เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1-12 ตั้งเป้าไขว่คว้าพลัง (1)

ตอนที่ 1-12 ตั้งเป้าไขว่คว้าพลัง (1)

ตอนที่ 1-12 ตั้งเป้าไขว่คว้าพลัง (1) 


แค่ได้เห็นมังกรลมกรดอสูรเวทระดับ 7 และจอมเวทลึกลับเจ้านายของมันทำให้ฮ็อกใจเย็นลงได้

“ลุงแอชลี่ย์”ฮ็อกหันไปมองพ่อบ้านแอชลี่ย์ทันทัน“รีบหาคนมาค้นดูทองที่หลอมละลายอยู่ในกองเถ้าถ่านนี้ นักผจญภัยกลุ่มนี้ไม่ใช่พวกธรรมดาเหมือนกัน ไม่ต้องสงสัยว่าพวกเขาคงมีสมบัติมีค่าอยู่กับตัวแน่ ข้าหวังว่าพวกเขาคงมีมากพอชดเชยความเสียหายที่เราได้รับในวันนี้”

ฮ็อกจ้องมองไปทุกที่เห็นบ้านเรือนพังทลายเป็นอันมาก

“ได้ขอรับ ท่าน”  แอชลี่ย์พยักหน้า

“ฮิลแมน” ฮ็อกหันไปมองฮิลแมน ยิ้มพลางกล่าวว่า “เจ้าคิดว่ายังไงบ้าง?”

ฮิลแมนพยักหน้าเช่นกัน“ข้าว่าน่ากลัวจริงๆ เมื่อข้าเห็นมังกรลมกรดอสูรวิเศษระดับเจ็ด และจอมเวทลึกลับผู้นั้น ข้าว่าชาวเมืองอู่ซันคงไม่มีความสามารถจะสู้ตอบโต้อย่างนั้นได้ ถ้าผู้มีฝีมือยอดเยี่ยมจอมเวทระดับแปดตั้งใจจะทำลายเมืองของเรา ข้ายังสงสัยว่าผู้ใดยังจะกล้าตำหนิเขา อย่าว่าแต่ตอบโต้หรือลงโทษเขาเลย

นักเวทมีสถานะในสังคมสูงส่งมาก

ปกติ แม้จะเป็นนักเวทธรรมดาก็มีฐานะในสังคมเท่ากับขุนนาง

แล้วถ้าเป็นจอมเวทระดับแปดเล่า? แม้ว่าเขาจะอยู่ต่อหน้าพระราชา เขาไม่จำเป็นต้องคุกเข่าถวายบังคมแต่อย่างใด เขาสามารถสนทนาขณะที่ยังยืนก็ได้ จากเหตุนี้เอง ใครๆก็อาจบอกได้ว่าจอมเวทมีสถานะสูงส่งเพียงไหน

“ถูกแล้ว ดังนั้น เราควรฉลองกับความจริงที่ว่าวันนี้ไม่มีชาวเมืองอู่ซันตายแม้แต่คนเดียว” ฮ็อกหัวเราะ

“ย่อมคุ้มค่าต่อการฉลองแน่นอน” ฮิลแมนพยักหน้าหัวเราะเช่นกัน

“ฮิลแมน เจ้าพาคนจำนวนหนึ่งไปช่วยลุงแอชลี่ย์ หลังจากเสร็จแล้ว ให้จดรายชื่อคนที่สูญเสียบ้านมาด้วย” ฮ็อกสั่ง

“ได้ขอรับ, ท่านฮ็อก” ฮิลแมนรับคำ

ฮ็อกหันไปมองข้างหลังอย่างระมัดระวัง  จากนั้นถามฮิลแมนอย่างสงสัยว่า “ฮืม? ลินลี่ย์ไปไหนแล้ว? เมื่อครู่นี้ยังอยู่ตรงนี้เลย”

“ไม่ทราบเหมือนกัน ไม่ทันได้สังเกต” ฮิลแมนส่ายศีรษะเช่นกัน

“นายท่าน, คุณชายลินลี่ย์เพิ่งออกไปจากบ้าน  แอชลี่ย์พูดอยู่ด้านข้างๆ”แม้ตอนที่เขาออกไป ดูเหมือนเขาจะยังงงงวยอยู่ ไม่ทราบว่าเขากำลังคิดเรื่องอะไร”

ฮ็อกพยักหน้าอย่างใช้ความคิด

==================

ถ้าจะมีอย่างเดียวที่คฤหาสน์ตระกูลบาลุคไม่ขาดแคลนนั่นก็คือห้อง ในช่วงที่ตระกูลบาลุครุ่งเรือง ที่นี่มีคนอยู่อาศัยเป็นร้อย  ประชากรตอนนี้ลดน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก แม้แต่เด็กแปดขวบอย่างลินลี่ย์ก็ยังมีพื้นที่ส่วนตัวของเขา

ภายในห้องนอนของลินลี่ย์

ลินลี่ย์กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนเตียงขมวดคิ้วคิดอยู่

พลังที่น่าหวาดหวั่นของระบำอสรพิษเพลิงวนเวียนผุดเป็นภาพในใจของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า  อสรพิษเพลิงยักษ์เหล่านั้นและเปลวเพลิงร้อนแรงที่พวกมันสร้างผุดขึ้นมาในใจของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า พวกมันเปลี่ยนให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบๆกลายเป็นเถ้าถ่าน รวมทั้งกลุ่มนักรบและนักเวทกลุ่มเล็กๆที่ทรงพลัง

“จอมเวททรงพลังมากจริงๆ”

ลินลี่ย์รู้สึกถึงด้ายแห่งความปรารถนาในใจเขา “แม้ว่าเราจะเป็นสมาชิกของตระกูลนักรบเลือดมังกรคนหนึ่ง แต่ความเข้มข้นของเลือดมังกรในสายเลือดของเรายังต่ำเกินไป เป็นความจริงที่คนที่มีเลือดมังกรไม่เข้มข้นไม่สามารถฝึกฝนปราณยุทธอย่างอื่นได้ วิธีฝึกฝนเป็นสิ่งที่ฉุดรั้งความสามารถของเรามิให้พัฒนาทักษะนักรบขั้นสูงสุดได้  สงสัยว่าหากเป็นไปได้ เราน่าจะเป็นจอมเวทแทน”

ทันใดนั้นลินลี่ย์มีความต้องการจะเป็นจอมเวท

“มังกรลมกรดตัวนั้นทรงพลังน่ากลัวเช่นกัน ถ้าเรามีมังกรลมกรด อย่างนั้น...”

ลินลี่ย์เริ่มคิดย้อนไปถึงพลังที่น่ากลัวของมังกรลมกรด

มันรวดเร็วดุจสายฟ้า หางที่เหมือนแส้หวดใส่ก้อนศิลาที่พุ่งโจมตีมาได้อย่างง่ายดายและยังทำลายบ้านเรือนเพียงแค่มันสัมผัส  ร่างมหึมาของมันคล้ายอาวุธโอบล้อมขนาดยักษ์ที่ศัตรูจะต้องเผชิญในสงคราม

“อสูรเวท... สงสัยจริงว่าทำอย่างไรถึงจะครอบครองอสูรเวทได้” ลินลี่ย์ปรารถนาจะมีอสูรเวทเป็นของตนเองสักตัว

ไม่ว่าด้วยเหตุผลไรก็ตามขณะที่เขานอนบนอยู่บนเตียงเขาไม่อาจหลับได้ เขากระสับกระส่ายพลิกตัวไปมา ในใจยังเต็มไปด้วยภาพมังกรลมกรดและระบำอสรพิษเพลิงที่จอมเวทผู้นั้นใช้ออกมา

“ลินลี่ย์, เป็นอะไรไปลูก?” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น

ลินลี่ย์ถีบเท้าและเงยศีรษะขึ้น เขาเห็นว่าเป็นบิดาเขานั่นเอง ฮ็อก ขณะนั้นใบหน้าฮ็อกมีรอยยิ้มขณะมองดูลินลี่ย์

“ท่านพ่อ” ลินลี่ย์พูดอย่างนอบน้อม ทันใดนั้นลินลี่ย์รู้สึกสับสน “ทำไมท่านพ่อถึงยิ้มให้เรา?และทำไมท่านถึงมีสีหน้าเช่นนั้น

ปกติฮ็อกจะเข้มงวดกับลินลี่ย์มาก  และไม่ค่อยยิ้มอย่างสนิทสนม สีหน้าของเขาในตอนนี้ทำให้ลินลี่ย์รู้สึกประหลาดใจ

“ไม่เลว, ไม่เลวเลย” ฮ็อกพูดอย่างภูมิใจขณะมองลินลี่ย์ “ลูกเป็นทายาทคนหนึ่งของตระกูลนักรบเลือดมังกรเราจริงๆ ลูกมีคุณสมบัติระดับสูง ถ้าลูกหลานนักรบเลือดมังกรหวาดหวั่นต่อความตาย  กลัวเห็นเลือด, กลัวการฆ่าอย่างนั้นก็คงเป็นเรื่องตลก”

พอได้ยินคำพูดเหล่านี้ลินลี่ย์เข้าใจได้ทันที บิดาของเขามีความสุขที่เขาแสดงออกว่าไม่กลัวภาพที่น่ากลัวที่มังกรลมกรดกินลูคทั้งเป็น

ลินลี่ย์พูดอย่างประหลาดใจ“ท่านพ่อ, ท่านเห็นทุกอย่างเหรอ?”

“มังกรลมกรดนั้นทำให้เกิดความปั่นป่วนขนาดนั้น พ่อจะไม่เห็นได้ยังไง? ทันทีที่มังกรลมกรดมาถึงเมืองอู่ซัน พ่อก็ออกมาเช่นกัน แต่พ่อไปอยู่อีกด้านหนึ่ง พ่อสามารถเห็นสีหน้าของลูกและของฮิลแมน” ฮ็อกพยักหน้า

ลินลี่ย์ฉีกยิ้ม

นึกถึงตอนนั้นจากที่เริ่มตื่นเต้นเล็กน้อย ต่อมาเขารู้สึกเหมือนกับว่าเลือดสูบฉีดเดือดพล่านทำให้เขาเหมือนกับกระหายเลือด ลินลี่ย์สงสัยว่าอาจเป็นเพราะเลือดมังกรในสายเลือดเขา

ฮ็อกหัวเราะ “ลินลี่ย์ เหตุการณ์วันนี้ประหลาดมากขนาดทำให้ลูกลืมอาหารค่ำอย่างนั้นหรือ?”

“อาหารค่ำ?” ลินลี่ย์สะดุ้ง

“จ๊อก...” เสียงท้องร้องเหมือนจะเห็นด้วยในเวลานี้ เดี๋ยวนี้ลินลี่ย์ตระหนักว่ายังไม่ได้ฝึกตอนเย็นก่อนที่มังกรลมกรดและจอมเวทลึกลับจะมาถึง

ถูกแล้ว  ตอนนี้ได้เวลาอาหารค่ำแล้ว

แต่ในใจของลินลี่ย์ยังคงวนเวียนคิดถึงเรื่องระบำอสรพิษเพลิงและมังกรลมกรด

“ท่านพ่อ ข้ามีเรื่องอยากถาม เป็นไปได้ไหมที่สมาชิกตระกูลนักรบเลือดมังกรจะกลายเป็นจอมเวท?” ลินลี่ย์รวบมือโดยไม่ทันรู้ตัวกำผ้าคลุมเตียงแน่น เขาจ้องบิดาเขาแน่วแน่

ฮ็อกสะดุ้ง แต่ชั่วครู่ต่อมาเขาก็เข้าใจได้ทันที ดูเหมือนตอนนี้บุตรชายของเขาต้องการเป็นจอมเวท

“เป็นไปได้สิ” ฮ็อกพยักหน้า

ลินลี่ย์ไม่สามารถปิดความยินดีมิให้ปรากฏอยู่บนสีหน้า

ฮ็อกโบกมือเตือนให้ลินลี่ย์สงบอารมณ์ก่อนที่จะพูดว่า“ลินลี่ย์ มีนักเวทอยู่ในสายตระกูลนักรบเลือดมังกรของเรา  อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีเพียงสองคนเท่านั้น  ลินลี่ย์ลูกควรจะรู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคนที่จะเป็นนักเวทได้ก็คือพรสวรรค์โดยธรรมชาติ โดยทั่วไปมีเพียงคนหนึ่งในพันคนที่มีพรสวรรค์พอจะเป็นนักเวทได้  หนึ่งในพัน! โอกาสต่ำมากจริงๆ ดังนั้น ลูกอย่าตั้งความหวังมากเกินไปจะดีที่สุด”

ลินลี่ย์ส่ายหน้า

“ท่านพ่อ, ตราบใดที่มีความหวังมาก ข้าก็จะอดทน” แววตาแน่วแน่ปรากฏอยู่บนใบหน้าลินลี่ย์

ฮ็อกมองดูสีหน้าจริงจังปรากฏอยู่บนใบหน้าเด็กวัยแปดขวบ  อย่างไรก็ตามเด็กคนหนึ่งเอาจริงเอาจังนับเป็นเรื่องน่าขัน แต่ฮ็อกไม่ได้หัวเราะ

ฮ็อกไตร่ตรองอยู่ชั่วขณะจากนั้นพูดว่า “ลินลี่ย์ ทุกๆ ปีเมื่อกองทัพประกาศรับสมัครในปลายฤดูใบไม้ร่วง ในเมืองหลวงเฟนไล จะมีนักเรียนนักเวทเข้ามาสมัครทดสอบ ถ้าลูกต้องการไปจริงๆ พอถึงฤดูใบไม้ร่วง ลูกไปทดสอบก็ได้”

“ฤดูใบไม้ร่วงหน้าหรือ?ยังเหลืออีกครึ่งปีไม่ใช่เหรอ?” นัยน์ตาของลินลี่ย์เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

จบบทที่ ตอนที่ 1-12 ตั้งเป้าไขว่คว้าพลัง (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว