เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 402 หนึ่งพัน

บทที่ 402 หนึ่งพัน

บทที่ 402 หนึ่งพัน


บทที่ 402 หนึ่งพัน

“ฝุ่บ”

เจียงหยวนที่เห็นแบบนี้แล้วก็ไม่ได้แสดงท่าทางหวาดกลัวแต่อย่างใด ร่างกายของเขาได้สั่นไหวไปมาพร้อมกับหมัดของเขาที่ถูกส่งออกไป จนบังเกิดเสียงแรงลมกระโชกที่ฟังดูแปลกหู

หลังจากนั้นก็ได้บังเกิดลมพายุลูกใหญ่โดยที่มีร่างกายของเจียงหยวนอยู่บนยอดพายุ และด้วยแรงลมนี้เองทำให้เจียงหยวนพรุ่งตรงออกไปอย่างรวดเร็ว

*ตึงงงง*

เสียงกระแทกได้เกิดขึ้นอย่างดังลั่น

เจียงหยวนได้กำหมัดของตนกระแทกเข้าใส่หมียักษ์

“กรรรรร”

ในตอนนี้ หมียักษ์ ค่อยๆลอยละล่องออกไปโดยที่ยังไม่มีท่าทีที่จะล่วงหล่น

หลังจากเก็บหมัดของตนมาแล้ว เจียงหยวนก็ได้ยักไหล่ทีหนึ่ง หมัดของเขาที่ใช้เมื่อครู่นี้มันเต็มไปด้วยคลื่นพลังที่ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือน ดังนั้นแล้ว แม้มันจะดูเหมือนว่าเป็นหมัดธรรมดาเพียงหนึ่งหมัด แต่เขาก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเจ้าหมียักษ์นั่นโดนเขาต่อยไปกี่หมัดในชั่วพริบตานั่น

หลังจากโดนหมัดของเจียงหยวนไปแล้ว คลื่นพลังมากมายได้กระแทกเข้าใส่อวัยวะภายในของมันอย่างนับไม่ถ้วน จนเรียกว่า ไม่เหลือชิ้นดีได้เลยสักส่วนเดียว

“อั๊ยยะ”

ชายผมเผ้ารกรุงรังอุทานออกมาอย่างดังลั่น นั่นก็เพราะหมัดของเจียงหยวนมีอานุภาพมากกว่าที่เขาคิดนัก

เป็นตอนนี้ที่เจียงหยวนได้ปรากฏอยู่ที่ด้านข้างของหมียักษ์ ก่อนที่จะหงายมือของตนขึ้นมา พร้อมกับบังเกิดคลื่นพลังสีดำที่ค่อยๆหลั่งไหลมารวมไว้

-ระบบ กลืนกิน-

“ดิ้ง กลืนกินคลื่นพลังขุมนรกอเวจี คลื่นพลังขุมนรกอเวจีในร่างของท่านแข็งแกร่งขึ้น เคล็ดวิชาลับกลายร่างนรกอเวจีของท่านแข็งแกร่งขึ้น”

เมื่อได้ยินเสียงของระบบในห้วงจิตสำนึกของเขา เจียงหยวนก็ได้ขมวดคิ้วออกมาเล็กน้อย นั่นก็เพราะเขาค่อนข้างจะผิดหวังที่คลื่นพลังนรกอเวจีที่เขาไดรับไปนั้นไม่ได้ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นสักเท่าไหร่

-ดูเหมือนว่าข้าต้องการมากกว่านี้สินะ-

เจียงหยวนพยักหน้ารับกับตนเอง

หลังจากนั้น เขาก็ได้ตัดอุ้งตีนหมี แล้วเดินกลับไปหาชายผมเผ้ารกรุงรัง

“เจ้าจะทำอะไรงั้นรึ”

ชายผมเผ้ารกรุงรังนิ่งอึ้งไปในทันทีเมื่อเห็นฉากนี้

เจียงหยวนที่เดินไปถึงชายผมเผ้ารกรุงรังก็ไม่ได้พูดตอบอะไร เขาเพียงแค่วาดมือไปยังเบื้องหน้า ก่อนที่จะมีหม้อใบยักษ์และตะแกรงย่างปรากฎ

“เจ้าจะทำอะไรกันแน่เนี่ย”

ชายผมเผ้ารกรุงรังเริ่มถามคำถามเดิมอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่จริงจังยิ่งกว่าเดิม นั่นก็เพราะ เขาแม้จะพอคาดเดาได้ว่าเจียงหยวนต้องการจะทำอะไร แต่ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะกล้าทำกับสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ได้ลง

ในยุคโบราณ เหล่าผู้คนแม้จะกินของดีแบบนี้เป็นกิจวัตร แต่ด้วยยุคสมัยที่พลังวิญญาณลดน้อยถดถอยลงไปเช่นนี้ นี่ก็ไม่ได้ต่างไปจากสมบัติล้ำค่าแต่อย่างใด

“แน่นอนว่าย่อมต้องทำหม้อไฟ ดีไม่ดี หลัวซินจะตื่นขึ้นมาหลังจากได้กลิ่นเนื้อนี่หลังจากข้าทำเสียด้วยซ้ำ และนั่นจะทำให้นางไม่ต้องการยาล้ำค่าเหล่านั้นอีกเป็นแน่”

เจียงหยวนอธิบายออกมาอย่างเก้กังๆ ก่อนจะยักไหล่ให้ชายผมเผ้ารกรุงรังด้วยรอยยิ้มกว้าง

“เอ่ออออ”

ในขณะที่ชายหนุ่มผมเผ้ารกรุงรังกำลังนิ่งอึ้ง เจียงหยวนก็เริ่มลงมือทำอาหารท่ามกลางห้วงนรกอเวจีแห่งนี้

นี่ทำให้ ชายหนุ่มผมเผ้ารกรุงรัง รู้สึกราวกับว่าเจียงหยวนเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่ว่าจะเทียบกับยุคสมัยไหน

เพราะไม่ว่าใครก็ตามที่หลุดเข้ามาที่นี่ คนเหล่านั้นล้วนแล้วแต่หาหนทางหลุดรอดออกไป ไม่ใช่มานั่งทำอาหารเช่นนี้

“ทำไมกันเล่า อาหารฝีมือข้าอร่อยนา ท่านไม่อยากจะลองลิ้มมันสักหน่อยเหรอ”

เจียงหยวนพูดพลางบังคับพลังวิญญาณให้กลายเป็นมีดแล้วค่อยๆกรีดเฉือนไปยังท้องของหมียักษ์

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาลงมือทำอาหารโดยไม่ได้ใช้กระบี่ก่อร่างของตน ด้วยเรื่องนี้ กระบี่ก่อร่างของเขาก็ควรที่จะพอใจได้ว่าตนเองมีเกียรติขึ้นมาได้บ้างแล้วกระมัง

หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป เจียงหยวนก็ได้ทำหมีนรกอเวจีตุ๋นเสร็จเรียบร้อย

ในขณะเดียวกัน อุ้งตีนหมีย่างก็เสร็จไล่ตามมาอย่างไม่ห่างช่วง

ชายหนุ่มผมเผ้ารกรุงรังในตอนนี้จับจ้องไปยังฉากเหตุการณ์นี้พลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างไม่ขาด เพราะตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไม่ได้กินเนื้อย่างกับเนื้อตุ๋นมานานแค่ไหนแล้ว แน่นอนว่าการกระทำของเจียงหยวนไม่ได้ต่างไปจากการยั่วน้ำลายของชายหนุ่มผมเผ้ารกรุงรังแม้แต่น้อย

“นี่ของท่าน”

เจียงหยวนที่เห็นก็ไม่ได้ตระหนี่ถี่เหนียวแต่อย่างใด เขาได้ยกอุ้งตีนหมีให้ชายหนุ่มผมเผ้ารกรุงรังข้างหนึ่งพร้อมกับถ้วยที่ใส่เนื้อตุ๋นอยู่ข้างในไปวางตรงหน้าของเขา แน่นอนว่าส่วนที่เหลือเขาคิดจะเก็บไว้กินคนเดียว

เมื่อเห็นแบบนี้ ชายหนุ่มผมเผ้ารกรุงรังได้จับจ้องไปที่อุ้งตีนหมีขนาดใหญ่ยักษ์ราวกับความสูงของคนสิบคนยืนต่อกันแล้ว เขาได้กลืนน้ำลายไปอีกอึกสุดท้าย ก่อนจะทำการสูดกลิ่นของมันที่หอมฉุยเข้าไปอย่างสุดปอด

“กินสักทีเถอะน่า”

เจียงหยวนที่เห็นก็อดที่จะยักไหล่อย่างยียวน ก่อนที่จะกัดลงไปบนอุ้งตีนหมีของเขา

เมื่อชายหนุ่มผมเผ้ารกรุงรังได้เห็นฉากนี้ เขาก็ไม่คิดที่จะเหนียมอายอีกต่อไป นั่นก็เพราะตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา การกินอาหารในห้วงนรกอเวจีแห่งนี้ไม่ได้ต่างไปจากกฎข้อห้ามร้ายแรงที่เขาเองก็ไม่อาจจะกระทำให้เกิดขึ้นได้

ต่อให้จะเป็นตัวเขาเองจะเป็นผู้ลงมือเข่นฆ่าหมีอเวจีตัวนี้เองก็ตาม

และนี่เองทำให้ ทั้งสองต่างก็เติมท้องที่ว่างป่าวของตนไปจนเต็ม

ถึงแม้ว่าเจียงหยวนและชายหนุ่มผมเผ้ารกรุงรังนั้น ต่างก็สามารถที่จะทำการสกัดพลังวิญญาณมาเสริมสร้างร่างกายของตัวเองได้โดยตรง แต่หากเป็นไปได้ พวกเขาย่อมทำการดูดซับพลังวิญญาณผ่านการกินเสียมากกว่า

เพราะว่าพวกเขาต่างก็รู้สึกว่ามันรู้สึกเสียดายที่จะพลาดช่วงเวลาที่น่าดื่มด่ำเช่นนี้

จบบทที่ บทที่ 402 หนึ่งพัน

คัดลอกลิงก์แล้ว