- หน้าแรก
- ให้คุณออกแบบยุทโธปกรณ์ ดันสร้างของไซไฟมาให้ฉันเนี่ยนะ
- บทที่ 25 ปฏิบัติการสิ้นสุด โปรดให้กรรมการตรวจสอบและประกาศผลคะแนน!
บทที่ 25 ปฏิบัติการสิ้นสุด โปรดให้กรรมการตรวจสอบและประกาศผลคะแนน!
บทที่ 25 ปฏิบัติการสิ้นสุด โปรดให้กรรมการตรวจสอบและประกาศผลคะแนน!
บทที่ 25 ปฏิบัติการสิ้นสุด โปรดให้กรรมการตรวจสอบและประกาศผลคะแนน!
มันบังเอิญเกินไปแล้ว
เธอพลันนึกถึงความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมา
แต่แล้วก็ส่ายหน้าหัวเราะเยาะตัวเอง
อิ่นรั่วซวน!
อิ่นรั่วซวน!
เธอนี่มันสมองมีแต่เรื่องความรักจริงๆ!
เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ขนาดดาวอังคารจะชนโลกเธอยังกล้าคิดอีกเหรอ?!
สมเหตุสมผลไหม?
เป็นไปได้ไหม?
มันอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงบ้างไหม?
เธอคิดแบบนี้ได้ยังไง?
ก่อนหน้านี้เคยได้ยินคนอื่นพูดว่าคนที่กำลังแอบรักใครสักคนจะยกย่องอีกฝ่ายให้ดูดีเกินจริงโดยไม่รู้ตัว หรือที่เรียกกันว่าความรักทำให้คนตาบอด
ตอนนั้นอิ่นรั่วซวนยังแค่นเสียงอย่างดูถูก พลางคิดในใจว่านั่นมันก็แค่พวกผู้หญิงธรรมดาๆ ทั่วไป
ช่างตื้นเขิน!
ฉันคือใคร?
ฉันคืออิ่นรั่วซวน!
ไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกที่จะทำให้ฉันเป็นแบบนี้ได้!
“ถั่วแขกผัดเบคอนรมควันจานนี้เป็นยังไงบ้าง?” อิ่นรั่วซวนถามอย่างคาดหวัง
ซูเฉินเคี้ยวอีกสองสามคำแล้วประเมินว่า “อร่อยดีครับ”
บนใบหน้าของอิ่นรั่วซวนปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจ ดูมีความสุขเป็นพิเศษ
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของอิ่นรั่วซวนที่ยากจะเก็บงำไว้ได้ ซูเฉี่ยวเฉี่ยวก็ทำหน้าเหม็นเบื่อ “เหรอ?”
“ขอฉันชิมหน่อยสิ ว่ามันอร่อยขนาดนั้นจริงหรือเปล่า”
เนื่องจากจานถั่วแขกผัดเบคอนรมควันวางอยู่ตรงหน้าซูเฉินพอดี ซูเฉี่ยวเฉี่ยวจึงลุกขึ้นยืนทันที แล้วตักไปหนึ่งช้อนใหญ่
เพียงช้อนเดียว เบคอนรมควันในจานนั้นก็หายไปกว่าครึ่ง
เหลือเพียงเบคอนรมควันที่น่าสงสารไม่กี่ชิ้นประดับอยู่บนถั่วแขกสีเขียวเต็มจาน
คุณนายเซี่ยคิดในใจว่า ‘นั่นมันลูกสะใภ้ฉันตั้งใจผัดให้ลูกชายฉันกินนะ แกจะไปยุ่งอะไรด้วย?’
เธอไม่ยอมตามใจลูกสาวเลยแม้แต่น้อย ตบเข้าไปที่หลังหนึ่งฉาด “ยัยเด็กบ้า!”
“แม่เลี้ยงแกแบบอดๆ อยากๆ หรือไง?”
“ถึงได้ทำท่าทางเหมือนผีตายอดตายอยากมาเกิดแบบนี้?”
ซูเฉี่ยวเฉี่ยวถูกตีจนร้องโอดโอย แต่ก็ไม่สนใจคำพูดของคุณนายเซี่ยเลยแม้แต่น้อย เธอยัดเนื้อเข้าปากราวกับสุนัขหิวโซที่กำลังแย่งอาหาร
เธอก้มหน้ากินเนื้อ แต่สายตากลับเต็มไปด้วยแววอำมหิต จ้องเขม็งไปที่อิ่นรั่วซวน
อิ่นรั่วซวนเอามือปิดปากหัวเราะ มีท่าทีสะใจอยู่บ้าง
หลังจากสั่งสอนซูเฉี่ยวเฉี่ยวเสร็จ คุณนายเซี่ยจึงหันไปมองลูกชายแล้วยิ้มพูดว่า “อร่อยใช่ไหมล่ะ?”
“เสี่ยวอิ่นตั้งใจเข้าครัวทำให้เลยนะ”
“จานเต้าหู้หม่าโผนั่นก็ฝีมือเสี่ยวอิ่นเหมือนกัน ลูกก็ลองชิมดูสิ?”
ซูเฉี่ยวเฉี่ยวไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้าช้อนจะไปตักเต้าหู้หม่าโผ แต่ก็ถูกคุณนายเซี่ยใช้ตะเกียบตีมือเข้าให้ สายตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความดุร้ายราวกับจะบอกว่า ‘ถ้าแกกล้ายุ่งฉันจะตีแกให้ตาย’
สุดท้ายแล้ว ในบ้านตระกูลซู คุณนายเซี่ยก็ยังเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด
บารมีที่สั่งสมมานั้นยิ่งใหญ่เกินไป!
ซูเฉี่ยวเฉี่ยวจำต้องดึงมือกลับอย่างไม่พอใจ แต่ปากก็ยังไม่ยอมแพ้ “หนูก็อยากกินบ้างนี่นา”
“ซูเฉินคนเดียวก็กินไม่หมด”
“หนูกินหน่อยจะเป็นอะไรไป?”
“กินอย่างอื่น!” น้ำเสียงของคุณนายเซี่ยเริ่มสูงขึ้น “กับข้าวเต็มโต๊ะไม่มีที่แกอยากกินแล้วหรือไง?”
“แต่ตอนนี้หนูอยากกินอันนั้นนี่นา” ซูเฉี่ยวเฉี่ยวทำท่าทางเหมือนหมูไม่กลัวน้ำร้อนลวก
“ซูเฉี่ยวเฉี่ยว!” คุณนายเซี่ยเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว “อย่าทำให้แม่อารมณ์เสียจนต้องลงไม้ลงมือกับแกนะ!”
เมื่อเห็นว่าคุณนายเซี่ยโกรธจริงแล้ว ซูเฉี่ยวเฉี่ยวก็ไม่กล้าส่งเสียงอีก
ซูเฉินลองชิมเต้าหู้หม่าโผไปสองคำ
พบว่ารสชาติทำออกมาได้พอดี เต้าหู้ก็นุ่มมาก
ถ้าไม่มีฝีมืออยู่บ้างคงทำออกมาแบบนี้ไม่ได้แน่
“อืม~” ซูเฉินเอ่ยชม “ทำได้ต้นตำรับมากเลยครับ”
“ดูไม่ออกเลยนะว่าฝีมือทำอาหารจะดีขนาดนี้?”
“เฉี่ยวเฉี่ยวขนาดไข่เจียวยังทำไม่เป็นเลย”
อิ่นรั่วซวนดีใจจนยิ้มไม่หุบ “คุณว่าอร่อยก็ดีแล้วค่ะ”
ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมคำพูดแก้ตัวส่งๆ ของเธอถึงทำให้พวกหนุ่มน้อยเหล่านั้นตื่นเต้นได้ขนาดนั้น
ที่แท้ก็เป็นความรู้สึกแบบนี้นี่เอง
ที่แท้ก็เป็นความรู้สึกสุขล้นแบบนี้นี่เอง
นี่คือความรู้สึกของความรักสินะ?
ความรู้สึกของความรักนี่มันดีจริงๆ!
......
ทุกคนกำลังพูดคุยกัน มีเพียงซูเหวยอี้ที่เงียบไม่พูดอะไร
มือทั้งสองข้างของเขาจับเข่าไว้แน่น ดวงตาจ้องมองหน้าจอโทรทัศน์ไม่กะพริบ
ในขณะนี้
หลี่เหลียนอู่กำลังจัดทัพหน่วยของเขาใหม่ เพื่อเตรียมปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันอีกครั้ง
เสียงของพิธีกรก็ดังขึ้นตามมา “เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก”
“ทุกประเทศที่เข้าร่วมจะมีโอกาสท้าทายใหม่อีกหนึ่งครั้ง”
“แน่นอนว่าครั้งนี้ก็เป็นโอกาสสุดท้ายเช่นกัน”
“หากในครั้งนี้เกิดอุบัติเหตุขึ้นอีก จะถูกตัดสิทธิ์และยกเลิกคะแนนทันที”
“ปีที่แล้วพญาอินทรีก็เป็นเช่นนี้เช่นกัน แต่หลังจากนั้นก็ทำผลงานได้ค่อนข้างดี”
“ครั้งนี้เชื่อว่าพวกเราก็จะสามารถทำผลงานได้ดีเช่นกัน...”
พิธีกรพูดจาเยิ่นเย้อ แต่จริงๆ แล้วทุกคนก็เข้าใจดี
ก็แค่ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว และนี่ก็เป็นการถ่ายทอดสด จึงต้องหาเรื่องอะไรมาพูดไปเรื่อยๆ เพื่อถ่วงเวลา รอให้หลี่เหลียนอู่เตรียมตัวเสร็จ
เมื่อไม่มีอะไรทำ คอมเมนต์ก็เริ่มหนาแน่นขึ้นมาอีกครั้ง
“ทำผลงานได้ดี? ครั้งนี้ฉันว่ายากนะ หลายปีก่อนอย่างน้อยก็ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุแบบนี้ ครั้งนี้ยังไม่ทันจะเริ่มก็เป็นซะแล้ว จะทำผลงานได้ดีได้ยังไง?”
“ขอบอกไว้ก่อนนะ ไม่ใช่ว่าฉันดูถูก! พวกคุณดูสิ อาวุธต่อต้านการก่อการร้ายที่เพิ่งจะเปิดตัวต่อหน้าคนทั้งโลกแบบนี้ ยังไม่ทันจะได้แสดงประสิทธิภาพเลยก็เกิดปัญหาทางเทคนิคซะแล้ว! ต่อให้ทำผลงานได้ดี ตอนขายจะขายดีเหรอ? ปฏิกิริยาแรกของคนอื่นก็ต้องคิดว่าเจ้านี่อัตราการเสียสูงแน่ๆ! ใครจะไปซื้ออาวุธที่อัตราการเสียสูงล่ะ?”
“คิดไปไกลแล้ว! คิดไปไกลแล้ว! จะมีผลงานหรือเปล่ายังไม่รู้เลย ถ้าเกิดครั้งที่สองยังเกิดปัญหาอีก แล้วถูกตัดสิทธิ์ นั่นมันเท่ากับขายหน้าคนทั้งโลกเลยนะ!”
“เรื่องอาวุธพักไว้ก่อน จะเปลี่ยนวิธีการบุกทางยุทธวิธีได้ไหม? อุตส่าห์มีโอกาสครั้งที่สองแล้ว อย่าใช้ยุทธวิธีเมื่อหลายร้อยปีก่อนอีกเลย! ขอร้องล่ะ!”
“.......”
เวลาผ่านไปทีละน้อย
เสียงที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิมของพิธีกรก็ดังขึ้นมาทันที “เอาล่ะครับ!”
“ทีมของเรา หน่วยจู่โจมต่อต้านการก่อการร้ายที่นำโดยหลี่เหลียนอู่ เตรียมพร้อมแล้วครับ!”
“ต่อไป เรามาชมการแสดงอันน่าตื่นเต้นของเขากันเลยครับ”
บนหน้าจอ
หลี่เหลียนอู่ถือปืนไรเฟิลคลื่นกระแทกชีวภาพอยู่ในมือ
นำหน้าไปก่อนใคร
สมาชิกหน่วยคนอื่นๆ ยังคงตามหลังเขาอย่างใกล้ชิด
ยังคงเป็นสูตรเดิม รูปขบวนแถวตอนเรียงหนึ่ง
คอมเมนต์ด่าทอกันอย่างเผ็ดร้อน เต็มไปด้วยคำพูดทำนองว่าหมามันแก้สันดานเดิมไม่ได้จริงๆ ทำไมยังใช้ยุทธวิธีนี้อีก? เปลี่ยนไม่ได้หรือไง? จบแล้ว ไม่ต้องดูต่อ เตรียมเก็บกระเป๋ากลับบ้านได้เลย อะไรทำนองนี้
ซูเหวยอี้ก็ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ปากก็พูดไม่หยุดว่าทำไมยังใช้ยุทธวิธีนี้อีก? โง่จริงๆ!
เฝ่ยเหวินจี้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุก็ไม่เข้าใจเช่นกัน ไม่เข้าใจเลยว่ากำลังเล่นตลกอะไรกันอยู่
เขาจำได้ว่ามียุทธวิธีใหม่ๆ อยู่ไม่น้อย ไม่มีเหตุผลที่จะต้องใช้ยุทธวิธีที่เก่าแก่จนไม่มีอะไรจะเก่ากว่านี้แล้ว
ผู้ชมทั่วประเทศไม่เข้าใจ
ทั่วโลกก็ไม่เข้าใจ
พวกพญาอินทรีถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
นักวิเคราะห์ยุทธวิธีนับสิบคนต่างเตรียมพร้อมเต็มที่ พวกเขาคิดว่าครั้งนี้ฝ่ายกระต่ายจะต้องนำเสนอยุทธวิธีใหม่ๆ ออกมาอย่างแน่นอน จึงเตรียมบันทึกข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์โดยละเอียด
ไม่คิดเลยว่าจะเป็นรูปขบวนแถวตอนเรียงหนึ่งอีก?
หมดมุกแล้วเหรอ?
เหล่านักวิเคราะห์มองหน้ากันไปมา แล้วก็ยิ้มให้กัน
“โอ้~ จอห์น ผมไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งงานของเราจะง่ายขนาดนี้”
“ใช่แล้ว โจเซฟ!”
“ยุทธวิธีโบราณตั้งแต่หลายร้อยปีก่อนแบบนี้ พวกเขายังจะเอามาใช้อีก ดูท่าความล้มเหลวจะถูกกำหนดไว้แล้ว งั้นเราเก็บของเตรียมเลิกงานก่อนเวลาดีไหม? ผมอดใจรอที่จะไปสนุกไม่ไหวแล้ว”
ทั้งห้องวิเคราะห์เต็มไปด้วยบรรยากาศที่ร่าเริง
เสียงหัวเราะดังไม่ขาดสาย
ผู้รับผิดชอบสูงสุดในการนำทีมครั้งนี้คือ อาเธอร์ โรคอฟ ชาวพญาอินทรีแท้ๆ ผมบลอนด์ตาสีฟ้า
อายุสี่สิบกว่าปีก็ประสบความสำเร็จในงานวิจัยมากมาย ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นกรณีพิเศษ ในตอนนี้ถือว่าเป็นช่วงที่รุ่งโรจน์ที่สุดในชีวิต
“หึ!”
“ผมบอกแล้วว่าไม่ต้องเสียเวลามาสนใจพวกกระต่ายขนาดนี้”
“กว่าพวกเขาจะตามเราทัน อย่างน้อยก็...” อาเธอร์ โรคอฟชูขึ้นมาสามนิ้ว
โจเซฟรีบกล่าวเสริมทันที “อย่างน้อยสามสิบปี!”
แต่อาเธอร์ โรคอฟกลับส่ายหน้า “อย่างน้อยสามร้อยปี!”
โจเซฟชะงักไปครู่หนึ่ง คิดในใจว่า ‘พวกเรานำหน้าอยู่ไม่น้อยก็จริง แต่แกก็อย่าโม้ให้มันมากนักสิ?’
“เอาล่ะ!”
“เก็บของ เตรียมตัวกลับก่อนเวลาได้”
“ไม่มีความจำเป็นต้องดูต่อไปแล้ว”
“ถ้าเบื้องบนถามมา ก็บอกไปว่าเป็นคำสั่งของผมเอง” อาเธอร์ โรคอฟโบกมือเป็นสัญญาณให้เลิกงานได้
เหล่านักวิเคราะห์พากันโห่ร้องด้วยความยินดี
ท่ามกลางเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม พวกเขาเริ่มเก็บอุปกรณ์
ตรงกลางห้องวิเคราะห์มีหน้าจอขนาดใหญ่ตั้งอยู่ แสดงภาพการเคลื่อนไหวทั้งหมดในที่เกิดเหตุแบบเรียลไทม์
และภาพก็คมชัดเป็นพิเศษ ทำให้นักวิเคราะห์สามารถมองเห็นทุกสิ่งที่จำเป็นต้องเห็นได้อย่างทันท่วงที
มุมขวาบนมีตัวจับเวลา บันทึกเวลาที่ใช้ไปในปัจจุบัน
00:01 วินาที หลี่เหลียนอู่นำทีมออกจากเส้นเริ่มต้นการแข่งขัน
นักวิเคราะห์สิบกว่าคนเตรียมพร้อมเต็มที่
00:05 วินาที หลี่เหลียนอู่ใช้รูปขบวนแถวตอนเรียงหนึ่งบุกเข้าไป
เหล่านักวิเคราะห์มองอย่างงงงวย
00:15 วินาที หลี่เหลียนอู่นำทีมมุ่งหน้าไปยังที่อยู่ของตัวประกันอย่างรวดเร็ว
เหล่านักวิเคราะห์เริ่มเก็บอุปกรณ์ เตรียมตัวกลับบ้าน
00:30 วินาที หลี่เหลียนอู่นำทีมไปถึงตำแหน่งที่กำหนดได้สำเร็จ เขาค่อยๆ ยกปืนไรเฟิลคลื่นกระแทกชีวภาพในมือขึ้น
เหล่านักวิเคราะห์กำลังยุ่งอยู่กับการเก็บอุปกรณ์ อาเธอร์ โรคอฟกำลังจะดึงสายไฟของหน้าจอขนาดใหญ่ออก
00:35 วินาที เสียงของหลี่เหลียนอู่ดังขึ้นจากในหน้าจอ “ปฏิบัติการสิ้นสุด!”
“โปรดให้กรรมการตรวจสอบและประกาศผลคะแนน”
มือของอาเธอร์ โรคอฟที่กำลังจะดึงปลั๊กไฟออกพลันหยุดชะงัก
ห้องวิเคราะห์ที่เคยเสียงดังจอแจพลันเงียบสงัดลง
[จบตอน]