- หน้าแรก
- จะเป็นนักก๊อปทั้งที ทำไมระบบต้องบีบให้ไปเสี่ยงตายด้วย
- บทที่ 200: สามทหารเสือ (ฟรี)
บทที่ 200: สามทหารเสือ (ฟรี)
บทที่ 200: สามทหารเสือ (ฟรี)
เมื่อเจี่ยงฮ่าวหยางและหลิวปิงถามเริ่นเหอว่าเขาต้องการจะแลกเปลี่ยนอะไร เริ่นเหอก็ดึงทั้งสองคนไปคุยกระซิบกระซาบกันที่ข้างๆ หลิวปิงถึงกับประหลาดใจ “แค่นี้เองเหรอ?”
“ใช่ แค่นี้แหละ” เริ่นเหอยืนยันหนักแน่น แน่นอนว่าเขาไม่มีทางเปิดเผยแผนการทั้งหมดออกไป แค่ใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็ง อ้อนวอนด้วยเหตุผลและอารมณ์จนแทบจะหลั่งน้ำตาสารภาพรักออกมา ก็เพื่อที่จะให้เจ้าสองคนนี้ช่วยโหมไฟให้เขาหน่อย
เจี่ยงฮ่าวหยางกับหลิวปิงรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่อยากทิ้งบททอล์กโชว์คู่ที่ยอดเยี่ยมขนาดนั้นไป อีกอย่างเงื่อนไขที่เริ่นเหอเสนอมาสำหรับพวกเขาก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากจริงๆ
ไม่ต้องออกแรงอะไรมากมายเลย!
ดังนั้นทั้งสองจึงรับบททอล์กโชว์คู่ที่เริ่นเหอเขียนให้ไปติดต่อกับเพื่อนเก่าสมัยเรียน เพื่อช่วยเริ่นเหอทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ ที่สำคัญคือพอถึงเวลาคับขัน ทั้งสองคนยังไว้ใจได้มาก ถึงขั้นไปติดต่อรุ่นพี่บางส่วนที่พวกเขารู้จักอีกด้วย
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างลับๆ นักเรียนในห้อง ม.4/5 ที่เริ่นเหออยู่ต่างก็สงสัยใคร่รู้ว่าเจ้าสามคนนี้กำลังวางแผนอะไรกันอยู่ เหมือนกับคลื่นใต้น้ำที่เชี่ยวกรากอยู่ใต้ผืนน้ำอันสงบนิ่ง
แต่ที่น่าแปลกก็คือ เวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันภายในห้องเรียน ทั้งหลิวปิงและเจี่ยงฮ่าวหยางกลับมีท่าทีเหมือนกับว่าชัยชนะอยู่ในกำมือแล้ว ในขณะที่เริ่นเหอดูเหมือนจะไม่คิดจะลงสมัครเลยแม้แต่น้อย
หลิวปิงและเจี่ยงฮ่าวหยางมั่นใจในชัยชนะอย่างแน่นอน ก่อนจะถึงวันคัดเลือกรอบสุดท้าย ทั้งสองซ้อมกันมานับครั้งไม่ถ้วน บางครั้งก็เผลอขำกับมุกของตัวเองจนหลุดบท พอถึงวันรองสุดท้ายของการฝึกภาคสนาม ก็ถึงเวลาแข่งขันภายในห้องเรียนของพวกเขา
เพื่อนร่วมห้องต่างก็งัดความสามารถพิเศษของตัวเองออกมาโชว์กันเต็มที่ มีทั้งเล่นดนตรี คนที่ร้องเพลงเก่งก็มาร้องประสานเสียง หรือแม้กระทั่งผู้ชายที่ร้องเพลงโอเปร่าเสียงผู้หญิงก็ยังมี เรียกได้ว่ามีครบทุกรูปแบบ
ทว่าเมื่อหลิวปิงกับเจี่ยงฮ่าวหยางสวมชุดคลุมยาวที่เตรียมมาอย่างดีแล้วเดินมายืนอยู่หน้าทุกคน ก็ทำให้ทุกคนถึงกับตาเป็นประกายในทันที ต้องบอกเลยว่าชุดคลุมยาวแบบโบราณนี่มันดูเข้าทีจริงๆ หลิวปิงเป็นตัวชง เจี่ยงฮ่าวหยางเป็นตัวตบ
ในสมัยมัธยม การแสดงทอล์กโชว์คู่แบบนี้ยังหาดูได้ยาก ดังนั้นในแง่ของความแปลกใหม่ พวกเขาก็ถือว่านำหน้าพวกที่เล่นดนตรีไปก้าวหนึ่งแล้ว ของมันหายากก็ย่อมมีค่าเป็นธรรมดา
แน่นอนว่าถ้าพูดไม่ดีทำให้คนดูหัวเราะไม่ได้ก็จบเห่เหมือนกัน นักเรียนส่วนใหญ่ยังคงมีท่าทีเคลือบแคลงสงสัย
แต่ก็มีบางคนที่ยังจำเรื่องที่หลิวปิงเคยล้อหยางหลานได้และตั้งตารอคอยอย่างมีความหวัง
อย่างไรก็ตาม หลิวปิงก็ไม่ทำให้เริ่นเหอผิดหวัง เจ้าคนนี้ตัวผอมๆ เตี้ยๆ แถมในแววตายังมีประกายเจ้าเล่ห์ ดูเหมือนจะเกิดมาเพื่อแขวะคนโดยเฉพาะ...
เจี่ยงฮ่าวหยางกับหลิวปิงแสดงไปสิบห้านาทีเต็ม เพื่อนๆ ก็หัวเราะกันตลอดสิบห้านาที เริ่นเหอมองดูผลงานของกัวเต๋อกังถูกปลุกให้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งในโลกใบนี้แล้วก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจดี
ต้องรู้ไว้ว่าเจี่ยงฮ่าวหยางกับหลิวปิงนั้นขยันซ้อมกันจริงๆ สมกับคำกล่าวที่ว่า ‘สิบนาทีบนเวที แลกกับการฝึกฝนสิบปีใต้เวที’ เวลาหัดพูดทอล์กโชว์คู่มักจะเจอปัญหาการแสดงที่ดูแข็งทื่อจนน่าอึดอัด มุกที่ควรจะปล่อย ก็พังไม่เป็นท่าเพราะตัวเองยังอินไม่พอ
ตอนแรกพวกเขาซ้อมหน้ากระจก แต่ต่อมาก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ เลยให้เริ่นเหอซึ่งเป็นเจ้าของบทมานั่งดูพวกเขาซ้อม ระหว่างนั้นเริ่นเหอยังแสดงให้ดูเต็มๆ สองรอบ โดยสวมบทเป็นทั้งกัวเต๋อกังและอวี๋เชียน ผลก็คือพวกเขาซ้อมกันทุกคืนจนถึงสี่ทุ่มกว่า
ต้องยอมรับเลยว่าความสำเร็จของนักเรียนโรงเรียนมัธยมหมายเลข 4 ปักกิ่งนั้นมีที่มาที่ไป พวกเขาไม่ได้มีแค่พรสวรรค์ แต่ยังขยันขันแข็งสุดๆ!
มาถึงตอนนี้ การแสดงบนเวทีที่สามารถทำให้ผู้ชมหัวเราะได้ทั้งห้อง คือความสำเร็จที่เจี่ยงฮ่าวหยางและหลิวปิงแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย เริ่นเหอไม่มีทางยกความดีความชอบนี้มาเป็นของตัวเองเด็ดขาด
ผลคือไร้ข้อกังขา ท่ามกลางการแสดงมากมาย บททอล์กโชว์คู่ที่สร้างสรรค์และยอดเยี่ยมก็โดดเด่นขึ้นมาอย่างง่ายดาย เจี่ยงฮ่าวหยางกับหลิวปิงไม่ได้อวดอ้างความดีความชอบต่อหน้าเพื่อนๆ แต่บอกไปตรงๆ ว่านี่เป็นบทที่เริ่นเหอเขียนให้พวกเขา
คราวนี้ทุกคนต่างก็มองมาที่เริ่นเหอด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าในห้องจะมีคนพิลึกแบบนี้อยู่ด้วย ในห้องเรียนเริ่นเหอถือว่าโดดเด่นมาก ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะค่าเสน่ห์ของเขาสูงเกินไป แถมยังเปี่ยมไปด้วยพลังงานและจิตวิญญาณ เหมือนกับว่าเจ้าตัวกำลังเปล่งแสงออกมาท่ามกลางฝูงชน ด้วยเหตุนี้จึงมีนักเรียนหญิงบางคนในห้องที่รู้สึกดีกับเริ่นเหอตั้งแต่แรก
ก็แค่รู้สึกดีเท่านั้น ระบบทัณฑ์สวรรค์ไม่ได้มหัศจรรย์ถึงขนาดทำให้คนมองเขาแวบเดียวแล้วตกหลุมรักได้ นั่นมันกลายเป็นบั๊กไปแล้ว
ในห้องเรียนมีผู้หญิงสวยๆ อยู่ไม่น้อย อย่างน้อยก็มากกว่าโรงเรียนมัธยม 13 ที่เริ่นเหอเคยอยู่ บางคนมักจะพูดว่าเด็กผู้หญิงสวยๆ เรียนไม่เก่ง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นความจริง แต่ในโรงเรียนมัธยมหมายเลข 4 ปักกิ่ง กลับมีเด็กผู้หญิงที่ทั้งสวยและฉลาดอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
คงต้องยอมรับว่าจุดสตาร์ทของบางคนมันเริ่มต้นกันตั้งแต่ระดับยีนเลยทีเดียว...
แต่ทุกคนก็สงสัยอยู่หน่อยๆ ว่าทำไมเริ่นเหอถึงไม่เข้าร่วมการแสดงด้วยตัวเอง? ดูจะเก็บตัวไปนิด ซึ่งไม่ค่อยตรงกับนิสัยของเขาสักเท่าไหร่
ที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 4 ปักกิ่ง เริ่นเหอไม่ได้ทำตัวเงียบๆ เหมือนเมื่อก่อนเลยแม้แต่น้อย แค่เรื่องที่เขายืนตากแดดเปรี้ยงๆ กลางแจ้งนาน 3 ชั่วโมงเมื่อสองวันก่อนตอนฝึกภาคสนามก็ดังไปทั่วแล้ว ไม่ใช่เพราะว่าการยืนตากแดดมันเจ๋ง แต่เป็นเพราะบทสนทนาระหว่างเขากับครูฝึกต่างหาก...
ผมก็แค่อยากจะยืนตรงนี้... ตอนนั้นครูฝึกถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
ดังนั้นแค่เพียงผ่านช่วงพักกลางวันไป คนจากห้องอื่นจำนวนไม่น้อยก็รู้กันแล้วว่าห้อง 5 มีคนโหดที่กล้าต่อกรกับครูฝึก บางคนก็ว่าเขาทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ บางคนก็ว่าเขาเจ๋งจริง อย่างน้อยการยืนในท่าตรงนาน 3 ชั่วโมงแล้วยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ก็ถือว่าโคตรเจ๋งแล้ว
เริ่นเหออธิบายกับเพื่อนๆ ว่าเขายังคิดไม่ออกว่าจะแสดงอะไร และไม่ถนัดด้านการแสดง เพื่อนๆ ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็ไม่มีใครไปเซ้าซี้อะไรมาก
มีเพียงเจี่ยงฮ่าวหยางและหลิวปิงสองคนเท่านั้นที่รู้ว่าเริ่นเหอจะไม่ถนัดการแสดงได้ยังไง? การแสดงของพวกเขาสองคนก็เรียนรู้มาจากเริ่นเหอแบบต้นฉบับเป๊ะๆ เลย!
พอถึงวันสุดท้ายของการฝึกภาคสนาม ก็ถึงเวลาที่หลิวปิงกับเจี่ยงฮ่าวหยางต้องไปประชันฝีมือกับคนทั้งระดับชั้น ครั้งนี้การแสดงของทั้งคู่ดังกระฉ่อนไปในบรรดา 60 ทีมที่เข้าแข่งขันของทั้งระดับชั้น ถึงแม้ว่านักเรียนส่วนใหญ่จะยังไม่เคยได้ยินทอล์กโชว์ของพวกเขาก็ตาม แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้แล้วว่าปีนี้มีการแสดงทอล์กโชว์คู่ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ!
ในที่สุดทอล์กโชว์ของพวกเขาก็ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 15 การแสดง เพื่อเป็นการขอบคุณเริ่นเหอ เจี่ยงฮ่าวหยางกับหลิวปิงจึงเลี้ยงข้าวเขาอย่างดีมื้อหนึ่ง แถมหลิวปิงยังแอบยัดบุหรี่สองซองที่หยิบมาจากบ้านใส่มือเริ่นเหอด้วย
เริ่นเหอลองพิจารณาบุหรี่สองซองนี้แล้วก็พบว่าตัวเองไม่เคยเห็นมาก่อนเลย บนซองสีขาวมีแค่คำว่า ‘สำหรับใช้ภายใน’ พิมพ์อยู่สองคำ นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว
ถือซะว่าเขาความรู้น้อย ชาติที่แล้วก็ไม่เคยสูบบุหรี่สำหรับใช้ภายในของจริง เลยแยกไม่ออกว่ามันคืออะไรกันแน่
ตอนนี้ทั้งสามคนถูกขนานนามในห้องว่าเป็น ‘สามเหลี่ยมเหล็ก’ หลังจากการฝึกภาคสนามและการแสดงทอล์กโชว์คู่ครั้งนั้น ทำให้ทั้งสามคนกลายเป็นพันธมิตรกันอย่างรวดเร็ว แต่ ‘สามเหลี่ยมเหล็ก’ เป็นฉายาที่เพื่อนๆ ตั้งให้ พวกเขาเรียกตัวเองว่า ‘สามทหารเสือ’ ชื่อนี้หลิวปิงเป็นคนตั้ง ตอนนั้นเริ่นเหออยากจะเปลี่ยนเป็น ‘สามทหารปืนไฟ’ แต่คิดไปคิดมาก็ช่างมันเถอะ...
เหลือเวลาอีกเพียงวันเดียวก่อนจะถึงงานเลี้ยงต้อนรับน้องใหม่ ในเว็บบอร์ดของโรงเรียนตอนนี้เต็มไปด้วยกระทู้เกี่ยวกับงานเลี้ยงต้อนรับน้องใหม่ บางคนถึงกับสปอยล์รายชื่อการแสดงและเนื้อหาการแสดง ทำท่าทีเหมือนรู้ลึกรู้จริงกันทุกคน
ในเวลานี้ยังมีรุ่นพี่มาสปอยล์อีกว่าการแสดงไหนมีสาวสวยระดับนางฟ้า เพราะพวกเขาเคยเห็นตอนคัดเลือกแล้ว สวยหยาดเยิ้มจริงๆ!
ข้างล่างก็มีรุ่นน้องมาคอมเมนต์ว่า “ขอความกรุณารุ่นพี่เหลือไว้ให้น้องๆ บ้างนะครับ”
เริ่นเหอรู้สึกว่าการเข้ามาส่องเว็บบอร์ดของโรงเรียนมัธยมหมายเลข 4 ปักกิ่งก็น่าสนใจดีเหมือนกัน ทว่าหลังจากรายชื่อการแสดงเหล่านี้ถูกเปิดเผยออกมา สิ่งที่ดึงดูดความสนใจได้มากที่สุดกลับเป็นการแสดงสองลำดับสุดท้าย
ดูเหมือนว่าการแสดงทั้งสองนั้นจะเจิดจรัสที่สุด ไม่มีใครสามารถเมินเฉยต่อมันได้เลย!
การแสดงลำดับที่ 31 ผู้แสดง: หยางซี 'เพลงพลังวิเศษ'
การแสดงลำดับที่ 32 ผู้แสดง: หยางซี 'อวี้เจี้ยน' (พบพาน)