เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 350: ชีวประวัติของอัศวิน (ฟรี)

บทที่ 350: ชีวประวัติของอัศวิน (ฟรี)

บทที่ 350: ชีวประวัติของอัศวิน (ฟรี)


เมื่อภาพวาดมีจิตวิญญาณของตัวเอง นั่นก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ถึงระดับฝีมือแล้ว และในสายตาของริชาร์ด ภาพนี้ก็คู่ควรกับคำว่าผลงานชั้นเลิศอย่างแท้จริง

เมื่อเช้านี้เขายังคิดอยู่เลยว่าเริ่นเหอวาดเป็นแค่ภาพสเก็ตช์หรือเปล่านะ ไม่อย่างนั้นทำไมถึงวาดแต่ภาพสเก็ตช์ติดต่อกันถึงสองวัน!?

แต่ตอนนี้ความจริงก็ได้พิสูจน์แล้วว่า เริ่นเหอไม่เพียงแต่มีทักษะการสเก็ตช์ภาพอันยอดเยี่ยม แต่ยังมีฝีมือด้านภาพวาดสีน้ำมันในระดับที่สูงส่งอีกด้วย

ในความทรงจำของคนทั่วไป ภาพวาดราคาแพงส่วนใหญ่มักจะเป็นภาพแนวแอ็บสแตรกต์เหมือนของปิกัสโซหรือฟาน โก๊ะ แต่หาใช่เช่นนั้นไม่ ในตลาดภาพวาดสีน้ำมัน ภาพวาดแนวสัจนิยมกลับครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 40% มาโดยตลอด

ยกตัวอย่างภาพ ‘ซานตี้เฟิง’ ของคุณเฉินอี้เฟยในชาติก่อนของเขา นี่ก็เป็นภาพวาดสีน้ำมันแนวสัจนิยม แต่กลับถูกประมูลไปในราคาสูงลิบลิ่วถึง 71 ล้านหยวนตั้งแต่เนิ่นๆ

เริ่นเหอก็ไม่ได้คาดหวังว่าภาพของตัวเองจะทำเงินได้มากมายอะไร ที่เขาสงบใจลงเพื่อวาดภาพ เป็นเพราะในใจของเขามีความทรงจำมากมายที่ต้องการระบายออกมา มันก็เหมือนกับคนที่กำลังเศร้าแล้วอยากจะร้องเพลง

เขาไม่ได้เศร้า เพียงแต่ในใจของเขามีเรื่องราวมากเกินไป เขาต้องการใช้ภาพวาดทีละภาพเพื่อจัดระเบียบเรื่องราวเหล่านั้น การได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งทำให้มีเรื่องราวมากมายที่เขาเก็บกดไว้ในใจ มีเพียงหยางซีคนเดียวที่รู้ แต่ถึงอย่างนั้นหยางซีเองก็ไม่ได้รู้ถึงความรู้สึกทั้งหมดของเขา

ภาพวาดสีน้ำมันวันละหนึ่งภาพ ก็เหมือนกับว่าเริ่นเหอได้ย้อนกลับไปเดินบนเส้นทางแห่งความฝันในชาตินี้อีกครั้ง

ภาพแรก เขาเหินข้ามตึกเรียน ตอนนั้นเขาเพิ่งมาถึงโลกใบนี้ แถมยังต้องมาเจอกับระบบทัณฑ์สวรรค์ที่จ้องจะขุดหลุมฝังโฮสต์โดยเฉพาะ ตัวเขาถูกบีบให้ต้องเดินบนเส้นทางกีฬาเอ็กซ์ตรีมอย่างไม่มีทางเลือก แต่ก็เพราะช่วงเวลานั้นเอง ที่ทำให้เขารักทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้

ภาพที่สอง เขาปีนตึกโรงแรมไคไหลด้วยมือเปล่า...

ภาพที่สาม เขายื่นจดหมายรักให้หยางซีใต้เสาไฟ ตอนนั้นเป็นหยางซีที่พูดกับเขาก่อนว่า: ฉันชอบเธอ

เฒ่าริชาร์ดเฝ้ามองเริ่นเหอเริ่มวาดภาพสีน้ำมันอย่างบ้าคลั่งในทุกๆ วัน เริ่นเหอไม่ได้ประดิดประดอยผลงานพวกนั้นเลย แทบทั้งหมดล้วนเป็นการวาดรวดเดียวจบ

ภาพวาดสีน้ำมันเหล่านี้ล้วนมีมาตรฐานสูงมาก แต่กลับไม่มีภาพไหนที่ทำให้เฒ่าริชาร์ดรู้สึกตกตะลึงได้เท่ากับภาพแรกที่เป็นโรงเรียนประถมบนภูเขา เพราะเขาไม่ได้รู้สึกมีส่วนร่วม จึงไม่เกิดเสียงสะท้อนก้องในใจ

ดังนั้นเขาจึงเริ่มไม่เข้าใจเริ่นเหอขึ้นมาบ้างแล้ว นี่มัน... เหมือนกำลังวาดการ์ตูนช่องเลยไม่ใช่เรอะ?! และเฒ่าริชาร์ดก็ไม่เข้าใจเนื้อหาในภาพวาดเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย

มันเหมือนกับว่าเริ่นเหอเองก็ไม่ได้ทุ่มเทอารมณ์ความรู้สึกอะไรลงไปในภาพวาดเหล่านี้มากนัก เป็นเพียงเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณที่ถูกแปะลงบนกระดานวาดภาพอย่างส่งเดช ไม่ได้มีความพิเศษอะไร

แต่เขาหารู้ไม่ว่าภาพวาดสีน้ำมันเหล่านี้มีความหมายต่อเริ่นเหอมากเพียงใด

เวลาค่อยๆ ผ่านไป หยางซีเริ่มสังเกตว่าเริ่นเหอสงบนิ่งขึ้นเรื่อยๆ: เมื่อก่อนเริ่นเหอเปรียบเสมือนหนังสือเล่มหนึ่ง แต่ตอนนี้ตัวอักษรในหนังสือเล่มนั้นกลับค่อยๆ เลือนหายไป แต่หยางซีกลับไม่รู้สึกว่าเขาสูญเสียเนื้อหาข้างในไป กลับกัน เธอกลับรู้สึกว่าเนื้อหาของเริ่นเหอกำลังค่อยๆ ถูกซึมซับเก็บเข้าไว้ข้างใน เปลวไฟในใจดวงนั้นกำลังหดตัวลงกลายเป็นแก่นกลาง และไม่มีใครรู้ว่าแก่นกลางนั้นจะกลับมาระเบิดพลังงานมหาศาลออกมาได้อีกเมื่อไหร่

นี่ไม่ได้หมายความว่านิสัยของเริ่นเหอเริ่มเปลี่ยนไป แต่หมายความว่าอุปนิสัยของคนคนนี้กำลังเกิดการยกระดับขึ้นอย่างที่ไม่มีใครล่วงรู้

เวลาจะพูดเล่นกับหยางซีก็ยังคงพูดเล่นเหมือนเดิม ตอนอยู่ที่สถาบันดนตรี ถ้านักศึกษาคนไหนพูดคุยเรื่องอัศวินต่อหน้าเริ่นเหอพร้อมกับกล่าวชื่นชม เริ่นเหอก็ยังคงเสนอหน้าเข้าไปร่วมวงอย่างไม่มียางอาย: “ใช่ พวกเธอพูดถูกหมดเลย อัศวินน่ะเจ๋งโคตรๆ!”

ทำเอาหยางซีเห็นแล้วอยากจะหัวเราะ

แต่เริ่นเหอเปลี่ยนไปจริงๆ ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม เปลวไฟแห่งความหวังและความฝันนั้นราวกับจะแผดเผาหลอมละลายคนอื่นได้ แต่ตอนนี้ เปลวไฟนั้นกลับดูเหมือนจะมอดดับไปแล้ว

เขาไม่เอ่ยถึงกีฬาเอ็กซ์ตรีมอีกเลย

อันที่จริงสิ่งที่อันซื่อพูดนั้นถูกต้อง นักกีฬาหลังจากผ่านการแข่งขันระดับสุดยอดมาครั้งหนึ่งแล้ว ล้วนต้องปรับสภาพจิตใจ และกีฬาเอ็กซ์ตรีมยิ่งต้องเป็นเช่นนั้น

การพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์สองครั้ง และการเล่นสกีดาวน์ฮิลล์ลงจากเขาสองครั้ง ได้สูบเอาความกล้าหาญของเริ่นเหอไปมากเกินไป จนกระทั่งมีอยู่ช่วงขณะหนึ่งหลังจากกลับมา เขาเริ่มจินตนาการว่าถ้าตัวเองใช้ชีวิตอย่างสงบสุขจะดีกว่านี้ไหม?

แต่ในใจของเริ่นเหอกลับมีเสียงหนึ่งตะโกนปฏิเสธออกมาดังลั่น

นิยามของคำว่า ‘การมีชีวิตอยู่’ ไม่ใช่การรอคอยความตายอย่างช้าๆ แต่คือการวิ่งต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง วิ่งไปให้ไกลแสนไกลเพื่อมองเห็นโลกที่กว้างใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ วิ่งจนหมดเรี่ยวแรงถึงจะไม่เสียใจภายหลัง

ความตายไม่น่ากลัว มันเป็นเพียงแค่การหลับใหลอันยาวนาน

ตอนที่เล่นสกีดาวน์ฮิลล์ เขาได้สัมผัสกับความตายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะครั้งที่พายุมาถึงในขณะที่เขาติดอยู่บนบันไดฮิลลารี ไม่มีใครรู้ว่าตอนนั้นเขาสิ้นหวังเพียงใด มันคือสถานการณ์สิบส่วนตายไร้ส่วนรอด

แต่เมื่อเขาลงจากเขามาได้แล้ว เขาก็ยังคงกลับขึ้นไปพิชิตยอดเขาอีกครั้งอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่ลังเล!

เริ่นเหอไม่ใช่เทพเจ้า เขาเป็นแค่คนธรรมดา เขาก็เหนื่อยเป็นเหมือนกัน

แต่เมื่อเหนื่อยแล้ว ก็แค่สงบลง และสั่งสมพลังในความเงียบ

เขาได้วาดช่วงเวลาสุดขีดของตัวเองในอดีตออกมาทั้งหมด เส้นทางสู่สวรรค์, ปีนตึก CCTV ด้วยมือเปล่า, พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์, ก้าวกระโดดแห่งศรัทธา...

ริชาร์ดพบว่าตัวเองเริ่มไม่เข้าใจเริ่นเหอมากขึ้นเรื่อยๆ ทำไมภาพวาดเหล่านี้ถึงไม่เหมือนกับของนักเรียนคนอื่นๆ ของเขาเลย...

ทุกคนวาดอะไรกัน? ชาวนาชรา, กรรมกรผู้ทุกข์ยาก, คนแก่, ผู้หญิง

ส่วนภาพที่เริ่นเหอวาดกลับเหมือนโปสเตอร์โปรโมตหนังฟอร์มยักษ์ ระทึกขวัญ ชี้เป็นชี้ตายในชั่วพริบตา

นี่มันออกนอกลู่นอกทางไปแล้วไม่ใช่รึไง ทำไมเธอไม่ไปเรียนเอกกำกับภาพยนตร์ซะเลยล่ะ...

ทว่าเฒ่าริชาร์ดหารู้ไม่ว่า หากนำประสบการณ์เหล่านี้ของเริ่นเหอไปสร้างเป็นภาพยนตร์ มันก็คือหนังฟอร์มยักษ์ดีๆ นี่เอง รับประกันได้เลย ตอนนี้มีคนอยากจะสร้างชีวประวัติของอัศวินไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ แค่คิดก็น่าจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแล้ว แฟนคลับของอัศวินทั่วโลกมีเป็นสิบล้านคน หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ เรื่องนี้มันพูดยากจริงๆ

แต่เฒ่าริชาร์ดก็ไม่ได้พูดอะไร ในนามแล้วเริ่นเหอเป็นนักเรียนของเขา แต่เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับเริ่นเหอแล้ว ดูเหมือนว่าเขาเป็นแค่คนที่จัดหาสถานที่เงียบๆ ให้ฝ่ายนั้นวาดภาพเท่านั้นเอง

ภาพวาดสีน้ำมันแนวสัจนิยมของเริ่นเหอทวีความน่าหวาดเสียวขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกชี้เป็นชี้ตายในชั่วพริบตานั้นราวกับจะพุ่งออกมาจากภาพ เฒ่าริชาร์ดไม่รู้เลยว่าในใจของนักเรียนคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงวาดของแบบนี้ออกมาได้ เขาไม่ได้เล่นอินเทอร์เน็ต ดังนั้นจึงไม่รู้เลยว่าภาพวาดเหล่านี้เมื่อนำมาต่อกัน ก็แทบจะเรียกได้ว่าเป็นบันทึกชีวประวัติการท้าทายของอัศวินเลยทีเดียว...

ช้าๆ เข้า เฒ่าริชาร์ดก็ดูเหมือนจะเริ่มเข้าใจภาพของเริ่นเหอได้แล้ว เมื่อเฒ่าริชาร์ดได้เห็นภาพก้าวกระโดดแห่งศรัทธา เขาก็ราวกับได้ย้อนกลับไปเป็นหนุ่มอีกครั้ง ในตอนนั้นเส้นทางชีวิตของเขาไม่ได้เลือกการวาดภาพ แต่กลับเหมือนคนในภาพที่ออกไปเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมสารพัดชนิด

เล่นกับชีวิต!

แต่แล้วภาพวาดของเริ่นเหอก็เริ่มสงบลงอย่างช้าๆ ไม่มีเรื่องความเป็นความตาย ไม่มีความขัดแย้งที่รุนแรง มีเพียงภาพที่สงบนิ่งยิ่งขึ้น เมื่อวานนี้ เริ่นเหอวาดภาพหิมะตกหนักในบ้านสี่ประสานสไตล์ตะวันออกที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายโบราณ เด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ในลานบ้าน ปล่อยมือลงข้างลำตัว แววตาของเขาสงบกระจ่างใส

จากนั้น ฝีแปรงของเริ่นเหอก็หยุดลง ดูเหมือนว่าเขาได้ช้าลงจนถึงขีดสุดแล้ว ความเร็วไม่สามารถช้าไปกว่านี้ได้อีก จึงทำได้เพียงหยุดลง

ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เริ่นเหอรักษามาตรฐานการผลิตผลงานไว้ในระดับสูงมาตลอด วันละหนึ่งภาพ ต่อมาเป็นสองวันหนึ่งภาพ สามวันหนึ่งภาพ และสุดท้ายคือสี่วันหนึ่งภาพ...

จนถึงตอนนี้มีทั้งหมด 27 ภาพ!

มันเหมือนกับกระบวนการที่เปลี่ยนจากความเคลื่อนไหวสุดขั้วไปสู่ความสงบนิ่งสุดขีด ภาพวาดของเริ่นเหอเริ่มช้าลงจนถึงขีดสุด และจิตใจของเขาก็สงบนิ่งจนถึงขีดสุดเช่นกัน

เฒ่าริชาร์ดได้แต่เฝ้ามองเริ่นเหอนั่งนิ่งอยู่หน้ากระดานวาดภาพเป็นเวลานานแสนนาน ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้ว่านี่คือกระบวนการยกระดับของเริ่นเหอเอง

ทันใดนั้นเฒ่าริชาร์ดก็มีลางสังหรณ์ว่า การบ่มเพาะที่ยาวนานที่สุดครั้งนี้ จะเป็นครั้งที่เริ่นเหอทุ่มเทแรงกายแรงใจมากที่สุด และจะเป็นครั้งที่เริ่นเหอให้ความสำคัญที่สุดในใจ จนถึงขนาดที่ว่าถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะวาดอย่างไร เขาก็จะไม่ยอมลงมือเด็ดขาด

เริ่นเหอนั่งอยู่หน้ากระดานวาดภาพอย่างเงียบสงบและมีสมาธิมากเกินไป

เฒ่าริชาร์ดพลันรู้สึกว่า ทั้งๆ ที่เริ่นเหอยังไม่ได้วาดอะไรเลย แต่ตัวเองอาจกำลังจะได้เป็นประจักษ์พยานในการถือกำเนิดของบางสิ่งบางอย่าง

...

จบบทที่ บทที่ 350: ชีวประวัติของอัศวิน (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว