ำผลไม้เท่านั้นทั้งสามต่างเกรงว่าหากพวกเขาดื่มจนเมามายจะมิสามารถรับมือกับลินลี่ย์ได้ดีนัก

“ข้ารู้ว่าน้องสามนั้นเป็นคนดีเพียงใด”จอร์จกล่าวอย่างกังวล “ปกติแล้วเขาไม่ใช่คนพูดมากนัก และเป็นคนขยันขันแข็งคนหนึ่งมีหญิงสาวในสถาบันหลายคนที่สนใจเขา แต่ลินลี่ย์ไม่สานสัมพันธ์กับใครเลยผู้ชายเช่นเขาหากได้ตกหลุมรักใครสักคนแล้ว คงจะรักลึกซึ้งกว่าพวกเจ้ามากนัก พี่ใหญ่น้องสี่”

ทั้งเยลและเรย์โนลด์ต่างพยักหน้า

สำหรับเยลกับเรย์โนลด์แล้วเลิกรากับหญิงสาวสักคนก็สามารถหาใหม่ได้ในเวลาสั้นๆ ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่แต่อย่างใดแต่ในช่วง 2 ปีมานี้ ทุกๆวันที่พวกเขาหยอกเย้าลินลี่ย์ด้วยเรื่องของอลิซพวกเขาสามารถบอกได้จากท่าทางของน้องสามว่าอีกฝ่ายมีความรู้สึกลึกซึ้งกับอลิซเพียงใด

“มันถึงทำให้ข้าอารมณ์เสียนี่สิ!”เยลยกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นดื่มครั้งหนึ่ง

เรย์โนลด์กล่าว“พี่ใหญ่เยล อย่าอารมณ์เสียไปเลย กับแค่ผู้หญิงคนหนึ่งจริงอยู่ว่าในตอนนี้พี่สามอาจเจ็บปวด แต่ไม่นานเขาจะผ่านมันไปได้ และทุกอย่างจะไม่เป็นไร”

เยลพยักหน้ารับ

เยลเรย์โนลด์ และจอร์จต่างเป็นสมาชิกของตระกูลใหญ่และมีผู้คนมากมายห้อมล้อมติดสอยห้อยตามตั้งแต่ยังเล็ก สำหรับเรย์โนลด์และจอร์จอาจไม่มากนักเนื่องจากตระกูลของพวกเขาค่อนข้างเข้มงวดแต่เยลนั้นได้ผ่านหญิงสาวมามากตั้งแต่ยังเด็ก

เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายวินาที หลายนาทีแล้วในตอนนี้ เยลและคนอื่นๆก็ยังคงนั่งอยู่เงียบๆ

ประมาณตี1 เสียงแครกเบาๆดังขึ้น และประตูก็เปิดอ้าออก เป็นลินลี่ย์ที่เดินเข้ามา ทั้งตัวกรุ่นไปด้วยกลิ่นไวน์“เฮ้ ทำไมพวกเจ้ายังอยู่ที่นี่กัน?”

เยลหัวเราะลั่น“ก็รอเจ้าอยู่น่ะสิ”

“น้องสาม ไม่ใช้ว่าเจ้าไปรออลิซอยู่ทั้งคืนหรือใช่ไหม?” จอร์จถามอย่างตรงไปตรงมา

ลินลี่ย์พยักหน้าเบาๆและทรุดตัวนั่งลง“ทำไมคืนนี้พวกเจ้าจึงไม่ดื่มกันเล่า?” ลินลี่ย์หยิบเครื่องดื่มฤทธิ์แรงออกมาจากสาบเสื้อก่อนเทลงในแก้วแล้วกระดกรวดเดียว

“น้องสาม พวกเรามีเรื่องอยากคุยกับเจ้า”เยลกล่าวยิ้มพลาง

“พูดไปสิ” ลินลี่ย์ไม่ได้มีสติมากนัก

เยลกล่าวอย่างนุ่มนวล“เมื่อคืน ระหว่างที่พวกข้ากำลังเดินอยู่บนถนน ก็พลันเห็นหญิงสาวคนหนึ่งนางดูเหมือนอลิซมาก แต่เนื่องจากนางอยู่ไกลนักพวกข้าจึงบอกให้แน่ชัดไม่ได้แต่หญิงนางนั้นกลับจูงมืออยู่กับชายอีกคน”

“โกหก” ลินลี่ย์พูดเสียแข็งเป็นอันจบบทสนทนา

เยลได้แต่มองหน้าเพื่อนอีก2 คน

เรย์โนลด์ตบบ่าลินลี่ย์พลางหัวเราะ“น้องสาม พวกเราต่างก็เป็นบุรุษ ในฐานะชายชาตรีคนหนึ่งเจ้าจะปล่อยให้ผู้หญิงมาขี่หัวเราอยู่ได้อย่างไรอลิซไม่ยอมมาพบเจ้าหลายครั้ง ถ้าเป็นข้าคงทอดทิ้งนางไปนานแล้วแม้จะคุกเข่าต่อหน้าข้า ข้าก็จะมิสนใจนางแม้แต่น้อย”

“น้องสี่ เจ้ามันเด็กแสบคนหนึ่ง จะไปรู้อะไร?” ลินลี่ย์กล่าวพลางหัวเราะ และยกแก้วขึ้นมาดื่มอีกอึกใหญ่“หยุดพูดกันแค่นี้เถิด วันนี้ข้าอยู่ในอารมณ์อยากดื่มยิ่งดื่มเป็นเพื่อนเข้าหน่อยก็แล้วกัน”

เรย์โนลด์เยล และจอร์จแลกเปลี่ยนสายตากันพวกเขาทำอะไรไม่ได้จึงนั่งลงข้างๆและเริ่มดื่มกับลินลี่ย์

เช้าตรู่วันถัดมาลินลี่ย์ เยล จอร์จ และเรย์โนลด์ต่างหลับฟุบอยู่คนละมุมโต๊ะ ลินลี่ย์เป็นคนแรกที่รู้สึกตัว

เมื่อมองไปยังเพื่อนรักทั้งสามรอยยิ้มขมขื่นพลันปรากฏบนใบหน้า ในหัวใจของเขาได้แต่พร่ำบ่นตัวเอง “พี่ใหญ่เยลพี่รอง น้องสี่....พวกเจ้าร่วมดื่มและกล่าวหลายสิ่งเพื่อโน้มน้าวข้าสิ่งที่พวกเจ้ากำลังคิดอยู่นั้นข้าเข้าใจดี เพียงแค่อลิซผิดนัดข้าสองสามครั้งข้าก็รู้สึกแย่มากพอแล้วแต่....ข้าไม่เชื่อข้าเพียงไม่อยากเชื่อเท่านั้น”

ลินลี่ย์ลุกขึ้นเดินไปยังหน้าตาและมองลงไป

ตอนนี้เป็นเวลาตี5 เกือบ 6 โมงเช้า เมืองเฟนไลดูเหมือนเพิ่งตื่นจากนิทรามีผู้คนจำนวนน้อยที่กำลังเดินอยู่บนท้องถนนเพื่อเตรียมตัวไปทำงานและส่วนใหญ่ดูยังไม่ตื่นเต็มที่นัก

“ลินลี่ย์” เดลิน โคเวิร์ทปรากฏตัวจากแหวนมังกรขนด

เดลินโคเวิร์ทผู้ซึ่งสวมชุดคลุมยาวสีขาวอยู่ตลอด และเป็นเจ้าของเครายาวตลอดกาล

“ปู่เดลิน” เมื่อเห็นเดลิน โคเวิร์ทปรากฏตัวลินลี่ย์รู้สึกเหมือนเขาซึ่งอยู่บนเรือลำน้อยล่องลอยอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรเพียงลำพังกำลังจะได้เทียบเข้าฝั่ง

เมื่อเห็นสภาพสมาชิกหอพักของลินลี่ย์เดลิน โคเวิร์ทก็หัวเราะ “ลินลี่ย์ เจ้ามีเพื่อนที่วิเศษมากถึง 3 คนมิตรภาพของพวกเจ้าสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหัวใจที่ผูกพันระหว่างชายหญิงข้าพูดได้เพียงว่า ตลอด 1,300 ปีที่ข้ามีชีวิตอยู่ข้าได้พบชายเพียง 1 จาก 10 คนเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จในรักแรก”

“ปู่เดลิน ข้าเข้าใจ” ลินลี่ย์ฝืนพยักหน้า“แต่....ข้าไว้ใจนาง”

เดลินโคเวิร์ทก็พยักหน้าเช่นกัน ไม่มีคำพูดใดๆระหว่างพวกเขาอีก

….

กลางเดือนพฤศจิกายนลินลี่ย์จัดกระเป๋าเป้เพื่อให้มันใจว่าลูกบอลแก้วผลึกทั้งสองจะปลอดภัยและมุ่งหน้าสู่เมืองเฟนไลอีกครั้ง เขามุ่งหน้าไปยังบ้านสองชั้นหลังน้อยดังที่เคยทำ

“ลุงฮัด อลิซกลับมาบ้านหรือยัง?” ลินลี่ย์เอ่ยถามทหารยามที่บัดนี้กลายเป็นคนคุ้นเคย

ฮัดส่ายศีรษะ“ยัง เป็นเวลามากกว่า 1 เดือนนับตั้งแต่ที่อลิซกลับมาครั้งก่อนนางยังไม่ได้กลับมาสักครั้ง”

“ไม่แม้แต่สักครั้งเลยหรือ?” ลินลี่ย์ขมวดคิ้ว รอยย่นจางๆปรากฏขึ้นบนหน้าผาก “ถ้าเช่นนั้น ลุงฮัดข้าคงต้องขอตัวก่อน” ลินลี่ย์กล่าวลาอย่างสุภาพ

เมื่ออยู่ลำพังบนถนนดรายโร้ดลินลี่ย์ก็มุ่งหน้าไปบาร์ แต่กลับไม่เข้าไป บีบีกล่าวกับเขาผ่านทางจิต “เจ้านายอย่าเป็นกังวลไปเลย ที่อลิซยังไม่กลับมา เป็นไปได้ว่านางอาจมีอย่างอื่นที่ต้องทำอย่างการฝึกฝนก็เป็นไปได้ อย่ามัวแต่ยืนเฉยคิดเรื่องไร้สาระอยู่เลย”

“ใช่แล้วบางทีนางอาจจะยุ่งอยู่กับอะไรสักอย่างจนไม่มีเวลาปลีกตัวมา” ดวงตาของลินลี่ย์พลันกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เห็นดังนั้นบีบีได้แต่ถูจมูกเล็กๆของมันอย่างรำคาญ “เจ้านายลุ่มหลงในความรักจนกลายเป็นคนโง่งมไปแล้วเป็นแน่เพียงแค่ถ้อยคำปลอบใจเล็กน้อยก็พลันเปลี่ยนเป็นคนละคน”

“เจ้าตัวน้อยนี่! วันนี้เจ้าต้องถูกงดเหล้าเป็นการลงโทษ”ลินลี่ย์ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลังจากหยอกล้อกับบีบีอารมณ์ของเขาก็พลันดีขึ้นเล็กน้อย

……

วันที่29 พฤศจิกายน นับว่าเป็นวันที่หนาวเหน็บวันหนึ่ง หิมะสีขาวปกคลุมทั่วทุกสรรพสิ่งลินลี่ย์ เรย์โนลด์ เยล และจอร์จกำลังนั่งอยู่บนรถม้า ซึ่งมีคนขับเป็นคนรับใช้จากตระกูลพ่อค้าของเยลเบื้องหลังพวกเขา มีอัศวินจำนวนหนึ่งกำลังอารักขารูปสลักของลินลี่ย์

“น้องสามอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นช่วงสอบปลายปีแล้วข้าอยากรู้จริงๆว่าเจ้าอดีตอัจฉริยะหมายเลขหนึ่งของสถาบันนั่นจากเป็นจอมเวทระดับ 6หรือยัง” เยลหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

จอร์จกับเรย์โนลด์ก็ดูภูมิใจมากเช่นกัน

ต้นเหตุมาจากสัปดาห์ที่แล้วลินลี่ย์เพิ่งบรรลุระดับ 6 ได้นั่นเอง

ความจริงนั้นลินลี่ย์บรรลุระดับ 4 เมื่อเขาอายุ 13 ปี และระดับ 5 เมื่ออายุราวๆ 16 ปีเป็นเวลาเพียง 5 ปีเท่านั้น ถ้าจะเทียบกับการพัฒนาของดิ๊กซี่ที่ถูกเล่าขานกันว่ารวดเร็วมากแล้วเมื่อมาเทียบกับลินลี่ย์ ผู้พัฒนาบนเส้นทางของโรงเรียนเหล็กสกัดก็ไม่นับว่ารวดเร็วเท่าไรนัก

สองปีครึ่ง

เกี่ยวอะไรกับดิ๊กซี่ผู้ที่ก่อนนั้นกล่าวกันว่าเป็นสุดยอดอัจฉริยะของสถาบัน?

ดิ๊กซี่เป็นจอมเวทระดับห้าเมื่ออายุสิบสองปี  แต่ตอนนี้เขาสิบห้าปีแล้ว  เป็นเวลาห้าปี หากจะกล่าวตามตรงพัฒนาการของดิ๊กซี่นั้นเร็วมากอย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับลินลี่ย์ที่ได้รับการช่วยเหลือฝึกฝนจากโรงเรียนเหล็กสกัด  เขาก็ยังช้ากว่ามาก

หากการทดสอบสิ้นปีมาถึงแล้วผลออกมาว่าลินลี่ย์บรรลุระดับ 6 ในขณะที่ดิ๊กซี่ทำไม่ได้ ลินลี่ย์จะกลายเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของสถาบันเอินส์แทน

“พี่สาม ยิ้มเข้าไว้ ได้เป็นจอมเวทระดับ 6ทั้งทีนับเป็นเรื่องน่ายินดีแล้ว” เรย์โนลด์กล่าวอย่างกระตือรือร้น

ลินลี่ย์ฉีกยิ้ม

“เจ้าเรียกนั่นว่ารอยยิ้มอย่างนั้นหรือ?” เรย์โนลด์พยายามหยอกเย้าลินลี่ย์

จนท้ายที่สุดลินลี่ย์ก็หลุดยิ้มออกมา“ก็ได้ๆ น้องสี่ ปล่อยข้าไว้ตามลำพังสักพักเถิด” ในเวลานั้นลินลี่ย์ได้ตัดสินใจแล้วไม่ว่าอย่างไรเขาจะต้องพบอลิซให้ได้ ถ้าเข้าไม่พบนางในเมืองเฟนไล เขาจะมุ่งหน้าสู่สถาบันเวลเลนเพื่อตามหานาง

ไม่ว่าอย่างไรก็อยากจะพูดคุยกับอลิซแบบตัวต่อตัวอีกสักครั้ง

เมื่อเปิดหน้าต่างรถม้าลินลี่ย์ก็รู้สึกว่ามีกระแสลมหนาวพัดเข้ามา เมื่อชำเลืองมองออกไปทุกสิ่งในครรลองล้วนปกคลุมไปด้วยสีขาว แม้แต่ท้องฟ้าก็ยังมีเกล็ดหิมะล่องลอยอย่างหนาแน่นเมื่อเพลิดเพลินกับบรรยากาศสงบของฤดูหนาว เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดพวกเขามาถึงเมืองเฟนไล

หลังจากส่งมอบรูปสลักทั้ง3 ให้หอศิลป์พรูกซ์แล้ว ทั้ง 4 รับประทานอาหารที่เพิงข้างทางแห่งหนึ่ง

ในเวลานี้ลินลี่ย์นับว่ามีรายได้สูงยิ่ง ในแต่ละเดือนเขาสามารถเก็บเงินได้ราวๆ 20,000 เหรียญทอง ทำให้ลินลี่ย์ไม่ใส่ใจกับเรื่องเงินทองอีกต่อไป ลินลี่ย์สะพายเป้ที่บรรจุลูกบอลแก้วผลึก2 ลูกไว้ด้านใน และมุ่งหน้าไปยังบ้านของอลิซ

“เจ้านาย!ถ้าข้าจำไม่ผิด นี่เป็นครั้งที่ 4 แล้วที่ท่านมายังเมืองเฟนไลพร้อมกับลูกบอลผลึกพวกนี้ถูกหรือไม่?” บีบีกล่าวอย่างไม่แน่ใจ “เอาอย่างนี้สิ เจ้านายมอบพวกมันให้ดีเลียแทนดีหรือไม่?ข้าชอบนางมากเช่นกัน”

ตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงตอนนี้นี่เป็นครั้งที่ 4 แล้วที่ลินลี่ย์นำลูกบอลแก้วผลึกติดตัวมาเมืองเฟนไล

“พอได้แล้วบีบี” ลินลี่ย์กล่าวพลางขมวดคิ้ว

เมื่อย่ำเท้าไปบนถนนที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะเสียงสวบสาบดังขึ้นในแต่ละก้าวที่เข้าเดิน ในเวลาไม่นาน ลินลี่ย์ก็มายืนหยู่หน้าบ้านสองชั้น

หลังจากพูดคุยกับฮัดเพียงสั้นๆลินลี่ย์ก็จากมา

“อีกครั้งที่นางไม่กลับมา” ลินลี่ย์ขมวดคิ้วนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว“สถาบันเวลเลน!” ลินลี่ย์ตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังสถาบันเวลเลนอย่างรวดเร็ว

บนถนนศาลาหอมของเมืองเฟนไล

อลิซกำลังเดินอยู่บนถนนมือของนางถูกคาลันกุมไว้ คาลันกล่าวอย่างนุ่มนวล “อลิซเจ้าไม่คิดจะทำอะไรให้มันชัดเจนสำหรับลินลี่ย์หน่อยหรือ?”

“อาจจะเป็นคราวหลัง” อลิซส่ายหน้า

คาลันพยักหน้าและไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก

สายตาของเขาจับจ้องไปที่อลิซหญิงสาวที่เขากำลังกุมมือนางอยู่ คาลันเผยรอยยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ พวกเขาเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กคาลันก็หลงรักอลิซมาตลอด ในหัวใจของเขามีเพียงนางเท่านั้นแต่เขาไม่เคยคิดว่าอลิซจะไปคบหากับลินลี่ย์อย่างรวดเร็วเช่นนั้น

ครั้งแรกที่เขารู้ว่าอลิซกับลินลี่ย์เริ่มคบหากันอารมณ์ของเขาก็แทบระเบิด

ตั้งแต่เด็กคาลันคิดว่าอลิซเป็นของเขามาโดยตลอด แม้ว่าลินลี่ย์จะเพิ่งช่วยชีวิตเขาไว้ แต่เมื่อมีเรื่องหัวใจมาเกี่ยวข้องคาลันก็ไม่คิดจะถอยให้แม้ว่า....จะต้องใช้เล่ห์กลเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการก็ตาม

“รับแรกพบอย่างนั้นหรือ? วีรบุรุษที่ช่วยหญิงงามจากเงื้อมมือของสัตว์ร้าย?” คาลันเต็มไปด้วยความคิดดูถูก“ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว ของแบบนั้นมีอยู่แค่ในนิยาย”

เขากุมมืออลิซแน่นแล้วเข้าเรื่อง

“อลิซเมื่อไหร่ที่เจ้าคิดว่าจะบอกเรื่องราวต่างๆกับลินลี่ย์” คาลันถามอีกครั้งเขาไม่ต้องการให้อลิซกับลินลี่ย์มีเยื่อใยใดๆระหว่างกันอีก

อลิซส่ายหัว“ข้าไม่รู้เช่นกัน ข้าเชื่อเพียงแต่ว่า หากข้าไม่ไปเจอกับลินลี่ย์เป็นเวลานานความรู้สึกของเราอาจจะจางหายพอให้ข้ากล้าพอที่จะเอ่ยคำลากับเขาและเขาคงไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมากแล้ว”

“เจ้าพูดถูก อย่างน้อยลินลี่ย์ก็เคยช่วยชีวิตพวกเราไว้ครั้งหนึ่ง”คาลันพยักหน้า

เมื่อเดินต่อไปพวกเขาก็มาถึงสี่แยกที่ตัดกันระหว่างถนนศาลาหอมและถนนดรายโร้ด คาลันรู้สึกว่าอลิซหยุดเดินจึงได้แต่สงสัยเมื่อมองไปยังอลิซก็เห็นท่าทีตกตะลึงของนางที่จ้องมองไปทางถนนดรายโร้ดใบหน้าของนางซีดเผือด คาลันจึงหันไปมองบ้าง...

ชายหนุ่มในชุดสีเหลืองอ่อนยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขาไม่ได้ขยับไปไหนแม้แต่น้อย ชายคนนั้นจับจ้องมายังพวกเขาด้วยท่าทีชะงักค้างใบหน้าของเขาไร้สีสัน มันซีดขาวเหมือนสีหิมะ

“ลินลี่ย์!” คาลันขมวดคิ้มเคร่งเครียด

จบบทที่ ตอนที่  4-11 พบเจอ

คัดลอกลิงก์แล้ว