เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2-22 หอศิลป์พรูกซ์ (2)

ตอนที่ 2-22 หอศิลป์พรูกซ์ (2)

ตอนที่ 2-22 หอศิลป์พรูกซ์ (2)


หอศิลป์พรูกซ์

เป็นสถานที่รวบรวมงานประติมากรรมอันดับหนึ่ง เมืองใหญ่แต่ละเมืองในทวีปยูลานจะมีสาขาของหอศิลป์พรูกซ์  พื้นในหอศิลป์พรูกซ์กินเนื้อที่ขนาดใหญ่โตและผู้คนมากมายที่เข้ามาในหอศิลป์แห่งนี้ล้วนแต่มีมารยาทและวัฒนธรรมอันดี

ภายในหอศิลป์พรูกซ์ ถ้าท่านมีแหวนเวทบนมือไว้โอ้อวดกัน  ผลก็คือท่านจะถูกเย้ยหยันหัวเราะในความเป็นผู้ไร้รสนิยม

งานศิลปะ มีความซับซ้อน

สถานที่นี้เห็นคุณค่าในเรื่องนี้มากที่สุด

ค่าธรรมเนียมเข้าชมหอศิลป์พรูกซ์เก็บคนละหนึ่งเหรียญทอง

เสียงติงต่อง ชัดเจนราวกับเสียงของภูเขาในฤดูใบไม้ผลิ  ดังออกมาในหอศิลป์พรูกซ์  เสียงที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกสงบ  นักท่องเที่ยวนับไม่ถ้วนออกันแน่นที่ทางเข้ามีบุรุษและสตรีสูงศักดิ์และหญิงสาวงดงามอยู่ในชุดที่ทันสมัยกันทุกคน

และคนทั่วไปที่อยู่หน้าหอศิลป์พรูกซ์แทบจะวางตัวไม่ถูก

เมื่อลินลี่ย์และกลุ่มพี่น้องของเขารวมทั้งคาสและผู้คุ้มกันสามคนมาถึงหอศิลป์พรูกซ์ คนที่ดูออกสามารถจำเครื่องแบบสถาบันเอินส์ที่พวกเขาสวมอยู่ได้  พอเห็นเหยี่ยวสายฟ้าตาน้ำเงินบนไหล่ของคาส  พวกเขาจะให้ความเคารพและสุภาพเป็นธรรมดา

“ลุงคาสมากับพวกเรา ส่วนอีกสามคนให้รอเราอยู่ข้างนอก”  เยลสั่ง

ลินลี่ย์, พี่น้องทั้งสามและคาสเข้าไปในหอศิลป์  ในหอแสดงใหญ่ของหอศิลป์พรูกซ์มีรูปปั้นบุรุษผู้หนึ่ง  รูปปั้นนี้คือรูปของนักแกะสลักระดับปรมาจารย์พรูกซ์

ทั่วทั้งหอศิลป์พรูกซ์ปราศจากสรรพสำเนียง

ความจริงทุกคนไม่ว่าจะมีสถานะใด จะพูดกันเสียงเบาๆเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนคนอื่น

เยล, เรย์โนลด์, จอร์จและลินลี่ย์มองดูรูปแกะสลักหินรูปแล้วรูปเล่า  และในใจพวกเขารู้สึกว่ารูปสลักเหล่านี้สวยงามไม่มีใดเปรียบจริงๆ

“การจัดแสดงของหอศิลป์พรูกซ์จะแบ่งออกเป็นสามโถงใหญ่  หอแสดงใหญ่เป็นที่แสดงผลงานของผู้เชี่ยวชาญและหอแสดงผลงานของระดับยอดฝีมือ หอแสดงใหญ่นี้เต็มไปด้วยงานแกะสลักที่ช่างแกะสลักจะจัดเตรียมที่นี่ไว้เพื่อประเมินราคาและให้คนอื่นที่เห็นได้ซื้อไป งานแสดงแต่ละงานจะจัดแสดงเป็นเวลาหนึ่งเดือน  และหลังจากนั้นผู้ให้ราคาสูงสุดจะได้รับรูปแกะสลักไป รูปแกะสลักธรรมดาเหล่านี้มีราคาไม่กี่เหรียญทอง  รูปสลักดีๆเท่านั้นจึงจะมีราคาหลายสิบเหรียญทอง”

เยลหัวเราะขณะที่พูด “แต่หอผู้เชี่ยวชาญนั้นแตกต่างออกไป สถานที่แสดงงานออกเป็นห้องหลายห้อง รูปแกะสลักแต่ละชิ้นจะมีห้องแสดงของมันเองโดยเฉพาะ กล่าวโดยทั่วไปผู้เชี่ยวชาญมีผลงานแกะสลักที่ได้รับการยกย่อง และงานแกะสลักของผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จะมีมูลค่าประมาณพันเหรียญทองหรือราวๆนั้น”

“สำหรับหอแสดงงานสลักยอดฝีมือนั้น ยิ่งน่าทึ่งมากกว่า  สถานที่แสดงผลงานอยู่ส่วนในสุดของหอศิลป์  มีผลงานสลักของยอดฝีมือนักสลักเพียงไม่กี่ชิ้น  ราคาของงานสลักเหล่านี้สูงจนน่ากลัว  แต่ละชิ้นมีราคาเป็นหมื่นเหรียญทองและงานชั้นเลิศที่สร้างชื่อเสียงให้ประติมากรก็อาจมีราคาถึงแสนเหรียญทอง” เยลอธิบายรายละเอียดให้พี่น้องทั้งสามของเขาฟัง

ลินลี่ย์แทบหยุดหายใจ

งานชั้นเลิศของยอดประติมากรมีราคาถึงหมื่นเหรียญทอง  สำหรับยอดประติมากรเงินแทบไม่มีความหมายอะไรเลย

“ก็ค่อนข้างยากสำหรับประติมากรที่จะสร้างผลงานสลักชั้นเลิศออกมาได้ เนื่องจากพวกเขาไม่ต้องการสร้างข้อผิดพลาดใดๆเลย”  เยลถอนหายใจขณะที่พูด  “ผลงานชิ้นโบว์แดงมีคุณค่าและได้รับความเคารพไม่ว่าจะเป็นคนวัยไหน ต้องใช้พรสวรรค์, ความสามารถและบางครั้งก็ประกายความคิดของอัจฉริยะ”

“งานต่างๆในหอแสดงใหญ่ก็แค่ดึงดูดสายตาเล็กน้อยเท่านั้น เข้าไปข้างในดีกว่า” เยลนำพวกเขาเข้าไปข้างใน

พอเดินเข้าไปในหอศิลป์พรูกซ์ที่เงียบสงบและฟังดนตรีบรรเลงสบายๆ ลินลี่ย์รู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังว่ายน้ำในทะเลงานแกะสลัก  และตอนนี้เอง เดลินโคเวิร์ทเหาะออกมาจากภายในแหวนมังกรขนดและเริ่มประเมินงานศิลป์ที่อยู่ใกล้ๆ

“แย่, แย่จริงๆ นี่เขายังมีหน้าเอางานศิลป์คุณภาพอย่างนี้มาแสดงให้คนอื่นดูได้ยังไง?”  เดลิน โคเวิร์ทพูดอย่างไม่สบายใจ

“ปู่เดลิน”  ลินลี่ย์หันมามองดูเดลินโคเวิร์ท “นี่เป็นแค่หอแสดงใหญ่ของหอศิลป์พรูกซ์ ยังมีหอแสดงผลงานของผู้เชี่ยวชาญ และหอแสดงผลงานของยอดฝีมือด้วย”

“หอศิลป์พรูกซ์”  เดลิน โคเวิร์ทสะดุ้งและจากนั้นก็หยุดพูด

“ปู่เดลิน  ปู่เดลิน?”  ลินลี่ย์เรียกเขาทางจิตอยู่ 2-3 ครั้ง  แต่เห็นว่าเดลินโคเวิร์ทยังคงอยู่ในห้วงความคิด ลินลี่ย์จึงไม่พยายามเรียกเขาต่อไป เขาตามเยล, เรย์โนลด์และจอร์จไปหอแสดงผลงานผู้เชี่ยวชาญ  หอแสดงนี้แตกต่างออกไปจริงๆ  ขณะที่ภายในศูนย์กลางของหอใหญ่  ประติมากรทุกคนจะมีข้อมูลของเขาบันทึกและสถานที่อยู่ของพวกเขาที่ได้บันทึกไว้

เยล, ลินลี่ย์และคนอื่นๆ เริ่มเข้าไปในห้องจัดแสดงส่วนตัว

แม้ว่าเขาจะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับงานสลักมากนัก แต่ลินลี่ย์รู้สึกได้ชัดแจ้งว่างานแกะสลักของผู้เชี่ยวชาญแตกต่างจากที่แสดงในหอใหญ่อย่างสิ้นเชิง  ดูเหมือนว่ารูปแกะสลักนี้งดงามจนไม่อาจพรรณนาได้

ขณะที่ลินลี่ย์กำลังตกอยู่ในภวังค์เพลิดเพลินดูรูปแกะสลัก  เสียงเดลินโคเวิร์ทก็ดังขึ้นมาในใจเขาอีกครั้ง

“ไม่เลวงานเหล่านี้อย่างน้อยก็ถือได้ว่าประสบความสำเร็จ” เดลิน โคเวิร์ทถอนหายใจชมเชย “แต่เทียบกับงานของพรูกซ์แล้วยังต้องฝึกอีกมาก”

ลินลี่ย์พูดไม่ออก

“ปู่เดลิน คนเหล่านี้จะเทียบได้กับปรมาจารย์พรูกซ์ได้ยังไง?”  ลินลี่ย์ส่ายหน้าอดหัวเราะไม่ได้ พรูกซ์เป็นนักแกะสลักอันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์ทวีปยูลาน

เดลิน โคเวิร์ทขมวดคิ้ว  เขาลูบเคราอย่างไม่สบายใจและกล่าวว่า“แล้วยังไง?  เจ้าคิดว่าพรูกซ์เป็นปรมาจารย์ตั้งแต่เกิดหรือ?เขาก็ต้องเริ่มจากเป็นนักแกะสลักทั่วไปเช่นกัน และงานของเขาก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆและกลายเป็นปรมาจารย์นักแกะสลักที่แท้จริงในที่สุด”

ลินลี่ย์ตะลึง

คำพูดของปู่เดลินมีเหตุผลอยู่บ้าง

หลังจากชมรูปปั้นในหอแสดงงานของผู้เชี่ยวชาญแล้ว ลินลี่ย์และอีกสามคนก็มุ่งหน้าไปที่หอแสดงงานของนักสลักยอดฝีมือ

“ทุกคน, โปรดจำไว้  ขณะอยู่ข้างในหอแสดงงานของยอดฝีมือโปรดอย่าแตะต้องอะไรทั้งนั้น ถ้าพวกเจ้าทำอะไรเสียหาย คงเกิดหายนะแน่”  เยลเตือนพวกเขา

พอเข้าไปในหองานยอดฝีมือ มีแต่ความเงียบ

หอแสดงผลงานของระดับอาจารย์เป็นสถานที่ใหญ่โตมาก  แต่กลับมีรูปสลักเพียงไม่กี่ชิ้น  อย่างไรก็ตามมีผลงานประติมากรชั้นครูจัดแสดงอยู่ไม่มากนัก และประติมากรแต่ละคนจะจัดแสดงงานเพียงไม่กี่ชิ้น  ทั่วทั้งหอมีงานประติมากรรมจัดแสดงอยู่เพียงยี่สิบถึงสามสิบชิ้น

แต่แม้ว่าจะมีงานประติมากรรมแสดงเพียงไม่กี่ชิ้น  เมื่อลินลี่ย์และคนอื่นๆเห็นผลงานแกะสลักเหล่านี้ พวกเขารู้สึกได้ถึงจิตวิญญาณที่ล้นออกมาจากงานสลักเหล่านั้น  ราวกับว่างานสลักเหล่านี้มีชีวิตจริงๆ

“โอว, ไม่เลว, ไม่เลว ข้าคาดไม่ถึงเลยว่าในห้าพันปีมานี้ งานสลักหินจะสูงส่งได้ถึงระดับอย่างนี้”  เดลิน โคเวิร์ทพูดด้วยความทึ่ง“ถ้างานเหล่านี้พัฒนาขึ้นอีกนิด ก็คงไปอยู่ในระดับเดียวกับพรูกซ์ได้”

แอบทึ่งอยู่เงียบๆ อยู่ภายในหอศิลป์แล้วลินลี่ย์และคนอื่นรู้สึกว่าพลังวิญญาณของพวกเขาถูกยกระดับขึ้น

…..

ยามค่ำคืน ที่หน้าประตูใหญ่ของสถาบันเอินส์ ลินลี่ย์และสหายอีกสามคนลงจากรถม้า

“น้องรอง, น้องสาม เจ้าสองคนนะ เฮ้อ.. ข้าอุตส่าห์ตั้งใจให้พวกเราได้มีเวลาดีๆยามค่ำคืนในเมืองเฟนไล,  แต่เจ้า.. เฮ้อ..พวกเจ้าอ่อนหัดจริงๆ  ข้าเริ่มไปเที่ยวสนุกที่อย่างนั้นเมื่อตอนข้าหกขวบแท้ๆ”  เยลยังคงบ่นพึมพำไม่หยุด

“ใช่เลย, ใช่เลย”  เรย์โนลด์พูดอยู่ข้างๆ

จอร์จและลินลี่ย์มองหน้ากันเอง และอดหัวเราะอย่างจนใจไม่ได้

“เร็ว, เปิดประตู” เสียงหงุดหงิดดังออกมา

ลินลี่ย์และคนอื่นอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง พวกเขาเห็นเด็กผมหยักโศกคนหนึ่งแบกเด็กอีกคนที่ตัวเต็มไปด้วยเลือดพร้อมกับเด็กสาวน่ารักคนหนึ่งอยู่ข้างๆ เขา หน้าของเด็กหนุ่มที่มีเลือดออกซีดขาว แขนซ้ายของเขาหัก กระดูกขาวโผล่ออกมาให้เห็น และที่อกเต็มไปด้วยรอยกรงเล็บ

“ดูเหมือนผู้ฝึกฝนบางคนที่ไปฝึกในเทือกเขาสัตว์ศักดิ์สิทธิ์จะได้รับบาดเจ็บ  นี่กลุ่มไหนกันนี่?  เราอยู่ในสถาบันเอินส์ไม่ถึงปี  แต่เราก็เห็นนักเรียนระดับสูงหลายคนที่ไปบาดเจ็บอยู่ภายนอก”  เยลพูดตามปกติ

เทือกเขาสัตว์ศักดิ์สิทธิ์อยู่ทางทิศตะวันออกของสหภาพศักดิ์สิทธิ์

ด้วยความจริงที่ว่า มันอยู่ใกล้สถาบันเอินส์มาก  บางทีแค่ร้อยกิโลเมตร  กล่าวโดยทั่วไปก็คือถ้าวิ่งไปสบายๆจากเทือกเขาถึงสถาบันเอินส์ใช้เวลาประมาณครึ่งวัน

“ที่สถาบันเอินส์ ข้าเห็นอสูรเวทมากมาย โห... มีอสูรบินได้, อสูรที่วิ่งได้เร็วและอสูรอีกทุกชนิต  แต่คนส่วนใหญ่ที่มีอสูรเวทเป็นสหายที่สถาบันเอินส์จะเป็นครูจอมเวท  และนักเรียนเวทระดับสูงไม่กี่คน”  จอร์จถอนหายใจชมเชย

ขณะที่สี่สหายเดินมาถึงประตูทางเข้าใหญ่ ทันใดนั้น

“ลินลี่ย์”

เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น  พอหันไปดูสีหน้าประหลาดใจและดีใจก็ปรากฏอยู่บนใบหน้าลินลี่ย์  “ลุงฮิลแมน”

จบบทที่ ตอนที่ 2-22 หอศิลป์พรูกซ์ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว