เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1-3 ตระกูลนักรบเลือดมังกร (2)

ตอนที่ 1-3 ตระกูลนักรบเลือดมังกร (2)

ตอนที่ 1-3 ตระกูลนักรบเลือดมังกร (2)


“ตระกูลนักรบเลือดมังกรหรือ?!” ลินลี่ย์รู้สึกเหมือนมีปริศนาเต็มหัวไปหมด

ในสายตาของลินลี่ย์ตระกูลของเขาไม่มีอะไรมากไปกว่าแค่เป็นตระกูลเก่าแก่ที่อยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากมันจะเกี่ยวข้องกับนักรบเลือดมังกรในตำนานได้อย่างไร?

“เจ้าไม่เชื่อข้าหรือ?” ร่องรอยความหยิ่งเห็นได้จากใบหน้าของฮ็อก “ลินลี่ย์! ขึ้นมาตรงนี้และดูป้ายเซ่นวิญญาณนี้ให้ดีตอนนี้เจ้าสามารถอ่อนเรื่องราวพวกเขาได้หมดด้านหลังป้ายเซ่นวิญญาณแต่ละป้ายจะมีประวัติของบรรพบุรุษเหล่านั้นป้ายเซ่นดวงวิญญาณสามป้ายบนสุดคือนักรบเลือดมังกร!”

ฮ็อกจูงมือลินลี่ย์มา “มาดูสิ”

ฮ็อกนำลินลี่ย์ตรงไปที่ด้านหลังป้ายวิญญาณแล้วอุ้มเขาขึ้นฮ็อกพูดว่า “ดูให้ดี หนังสือที่ด้านหลังเหล่านั้น”

ลินลี่ย์เบิกตากว้างและเริ่มอ่าน

คำที่สลักไว้บนป้ายเซ่นวิญญาณแผ่นสูงสุดนั้นสลักไว้ลึกและชัดเจนมากอักษรที่เก่าถึงห้าพันปีบอกเล่าเรื่องราวประหลาด

“บาลุคนักรบเลือดมังกรคนแรกสุดแห่งทวีปยูลานในปี 4560 ก่อนปฏิทินยูลานที่นอกกำแพงเมืองหลินหนานบาลุคได้ต่อสู้กับมังกรดำและเวิร์มน้ำแข็งในที่สุดเขาก็จัดการเวิร์มน้ำแข็งยักษ์และมังกรดำทั้งสองได้ทำให้เขามีชื่อเสียงดังไปทั่วโลก ในปี 4579 ตามปฏิทินยูลานที่ชายฝั่งทะเลตอนเหนือของทวีปบาลุคต่อสู้กับจักรพรรดิมังกรน้ำเก้าหัวในวันนั้น คลื่นได้เข้าทำลายเมือที่อยู่ใกล้เคียงไม่หยุดหย่อนจนพังทลายแต่หลังจากการต่อสู้ที่ดุเดือดจบลงเมื่อผ่านไปได้หนึ่งวันหนึ่งคืนในที่สุดบาลุคก็จัดการจักรพรรดิมังกรน้ำเก้าหัวได้บาลุคก่อตั้งตระกูลบาลุคและกลายเป็นผู้นำตระกูลบาลุคคนแรก!”

“ไรอันบาลุคคือนักรบเลือดมังกรคนที่สองของทวีปยูลาน ในปี 4690 ของปฏิทินยูลานในเทือกเขาสัตว์วิเศษเขาเอาชนะมังกรทองระดับเซียนได้และกลายเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นเซียนผู้ขับขี่มังกรทองในปี4697...”

“ฮาซาร์ดบาลุคนักรบเลือดมังกรคนที่สามของทวีปยูลาน เกิดในปี 5360 ตามปฏิทินยูลานในการต่อสู้ครั้งแรกสุดของเขาเขาสู้อย่างดุเดือดกับราชสีห์ตาแดงระดับเซียนในเทือกเขาสัตว์วิเศษจนอาทิตย์ลับฟ้าเขาเอาชนะราชสีห์ได้และบังคับให้มันหนีไปและนั่นเป็นเหตุให้ฮาซาร์ดมีชื่อเสียงไปทั่วโลก....”

….

ชื่อแล้วชื่อเล่าเรื่องราวของบรรพบุรุษแต่ละคนทำให้เลือดในตัวลินลี่ย์สูบฉีดอย่างแรง

ฮ็อกที่อยู่ข้างๆเขาพูดเสียงต่ำว่า “ตระกูลบาลุคสามชั่วคนแรกเป็นนักรบเลือดมังกรกันทั้งหมดการได้เป็นนักรบเลือดมังการทำให้อายุขัยเพิ่มขึ้นมากนักรบเลือดมังกรรุ่นที่สองไม่ได้แต่งงานหรือมีลูกกระทั่งผ่านไปเจ็ดร้อยปี”

“แล้วหลังจากนั้นล่ะ” ลินลี่ย์ประหลาดใจ “ท่านพ่อ, ทำไมตระกูลของเราถึงไม่มีนักรบเลือดมังกรอีก?”

ฮ็อกพยักหน้า “เพื่อให้กลายเป็นนักรบเลือดมังกรสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความเข้มข้นและความหนาแน่นของเลือดมังกรที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดของพวกเราความเข้มข้นสูงก็ยิ่งดี หลังผ่านไปหลายชั่วคนความเข้มข้นของเลือดมังกรในสายเลือดของพวกเรามีแต่จะเบาบางลง อย่างไรก็ตามนั่นยังไม่เป็นที่สรุปเพราะเมื่อเวลาผ่านไปบางครั้งมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีทายาทคนหนึ่งที่มีเลือดมังกรเข้มข้นก็ได้”

“หลังจากฮาซาร์ดบาลุคแล้วนักรบเลือดมังกรคนที่สี่ปรากฏต่อเมื่อผ่านไปเกือบพันปี และจากนั้นหลังจากผ่านไป 1,500 ปีกล่าวอีกนัยหนึ่งคือสิบชั่วคนต่อมานักรบเลือดมังกรคนที่ห้าก็ปรากฏขึ้นในตระกูลของเราจนได้แต่ในหลายพันปีจากตอนนั้นถึงตอนนี้ยังไม่มีนักรบเลือดมังกรปรากฏขึ้นเลยแม้แต่คนเดียว”

ฮ็อกส่ายหัวทอดถอนใจ “นักรบเลือดมังกรคนที่ห้าอยู่ในทวีปยูลานราวสองร้อยปีก่อนที่เขาจะหายสาบสูญ ในช่วงพันปีหลังจากนั้นตระกูลบาลุคเราก็เริ่มเสื่อมถอยลง”

หลังจากพันปีชื่อเสียงของตระกูลก็สามารถสูญสลายไปได้

“อย่างไรก็ตามตระกูลของเรายังคงมีหวัง บางทีในอนาคต ทายาทของเราคนหนึ่งจะมีเลือดมังกรที่เข้มข้นอยู่ในสายเลือดและมีคุณสมบัติกลายเป็นนักรบเลือดมังกรได้ถ้าพวกเขาตอบสนองคุณสมบัติหลังจากฝึกไม่กี่สิบปีพวกเขาก็จะกลายเป็นนักรบเลือดมังกรได้จริงๆและในเวลานั้นตระกูลบาลุคจะฟื้นฟูกลับสู้ความรุ่งเรืองอีกครั้งเมื่อเราเป็นที่รู้จักในฐานะเป็นนักรบเลือดมังกร!” นัยน์ของฮ็อกเป็นประกาย “ลินลี่ย์! เจ้าอายุหกขวบครึ่งแล้ว ตามกฎของตระกุลเราอายุขนาดเจ้าต้องทดสอบดูว่าเลือดมังกรของเจ้าเข้มข้นพอหรือไม่ มันค่อนข้างจะแม่นยำวันนี้ข้าจะทดสอบเจ้า”

ลินลี่ย์ตะลึก “ทดสอบความเข้มข้นของเลือดมังกรในตัวข้าหรือ? ทดสอบข้า?” ลินลี่ย์เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ที่บิดาเขาเตรียมการทดสอบนี้การทดสอบนี้จะแสดงว่าเขามีคุณสมบัติพอได้เป็นนักรบเลือดมังกรหรือไม่

“ลินลี่ย์รออยู่ตรงนี้ ข้าจะไปเอาเข็มทดสอบเลือดมังกร” ฮ็อกตื่นเต้นมากอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่เขาเดินออกไปจากหอบรรพบุรุษทันทีเพื่อไปยังห้องส่วนตัวใกล้ๆ กัน

“นักรบเลือดมังกรเหรอ? ข้าจะเป็นนักรบเลือดมังกรได้หรือ?” ลินลี่ย์คิดฟุ้งซ่าน

พอยืนอยู่ตรงนั้นจิตใจลินลี่ย์สับสนวุ่นวายเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและความกลัวควบคู่กันไป เขากลัวว่าเลือดมังกรในตัวของเขาจะเข้มข้นไม่มากพอ

“ถ้าข้าทดสอบล้มเหลวข้าว่าท่านพ่อคงจะผิดหวังมาก” ลินลี่ย์ได้แต่คิดอย่างเดียวได้เติบโตมากับบิดาเขาและน้องชาย ลินลี่ย์ไม่ต้องให้บิดาของเขาผิดหวังแต่ความเข้มข้นของเลือดมังกรในตัวเขาไม่ใช่สิ่งที่เขาจะตัดสินได้

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งฮ็อกกลับเข้ามาพร้อมกับเข็มยาวยี่สิบเซนติเมตรซึ่งมันบางมากขณะที่เขาเดินออกมาจากห้องส่วนตัว

“เข็มทดสอบเลือดมังกรหรือ?” ลินลี่ย์เดาขณะที่เขามองดูเข็มยาวในมือบิดา

“เอาล่ะลินลี่ย์เข็มนี้แค่แทงผ่านผิวเจ้าเข้าไป มันจะไม่เจ็บอะไรเลย ยื่นมือออกมา” ฮ็อกยิ้มและลินลี่ย์พยักหน้า พอสูดลมหายใจลึก ลินลี่ย์ก็เหยียดแขนขวาออกไปแขนเขาสั่นเล็กน้อยแสดงว่าลินลี่ย์กังวลมากจริงๆ

ไม่ใช่แค่ลินลี่ย์เท่านั้นว่ากันตามจริง แม้แต่ฮ็อกก็ยังกังวลมาก

“ทนหน่อยนะ” เขาถือเข็มมังกรโปร่งใสและแทงลงไปในนิ้วนางของลินลี่ย์เบาๆ มันแทงเข้าไปได้อย่างง่ายดายลินลี่ย์เจ็บตรงแผลที่ถูกแทง และเข็มโปร่งใสก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดทันที

มือของฮ็อกสั่นเขายกเข็มทดสอบเลือดมังกรขึ้นตรวจดูอย่างระมัดระวัง

พอเงยหน้าขึ้นลินลี่ย์จ้องดูบิดาของเขารู้สึกปั่นป่วนมาก “เลือดมังกรในตัวเราเข้มข้นพอไหม? ทำไมบิดาถึงจ้องดูเข็มเลือดมังกรนานนักเล่า?” ลินลี่ย์รู้สึกสังหรณ์ไม่ดี

“เฮ้อ...”ถอนหายใจเสร็จฮ็อกวางเข็มตรวจเลือดมังกรไว้ข้างหนึ่ง

ได้ยินเสียงบิดาถอนหายใจลินลี่ย์ที่กำลังกังวลใจก็รู้ว่าความเข้มข้นของเลือดมังกรในตัวเขายังไม่ถึงระดับน้ำตาเขาเริ่มไหลออกมา

“ลินลี่ย์, เจ้าร้องไห้ทำไม? อย่าร้องเลย,เป็นเด็กดีนะลูก, อย่าร้องเลย”ฮ็อกกอดลินลี่ย์ทันที พอเห็นลินลี่ย์ร้องไห้ ฮ็อกรู้สึกไม่สบายใจ ที่สำคัญคือลินลี่ย์ยังแค่หกขวบครึ่ง เขายังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง

“ข้าจะไม่ร้อง, ท่านพ่อ, ข้าจะไม่ร้อง”ลินลี่ย์สูดลมหายใจสองครั้ง จากนั้นบังคับให้ตนเองใจเย็น “ท่านพ่อ! ข้าเสียใจ ข้าทำให้ท่านผิดหวัง”

พอได้ยินคำพูดของลินลี่ย์ฮ็อกรู้สึกอบอุ่นใจ เขาไม่รู้จะทำอย่างไร จึงได้แต่กอดลินลี่ย์ “ลินลี่ย์! อย่ารู้สึกแย่นักเลยข้าไม่ได้ตั้งความหวังไว้สูงนักเกินกว่าพันปีและผ่านมาหลายสิบรุ่นไม่มีผู้ใดกลายเป็นนักรบเลือดมังกรได้ไม่สำคัญหรอกที่เจ้าทดสอบไม่ผ่าน พ่อไม่ตำหนิเจ้า”

พอรู้สึกอบอุ่นจากอ้อมอกบิดาลินลี่ย์ค่อยคลายตัวจากอ้อมกอดบิดา

พอถึงตอนนี้หนูน้อยวอร์ตันวัยสองขวบหลับอยู่ในอ้อมอกปู่แอชลี่ย์นานแล้ว

“ลินลี่ย์! มาถึงตอนนี้ตระกูลบาลุคมีแค่เจ้าข้าและน้องชายของเจ้า ข้าไม่กล้าฝันเกินตัว ข้าไม่เคยกล้าฝันที่จะกลายเป็นนักรบเลือดมังกร” ฮ็อกหัวเราะเยาะตัวเอง การเป็นนักรบเลือดมังการจะเป็นเรื่องง่ายไปได้อย่างไร?

ลินลี่ย์เงยหน้ามองบิดาของเขา

ความจริงนานๆ ครั้งลินลี่ย์ถึงจะบิดาของเขาพูดกับเขาด้วยท่าทีแบบนั้นปกติบิดาของเขามักจะเข้มงวดกวดขันมาก

พอมองดูแถวป้ายเซ่นดวงวิญญาณนัยน์ตาฮ็อกเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย“เป้าหมายที่แท้จริงของข้าคือเอาสมบัติตระกูลบาลุคกลับคืนมาและส่งต่อให้ทายาทรุ่นหลังต่อไป”

“สมบัติประจำตระกูลเราหรือ? มันคืออะไร? ทำไมข้าถึงไม่เคยได้ยินมาก่อน?” ลินลี่ย์ถามอย่างสงสัย

ฮ็อกพูดด้วยความภูมิใจ “สมบัติประจำตระกูลเราก็คือดาบพิฆาตนี่เป็นอาวุธที่ถูกใช้โดยผู้นำตระกูลบาลุคคนแรกสุดเป็นดาบของนักรบเลือดมังกรคนแรกของทวีปยูลานเนื่องจากทายาทของท่านอกตัญญู หกร้อยปีที่แล้วเพราะความยากจนลูกหลานที่ใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยได้ขายอาวุธของบรรพบุรุษเราเพื่อต้องการเงิน”

ขณะที่เขาพูดฮ็อกเต็มไปด้วยความโกรธจัดจนร่างกายสั่น

พอเขาส่ายหน้าอย่างจนใจเขาพูดว่า “หลังจากนั้นทายาทรุ่นหลังทุกรุ่นพยายามเอาดาบพิฆาตกลับคืนมาแต่หกร้อยปีแห่งความพยายาม ไม่มีใครทำได้สำเร็จที่สำคัญเมื่อตอนที่เขาขายดาบพิฆาตไป มันมีราคา 180,000 เหรียญทอง 180,000 เหรียญทอง เราไม่สามารถรวบรวมเงินได้ขนาดนั้น ถึงรวบรวมมาได้เจ้าของปัจจุบันก็ไม่ยอมขายให้เรา”

ตระกูลเก่าแก่ของนักรบเลือดมังกรขายสมบัติประจำตระกูลตนออกไปจริงๆ

นี่เป็นเรื่องน่าอายอย่างหนึ่ง

เรื่องน่าอายของตระกูลนักรบเลือดมังกรที่เก่าแก่

ทายาททุกรุ่นพยายามหาหนทางในการนำดาบพิฆาตกลับมาแต่หกร้อยปีแห่งความพยายาม ไม่เคยทำได้สำเร็จ

ในฐานะที่เป็นผู้นำตระกูลคนปัจจุบันฮ็อกมีความต้องการนี้มาโดยตลอดแต่ปัญหาทางการเงินของตระกูลอยู่ในสถานการณ์ลำบาก 180,000 เหรียญทอง? แม้ว่าพวกเขาจะขายคฤหาสน์และสมบัติทั้งหมดพวกเขาไม่อาจจะรวบรวมเงินได้มากขนาดนั้น

สมบัติตระกูลหายไปนี่คือเรื่องน่าอับอายที่ยังค้างคาใจของฮ็อกเขารู้สึกอับอายและทำอะไรไม่ได้และสามารถเผชิญหน้ากับบรรพบุรุษได้

พอเห็นสีหน้าของบิดาของเขาลินลี่ย์ปลอบเขาว่า “ท่านพ่อ!อย่าลำบากใจเลย! ข้าสัญญาว่าสักวันข้าจะเอาสมบัติประจำตระกูลกลับมายังคฤหาสน์เราให้ได้”

“เจ้าน่ะหรือ?” ฮ็อกหัวเราะเบาๆดวงตาเต็มไปด้วยความรัก เขาลูบผมลินลี่ย์

ฮ็อกพูดในใจว่า “ลินลี่ย์เจ้ารู้ไหม คำพูดที่เจ้าเพิ่งพูดออกมานี้ หลายปีก่อนนั้นข้าก็ได้พูดกับท่านปู่เจ้าเหมือนกัน” หกร้อยปีที่พยายาม มีแต่ความล้มเหลวมันจะเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆ อย่างไร? ที่สำคัญ คนที่ได้ดาบพิฆาต ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา

ทำไมพวกเขาถึงจะต้องยินดีขายด้วยเล่า

แม้ว่าพวกเขายินดีจะขายตระกูลบาลุคที่เสื่อมโทรมจะมีปัญญาซื้อคืนมาได้อย่างไร?

“ท่านพ่อ, ท่านไม่เชื่อข้าหรือ?” พอเงยหน้าขึ้น ลินลี่ย์มองดูบิดาอย่างสงสัย

“ข้าเชื่อเจ้า, ข้าเชื่อเจ้า” ฮ็อกหัวเราะ

บิดาและบุตรกอดกันแนบแน่นในยุคนี้เหลือสมาชิกตระกูลเลือดมังกรอยู่เพียงสามคนเท่านั้นเมื่อไรตระกูลที่เสื่อมถอยนี้จะกลับคืนสู่ความรุ่งเรืองและมีเกียรติเล่า? ในตอนนี้ขณะอิงอยู่ในอ้อมอกบิดาลินลี่ย์กำหมัดแน่น...

จบบทที่ ตอนที่ 1-3 ตระกูลนักรบเลือดมังกร (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว