เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3-9 เทือกเขาอสูรเวท (1)

ตอนที่ 3-9 เทือกเขาอสูรเวท (1)

ตอนที่ 3-9 เทือกเขาอสูรเวท (1)


เทือกเขาอสูรเวทนั้นกว้างใหญ่ ไม่มีที่สิ้นสุด

ภายในเทือกเขานั้น ลินลี่ย์สามารถพบต้นสนโบราณที่มีอายุหลายร้อยปีหรืออาจจะมากกว่าหนึ่งพันปียึดครองทั้งพื้นที่หญ้าหลากหลายชนิดขึ้นเต็มทั่วทั้งผืนดิน ไม้พุ่มและไม้หนามยังคงพบได้เรื่อย ใบไม้แห้งปกคลุมทั่วพื้นดินแต่ละย่างก้าว ก่อให้เกิดเสียงดัง เถาวัลย์โบราณและวัชพืชพบเห็นได้ทุกที่ทาง

“ดูวัชพืชและเถาวัลย์จำนวนมากและต้นไม้รายรอบสิ ถ้ามีอสูรเวทอยู่ห่างจากข้าสักสิบเมตรข้าคงไม่รู้ตัวแน่” ลินลี่ย์เข้าใจดี

ปู่เดลินปรากฎตัวอยู่ข้างกายเขาเช่นกัน

“สิบเมตรน่ะหรือ? ลินลี่ย์ ต่อให้ต้นหญ้าที่อยู่ต่อหน้าเจ้า อาจมีอสูรเวทรออยู่ก็ได้ อย่างเช่นงูยักษ์ไงเล่า”  เดลินโคเวิร์ทพูดพลางหัวเราะ

ลินลี่ย์จ้องมองที่พงหญ้าซึ่งสูงครึ่งตัวเขาข้างหน้าโดยมิได้ตั้งใจพงหญ้าที่สูง และหนาเช่นนี้สามารถซ่อนงูได้จริงๆ หลังจากสูดลมหายใจลึกแล้ว ลินลี่ย์ยืนอยู่ที่เดิมและเริ่มร่ายเวท

ทันใดนั้นเองสายลมอ่อนก็พุ่งออกจากร่างของลินลี่ย์กระจายออกไปทั่วทุกทิศก่อนที่จะหายลับไปในที่สุด

เวทธาตุลม –  สายลมตรวจสอบ

หากพูดกันตามธรรมดา จอมเวทระดับสามก็ร่ายเวทสายลมตรวจสอบได้  แต่แน่นอนว่ายิ่งเป็นจอมเวทที่ทรงพลังขอบเขตของเวทก็ยิ่งกว้างขึ้น เวทสายลมตรวจสอบของจอมเวทระดับสามจะมีผลเพียงราวๆสิบเมตรรอบตัวผู้ร่ายแต่เวทสายลมตรวจสอบที่ร่ายโดยจอมเวทระดับห้ามีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่าร้อยเมตร

“ภายในร้อยเมตรโดยรอบ มีเพียงอสูรเวทระดับหนึ่งหนูฟองน้ำเท่านั้น และยังมีแมงป่องดินอสูรเวทระดับสองอีกไม่กี่ตัว”ลินลี่ย์พูดอย่างมั่นใจ

เวทสายลมตรวจสอบสามารถตรวจจับกลิ่นอายและชนิดของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด

“อย่าเพิ่งย่ามใจนักนะ  อสูรเวทที่ทรงพลังสามารถซ่อนอยู่ใต้ดินและอสูรเวทระดับเซียนสามารถซ่อนพลังของตัวเองได้” เดลิน  โคเวิร์ทกล่าวตักเตือน แต่แล้วเขาก็หัวเราะ  “แต่แน่นอนอยู่แล้ว ถ้าอสูรเวทระดับเซียนจะมาจัดการมนุษย์น้อยอย่างเจ้าพวกมันจะซ่อนพลังไปทำไม?”

แต่หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้ ลินลี่ย์เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น

“ซุ่มโจมตีโดยซ่อนพลังไว้งั้นหรือ? ในหนังสือบางเล่มก็บอกว่าความฉลาดของอสูรเวทเทียบได้กับมนุษย์ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องจริง” ลินลี่ย์พูดกับตัวเอง เขาจ้องไปที่บีบีหนูเงาน้อยบนไหล่ของเขาแล้วก็คิด“เจ้าบีบีน้อยนี่ยังฉลาดมากขนาดนี้ เราคงประมาทไม่ได้”

มีลมหมุนรอบๆเท้าของลินลี่ย์ นี่เป็นการใช้เวทความเร็วเสียงเฉพาะส่วน

ลินลี่ย์ผ่านเข้าไปในเทือกเขาอสูรเวทอย่างไร้เสียงเขาสำรวจรอบตัวอย่างระมัดระวัง ขณะที่บนไหล่ของเขา บีบีน้อยก็ยังเชิดหัวของมันขึ้นและมองไปทุกทิศทาง ตาน้อยสีดำของมันสอดส่ายไปมา พวกเขาทั้งสองเดินทางลึกเข้าไปในภูเขาอย่างช้าๆ

“เทือกเขาอสูรเวทมีความยาวมากกว่าหนึ่งหมื่นกิโลเมตร มีความกว้างเฉลี่ยประมาณเจ็ดหรือแปดร้อยกิโลเมตรร้อยกิโลเมตรรอบนอกนั้นอสูรเวทมีแต่พวกระดับต่ำถ้าเราเข้าไปลึกกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตร เราจะได้พบอสูรเวทระดับห้าและหกจำนวนมากถ้าเรายังเข้าลึกขึ้นไปอีก เราอาจได้เห็นอสูรเวทระดับเจ็ด แปด และเก้าหลายตัวหรือบางทีอาจเจออสูรเวทระดับเซียนก็ได้”

เดลิน โคเวิร์ทเริ่มบรรยายเรื่องเทือกเขาอสูรเวทเพิ่มอีกครั้ง

“แต่แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่แน่นอน บางทีอสูรเวทระดับเก้าอาจเบื่อแล้วออกมาเที่ยวเล่นที่ดินแดนรอบนอกก็ได้”เดลิน โคเวิร์ทกล่าว “แล้วบางทีเจ้าอาจจะได้พบกับฝูงหมาป่าที่มีมากกว่าหมื่นตัวก็ได้ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ข้าบอกได้เลยว่าเจ้าได้พบเรื่องสยดสยองแน่”

พอได้ฟังคำพูดของเดลิน โคเวิร์ทแล้ว ลินลี่ย์ได้แต่เม้มปาก

เรื่องนั้นไม่มีอะไรต้องพูด

เทือกเขาอสูรเวทมีขนาดใหญ่โตมหึมามาก เขาจะโชคร้ายได้ยังไง?แต่ถ้าเขาโชคร้ายจริงๆ เดลิน โคเวิร์ท ที่เป็นเพียงดวงวิญญาณคงจะช่วยอะไรเขาไม่ได้จอมเวทผู้วิเศษระดับเซียนที่ไม่มีพลังเวทนั้นก็ไม่มีทางโจมตีได้

“ปู่เดลิน,  ข้าทราบเรื่องนี้แล้ว  ช่วยเงียบและอย่ากวนใจข้า”  ลินลี่ย์พูดอย่างไม่พอใจ

เดลิน โคเวิร์ทหัวเราะทันที เขาลูบเคราขาวและไม่พูดอะไรอีก

เทือกเขาอสูรเวทเป็นสถานที่ของภูเขาลึกและป่าไม้โบราณ ต้นไม้ขึ้นหนาแน่นมากจนสามารถกันฝนที่ตกลงมาได้ทั้งหมดมีเล็ดลอดลงมาเพียงประปราย หลังจากเดินมาได้พักหนึ่งเขาเข้าใจได้ว่าอาณาเขตภายนอกนี้ไม่อันตรายเท่าไรนัก

ลินลี่ย์ส่งพลังบางส่วนไปที่ขา และกระโดดขึ้นไปบนกิ่งไม้ที่สูงราวเจ็ดหรือแปดเมตรแล้วจึงสำรวจดูรอบๆอย่างระมัดระวัง

“เจ้านาย!  ไกลออกไปทางด้านขวามีหมูป่าตัวหนึ่ง เสียงของบีบีดังขึ้นในใจของลินลี่ย์

เมื่อได้ยินคำนี้ ลินลี่ย์อดไม่ได้ที่จะหันไปมอง  และก็จริง ห่างออกไปราวร้อยเมตรหมูป่าเขาเดียวตัวหนึ่งกำลังสังเกตรอบๆตัวมันอย่างระมัดระวัง ถ้าลินลี่ย์ไม่ได้อยู่ในจุดที่สูงเช่นนี้ลินลี่ย์อาจจะไม่เห็นหมูป่าเขาเดียวตัวนี้ด้วยซ้ำ

“หมูป่ายูนิคอร์นอสูรเวทระดับสาม เป็นสัตว์ประหลาดสายธาตุดินวิชาที่ใช้รับมือมันได้ก็คือ หอกศิลา ข้อมูลเรื่องหมูป่ายูนิคอร์นบางส่วนผุดขึ้นมาในใจลินลี่ย์

“แม้ว่ามันจะเป็นแค่อสูรระดับสาม อย่างน้อยมันก็เป็นอาหารมื้อค่ำได้  เนื้อหมูป่ารสชาติดีอยู่แล้ว”  ลินลี่ย์ย่องเข้าหาเจ้าหมูป่าอย่างเงียบคล่องแคล่ว และว่องไว เนื่องด้วยความรกชัฏของต้นไม้หมูป่าไม่ได้สังเกตเห็นลินลี่ย์ม้แต่น้อย

เมื่อเขาเข้าไปในระยะสิบเมตรจากหมูป่า ลินลี่ย์หมอบราบลงกับหญ้า เพียงมองผ่านกอหญ้าลินลี่ย์ก็เห็นเค้าโครงของหมูป่าเขาเดียว

ควั่บ

ลินลี่ย์พุ่งออกจากพงหญ้าเหมือนมังกรที่ออกจากรังเมื่อหมูป่าเขาเดียวหัวหัวมาและมองดูอย่างตกตะลึงลินลี่ย์ก็ลงไปถึงพื้นราวกับลมหอบหนึ่ง หมูป่าเขาเดียวร้องอย่างขุ่นเคืองและใช้เขาอันยาวและหนาแทงตรงเข้าใส่ลินลี่ย์

“ฮึบ!” ลินลี่ย์ยื่นมือซ้ายออกและจับที่เขาของมัน  จากนั้นก็ดึงอย่างแรง

หมูป่าเขาเดียวที่หนักหลายร้อยกิโลกรัมถูกลินลี่ย์โยนขึ้นสูงเจ็ดแปดเมตร ตอนนี้เขาใช้ขาซ้ายของเขาราวกับมันเป็นดาบเล่มยักษ์หวดเข้าที่หัวของหมูป่าอย่างรุนแรงและรวดเร็ว

“ตุ้บ” เกิดเสียงกระดูกหัก  หมูป่าเขาเดียวถูกเตะไปชนต้นไม้เมื่อมันร่วงมาถึงพื้น พื้นก็สั่นสะเทือน หมูป่าเขาเดียวกระดูกหักเรียบร้อย  และสมองของมันก็เริ่มไหลออกมาทางรอยแตกของกะโหลกเลือดไหลออกมาจากปากของมันเป็นสายขาทั้งสี่ข้างของมันกระตุกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยุดลง

เพียงอาศัยพลังในฐานะนักรบ การฆ่าหมูป่าเขาเดียวก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับลินลี่ย์

“แม้ว่าแก่นเวทของอสูรเวทระดับสามจะมีราคาเพียงราวๆ สิบเหรียญทอง แต่เราคงปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้”ลินลี่ย์ดึงเหล็กสกัดออกมาจากกระเป๋าหลังของเขา และเพียงเฉือนสองสามครั้ง เขาก็เปิดซากหมูป่าได้แก่นเวทสีน้ำตาลที่ดูธรรมดาก็กลิ้งออกมา ลินลี่ย์เช็ดกับหญ้าแล้วจึงเก็บเข้ากระเป๋า

จากนั้น ลินลี่ย์ก็ถลกหนังหมูป่าและตัดขามัน

หลังจากตัดกิ่งไม้ลงมาสองสามกิ่ง ลินลี่ย์พลิกข้อมือ เขาร่ายเวทไฟขนาดเล็กใส่กิ่งไม้เมื่อไฟเริ่มขยายใหญ่ ลินลี่ย์ก็เริ่มย่างขาหมูป่า

หนูเงาน้อยบีบีเริ่มน้ำลายหก นัยน์ตาของมันจับจ้องอยู่ที่ขาหมู “ขาหมูอร่อยดีนะ เจ้านาย เร็วหน่อย, เร็วหน่อย  ทำไมเจ้านายไม่ใช้เวทธาตุไฟของเจ้านายย่างตรงๆแบบนั้นไม่เร็วกว่าหรือ?”

“เวทธาตุไฟน่ะหรือ? ข้ามีพลังเวทธาตุไฟอยู่เพียงน้อยนิด และที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ  เมื่อจะปรุงอาหาร  การใช้อุณหภูมิสูงไม่ใช่เรื่องจำเป็น”  ลินลี่ย์พูดพลางหัวเราะพลางเขาหยิบเกลือและวัตถุดิบอื่นออกจากกระเป๋าสะพายหลัง

เดิมทีเมื่อลินลี่ย์ได้ทดสอบความถนัดทางเวทเขามีความถนัดทางธาตุดินและลมในระดับยอดเยี่ยมแต่มีความถนัดทางธาตุไฟในระดับธรรมดาทั่วไป หากพูดตามปกติ สำหรับคนทั่วไปแล้ว ความสามารถในการเชื่อมโยงธาตุระดับธรรมดานั้นก็นับว่าค่อนข้างดีแต่สำหรับคนอย่างลินลี่ย์ เขาไม่มีเวลาเอาใจใส่กับเวทธาตุไฟ

นอกจากนี้ ถ้าเขาต้องการให้เวทธาตุไฟมีความสามารถเท่าเทียมกับธาตุลมและดินเขาอาจจะต้องใช้เวลามากขึ้นเป็นสิบเท่า

ดังนั้น  ลินลี่ย์จึงขัดเกลาพลังเวทธาตุไฟเพียงเล็กน้อยอย่างไรก็ตาม เขาสามารถใช้เวทบอลไฟหลายครั้งได้โดยไม่มีปัญหา

หลังจากย่างขาหมูสองทั้งข้างเสร็จ ลินลี่ย์และบีบีแบ่งกันกินคนละข้างก่อนลินลี่ย์จะเริ่มย่างอีกสองข้างที่เหลือ

“ว้าว อร่อยดี” บีบีคุยอย่างกระตือรือร้นในระหว่างที่กิน“รสชาติของหมูป่าตัวนี้เยี่ยมกว่าหมูที่โตในคอกมากนัก รสชาติดี กลิ่นหอมกรุ่น แต่ที่สำคัญคือความสามารถในย่างของเจ้านาย”บีบีรู้สึกที่มีความสุขมากเริ่มยอลินลี่ย์

ลินลี่ย์อดหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้

“เจ้านาย, ข้าอยากได้เพิ่มอีก” หลังจากจัดการขาหมูหนึ่งขา  บีบีมองดูลินลี่ย์ด้วยท่าทางน่าสงสาร

เมื่อได้เห็นแววตาละห้อยของบีบี ลินลี่ย์ไม่ได้รู้สึกสงสารเลยแม้แต่น้อย เขาอธิบายอย่างเข้มงวด“ขาหมูชิ้นนี้มันใหญ่กว่าเป็ดย่างมากนะ สำหรับเจ้าขาเดียวก็พอแล้ว อีกสองขาเก็บไว้สำหรับมื้อค่ำ”หลังพูดจบ ลินลี่ย์ก็เบือนหน้าหนีและไม่สนใจใบหน้าที่น่าสงสารของบีบีอย่างสิ้นเชิง

หลังจัดการขาหมูย่างทั้งสองข้างเสร็จ ลินลี่ยใช้ใบไม้ใบใหญ่สองใบห่อที่เหลือเก็บไว้แล้วจึงใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายจากนั้นเริ่มเดินทางต่อไปตามถนนพร้อมกับบีบี

จบบทที่ ตอนที่ 3-9 เทือกเขาอสูรเวท (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว