เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3-16 ความอำมหิต (2)

ตอนที่ 3-16 ความอำมหิต (2)

ตอนที่ 3-16 ความอำมหิต (2)


“ลินลี่ย์,  เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย!  ดีจริงๆ” น้ำเสียงดีใจดังขึ้น และบุรุษร่างผอมคนหนึ่งวิ่งตรงมาทางพวกเขาอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มคนนี้คือนักรบผอมที่ลินลี่ย์พบตอนเดินทางเข้าเทือกเขาอสูรเวทใหม่ๆ  อีกสองคนที่เขาได้พบก็คือเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขาเดลซาร์ตและคาฟผู้มีร่างกายกำยำได้ตายไปแล้วทั้งคู่

ตอนนั้น เมื่อเผชิญกับขมังธนูจอมเวทธาตุลม ลินลี่ย์ใช้เวทพยุหะหอกดินสู้ แม็ทนักรบผอมระดับห้าฉวยโอกาสหนีทันที แต่ลินลี่ย์ไม่ได้สนใจเรื่องที่เขาหนีไป ที่สำคัญเขากับแม็ทไม่มีความเกี่ยวข้องเป็นพิเศษ

พูดตามตรง ทั้งสามคนที่เขาได้เจอ เพียงคนเดียวที่ลินลี่ย์รู้สึกเป็นมิตร ก็คือเดลซาร์ต   ส่วนคาฟคนตัวใหญ่ ให้ความรู้สึกที่ดีกับลินลี่ย์เหมือนกัน    แต่ลินลี่ย์ไม่มีความรู้สึกพิเศษกับแม็ทแต่อย่างใด

“โอว! แม็ทนั่นเอง ข้าคาดไม่ถึงเลยว่าเราทั้งคู่จะพบกันในเทือกเขาอสูรเวทกันอีกหลังจากผ่านไปเดือนหนึ่งแล้ว”  ลินลี่ย์ยังคงใจเย็น

แม็ทแสดงอาการตื่นเต้นมาก “นี่ช่างน่าทึ่งอะไรอย่างนี้ เดือนนี้ มีอยู่หลายครั้งที่ข้าเกือบถูกอสูรเวทที่นี่เล่นงาน  โชคดีนะที่ชะตาของข้าไม่ย่ำแย่นัก  โห..หมูศึกกระหายเลือดใช่ไหมนั่น?  ลินลี่ย์ เจ้าฆ่าหมูศึกกระหายเลือดได้หรือนี่? เจ้าช่างน่ากลัวจริงๆ!”

ลินลี่ย์ยิ้ม

“ข้าชักหิวแล้ว ข้าได้ยินมาว่าเนื้อสดของหมูศึกกระหายเลือดกับกระทิงเหล็กดูดเลือดมีรสชาติดีมาก  และมันมีสีสันชวนกินอย่างน่าอัศจรรย์ด้วย  ข้ายังไม่ได้กินอาหารกลางวันเลย  เจ้าคงไม่ว่าอะไรที่จะแบ่งเนื้อหมูศึกให้ข้าบ้างนะ?” แม็ทหยอกเย้า

หมูศึกกระหายเลือดมีขนาดใหญ่ซากของมันมีน้ำหนักอย่างน้อยก็หลายร้อยกิโลกรัม ต่อให้มีสิบคนก็คงกินได้ไม่หมด

“ไม่ว่าแน่นอน” ลินลี่ย์ชักมีดออกและเริ่มแล่หมูศึกเป็นส่วนๆ

“ลินลี่ย์, ไม่จำเป็นต้องรบกวนเจ้าก็ได้ ซากหมูศึกกระหายเลือดเป็นส่วนหนึ่งของผลการต่อสู้ของเจ้า  ข้าจะรบกวนให้เจ้าแยกชิ้นส่วนมันได้ยังไง?  ให้ข้าทำเอง ฝีมือการย่างของข้าก็ไม่เบาหรอกนะ” ทันใดนั้นแม็ทตรงไปที่ซากหมูศึกทันทีและชักมีดออกมาจากข้างตัว

พอชักมีดออก แม็ทเริ่มแล่หมูศึกด้วยความชำนาญ เขาตัดขามันออกมาสี่ข้าง ลิ้นและหางเท่านั้น  จากนั้นก็ล้างชิ้นส่วนเหล่านี้ใกล้น้ำพุ

“เจ้านาย, ดูเหมือนเขาจะชำนาญดีนะ  เขาไม่ด้อยไปกว่าท่านเลยในเรื่องนี้นะ” หนูเงาน้อยบีบีกระโดดขึ้นมาอยู่บนไหล่ลินลี่ย์และพูดทางจิตกับลินลี่ย์

หลังจากชำเลืองดูหนูเงาน้อยบีบีบนไหล่ของเขา ลินลี่ย์อดถอนหายใจชื่นชมไม่ได้ เมื่อคนอื่นเห็นหนูสีดำผอมตัวเล็กนี้ บางทีพวกเขาคงคิดว่ามันเป็นแค่หนูเงาน้อยธรรมดา  แต่ความจริง...

ลินลี่ย์ยังคงหวนนึกถึงภาพที่บีบีโกรธมีความน่ากลัวขนาดไหน  มันสามารถฆ่านักฆ่าชุดดำผู้นั้นได้อย่างง่ายดายพอๆกับเด็กสาวผู้ใจดีคนนั้น

“อย่าตัดสินคนจากลักษณะของเขา อสูรเวทก็ในทำนองเดียวกัน” ลินลี่ย์ถอนหายใจให้ตนเอง

แม็ทเริ่มตระเตรียมอุปกรณ์ย่างของเขาอย่างดี และยังเอาเกลือ และเครื่องเทศออกมาจากกระเป๋าของเขา “ลินลี่ย์ ขาหมูศึกจะรสชาติดีแน่นอน  ลิ้นของมันก็เหมือนกันทั้งนุ่มและหอมหวาน   ความอร่อยของหางหมูศึกก็รสชาติดีอีกด้วย”

ขณะที่เขาพูด แม็ทหั่นหางและลิ้นทั้งสองเป็นหลายชิ้น  ลินลี่ย์มองดู ขณะที่แม็ทใช้หินเหล็กไฟโดยไม่เข้ามาช่วยแม้ว่าเขาจะมีพลังเวทไฟ เขาดูแม็ทย่างส่วนต่างๆ อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

หลังจากเวลาผ่านไปช่วงหนึ่ง

“ได้เวลาแล้ว ลองชิมดู” แม็ทยื่นขาหมูศึกให้ลินลี่ย์อย่างค่อนข้างกระตือรือร้น

แต่กลับกลายเป็นว่า ลินลี่ย์หันไปมอบให้บีบี  บีบีรับเนื้อหมูทันทีด้วยความยินดี และเริ่มก้มหน้าก้มตากิน ขาหมูศึกนี้อาจใหญ่กว่าตัวบีบีสามถึงสี่เท่า    แต่ในช่วงเวลาสั้นๆ  บีบีก็กินเนื้อหมูจนหมด

ภาพนี้ทำให้แม็ทปากอ้าค้างด้วยความประหลาดใจ

“มันคืออสูรเวทจริงๆด้วย แม้แต่หนูเงาดำก็กินจุมาก” แม็ทถอนหายใจขณะยื่นลิ้นหมูย่างให้ลินลี่ย์  “ลินลี่ย์, ลองชิมฝีมือปรุงอาหารของข้าดูสิ”

ลินลี่ย์ยิ้มขณะปฏิเสธ “ไม่ต้องก็ได้ ข้าไม่คุ้นกับการกินลิ้น  แค่เนื้อขาหมูก็ดีสำหรับข้าแล้ว” ลินลี่ย์หยิบขาหมูข้างหนึ่งออกมาและเริ่มกินอย่างไม่เกรงใจ  แม็ทที่อยู่ใกล้ๆ เขาหัวเราะ“อย่างนั้นข้าจะไม่ฝืนใจเจ้า ถ้าเจ้าไม่กิน อย่างนั้นข้ากินเอง ฮ่าฮ่า”

ขณะที่แม็ทมีความเพลิดเพลินมากเขาเริ่มกินลิ้นและหางหมูย่าง

เวลาผ่านไป ลินลี่ย์ก็กินขาหมูศึกเสร็จ แม็ทยังไม่ได้กัดกินขาหมูสักคำ

“เจ้ากินเสร็จแล้วหรือ?  ฮ่าฮ่างั้นก็ดี  ข้าก็เกือบจะอิ่มเหมือนกัน  ข้าจะเก็บขาหมูนี้ไว้กินตอนที่ข้าหิว” แม็ทดึงผ้าน้ำมันออกมาจากกระเป๋าหลังและห่อขาหมูเอาไว้จากนั้นเก็บห่อไว้กระเป๋าหลังของเขา

ลินลี่ย์ชำเลืองมองแม็ท

ดูเหมือนว่าแม็ทต้องการเที่ยวติดตามเขาไป

“แม็ท ในเทือกเขาอสูรเวทนี้ ข้ากำลังฝึกฝนตัวเองได้ดี เราแยกทางกันตรงนี้เถอะ”  ลินลี่ย์พูดตามตรง

แม็ทขมวดคิ้วทันที  “ลินลี่ย์!  ที่นี่อันตรายเกินไป  จะปลอดภัยมากกว่าถ้าเราเดินทางร่วมกัน  พูดตามตรงนะ ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้  ข้าหวาดกลัวทุกครั้งที่ต้องเผชิญการต่อสู้  ข้าไม่สามารถหลับตาลงนอนได้เช่นกัน

“อย่างนั้นก็ตามใจเจ้า”

ลินลี่ย์ไม่พูดอ้อม เขามุ่งหน้าลึกเข้าไปในภูเขาทันที ขณะที่แม็ทยิ้มเดินตามเขา แต่เมื่อสายตาเขาจับจ้องไปที่กระเป๋าที่ลินลี่ย์สะพายอยู่ที่หลัง  นัยน์ตาของเขาฉายแววชั่วร้ายเล็กน้อย

“กระเป๋าใบนี้แตกต่างจากใบที่ลินลี่ย์ใช้เมื่อเดือนที่แล้ว  และดูเหมือนจะบรรจุของเต็มขึ้นกว่าเดิมด้วย”  แม็ทแค่นเสียงกับตนเอง  แต่เขายังคงยิ้มด้วยท่าทีเหมือนเป็นมิตร  แม็ทไม่เหมือนกับลินลี่ย์  ก่อนที่จะเข้ามาในภูเขานี้  เขาฝึกตนเองในที่อื่นมาหลายครั้งแล้ว

แม็ทเร่งฝีเท้าตาม และพูดยิ้มๆ “ลินลี่ย์, เจ้าน่ะเป็นคนยอดเยี่ยมจริงๆ  เดินทางร่วมกับเจ้าแล้วข้ารู้สึกปลอดภัยมากกว่า  ที่สำคัญคือ  สองคนรวมกันยังแข็งแกร่งกว่าสองคนที่แยกกัน  ตอนกลางคืนเราสามารถผลัดกันนอนได้  เราทั้งสองไม่จำเป็นต้องตื่นตัวตลอดคืนหรอก”

ลินลี่ย์เงียบ สายตาของเขามักเพ่งมองไปรอบๆ คอยจับตามองหาอสูรเวทในภูเขานี้อย่างระมัดระวัง

….

พวกเขาค่อยๆ มุ่งหน้าขึ้นเหนือ  ขณะที่ลินลี่ย์ไม่กล้าล่วงลึกเข้าไปทางตะวันออกอีกต่อไป  ถ้าพวกเขาเดินลึกเข้าไปในทิศตะวันออก  ก็จะเข้าไปยังพื้นที่อันตรายของเทือกเขาอสูรเวท  ปัจจุบันในพื้นที่นี้ ลินลี่ย์แค่เผชิญหน้ากับอสูรเวทระดับห้าหรือระดับหกเท่านั้น

ตลอดเวลาช่วงนี้  แม็ทติดตามอยู่ข้างๆเขา ดูเหมือนจะมีความสุขมาก

สองวันต่อมา

เป็นเวลาดึกแล้ว ทั่วทุกที่ตกอยู่ในความมืด ลินลี่ย์กับแม็ทยังคงเดินไปเรื่อยๆ เป็นแนวตรง

“ลินลี่ย์, เจ้าคิดว่าถึงเวลาที่เราจะกลับหรือยัง? บอกตามตรงนะ เราใช้เวลาในเทือกเขาอสูรเวทมาเพียงพอแล้ว”  แม็ทพูดเบาๆ ขณะเดินตามลินลี่ย์

ลินลี่ย์เพียงแต่ส่ายศีรษะอย่างใจเย็นไม่ส่งเสียงแต่อย่างใด

แม็ทชักโกรธขึ้นมาบ้าง  “ทุกๆ คืน  เจ้าลินลี่ย์นี้ก็ยังระมัดระวังตัวมาก  เขาไม่ให้โอกาสเราเลยแม้แต่น้อย” แม็ทไม่มั่นใจว่าตนจะมีฝีมือพอฆ่าลินลี่ย์ได้  ที่สำคัญก็คือ การเอาตัวรอดที่นี่ได้มาอย่างยาวนานเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงฝีมือลินลี่ย์เป็นอย่างดี

“หืม?”  ดูเหมือนลินลี่ย์จะสังเกตเห็นอะไรที่พิเศษบางอย่างได้  เขาหมุนตัวไปรอบๆและจ้องไปที่ป่าละเมาะในที่ไม่ไกลนัก ภายในป่าละเมาะ มีเงาเลือนรางนอนหมอบซ่อนอยู่

แม็ทอยู่ข้างๆ ลินลี่ย์  เห็นเขาหันหน้าไปทางอื่นโดยหันหลังให้แม็ท  แววตาโลภปรากฏขึ้นในดวงตาแม็ทขณะที่เขาดูตื่นเต้น  แมทดึงมีดออกมาอย่างรวดเร็วและปราศจากความลังเลแม้แต่น้อย  เขาแทงไปที่หลังลินลี่ย์ แม็ทผู้ฝึกมาอย่างดีชักมีดของเขาออกมาและแทงหลังลินลี่ย์โดยไม่ลังเลแต่อย่างใด

ทันใดนั้นลินลี่ย์หันมาคว้าข้อมือแม็ทที่ถือมีดอยู่  เขาจ้องมองแม็ทด้วยสายตาเย็นชา และถามว่า“เจ้าคิดจะทำอะไร?”

“เจ้า!”  แม็ทตกใจ เขาไม่อาจเชื่อเลยว่าการลอบทำร้ายของเขาจะถูกสังเกตเห็นและป้องกันไว้ได้

แม็ทกลับยิ้มให้ลินลี่ย์ทันที “แล้วเจ้าคิดว่าข้าจะทำอะไร?  โอว, จอมเวทอัจฉริยะผู้มีกำลัง  ข้าจะบอกเจ้าก็ได้...ข้ากำลังจะฆ่าเจ้า”  แม็ทมั่นใจตนเองเต็มที่  การที่พวกเขาทั้งสองอยู่ใกล้กันขนาดนี้เป็นไปได้ยังไงที่ เขาผู้เป็นนักรบระดับห้าจะไม่สามารถฆ่าจอมเวทระดับห้าได้?

ทันใดนั้นแม็ทเพิ่มพลังไปที่ข้อมือขวาของเขาและเริ่มแผ่ปราณยุทธเพื่อสลัดให้หลุดจากการจับกุมของลินลี่ย์

“ตาย!”  แม็ทจ้องมองลินลี่ย์ขณะที่เขาใช้มีดแทงใส่ลินลี่ย์อีกครั้ง

“กรรรร!!

เสียงที่น่ากลัวดังขึ้น “อะไรกัน?” แม็ทได้ยินเสียง และเขาอดขนลุกมิได้ จากนั้นแม็ทเห็นเงาดำน้อยปรากฏตัวต่อหน้าเขา

“อะไร....นี่มันอะไรกัน?”  แม็ทสามารถบอกได้ว่าเงาดำนี้ก็คือบีบีหนูเงาน้อยที่ใช้ชีวิตทุกวันอยู่บนไหล่ของลินลี่ย์ หนูเงาน้อยอ้าปากกว้างเผยให้เห็นฟันแหลมคมน่ากลัวและมันงับลงบนใบหน้าของแม็ท

“ไม่....!”

ทันใดนั้นแม็ทพยายามถอยอย่างรวดเร็ว ขณะที่สะบัดศีรษะออกห่าง

“กร้วมมม!”

ความเร็วของหนูเงาน้อยไวกว่าที่แม็ทคิดไว้มาก แม็ทจะหลบพ้นได้ยังไง?หนูเงาน้อยใช้อุ้งเท้าขวาที่มีกรงเล็บแหลมคมดุจมีดตะปบใส่ศีรษะของแม็ท  และด้วยการตะปบเพียงครั้งเดียวคอของแม็ทหลุดหายไปครึ่งหนึ่ง เลือดพุ่งกระจาย

“อึก..กัก.กัก..” แม็ทใช้มือข้างหนึ่งกุมคอที่เหลือของเขา  นัยน์ตาแม็ทเบิกกว้างเหมือนตาวัว นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยแววเหลือเชื่อหวาดหวั่นจับจ้องอยู่ที่หนูเงาน้อย  และในใจเขาตกใจสุดขีด “หนูเงาหรือ?  นี่คือหนูเงาหรือ?”

ขณะที่เขาล้มลงตาย และขณะที่สติกำลังขาดหายแม็ทยังคงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นเหลือเชื่อ เขาเตรียมแผนการนี้มานาน แต่เขากลับไม่มีหนูเงาน้อยอยู่ในแผนเลย

หนูเงาสีดำเป็นหนูเงาระดับอ่อนแอที่สุด

แต่ขณะที่เขาตาย ในที่สุดแม็ทก็ตระหนักได้ว่าหนูเงาน้อยที่น่ารักความจริงแล้วเป็นสัตว์ประหลาดที่น่ากลัว

“ตุ้บ!”

มือของแม็ทหลุดจากที่กุมคอทิ้งตัวลงข้างๆ อย่างไร้ชีวิต  จากนั้นเขาเองก็ล้มลงด้วยเช่นกัน  เลือดของเขาย้อมชุดของเขาและพื้นดินจนแดงฉาน

จบบทที่ ตอนที่ 3-16 ความอำมหิต (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว