- หน้าแรก
- โรงงานรถไถ แต่ระบบดันให้สร้างจรวด
- บทที่ 3 - ทีมก่อสร้างจากอเมริกา
บทที่ 3 - ทีมก่อสร้างจากอเมริกา
บทที่ 3 - ทีมก่อสร้างจากอเมริกา
บทที่ 3 - ทีมก่อสร้างจากอเมริกา
ได้ยินคำถามนี้หลินจวี้ยิ้มนิดๆ
"แน่นอนว่าไม่ใช่รถไถครับ เราจะผลิตเครื่องจักรทำฝนเทียมรุ่นใหม่ล่าสุด"
"ส่วนรายละเอียดเป็นยังไงเอาไว้คุยกันทีหลัง ต่อไปนี้คุณกัวหัวหน้าวิศวกรจะมารับตำแหน่งรองผู้จัดการคนที่สอง เขาจะเป็นคนนำทีมพวกเราก้าวต่อไป"
กัวเซินได้ยินว่าถูกแต่งตั้งเป็นรองผู้จัดการก็ไม่มีปฏิกิริยาตื่นเต้นอะไร แต่ก็โค้งตัวเล็กน้อยเป็นการตอบรับงานนี้
พอได้ยินว่าจะผลิตเครื่องทำฝนเทียม พนักงานต่างก็งงเป็นไก่ตาแตก แต่ก็รู้สึกว่ามันฟังดูไฮโซขึ้นมาทันที สมกับที่มีวิศวกรอเมริกามาช่วย
เพื่อให้พนักงานวางใจ หลินจวี้เริ่มขั้นตอนถัดไปทันที นั่นคือ แจกเงิน
เขาขนเงินสดทั้งหมดออกมาวางกองบนโต๊ะต่อหน้าทุกคน ธนบัตรเป็นปึกๆ กองเป็นภูเขาย่อมๆ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ทุกคนสุดๆ
หลินจวี้เรียกฝ่ายบัญชี ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมแห้ง ให้มาจ่ายเงินเดือนและโบนัสที่ค้างอยู่ตามรายชื่อ
ไช่หยวนฟาฝ่ายบัญชีเห็นเงินสดแล้วตื่นเต้นมาก ในฐานะคนจบอาชีวะ ซึ่งเคยถือว่าเป็นปัญญาชนอันดับต้นๆ ของตำบล เขาก็อยากจะสร้างผลงานเหมือนกัน
พอรู้ว่าโรงงานไม่เพียงแค่ฟื้นคืนชีพ แต่ยังได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทอเมริกา เขาก็รู้สึกว่าสถานะของตัวเองกำลังจะพุ่งทะยาน
เขาพลิกสมุดบัญชีด้วยความคล่องแคล่วว่องไวเกินวัย จ่ายเงินได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
เพราะค้างมาหลายเดือน แต่ละคนเลยได้รับเงินไม่ต่ำกว่าหมื่นหยวน เงินสดปึกหนาๆ ในมือทำให้ทุกคนอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
จ่ายหนี้เก่าหมดแล้ว เงินสดก็ยังเหลืออีกเพียบ หลินจวี้เรียกพนักงานมารวมตัวกันอีกครั้ง คราวนี้ทุกคนว่านอนสอนง่ายขึ้นเยอะ เข้าแถวกันเป็นระเบียบเชียว
ตราบใดที่จ่ายเงิน จะเถ้าแก่หลินคนลูกหรือคนพ่อ ก็คือเถ้าแก่เหมือนกัน
หลินจวี้พอใจกับท่าทีของทุกคนมาก จึงประกาศเรื่องสำคัญต่อ
"ในเมื่อทุกคนได้เงินกันครบแล้ว งั้นวันนี้เรามาเริ่มงานกันเลย มีใครคัดค้านไหม"
"ไม่มี" เสียงตอบรับดังกระหึ่ม
"ดีมาก พรุ่งนี้เครื่องจักรจากอเมริกาจะมาถึง วันนี้ภารกิจของพวกเราคือ ภายใต้การนำของรองฯ กัว เราต้องเคลียร์พื้นที่โรงงานให้สะอาด ให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อรองรับคุณภาพระดับยุโรปและอเมริกา"
"รองฯ กัว ต่อไปฝากคุณด้วยนะ"
กัวเซินรับคำสั่งปุ๊บก็เริ่มงานทันที เช็กจำนวนคนในแต่ละแผนก แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบตามธรรมเนียมของนาซ่าเป๊ะๆ
ในฐานะวิศวกรระดับกลางที่เคยคุมหัวกะทิมาเป็นสิบคน ความสามารถในการบริหารจัดการของเขาไม่ธรรมดา สั่งการไม่กี่ทีพนักงานก็ทึ่งในฝีมือ
ต่อให้มาตรฐานสากลมันจะจุกจิกวุ่นวาย แต่ด้วยจิตวิญญาณของการเรียนรู้จากอเมริกา ทุกคนก็ก้มหน้าก้มตาทำตามอย่างว่าง่าย
ส่วนหลินจวี้ดึงตัวเฉินหรงออกมา แล้วให้ไปเรียกช่างฝีมือดีที่สุดในโรงงานมาอีกสองคน
ตามคำอธิบายของระบบ ผลของการ์ดอัปเกรดทักษะขึ้นอยู่กับพื้นฐานและความรู้เดิมของบุคคล ยิ่งมีศักยภาพมากก็ยิ่งพัฒนาได้ไกล
เฉินหรงเป็นช่างกลระดับสี่ ส่วนอีกสองคนแม้จะด้อยกว่าหน่อย แต่ก็ยังหนุ่มกว่าและมีการศึกษาสูงกว่า ถือเป็นเป้าหมายที่เหมาะสม
พาเธาทั้งสามคนมาที่ออฟฟิศ หลินจวี้กดใช้การ์ดทักษะ ทั้งสามคนเหม่อลอยไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมารู้สึกตัวพร้อมกับมีบางอย่างแปลกใหม่ผุดขึ้นในสมอง
ในหัวหลินจวี้มีข้อความแจ้งเตือนความสำเร็จ เฉินหรงอัปเกรดเป็นช่างกลระดับห้าทันที อีกสองคนก็อัปเกรดเป็นช่างเชื่อมระดับห้าและช่างกลระดับสี่
พอทั้งสามกลายเป็นบุคลากรของระบบ หลินจวี้ก็จับเซ็นสัญญาใหม่ เพิ่มเงินเดือนและสวัสดิการให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมนิดหน่อย ไม่ต้องปิดบังอะไรกันแล้ว
มีช่างเทคนิคระดับสูงสามคน บวกกับความช่วยเหลือจากกัวเซิน การควบคุมเครื่องจักรระบบเพื่อสร้างจรวดก็คงไม่ใช่ปัญหา เพราะมันก็แค่จรวดลำเล็กๆ
ทั้งสามคนพอรู้เป้าหมายที่แท้จริงของโรงงานว่าจะสร้างจรวด ก็ตื่นเต้นกันยกใหญ่
จรวดกับรถไถเนี่ย มันคนละชั้นกันเหมือนฟ้ากับเหวเลยจริงๆ
ตกเย็น กัวเซินคุมงานจนพนักงานเก็บกวาดโรงงานรถไถจนเอี่ยมอ่อง
วัตถุดิบต่างๆ ถูกแยกประเภทจัดเก็บเข้าที่ เครื่องจักรได้รับการตรวจเช็กเบื้องต้น ทำความสะอาด ขจัดจุดเสี่ยงเรื่องไฟฟ้า
เพราะโรงงานขนาดเล็กและโครงสร้างไม่ซับซ้อน การจัดระเบียบเลยผ่านไปได้ด้วยดี
เพียงแต่ความรู้สึกบ้านๆ หยาบๆ มันยังสลัดไม่หลุด มองยังไงก็ยังเป็นโรงงานตำบลเล็กๆ อยู่ดี
ก่อนเลิกงานหลินจวี้ประกาศหยุดงานสามวัน เพื่อปรับปรุงโรงงาน
พอพนักงานกลับกันหมด เหลือแค่กัวเซินกับช่างเทคนิคที่เพิ่งอัปเกรดสามคน
สามทุ่มตรง หลินจวี้กดใช้การ์ดอัปเกรดฐานทัพระดับ D
โรงงานรถไถที่ตั้งอยู่ชานเมืองค่อนข้างเปลี่ยว ถนนหนทางนอกจากรถโรงงานก็แทบไม่มีใครผ่าน แต่จู่ๆ ก็มีเสียงเครื่องยนต์รถบรรทุกคำรามดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
รถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่กว่าสิบคัน รถบัสอีกหลายคัน และรถวิศวกรรมต่างๆ เลี้ยวเข้ามาในเขตโรงงาน เสียงลมเบรกดังฟู่ๆ ไม่ขาดสาย
คนงานกว่าร้อยคนในชุดพร้อมทำงานเดินลงมาจากรถบัส เข้าแถวอย่างเป็นระเบียบตามคำสั่งของฝรั่งผิวขาวที่สวมหมวกนิรภัยสีแดงและเสื้อเชิ้ต
ฝรั่งคนนั้นวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาหลินจวี้ ยื่นเอกสารแผนงานให้
"คุณหลินครับ เครื่องจักรและบุคลากรของบริษัทวิศวกรรมคอนเนตทิคัตโอ๊คมาถึงครบแล้ว ผมเคท ผู้ควบคุมงานฝ่ายจัดหาอุปกรณ์ ขอให้คุณยืนยันว่าโรงงานพร้อมแล้ว เราจะเริ่มลงมือทันที"
หลินจวี้ที่ตาแทบถลนพยักหน้าแบบงงๆ ปล่อยให้ทีมก่อสร้างที่โผล่มาจากไหนไม่รู้เริ่มปฏิบัติงาน
เคท ผู้คุมงานฝรั่ง สั่งการคนงานทันที พวกเขาเริ่มขึ้นโครงเหล็กบนตัวโรงงานด้วยความเร็วที่ไม่น่าจะเป็นมนุษย์ พร้อมกับตีแผ่นเหล็กกั้นรั้วกำแพงขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว
รถเครนกางขาตั้ง ยกเครื่องจักรใหม่ออกมาวางทีละเครื่องอย่างเป็นระเบียบและแม่นยำ
กัวเซิน เฉินหรง และช่างอีกสองคนก็เข้าไปร่วมวงกับทีมก่อสร้าง เพื่อช่วยดูแลด้านเทคนิค
หลินจวี้ที่โดนพลังของระบบเล่นงานจนมึน ยืนดูอยู่พักใหญ่กว่าจะกลับบ้านได้
วันต่อมา พอเขามาถึงหน้าโรงงานก็พบว่าทีมก่อสร้างกระจายกำลังเต็มพื้นที่ นั่งร้านเต็มไปหมด คนงานนับร้อยเดินว่อน ทำงานกันเร็วยั่งกะกดปุ่มฟอร์เวิร์ด
หน้าโรงงานมีพนักงานมายืนมุงดูความเปลี่ยนแปลง พอเห็นหลินจวี้ก็ร้องทัก
"เสี่ยวหลิน เสี่ยวหลิน"
หลินจวี้หันไปตามเสียง ปรากฏว่าเป็นลุงว่าน แกทำหน้าไม่เชื่อสายตาตัวเองสุดๆ
"เสี่ยวหลิน นี่เธอปิดลุงมิดเลยนะ วันก่อนยังทำหน้าเศร้าอยู่เลย เฮ้ย วันนี้ทีมก่อสร้างอเมริกามาลุยงานกันโครมๆ แล้ว"
"ไอ้หนู เธอเตรียมการไว้หมดแล้วใช่ไหม แล้วเงินกู้ห้าแสนดอลลาร์ล่ะ จะโอนเข้าสหกรณ์ให้ลุงเก็บไว้ให้ไหม"
เมื่อคืนลุงว่านได้ยินชาวบ้านคุยกันว่าโรงงานรถไถกลับมาเปิด วันนี้เลยกะมาดูลาดเลา ไม่นึกว่าจะเจอไซต์งานก่อสร้างยักษ์ใหญ่ขนาดนี้
พอได้ฟังจากปากคนงาน ก็ถึงกับอึ้ง
หลักฐานทนโท่ขนาดนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ วิศวกรกับทีมก่อสร้างระดับอินเตอร์จากอเมริกากำลังทำงานกันงกๆ
งั้นเรื่องเงินกู้ห้าแสนดอลลาร์ก็คงจริง โรงงานรถไถถึงจะมีหนี้ แต่เครดิตพุ่งกระฉูดทันที
แกรู้สึกว่าเสี่ยวหลินปิดบังเพื่อนเก่าพ่ออย่างแกมันไม่ค่อยน่ารักเลย แต่ก็อดดีใจไม่ได้ที่โรงงานรอดตายแถมหนี้สูญก็กำลังจะหายไป
"ลุงว่าน จริงๆ แล้วถ้าคนจากอเมริกาไม่มา ผมก็ไม่กล้ายืนยันหรอกครับ ไม่ได้ตั้งใจปิดบังนะ"
"ลุงคงได้ยินแล้วว่าเราจะเปลี่ยนไปผลิตเครื่องทำฝนเทียมไฮเทครุ่นใหม่ ระดับโลก เครื่องละห้าล้าน ทางตำบลกับในเมืองพอจะมีงบสนับสนุนบ้างไหมครับ"
"ห้าล้าน" ลุงว่านรู้สึกว่าเวอร์ไปหน่อย แต่ เครื่องทำฝนเทียมไฮเทค ก็น่าจะราคาประมาณนี้แหละมั้ง
"เสี่ยวหลิน ถ้าพวกเธอทำของไฮเทคแบบนี้จริง ก็ให้ทางตำบลมาดูโรงงานใหม่สิ ถ้าเทคโนโลยีผ่านเกณฑ์ ต้องมีงบอุดหนุนกับนโยบายพิเศษให้แน่"
"ถ้าตำบลเรามีโรงงานที่ผลิตเครื่องจักรราคาเครื่องละห้าล้านได้จริง ทางเมืองต้องยกย่องให้เป็นตัวอย่างและสนับสนุนเต็มที่แน่นอน"
หลินจวี้พอใจกับคำตอบนี้มาก ตบหน้าอกรับประกัน
"วางใจเถอะครับลุง อีกไม่กี่วันโรงงานอัปเกรดเสร็จ จะเป็นไฮเทคระดับท็อปแน่นอน"
[จบแล้ว]