- หน้าแรก
- ระบบ : ตัวร้ายสายเทพ
- บทที่ 7 - เฉินโม่ ข้าเกลียดเจ้าที่สุด
บทที่ 7 - เฉินโม่ ข้าเกลียดเจ้าที่สุด
บทที่ 7 - เฉินโม่ ข้าเกลียดเจ้าที่สุด
บทที่ 7 - เฉินโม่ ข้าเกลียดเจ้าที่สุด
◉◉◉◉◉
เฉินโม่ทำหน้างง
คำทุกคำเขาก็รู้จักดี แต่ทำไมพอเอามารวมกันแล้วถึงอ่านไม่เข้าใจกันนะ
ร่างเดิมเอาอกเอาใจนางมาปีกว่า ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบอย่างดี แต่ค่าความรู้สึกดีกลับไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย
ผลสุดท้ายเขาตบไปทีเดียวกลับได้ 'พบกันช้าไป' มาเลยหรือ
นางคนนั้นคงจะไม่มีคุณสมบัติแฝงอะไรบางอย่างอยู่หรอกนะ หรือว่านางจะถูกตบจนฟินไปเลย
ในขณะนั้นเอง หน้าจอก็ปรากฏข้อความแจ้งเตือนขึ้นมาอีกสองบรรทัด
[ปลดล็อกรางวัลขั้นที่หนึ่ง]
[ได้รับไอเทมพิเศษ ผลึกแห่งเต๋า]
"เฮ้ย ของดีนี่"
เฉินโม่ตาเป็นประกาย
ในเกม แก่นวิญญาณเปรียบเสมือน 'ค่าความชำนาญ' ต้องอัปให้เต็มถึงจะสามารถเพิ่มระดับทักษะได้
ส่วนผลึกแห่งเต๋า สามารถเข้าใจได้ว่าเป็น 'แต้มทักษะ'
ไม่สนเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น สามารถเพิ่มระดับเคล็ดวิชาหรือทักษะยุทธ์ได้โดยตรงหนึ่งระดับ
หากฝึกฝนจนถึงขั้นสำเร็จแล้ว เมื่อใช้ผลึกแห่งเต๋า จะทำให้มี 'กลิ่นอายแห่งเต๋า' เพิ่มเข้ามา มีโอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงและเลื่อนระดับขั้นได้
"รางวัลขั้นแรกก็ดีขนาดนี้แล้ว ต่อไปจะไม่ยิ่งกว่านี้อีกหรือ"
เฉินโม่รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย
ค่าความรู้สึกดีจาก 0-100 แบ่งเป็นสี่ระดับ
0-25 คนรู้จัก
25-50 พบกันช้าไป
50-75 รักใคร่กลมเกลียว
75-100 รักมั่นนิรันดร
เมื่อถึงค่าสูงสุดของแต่ละระดับ ก็จะปลดล็อกรางวัลที่สอดคล้องกัน
นอกจากนี้ยังมีค่าสถานะแฝงอื่นๆ เช่น 'ระดับการยอมจำนน' 'ค่าความผิดศีลธรรม'
ตอนนี้ค่าความรู้สึกดีของกู้ม่านจืออยู่ที่ 45 แต้ม ห่างจากรางวัลขั้นต่อไปเพียง 5 แต้มเท่านั้น เรียกได้ว่าอยู่แค่เอื้อม
แต่เฉินโม่ก็สงบลงอย่างรวดเร็ว
รางวัลแม้จะน่าดึงดูดใจ แต่ก็ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อรับมันด้วย
หากพระสนมองค์นั้นรู้ว่าเขามีความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนกับธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายจันทราโรจน์ เกรงว่ามีสิบชีวิตก็คงไม่พอตาย
หลังจากล้มเลิกความคิดที่ไม่เป็นจริงนี้แล้ว เฉินโม่ก็หันไปมองน้องสาวที่อยู่ข้างๆ
ตามสถิติที่ไม่สมบูรณ์ นางกินขาหมูไปแล้วสองขา มันเผาสามหัว และมันเทศแห้งห้าชิ้น
ไม่รู้ว่าหยิบขนมโมจิไส้น้ำตาลทรายแดงออกมาจากไหนอีกชิ้นหนึ่ง กำลังจะเอาเข้าปาก ก็สังเกตเห็นสายตาของเฉินโม่ จึงหยุดชะงักไปเล็กน้อย
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางก็ยื่นขนมโมจิให้เขาอย่างเสียดาย
"นี่"
"ขอบคุณ"
เฉินโม่ยื่นมือไปรับ
ตามหลักแล้วผ่านมานานขนาดนี้ น่าจะเย็นชืดไปแล้ว
แต่ขนมโมจิชิ้นนี้กลับยังคงมีไอร้อนลอยออกมา ราวกับเพิ่งออกจากเตาใหม่ๆ
"ทำได้อย่างไร"
เฉินโม่รู้สึกสงสัยเล็กน้อย
"เก่งใช่ไหมล่ะ นี่คือวิชาลับของข้าเลยนะ"
"แค่ควบคุมพลังปราณให้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอบนผิวของอาหาร แล้วก็หมุนเวียนไปเรื่อยๆ ก็จะสามารถรักษาความร้อนได้แล้ว"
"แต่ว่าปริมาณพลังปราณต้องแม่นยำมากๆ มิเช่นนั้นจะไหม้ได้ง่าย ต้องฝึกฝนเป็นเวลานานถึงจะทำได้นะ"
เสิ่นจือเซี่ยเท้าสะเอว พูดอย่างภาคภูมิใจ
ให้ตายสิ เจ๊คนนี้ยังเป็นไมโครเวฟเดินได้อีกด้วย
เฉินโม่ส่ายหน้า ยิ้มแล้วพูดว่า "ขอบคุณที่พาข้ากลับมานะ ว่าแต่เจ้าชื่อจือเซี่ยใช่ไหม พวกเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า"
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาคิดไปเองหรือเปล่า หลังจากพูดประโยคนี้จบ อุณหภูมิในห้องก็ลดลงไปหลายองศาทันที
เสิ่นจือเซี่ยขมวดคิ้ว "เจ้าจำข้าไม่ได้หรือ"
เมื่อเห็นท่าทีงุนงงของเฉินโม่ สายตาของเสิ่นจือเซี่ยก็ค่อยๆ เย็นชาลง นางไม่พูดอะไร หันหลังเดินออกจากห้องไป
ไม่นานก็เดินกลับมาอย่างรวดเร็ว
แย่งขนมโมจิในมือเฉินโม่ไป แล้วยัดเข้าปากทันที
นางแก้มป่อง เคี้ยวอย่างแรง ราวกับว่าสิ่งที่นางกัดไม่ใช่ขนมโมจิ แต่เป็นคนเลวคนหนึ่ง
"ชิงเอ๋อร์พูดถูกแล้ว เจ้ามันไอ้สารเลว"
"ข้าเกลียดเจ้าที่สุด"
เมืองหลวงเทียนตูช่วงนี้เกิดเรื่องขึ้นสองเรื่อง เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันทั้งในหมู่ชาวบ้านและในราชสำนัก
หนึ่งคือเฉินโม่ฉีกหนังสือสัญญาหมั้น
เฉินจัวและเสิ่นสงเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ ทั้งสองต่างมีอำนาจที่แท้จริง
ตอนนี้สถานการณ์ในราชสำนักวุ่นวาย การแต่งงานของสองตระกูลมีความหมายอย่างยิ่ง ย่อมได้รับความสนใจสูง
ไม่คิดว่าเฉินโม่จะก่อเรื่องเช่นนี้ขึ้นมา
ตามหลักแล้ว ตระกูลเสิ่นย่อมไม่ยอมกลืนเลือดก้อนนี้ลงไปอย่างแน่นอน
เฉินจัวมีสไตล์การทำงานที่แข็งกร้าวและเผด็จการ มีศัตรูในราชสำนักมากมาย หลังจากเกิดเรื่องนี้ขึ้น หลายคนต่างรอคอยที่จะดูเขาขายหน้า
แต่ไม่รู้ทำไม จู่ๆ เรื่องก็เงียบหายไป
ทั้งสองตระกูลต่างปิดปากเงียบ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เรื่องที่สองคือคณิกาชื่อดัง กู้ม่านจือ หายตัวไปอย่างลึกลับ
เรือนเมฆาวารีตอนนี้ร้างผู้คน สาวใช้และคนรับใช้ทั้งหมดหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางหอสังคีตให้คำอธิบายว่า กู้ม่านจือเก็บเงินได้มากพอแล้ว จึงได้ไถ่ตัวเป็นอิสระ ห่างไกลจากโลกีย์ และหลบไปใช้ชีวิตอย่างสงบ
ซึ่งก็ฟังดูสมเหตุสมผลดี
แต่ที่น่าแปลกคือ กองกำลังพยัคฆ์สวรรค์ปิดล้อมหอสังคีตอยู่หลายวัน ค้นหาทุกซอกทุกมุม
จากนั้นศาลาว่าการนครหลวงก็เข้ามาตรวจค้นอีก
ส่วนกระทรวงพิธีการซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลหอสังคีต กลับนิ่งเงียบมาโดยตลอด ราวกับกำลังเกรงกลัวอะไรบางอย่าง
สองเรื่องนี้มีแต่ความน่าสงสัย
มีข่าวลือว่า วันที่กู้ม่านจือหายตัวไป คนที่เข้าไปในเรือนเมฆาวารีมีเพียงเฉินโม่คนเดียว
ชั่วขณะหนึ่ง การคาดเดาต่างๆ ก็แพร่สะพัดไปทั่ว
เมื่อเทียบกับความวุ่นวายภายนอกแล้ว ตระกูลเฉินกลับเงียบสงบและสันติสุข วันเวลาผ่านไปอย่างราบรื่น
ในลานบ้าน เฉินโม่นอนเอนกายบนเก้าอี้อาบแดด สาวใช้คุกเข่าอยู่ข้างๆ ปอกเปลือกองุ่นแล้วป้อนเนื้อให้เขา
หลังจากพักฟื้นและบำรุงร่างกายมาหลายวัน บวกกับยาชั้นเลิศต่างๆ ร่างกายที่อ่อนแออย่างรุนแรงก็กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ พลังปราณเต็มเปี่ยมจนแทบจะล้นออกมาแล้ว
"ใกล้แล้วล่ะ"
"ถึงสภาพที่ดีที่สุดแล้ว เตรียมตัวทะลวงผ่านได้แล้ว"
เปิดหน้าต่างสถานะ
นาม เฉินโม่
ฉายา ไม่มี
ขอบเขตพลัง ขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็น ขั้นเจ็ดแห่งกายา
เคล็ดวิชา เคล็ดกายาบรรพกาล·ขั้นต้น (185/1000)
ทักษะยุทธ์
เพลงดาบแปดอัคคี·ขั้นสำเร็จ
วิชาตัวเบาวายุอสนี·ขั้นชำนาญ (73/100)
อิทธิฤทธิ์ ไม่มี
แก่นวิญญาณ 1
ไอเทมที่ยังไม่ได้ใช้ ผลึกแห่งเต๋า 1 ชิ้น
เฉินโม่รู้ดีว่า ครั้งที่แล้วแม้จะรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ก็ทำให้เนื้อเรื่องเปลี่ยนไป ยากที่จะคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
ตอนนี้เขาอยู่ใจกลางของวังวน หากต้องการจะป้องกันตนเอง ต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งโดยเร็วที่สุด
จุดสำคัญอยู่ที่ผลึกแห่งเต๋านี้
ต้องใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ในโลกนี้ ทักษะยุทธ์และเคล็ดวิชาแบ่งเป็นสี่ระดับ จากสูงไปต่ำคือ นภา ปฐพี ลึกลับ และดิน
แต่ละระดับยังแบ่งเป็นสามขั้นคือ สูง กลาง และต่ำ
วิชาตัวเบาวายุอสนีเป็นวิชาตัวเบาระดับปฐพีขั้นกลาง และยังเป็นเพียงขั้นชำนาญ ไม่ได้ช่วยเพิ่มพลังการต่อสู้มากนัก
เพลงดาบแปดอัคคีเป็นวิชาดาบระดับปฐพีขั้นสูง ฝึกฝนจนถึงขั้นสำเร็จแล้ว หากเพิ่ม 'กลิ่นอายแห่งเต๋า' เข้าไป มีโอกาสสูงที่จะเลื่อนขึ้นไปถึงระดับนภาได้
ทำได้ แต่ไม่จำเป็น
ด้วยระดับพลังในตอนนี้ของเขา ไม่สามารถควบคุมมันได้เลย เขาไม่อยากจะสัมผัสกับความรู้สึกที่ถูกสูบจนแห้งอีกแล้ว
ดังนั้นตัวเลือกเดียวที่เหลืออยู่ก็คือเคล็ดกายาบรรพกาล
เคล็ดวิชานี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงระดับปฐพีขั้นสูง แต่ความจริงแล้วไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
'เคล็ดกายา' ที่แพร่หลายในโลกนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หากรวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมดได้ จะกลายเป็นเคล็ดวิชาระดับสูงสุดที่สามารถฝึกฝนจนถึงขั้นบรรลุเป็นเซียนได้
และที่อยู่ของชิ้นส่วนอื่นๆ ก็ถูกจดจำไว้ในหัวของเขาอย่างลึกซึ้งแล้ว
ส่วนสาเหตุที่เฉินโม่จำได้อย่างชัดเจนนั้น
เป็นเพราะว่าในชาติก่อนตอนที่เขาเล่นเกมจบ เคล็ดวิชาหลักที่เขาฝึกก็คือเคล็ดวิชานี้ และส่วนของ 'เคล็ดกายา' นี้ ก็คือของที่ดรอปจาก 'เฉินโม่' นั่นเอง
"นี่มันเต่าไปเรียนหนังสือ แต่เต่าไม่ยอมนอนโรงเรียนจริงๆ"
มุมปากของเฉินโม่กระตุกเล็กน้อย
ในขณะนั้นเอง พ่อบ้านก็เดินเข้ามา พูดว่า "นายน้อย ยาอาบน้ำเตรียมพร้อมตามที่ท่านสั่งแล้วขอรับ ได้ใส่ดอกสุริยันแดง ผงเทียนขุย ยามังกรอสรพิษ และหญ้าหอกทองคำลงไปแล้ว"
"แต่ว่านี่ล้วนเป็นของบำรุงเลือดและเสริมพลังหยางทั้งสิ้น ร่างกายของท่านเพิ่งจะฟื้นฟู จะทนรับการบำรุงขนาดนี้ไหวหรือขอรับ"
ตอนนี้เฉินโม่ถูกกักบริเวณอยู่ที่บ้าน พ่อบ้านแก่กลัวว่าเขาจะอัดอั้นจนป่วย
ในใจคิดว่า จะไปหาเด็กหนุ่มจากซ่องมาให้เขาปลดปล่อยหน่อยดีหรือไม่
เฉินโม่ยิ้มแล้วพูดว่า "ไม่เป็นไร ข้ารู้ดีว่าควรทำอย่างไร แต่เดี๋ยวคงจะต้องรบกวนท่านลุงฝูแล้ว"
"หา"
พ่อบ้านหน้าแข็งทื่อ มองเขาด้วยสายตาตื่นตระหนก
"นายน้อยคงจะไม่"
"ข้ารับใช้ตระกูลเฉินมาหลายสิบปี ขยันหมั่นเพียร ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ไม่คิดว่าแก่ตัวแล้วยังจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีก"
[จบแล้ว]